Se connecter
ร่างเปื่อยเปล่าของเฌอเอมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดใหญ่เธอพยายามลงน้ำหนักเท้าให้แผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกำยำที่นอนอยู่ด้านข้างรู้สึกตัวตื่น เธอเอื้อมมือไปคว้าชุดคลุมซึ่งตกอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังร่างกายที่ไร้อาภรณ์
หญิงสาวหันไปมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วได้แต่เม้มปากเข้าหากัน มันไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เธอกับเขาร่วมรักกัน เขาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นสามีที่เคยตอกหน้าเธอในวันแต่งงานว่าจะไม่ร่วมหลับนอนกับเธอ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ปีกว่าแล้วที่เธอแต่งงานกับพี่ภูภัทร
เฌอเอมเดินเข้ามาในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายให้ขาวสะอาดหลังจากผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน นิ้วมือเรียวลูบไปยังร่องรอยที่ภูภัทรได้ฝากเอาไว้เป็นจุดแดงอมม่วงทั่วบริเวณหน้าอกแล้วหวนนึกถึงวันนั้น
“ไม่แต่ง ยังไงผมก็ไม่แต่งงานกับยัยเอมแน่นอนผมไม่ได้รักเธอ”
น้ำเสียงยืนกรานหนักแน่นเอ่ยบอก ไม่สิ ต้องเรียกว่าตะโกนบอกกับบุพการีที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้นมากกว่า พร้อมกับกวาดดวงตาดุไปหาร่างเล็กที่นั่งก้มหน้างุดด้วยความตกใจ
“ไม่แต่งก็ต้องแต่งเพราะน้องอายุครบยี่สิบห้าปีแล้ว เราต้องทำตามสัญญาของปู่แกและปู่หนูเอมที่สัญญากันไว้” คนที่ตอบกลับมาเสียงเข้มคือลุงภูผาพ่อของภูภัทร
“ผมไม่แต่ง ทำไมผมต้องแต่งงานเพราะคำสัญญาและความเชื่อของหมอดูด้วย หมอดูก็คู่กับหมอเดานั่นแหละ อีกอย่างปู่ก็ตายไปตั้งนานแล้วทำไมเราต้องทำตามด้วยล่ะครับ”
ชายหนุ่มยังคงเถียงคอเป็นเอ็นไม่มีการลดลาวาศอกให้เลยสักนิดจนป้าโสภีซึ่งเป็นแม่ของภูภัทรต้องลุกขึ้นห้ามปรามทั้งคู่ให้เบาเสียงลง
“คุณแม่ก็ดูสิครับ อยู่ ๆ คุณพ่อก็จะให้ผมแต่งงานกับเฌอเอม”
เขายังคงชี้มือไปยังหญิงสาวที่นั่งห่างออกไปอยู่ไม่ไกลเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายที่กำลังโมโหอยู่ตอนนี้เสียด้วยซ้ำ
“มันจะอะไรกันนักหนากับอีแค่แต่งงาน หนูเอมไม่สวยตรงไหน ตูดก็มี นมก็โต หน้าตาแม่นึกว่าถอดแบบดาราเกาหลีมา”
คนเป็นแม่ไม่ได้เข้าข้างเขาเลยสักนิดกลับเห็นดีเห็นงามกับคนเป็นพ่อไปด้วยเสียอย่างนั้น ส่วนคนถูกยอตัวแทบลอยแต่ก็ต้องเก็บอาการซ่อนความเขินอายเอาไว้
“มันไม่ได้เกี่ยวกับสวยหรือไม่สวยครับ แต่มันเกี่ยวกับว่าผมไม่ได้รักยัยเอม ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว”
คนที่รัก? เฌอเอมที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เงยหน้าขึ้นมองภูภัทรครั้งแรกหลังจากที่ฟังอยู่นานอย่าเรียกว่าคนที่รักเลยต้องเรียกว่าคนที่แอบรักเสียมากกว่าเพราะคนที่ผู้ชายตรงหน้ากำลังเอ่ยถึงโดยไม่ได้ระบุชื่อเขาได้แต่งงานเป็นภรรยาคนอื่นไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง
“ถ้าแกมีคนที่รักอยู่แล้วก็พามาให้ฉันดูตัว”
“แต่ว่า...” เขาจะเอ่ยตอบโต้แต่แล้วก็ต้องหุบปากลงเม้มเข้าหากันเพราะเถียงไปก็ไม่มีวันชนะการที่พ่อเขาท้าทายแบบนี้ นั่นก็หมายความว่าท่านให้คนไปสืบเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขามาหมดแล้ว
ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตคู่ของเขาต้องมาลงเอยกับ ยัยเด็กผู้หญิงที่พ่อเขารับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กและเป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้าเสียสักเท่าไรอีกต่างหาก
การที่หญิงสาวไม่เอ่ยคัดค้านมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเธออยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่นต่างหากถึงได้นั่งเงียบไม่ไหวติงเป็นหินแกรนิตอยู่ตรงนั้น
ที่ภูภัทรรู้ก็เพราะว่าผู้หญิงตรงหน้าเคยสารภาพรักเขาเมื่อตอนเรียนมัธยมต่อหน้าคนอื่นแต่เขาไม่ได้รักเธอจึงเอ่ยปฏิเสธออกไป
แทนที่หล่อนจะสลดหรืออับอายแต่มันกลับตรงกันข้ามเพราะเธอดันตามตื้อเขามากขึ้นกว่าเดิมแถมยังไปป่าวประกาศว่าเป็นว่าที่ภรรยาเขาแล้วก็บอกทุกคนอีกว่าเราอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน
แม้ว่าเขาจะหนีไปเรียนไกลถึงต่างประเทศจนกลับมาบริหารบริษัทส่งออกอาหารแปรรูปแทนพ่อแล้วก็ตามก็ยังหนีไม่พ้นผู้หญิงคนนี้อยู่ดี
นึกว่าการที่โตขึ้นแล้วและตัวหล่อนไปร่ำเรียนที่อื่นได้เจอคนมากมายจะทำให้เธอเปลี่ยนใจหันไปรักคนอื่นเสียอีกแต่ทุกอย่างมันก็ยังคงเหมือนเดิม
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกก็ต้องแต่ง เพราะฉันสัญญากับครอบครัวหนูเอมไว้แล้วว่าจะดูแลเป็นอย่างดี และฉันก็สัญญากับปู่แกไว้แล้วว่าจะรักษาสัญญาที่จะให้พวกแกแต่งงานกัน”
“แต่ผมไม่แต่ง...”
“ถ้าไม่แต่งฉันจะยึดทุกอย่างของแกคืนรวมถึงตำแหน่งประธานบริษัทแกด้วย”พูดจบทั้งภูผาและโสภีก็เดินควงแขนกันขึ้นบ้านไปได้ยินเพียงเสียงลูกชายตะโกนเรียกชื่อตามหลัง
“คุณพ่อ!”
ภูภัทรได้แต่ยืนหัวเสียพร้อมตวัดสายตามองร่างบางที่ก้มหน้างุดแล้วตะคอกให้เธอไปให้พ้นหน้า เฌอเอมจึงรีบลุกออกไปจากตรงนั้นแล้วตรงไปยังห้องนอนทันที
เพราะไอ้หมอดูเส็งเคร็งนั้นแท้ ๆ ไปทำนายทายทักว่าเฌอเอมเป็นเนื้อคู่เขาต่อให้หนีกันไปนานแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องกลับมาครองคู่กันอยู่ดีแล้วปู่เขาก็ดันเป็นสายมูเตลูเสียด้วยก็หลับหูหลับตาเชื่อจนไปเกี่ยวก้อยสัญญากับปู่ของเฌอเอมว่าจะให้เราทั้งคู่แต่งงานกัน
...ไม่ถงไม่ถามหลานตัวเองสักคำว่าอยากแต่งไหม
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







