Se connecterหลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน
‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’
คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ตายจากไปหมดแล้วเหลือเธอให้สู้อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง
คนที่เธอรักเหมือนกับครอบครัวตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ลุงภูผาและ ป้าโสภีซึ่งตอนนี้กลับกลายมาเป็นพ่อแม่สามีของเธอแล้ว
หล่อนรู้ดีว่าถึงแม้จะได้ครอบครองร่างกายและทะเบียนสมรสแต่หัวใจเธอไม่มีวันได้ครอบครองเพราะนับจากวันที่แต่งงานกันเขาก็กลายเป็นคนเย็นชาทำตัวห่างเหินไม่เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำนอกจากเรื่องบนเตียง
เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเอ่ยปากขอหย่ากับเธอเป็นร้อยรอบได้แล้วจนตอนนี้เธอกลายเป็นภรรยาที่รอหย่าจากเขา หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทนได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่า ‘รัก’ มันจะเป็นคำตอบได้หรือเปล่า
วันที่เธอเสียทุกคนในครอบครัวไปหน้าโลงศพมีเพียงแค่เด็กน้อยวัยสิบขวบนั่งสะอื้นไห้ไม่มีแม้แต่ญาติที่ไหน
แต่แล้วก็มีมือจากเด็กชายคนหนึ่งยื่นมาให้เธอจับและปลอบใจเหมือนเป็นที่พึ่งเมื่อยามที่ไม่มีใคร เด็กคนนั้นก็คือสามีของเฌอเอมในวันนี้
“คุณพ่อกับคุณแม่หายไปไหนคะป้าไหม”
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเฌอเอมก็แต่งตัวลงมาเพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงาน แต่ว่าวันนี้โต๊ะอาหารกลับว่างเปล่าไม่เห็นภูผากับโสภีเหมือนเช่นทุกวัน
“คุณท่านไปทำบุญแล้วก็จำศีลที่จังหวัดอยุธยาค่ะ เมื่อวานท่านก็บอกคุณเฌอเอมไว้นะคะ ป้าได้ยิน” ป้าไหมบอกอีกครั้ง
“อืม จริงด้วย เอมลืมสนิทเลยค่ะ ช่วงนี้เครียดเรื่องงานนิดหน่อย”
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีเธอกินข้าวเช้าคนเดียวเพียงลำพัง
ข้าวต้มกุ้งถูกตักกินไปยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเสียด้วยซ้ำร่างสูงก็เดินลงมาจากเดินบนด้วยชุดสูทสีน้ำเงิน เฌอเอมชำเลืองมองเขาเล็กน้อยแล้วหันกลับมาก้มหน้ากินข้าวต่อโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันเธอมีหน้าที่ดูแลเขารวมถึงการจัดเตรียมชุดไปทำงานให้ด้วยแต่เขาก็ไม่เคยหยิบมันมาใส่เลยสักครั้งแล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าตัวอื่นแทน
“ช่วยบอกหัวหน้าเธอส่งแผนการตลาดมาด้วยล่ะ เหลือแค่ทีมเธอที่ยังไม่ได้ส่ง” ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามเกี่ยวกับงานเหมือนเดิม
“ค่ะ เอมจะบอกพี่ตรีให้”
เธอตอบรับสิ่งที่เขาถาม อย่างน้อยวันนี้เขาก็คุยกับเธอหนึ่งประโยคแล้วหลังจากหลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่เอ่ยปากคุยอะไรกับเธอเลย ไม่รู้ว่าเกลียดเธอมากหรือว่ากลัวดอกพิกุลทองจะร่วงกันแน่
“เรื่องของเราที่ทำงานไม่มีใครรู้ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับวางช้อนลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
“ไม่ค่ะ ก็พี่ภูไม่อยากให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอคะ” เธอเม้มปากเข้าหากันแล้วเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเพราะรู้สึกว่ากลืนไม่ลง
แม้จะแต่งงานกันมาเป็นปีแล้วแต่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าเธอเป็นเมียของเขา ก็อย่างว่าเมียที่ไม่ต้องการใครเขาอยากจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้กันล่ะ
“ก็ดี อย่าให้ใครรู้เพราะตอนที่เราหย่ากันจะได้ไม่มีปัญหาเวลาที่เธอแต่งงานใหม่” เป็นอีกครั้งที่เขาพูดเรื่องหย่าขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย
...แต่กลับเธอมันเจ็บลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
เขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วปรายตามองร่างเล็กตรงหน้าก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปแต่แล้วก็เดินกลับมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
“อย่าลืมกินยาคุมให้มันตรงด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองท้องเมื่อคืนฉันไม่ได้ใส่ถุง”
“ค่ะ” เธอตอบรับสั้น ๆ แล้วเขาก็เดินออกไปปล่อยให้เธอนั่งอยู่ที่เดิม
หยดน้ำใสร่วงเผาะลงสองแก้มจนเธอต้องรีบยกหลังมือเช็ดเพราะกลัวว่าแม่บ้านจะมาเห็นและนำไปฟ้องคุณท่าน เธอไม่อยากทำให้พวกท่านไม่สบายใจ
การเดินทางไปทำงานเฌอเอมก็ใช้ชีวิตแบบพนักงานทั่วไปคือเดินทางด้วยรถสาธารณะ แม้ว่าป้าโสภีจะให้นำรถที่บ้านมาใช้เธอก็บอกปฏิเสธเพราะเกรงใจแค่ที่ท่านเลี้ยงดูมาก็เป็นพระคุณมากจนไม่รู้จะแทนยังไงหมด
โชคดีมากที่บริษัทของภูภัทรอยู่ไม่ไกลจึงสามารถนั่งรถไฟฟ้าแค่ต่อเดียวก็ถึงแถมประหยัดเวลา ประหยัดเงินอีกต่างหาก
หญิงสาวมาถึงที่ทำงานทันเวลาพอดีและเดินผ่านกับภูภัทรและเหล่าผู้บริหาร เธอได้แต่หลบแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยเท่านั้นการที่ต้องมาเจอกันในที่ทำงานและไม่สบตากันเลยถือว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วเพราะมันคือความเย็นชาที่เธอได้รับ
“เอมมาถึงพอดีเลย มาดูนี้สิแผนการตลาดของเอมที่โปรโมตเกี่ยวกับผลไม้อบแห้งอ่าได้ผลเกินคาดเลยนะ ฝ่ายผู้บริหารชมเราใหญ่เลย”
น้ำขิงเพื่อนร่วมงานที่เธอสนิทด้วยรีบตรงเข้ามาหาแล้วคล้องแขนเอ่ยปากชมเสียยกใหญ่ จะว่าเธอไม่มีเพื่อนเลยก็ไม่ได้เพราะตั้งแต่มาทำงานที่นี่ตามคำขอของคุณท่านเธอก็ได้เจอน้ำขิงและด้วยนิสัยที่คล้ายกันจึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว
“พี่ตรีคะ คือเมื่อครู่ตอนที่เอมขึ้นลิฟต์มาบังเอิญเจอกับเลขาท่านประธานค่ะ เขาฝากเอมมาถามเรื่องแผนการตลาดของวีคที่แล้วค่ะ”
เฌอเอมเดินเข้าไปหาไมตรีหัวหน้างานที่หล่อนทำงานอยู่ด้วยพร้อมกับโกหกคำโตออกไป จะบอกว่าประธานบริษัทฝากถามด้วยตัวเองก็ไม่ได้อีก
“ว้ายตายแล้ว พี่ลืมสนิทเลยงานเยอะจนไม่รู้ว่าจะหยิบจับอันไหนก่อน ขอบใจมากนะน้องเอม”
พี่ไม่ตรีเป็นสาวประเภทสองที่ทำงานกับบริษัทนี้มานาน เจ้าหล่อนอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะรีบหันไปรื้อแฟ้มเอกสารซึ่งวางกองกันอยู่ด้านหลัง
“พวกแก ๆ เมื่อกี้ฉันเดินขึ้นมาเห็นท่านประธานควงสาวสวยที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นไปบนห้องทำงาน”
สาวหน้าหมวยปากแดงซึ่งอยู่อีกทีมเอ่ยเม้าท์กับเพื่อนในทีมแต่มันก็เป็นเรื่องที่เรียกความสนใจให้กับพนักงานเป็นอย่างดี
“ไม่จริงอ่า เป็นไปไม่ได้ที่ผ่านมาไม่เห็นคุณภูพาใครมาเลย ฉันไม่ยอม” น้ำขิงเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจเพราะเธอแอบชอบเขามาตั้งนาน
“ไม่ยอมแล้วแกทำอะไรได้หะ ยัยขิง ดูสภาพกับสถานะตัวเองด้วย กลับมาทำงานเลยไม่ต้องไปแส่เรื่องเจ้านาย”
พี่ไมตรีเอ่ยปากไล่น้องในทีมตัวเองและทีมอื่นไปทำงานก่อนจะหันกลับมาง่วนกับกองเอกสารของตัวเอง
เฌอเอมที่ได้ยินทุกอย่างก็แทบนั่งไม่ติดเพราะอยากรู้ว่าสาวสวยที่ว่านั้นเป็นใครกันแน่ เขาจะกล้านอกใจเหรอทั้งที่ตัวเองก็แต่งงานแล้ว แค่คิดหญิงสาวก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ทำได้เพียงเก็บงำไว้เพื่อที่ตอนเที่ยงเธอจะไปแอบดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร....
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







