Se connecter“ฉันมาพบคุณภูค่ะ เขาอยู่ไหมคะ” ปากอวบสีแดงสดเอ่ยถามเลขาหน้าห้องด้วยท่าทีเป็นมิตร รำภาละสายตาจากแฟ้มเอกสารเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครรอยยิ้มก็หุบลงทันที
“สักครู่นะคะ ฉันขอแจ้งให้ท่านทราบก่อน” น้ำเสียงตอบกลับออกจะติดฉุนนิดหน่อยแต่ก็ต้องนิ่งเข้าไว้เพราะเธอเป็นแขกท่านประธาน ทั้งที่ในใจอยากจะโทรบอกหนูเฌอเอมเสียด้วยซ้ำ
ยังไม่ทันจะยกโทรศัพท์ต่อสายหาคนเป็นเจ้านายเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงของภูภัทรก็เปิดประตูเดินออกมาด้วยรอยยิ้มทำเหมือนนัดมาเจอกันแต่ความจริงไม่ใช่
“อ้าว พิม มาหาผมเหรอ”
“ไม่เชิงมาหาหรอกค่ะ บังเอิญผ่านมาทางนี้แล้วเห็นว่าเที่ยงพอดีเลยแวะมาชวนไปทานมื้อกลางวันน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มฟังแล้วถึงกับยิ้มกว้างแต่สำหรับรำภาฟังแล้วกลับเบะปาก มีแค่ผู้ชายหัวอ่อนเท่านั้นแหละทึ่ฟังแล้วเชื่ออะไรแบบนึ้ แต่สำหรับผู้หญิงด้วยกันมันมองออกไม่ยาก
มื้อเที่ยงไม่ได้มีแค่เจ้านายเสียหน่อยที่ต้องออกไปกินข้าวเพราะเวลามันช่างประจวบเหมาะกับที่เฌอเอมลงมาทานข้าวพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมพอดี
น้ำขิงรีบเดินไปขนาบข้างพี่ไมตรีแล้วสะกิดให้ดูท่าทีของพิมดาวซึ่งเดินควงแขนภูภัทรออกมาจากลิฟต์ ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อสบตากับเฌอเอม จนพิมดาวต้องหยุดเดินเหมือนกันพร้อมกับมองตามสายตาของเขา
พนักงานคนเมื่อวาน... หล่อนจำได้เป็นอย่างดีเพราะรูปร่างหน้าตาของเธอสะสวยจนต้องมองเหลียวหลัง คิ้วโค้งรับกับสันจมูกโด่ง ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน รีมฝีปากกระจับรับกับร่องปากบน ผมยาวตรงถึงกลางหลังมีสีดำขลับเงางาม
“ภู มองอะไรเหรอคะ ไปกันเถอะเดี๋ยวคนจะเยอะ พิมหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วค่ะ” เสียงหวานเรียกสายตาของคนตัวโตให้หันกลับมาหาเธออีกครั้ง ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วยิ้มบางๆก่อนจะเดินเลยคนเป็นเมียออกไปทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
เจ็บอีกครั้ง... ได้แต่มองผัวตัวเองออกไปกับผู้หญิงคนนั้นโดยที่ตัวเองได้แต่ยืนมอง
“หือ สวยแล้วยังไงย่ะ กล้ามากที่มาควงคุณภูของฉันออกไป ฉันก็สวยเหมือนกันแหละ”
น้ำขิงดึงแว่นตาวางลงบนโต๊ะแล้วสะบัดผมยาวปลิวสยาย ฟันขาวกัดริมฝีปากล่าง ขยิบตาหนึ่งทีแล้วทำหน้าเซ็กซี่ ทำเอาไมตรีหัวเราะออกมาเสียงดังตามด้วยเสียงหัวเราะจากโต๊ะทานข้าวพนักงานแผนกอื่น
“พอเลยยัยขิง ที่หล่อนทำอยู่ตอนนี้มันเซ็กส์เสื่อมย่ะ หล่อนเทียบกับคุณเขาไม่ติดเลย แต่ถ้าเป็นยัยเอมไม่แน่”
ไมตรีหันกลับมาชมน้องในแผนกตัวเองแต่เธอก็ทำแค่เพียงยิ้มรับเล็กน้อยก็เท่านั้น “แต่จะว่าไปเขาก็เหมาะสมกันดีเนาะ” น้ำขิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับคอตกสิ้นหวัง ลาแล้วมนต์รักเจ้านายสุดหล่อ
“เหมาะกัน เหมือนกับผีเน่ากับโลงผุนะสิ” เฌอเอมหงุดหงิดใจกับคำพูดของน้ำขิงจนลืมตัวเผลอพูดสิ่งที่ทำให้เพื่อนร่วมงานตกใจ
“เอม เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” น้ำขิงยื่นหน้าเข้าไปหาดวงตากลมเบิกขึ้น หญิงสาวจึงเริ่มรู้ตัวว่ากำลังหึงสามีตัวเองอยู่
“เออ เมื่อกึ้เอมไม่ได้หมายถึงเขา....เอ่อ...ก็ได้ หมายถึงก็ได้ ก็เอมแค่แปลกใจว่าเพิ่งเลิกกับสามีแล้วทำไมถึงมูฟออนเร็วจัง” หญิงสาวยิ้มแหยๆ “แล้วเอมรู้ได้ไงว่าผู้หญิงคนนั้นเลิกกับผัวแล้ว”
ความสอดรู้และใคร่สงสัยมันฝังอยู่ในสายเลือดของน้ำขิงหรือยังไงกัน ถึงได้จับผิดเก่งจนเธอแทบจะหามุกแก้ตัวไม่ทันเสียแล้ว
“ทวิตเตอร์! ใช่ ๆ เมื่อเช้าไถทวิตเตอร์เจอแฮทแท๊กข่าว” เฌอเอมแก้ตัวเป็นพัลวันแล้วตักข้าวเข้าปาก อย่างน้อยก็ช่วยให้น้ำขิงหยุดซักไซ้เธอได้บ้าง
“พี่ตรีกับน้ำขิงกลับไปแผนกก่อนเลยนะคะ พอดีว่าเอมมีธุระต้องไปทำค่ะ” หลังจากทานอาหารเสร็จหญิงสาวเอ่ยบอกหัวหน้างานแล้วก็รอให้พวกเขาเดินลับสายตาไป ก่อนที่ตัวเองจะเดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหาร
“คุณเฌอเอม คุณภูไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอกกับ...” รำภาเว้นช่วงประโยคไม่กล้าบอก “กับคุณพิมดาว เอมเห็นแล้วค่ะ”
“เอม ขอเข้าไปรอพี่ภูในห้องนะคะ ส่วนนี้ผลไม้ค่ะ เอมซื้อมาฝาก”
หญิงสาวยื่นถุงผลไม้หลายชนิดที่ปอกแล้วพร้อมทานให้กับเลขาฯของสามีแล้วถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปนั่งรอภูภัทรในห้องทำงาน
ช่วงเวลาหลายนาทีที่ได้นั่งรอมันเกิดคำถามขึ้นกับหล่อนมากมายเธอรักเขาถึงกับต้องทนอยู่อย่างนี้เลยเหรอ แต่ความจริงคือเธอกลัวต่างหาก กลัวที่จะไม่เห็นผู้ชายคนนี้อยู่ในสายตาตัวเอง
ตั้งแต่เด็กจนโตเฌอเอมยอมรับว่ามีเขาอยู่ข้างกายมาตลอดแม้ว่า ภูภัทรจะแสดงออกว่าไม่ได้ชอบเธอ แต่พอมีคนกลั่นแกล้งเขาก็มักจะปกป้องเธอเสมอ
เสียงหัวเราะต่อกระซิกของผู้ชายที่เธอกำลังนั่งรอเรียกสติเธอให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับร่างอรชรของพิมดาวที่ยังตามเขากลับมาด้วย
สีหน้าของชายหนุ่มกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้งหลังจากที่เมื่อครู่ยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงหู พิมดาวเองก็ไม่ต่างกันหล่อนชะงักเล็กน้อยที่เห็นเฌอเอมเข้ามานั่งอยู่ในห้องของประธานบริษัท
“ขึ้นมาที่นี่มีอะไร” น้ำเสียงห้วนของชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ปกติแล้วภูให้พนักงานขึ้นมาพบโดยตรงแบบนี้เลยเหรอคะ”
พิมดาวหันไปถามภูภัทรโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไร ส่วนเขาก็เอาแต่อ้ำอึ้ง
เฌอเอมสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างภูภัทรและพิมดาว ส่วนมือก็สอดเข้าไปคล้องแขนเขาจนพิมดาวเซถลาและไม่พอใจกับสิ่งที่หล่อนทำ
“ว้าย...นี่คุณ”
“หากเป็นพนักงานคนอื่นก็น่าจะไม่ได้แต่ถ้าเป็นพนักงานที่มีสถานะเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายมันย่อมได้” ทุกคำพูดรอดผ่านไรฟันเพื่อตอกย้ำว่ามันคือเรื่องจริง
ภูภัทรหันขวับไปมองหน้าร่างบางแล้วแกะมือออก ใบหน้าถมึงทึงฉายแววดวงตาโกรธจัดที่เธอกล้าผิดคำพูดว่าจะไม่บอกเรื่องสถานะของตัวเองกับใครเพราะแค่ที่รำภารู้เขาก็กลัวเหลือเกินว่าจะเอาไปบอกคนอื่น
“หมายความว่ายังไงเหรอคะ ภู” พิมดาวยังปั้นหน้ายิ้มเก็บอาการ
“จริงครับ ผมแต่งงานแล้ว”
คำตอบที่ได้รับทำเอาหน้าสั่นอยู่ไม่น้อยแต่ก็ต้องแสร้งตีหน้ายิ้มแย้มและเอ่ยยินดีออกมาทั้งที่ในใจร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าอย่างนั้นพิมขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีมีธุระต่อ”หากอยู่ต่อก็มีแต่เสียหน้าหญิงสาวจึงเลือกที่จะขอตัวกลับ
เสียงประตูห้องปิดลงยังไม่สนิทเสียด้วยซ้ำภูภัทรเดินเข้าตะปบสองไหล่ของเฌอเอมซึ่งยืนห่างจากตัวเองแค่ศอก
“เธอ พูดอะไรออกไปรู้ตัวหรือเปล่า” สองแขนออกแรงเขย่า
“โอ้ย พี่ภู เอมเจ็บ ปล่อยนะ” แรงสั่นบวกกับความเจ็บตรงต้นแขนทำให้เธอขืนตัวเองเพื่อให้หลุดจากน้ำมือของสามี
“เจ็บเหรอ คนอย่างเธอเจ็บเป็นด้วยเหรอ คิดยังไงถึงไปบอกเรื่องของเรากับพิมดาว”
“แล้วทำไมเอมจะบอกไม่ได้ ก็ในเมื่อเอมเป็นเมียพี่ภู”
“แต่ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นเมีย” เขายังคงตอกย้ำประโยคเจ็บปวดลงมาที่ก้อนเนื้อหน้าอกข้างซ้าย
“ถ้าไม่เห็นเอมเป็นเมียแล้วมาเอากับเอมทำไม ทำไมไม่ไปเอากับมัน” แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดมือแกร่งจนหลุดแล้วก้าวถอยหลังไปยืนอยู่อีกที่หนึ่งเพื่อไม่ให้เขาจับเธอได้อีก
“ทำไมนะเหรอ ก็เธอมันก็แค่นางบำเรอ ฉันอยากจะเอาเมื่อไรก็ได้ แล้วอีกอย่างมันไม่ดีหรือไง เห็นเธออยากได้ฉันมากนักนี่”
“เพี๊ย!”
สิ้นประโยคฝ่ามือเล็กก็ประทับบนใบหน้าหล่อทันที สีแดงเด่นชัดค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเป็นรูปรอยฝ่ามือ เขาหันกลับไปมองผู้หญิงตรงหน้า
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







