Masukหลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน
‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’
คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ตายจากไปหมดแล้วเหลือเธอให้สู้อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง
คนที่เธอรักเหมือนกับครอบครัวตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ลุงภูผาและ ป้าโสภีซึ่งตอนนี้กลับกลายมาเป็นพ่อแม่สามีของเธอแล้ว
หล่อนรู้ดีว่าถึงแม้จะได้ครอบครองร่างกายและทะเบียนสมรสแต่หัวใจเธอไม่มีวันได้ครอบครองเพราะนับจากวันที่แต่งงานกันเขาก็กลายเป็นคนเย็นชาทำตัวห่างเหินไม่เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำนอกจากเรื่องบนเตียง
เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเอ่ยปากขอหย่ากับเธอเป็นร้อยรอบได้แล้วจนตอนนี้เธอกลายเป็นภรรยาที่รอหย่าจากเขา หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทนได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่า ‘รัก’ มันจะเป็นคำตอบได้หรือเปล่า
วันที่เธอเสียทุกคนในครอบครัวไปหน้าโลงศพมีเพียงแค่เด็กน้อยวัยสิบขวบนั่งสะอื้นไห้ไม่มีแม้แต่ญาติที่ไหน
แต่แล้วก็มีมือจากเด็กชายคนหนึ่งยื่นมาให้เธอจับและปลอบใจเหมือนเป็นที่พึ่งเมื่อยามที่ไม่มีใคร เด็กคนนั้นก็คือสามีของเฌอเอมในวันนี้
“คุณพ่อกับคุณแม่หายไปไหนคะป้าไหม”
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเฌอเอมก็แต่งตัวลงมาเพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงาน แต่ว่าวันนี้โต๊ะอาหารกลับว่างเปล่าไม่เห็นภูผากับโสภีเหมือนเช่นทุกวัน
“คุณท่านไปทำบุญแล้วก็จำศีลที่จังหวัดอยุธยาค่ะ เมื่อวานท่านก็บอกคุณเฌอเอมไว้นะคะ ป้าได้ยิน” ป้าไหมบอกอีกครั้ง
“อืม จริงด้วย เอมลืมสนิทเลยค่ะ ช่วงนี้เครียดเรื่องงานนิดหน่อย”
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีเธอกินข้าวเช้าคนเดียวเพียงลำพัง
ข้าวต้มกุ้งถูกตักกินไปยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเสียด้วยซ้ำร่างสูงก็เดินลงมาจากเดินบนด้วยชุดสูทสีน้ำเงิน เฌอเอมชำเลืองมองเขาเล็กน้อยแล้วหันกลับมาก้มหน้ากินข้าวต่อโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันเธอมีหน้าที่ดูแลเขารวมถึงการจัดเตรียมชุดไปทำงานให้ด้วยแต่เขาก็ไม่เคยหยิบมันมาใส่เลยสักครั้งแล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าตัวอื่นแทน
“ช่วยบอกหัวหน้าเธอส่งแผนการตลาดมาด้วยล่ะ เหลือแค่ทีมเธอที่ยังไม่ได้ส่ง” ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามเกี่ยวกับงานเหมือนเดิม
“ค่ะ เอมจะบอกพี่ตรีให้”
เธอตอบรับสิ่งที่เขาถาม อย่างน้อยวันนี้เขาก็คุยกับเธอหนึ่งประโยคแล้วหลังจากหลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่เอ่ยปากคุยอะไรกับเธอเลย ไม่รู้ว่าเกลียดเธอมากหรือว่ากลัวดอกพิกุลทองจะร่วงกันแน่
“เรื่องของเราที่ทำงานไม่มีใครรู้ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับวางช้อนลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
“ไม่ค่ะ ก็พี่ภูไม่อยากให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอคะ” เธอเม้มปากเข้าหากันแล้วเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเพราะรู้สึกว่ากลืนไม่ลง
แม้จะแต่งงานกันมาเป็นปีแล้วแต่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าเธอเป็นเมียของเขา ก็อย่างว่าเมียที่ไม่ต้องการใครเขาอยากจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้กันล่ะ
“ก็ดี อย่าให้ใครรู้เพราะตอนที่เราหย่ากันจะได้ไม่มีปัญหาเวลาที่เธอแต่งงานใหม่” เป็นอีกครั้งที่เขาพูดเรื่องหย่าขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย
...แต่กลับเธอมันเจ็บลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ
เขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วปรายตามองร่างเล็กตรงหน้าก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปแต่แล้วก็เดินกลับมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
“อย่าลืมกินยาคุมให้มันตรงด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองท้องเมื่อคืนฉันไม่ได้ใส่ถุง”
“ค่ะ” เธอตอบรับสั้น ๆ แล้วเขาก็เดินออกไปปล่อยให้เธอนั่งอยู่ที่เดิม
หยดน้ำใสร่วงเผาะลงสองแก้มจนเธอต้องรีบยกหลังมือเช็ดเพราะกลัวว่าแม่บ้านจะมาเห็นและนำไปฟ้องคุณท่าน เธอไม่อยากทำให้พวกท่านไม่สบายใจ
การเดินทางไปทำงานเฌอเอมก็ใช้ชีวิตแบบพนักงานทั่วไปคือเดินทางด้วยรถสาธารณะ แม้ว่าป้าโสภีจะให้นำรถที่บ้านมาใช้เธอก็บอกปฏิเสธเพราะเกรงใจแค่ที่ท่านเลี้ยงดูมาก็เป็นพระคุณมากจนไม่รู้จะแทนยังไงหมด
โชคดีมากที่บริษัทของภูภัทรอยู่ไม่ไกลจึงสามารถนั่งรถไฟฟ้าแค่ต่อเดียวก็ถึงแถมประหยัดเวลา ประหยัดเงินอีกต่างหาก
หญิงสาวมาถึงที่ทำงานทันเวลาพอดีและเดินผ่านกับภูภัทรและเหล่าผู้บริหาร เธอได้แต่หลบแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยเท่านั้นการที่ต้องมาเจอกันในที่ทำงานและไม่สบตากันเลยถือว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วเพราะมันคือความเย็นชาที่เธอได้รับ
“เอมมาถึงพอดีเลย มาดูนี้สิแผนการตลาดของเอมที่โปรโมตเกี่ยวกับผลไม้อบแห้งอ่าได้ผลเกินคาดเลยนะ ฝ่ายผู้บริหารชมเราใหญ่เลย”
น้ำขิงเพื่อนร่วมงานที่เธอสนิทด้วยรีบตรงเข้ามาหาแล้วคล้องแขนเอ่ยปากชมเสียยกใหญ่ จะว่าเธอไม่มีเพื่อนเลยก็ไม่ได้เพราะตั้งแต่มาทำงานที่นี่ตามคำขอของคุณท่านเธอก็ได้เจอน้ำขิงและด้วยนิสัยที่คล้ายกันจึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว
“พี่ตรีคะ คือเมื่อครู่ตอนที่เอมขึ้นลิฟต์มาบังเอิญเจอกับเลขาท่านประธานค่ะ เขาฝากเอมมาถามเรื่องแผนการตลาดของวีคที่แล้วค่ะ”
เฌอเอมเดินเข้าไปหาไมตรีหัวหน้างานที่หล่อนทำงานอยู่ด้วยพร้อมกับโกหกคำโตออกไป จะบอกว่าประธานบริษัทฝากถามด้วยตัวเองก็ไม่ได้อีก
“ว้ายตายแล้ว พี่ลืมสนิทเลยงานเยอะจนไม่รู้ว่าจะหยิบจับอันไหนก่อน ขอบใจมากนะน้องเอม”
พี่ไม่ตรีเป็นสาวประเภทสองที่ทำงานกับบริษัทนี้มานาน เจ้าหล่อนอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะรีบหันไปรื้อแฟ้มเอกสารซึ่งวางกองกันอยู่ด้านหลัง
“พวกแก ๆ เมื่อกี้ฉันเดินขึ้นมาเห็นท่านประธานควงสาวสวยที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นไปบนห้องทำงาน”
สาวหน้าหมวยปากแดงซึ่งอยู่อีกทีมเอ่ยเม้าท์กับเพื่อนในทีมแต่มันก็เป็นเรื่องที่เรียกความสนใจให้กับพนักงานเป็นอย่างดี
“ไม่จริงอ่า เป็นไปไม่ได้ที่ผ่านมาไม่เห็นคุณภูพาใครมาเลย ฉันไม่ยอม” น้ำขิงเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจเพราะเธอแอบชอบเขามาตั้งนาน
“ไม่ยอมแล้วแกทำอะไรได้หะ ยัยขิง ดูสภาพกับสถานะตัวเองด้วย กลับมาทำงานเลยไม่ต้องไปแส่เรื่องเจ้านาย”
พี่ไมตรีเอ่ยปากไล่น้องในทีมตัวเองและทีมอื่นไปทำงานก่อนจะหันกลับมาง่วนกับกองเอกสารของตัวเอง
เฌอเอมที่ได้ยินทุกอย่างก็แทบนั่งไม่ติดเพราะอยากรู้ว่าสาวสวยที่ว่านั้นเป็นใครกันแน่ เขาจะกล้านอกใจเหรอทั้งที่ตัวเองก็แต่งงานแล้ว แค่คิดหญิงสาวก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ทำได้เพียงเก็บงำไว้เพื่อที่ตอนเที่ยงเธอจะไปแอบดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร....
‘ประกาศแต่งฟ้าแลบ! รอบสองกับภรรยาคนเก่ากับไฮโซเวทัศ’พาดหัวข่าวหราทุกแพลตฟอร์มและกลายเป็นประเด็นร้อนทุกออนไลน์กับความรักของทั้งคู่ เพราะไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงและที่สำคัญเจ้าสาวในวันนี้ไม่ใช่ดาราดังหรือผู้หญิงสวยหน้าตาดีรูปร่างสวยเลย เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแต่มัดหัวใจของชายหนุ่มได้อยู่หมัด“ยินดีด้วยนะ”เสียงแจ้วของกลุ่มก้อนเดิมดังขึ้นนำทีมโดยพี่ท้อปและตามด้วยน้องเล็กของทีมอย่างเจ้าต้น ก่อนหน้านั้นเจอกันแล้วรอบหนึ่งตอนเธอแวะไปแจกซอง พวกเขายังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเงียบ ๆ เหมือนเดิมแขกที่เชิญมามีแทบทุกวงการทั้งบันเทิง การเมือง และสายนักข่าว แต่คนที่เจ้าสาวรอมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้ชายสวมสูทสีครีมกำลังเดินมา“พี่ตุลย์ ขอบคุณนะคะที่มา”“ต้องมาอยู่แล้วน้องสาวคนสวยของพี่แต่งงานทั้งที” กำลังจะยกมือขึ้นยีหัวด้วยความเคยชิน แต่คราวนี้มนลิตาหลบทัน“ฮันแน่ ไม่ได้กินหรอก พี่ยังติดยีหัวเหมือนเดิมเลยนะคะ”“นั่นสิ เป็นสัญชาตญาณของมือมั่ง” ทั้งคู่หัวเราะกันคิกคักจนมองไม่เห็นหัวเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ตรงนั้น“อะแฮม”“อ้าว เจ้าบ่าวยืนอยู่ตรงนี้เหรอ นึกว่ารูปปั้
‘ปัง’เสียงกัมปนาทดังขึ้นสนั่นจนหูอื้อเพราะมันอยู่ใกล้แค่ไม่กี่เมตร ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวเขาผลักคนตัวอ้วนไปอีกทางที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยความเจ็บแล่นริ้วขึ้นมาตรงหัวไหล่เขาชำเลืองมองเลือดสีแดงสดกำลังไหลซึมผ่านเสื้อยืดสีขาวผืนบาง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น“กรี๊ดดดด พี่เวย์ ๆ”มนลิตาแทบคุมสติไม่อยู่รีบถลาตัวเข้าไปประคองเวทัศเอาไว้พร้อมกับตะโกนบอกคนแถวนั้นให้เรียกรถพยาบาล ชายหนุ่มเห็นอาการคนรักสติกระเจิงจึงจับมืออวบที่กำลังสั่นระริกเพราะความตกใจมากุมไว้“มน ใจ...เย็น ๆ นะพี่ไม่เป็นไร”“ไม่เป็นไรได้ยังไง เลือดออกขนาดนี้” น้ำตาร่วงหล่นลงแก้ม ความกลัววิ่งเข้ามาแทนที เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะบาดเจ็บแต่กลัวว่าเขาจะตาย“พี่ยังไหว แผลแค่นี้เอง” เวทัศพยายามปลอบเธอ แต่นั้นยิ่งทำให้เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดแทบไม่เป็นภาษา“พี่เวย์ ห้ามเป็นอะไรนะ นี่เป็นคำสั่ง ไหนว่าอยากอยู่กับมนและลูกไง ถ้าเป็นอย่างนี้มนจะอยู่ยังไง”“พี่จะไม่เป็นไร มนอย่าร้องนะ” เขาบีบมือเธอแน่นขึ้น ไม่นานเท่าไรหูก็ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วมาเจ้าหน้าที่ทำงานเคลื่อนย้ายร่างของเวทัศขึ้นบนเตียง มนลิตากระโดดขึ้นไปบนรถอ้างความเป็นภรรยาทันที รถพยาบ
ในที่สุดวันเวลาของการรอคอยก็มาถึงสักที ทั้งหมดเดินทางมาถึงภูเก็ตด้วยเครื่องบิน พอมาถึงคนของเวทัศก็นำรถมารับถึงสนามบิน“คุณท่านรออยู่ที่โรงแรมแล้วครับ” คนขับรถบอกกับเวทัศแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ทุกคนนั่ง รถยนต์เคลื่อนตัวตรงไปโรงแรมทันทีโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ริมหาดกะตะบนแนวสันเขาของเกาะบริเวณหน้าโรงแรมเป็นหาดทรายขาวละเอียด มีลักษณะเป็นวงกว้างและมีความโค้ง คลื่นลมสงบ น้ำนิ่งสามารถลงเล่นน้ำได้และที่นี่ยังมีแนวปะการังแปลกตา ยาวไปจนถึงเกาะปู ทำให้เป็นที่ฝึกดำน้ำ และจุดดำน้ำยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามใต้ทะเล“หูววว พ่อขาทะเล” รถเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าโรงแรมเมทิตาชะเง้อคอขึ้นมองแล้วชี้ออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยความตื่นเต้นตายายหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของหลานแล้วบอกว่าให้รถจากรถก่อนจะได้เห็นชัด ๆ พอก้าวเท้าลงมาคนเป็นย่าก็ยืนรอต้อนรับอยู่แล้วทำให้หนูน้อยลืมน้ำทะเลใสไปเลย“หนูเมย์...”“คุณย่า”ขาสั้นป้อมวิ่งตรงลิ่วไปหาคุณหญิงระย้า แขนเหี่ยวย่นอ้าแขนรับเจ้าตัวเล็กสู่อ้อมกอดแล้วหอมซ้ายหอมขวาเหมือนเคย“คุณย่าขา หนูเมย์ได้นั่งเครื่องบินด้วย บนโน้นมีเมฆ มีนกด้วยค่ะ”เมทิตาเงยหน้าชี้
สองผู้เฒ่านั่งเล่นอยู่ข้างล่างหันมองหน้ากันเชื่อได้เลยไม่นานทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าลูกสาวพวกเขานั้นใจอ่อนตั้งนานแล้วตอนนี้แค่วางฟอร์มเท่านั้น“แม่มนขา พ่อเวย์ขา” น้ำเสียงและท่าทางแบบนั้นมนลิตาพอจะเดาออกว่าลูกสาวต้องอยากได้หรืออยากไปที่ไหนสักที่แน่นอน“อ้อนจะเอาอะไรอีกคะ”“หนูเมย์อยากไปทะเล วันนี้เพื่อนหนูเมย์บอกว่าพ่อกับแม่พาไปทะเลหนูเมย์อยากไปบ้าง” เด็กหญิงทำหน้าอ้อน ๆ ใส่แม่ หันไปกระพริบตาปริบๆกับคนเป็นพ่อก่อนจะวิ่งอ้อมโต๊ะไปสวมกอดตากับยายเพื่อเอาใจมนลิตาแพ้ทางเวลาเมทิตามาอ้อนเพื่อขออะไรสักอย่าง แน่นอนว่าเธอไม่ได้ตามใจเสียทุกเรื่องแต่เพราะลูกสาวเธอไม่เคยไปทะเลเลยตั้งแต่เกิดมากำลังจะอ้าปากพูดผู้ชายนั่งข้างก็เป็นฝ่ายเสนอขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นเราไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัวดีไหมครับ ผมจะได้โทรบอกคุณแม่ด้วย”“ดีค่ะ ไปๆ ไปเที่ยวทะเลกัน” เมทิตาตอบรับแทนทุกคนแล้วชูสองแขนขึ้นกระโดดหมุนตัวไปมารอบโต๊ะกินข้าวเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของลูกกับมนลิตาทำให้เขามีความสุขมากขึ้นไม่ต้องมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนแต่ก่อน“แล้วเราจะไปทะเลที่ไหนล่ะ ประเทศเรามีทะเลตั้งหลายจังหวัด” ตา
ว่ากันว่าคนเราไม่เคยมีใครเป็นพ่อกับแม่มาก่อนทุกคนมาเริ่มต้นนับหนึ่งเมื่อมีลูกคนแรก ต่างลองผิดลองถูกกันมาทั้งนั้นสงสัยมันจะเป็นเรื่องจริง เหมือนกับเขาตอนนี้ที่กำลังฝึกหัดการเป็นพ่อคน คนอื่นโชคดีที่ได้ฝึกเป็นพ่อด้วยการอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมนอน แตกต่างจากเขาตอนนี้ที่กำลังเป็นลูกค้าให้กับช่างแต่งหน้าตัวน้อย“พ่อเวย์สวยที่สุดเลยค่ะ” หนูเมย์ยื่นกระจกให้คนเป็นพ่อดูกับความภาคภูมิใจในการแต่งหน้า เขายิ้มรับให้ลูกแล้วทำท่าตื่นเต้นบนหัวผูกจุกเป็นต้นมะพร้าวสามต้น คิ้วถูกระบายหนาเป็นปลิง เปลือกตาทาด้วยสีฟ้าเข้ม ขนตางอนปัดด้วยมาสคาร่า โหนกแก้มแดงยิ่งกว่าตูดลิง ไฮไลท์ดั้งพุ่งโด่งจนแทบทิ่มตา ตบท้ายด้วยปากสีส้มเข้ากันกับแก้มสุดๆ“เฮ้ออออ” เวทัศพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ“ถอนหายใจทำไมคะ ไม่สวยเหรอ” เด็กหญิงย่นคิ้ว เวทัศรีบฉีกยิ้มเอาใจลูกสาวเพียงคนเดียว“สวยค่ะ แต่พ่อว่ารอบหน้าเราลองลดความเข้มของสีตา แก้มลงกว่านี้ดีไหม มันจะต้องสวยมากกว่านี้แน่เลย เววี่คอนเฟิร์มคร๊า!”เวทัศดีดตัวสะดีดสะดิ้งราวกับว่าตัวเองเป็นเป็นสาวประเภทสอง แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นตรงประตูทางเข้าและที่น่าอับอา
ช่วงหลังเลิกงานเขาเอาแต่นั่งทำอาหารเกาหลีแทบทุกวันเพื่อที่อย่างน้อยมันก็บรรเทาความคิดถึงผู้หญิงตรงหน้าได้บ้าง และวันนี้เขาก็ได้มีโอกาสทำให้เธอได้กินแล้ว“กินสิ เดี๋ยวเย็นหมดนะ” ชายหนุ่มเลื่อนจานจาจังมยอนมาให้มนลิตาหลุดออกมาจากภวังค์ใช้ตะเกียบเหล็กคีบเส้นสีดำเข้าปาก ทันทีที่ลิ้นสัมผัสกับน้ำซอสสีดำดวงตากลมประกายวาววับขึ้นมาทันทีมุมปากของเวทัศหยักโค้งขึ้นแทบจะถึงติ่งหู หาเรื่องคุยกับง้อตั้งนานแทบจะไม่ได้ผลแต่พอทำของโปรดไว้ให้เขากลับเห็นความสดใสบนใบหน้าของเธออีกครั้งชายหนุ่มเท้าคางบนเก้าอี้มองหญิงสาวกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย กว่าจะรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายเฝ้ามองเธอก็กินอาหารไปจนเกือบหมดโดยลืมชวนคนทำกินเสียด้วยซ้ำ“ไม่กินด้วยกันเหรอคะ”“ไม่ล่ะครับ พี่เห็นมนกินได้ก็ดีใจแล้ว”เอื้อมมือไปหยิบทิชชูจากกล่องไปเช็ดมุมปากที่เปื้อนน้ำซอสสีดำให้แผ่วเบา ดวงตาทั้งคู่สบกันครู่หนึ่งจนเป็นฝ่ายมนลิตาได้สติขึ้นมาก่อน เธอเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วเช็ดปากด้วยตัวเอง“เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน...”“มนอยากคุยกับพี่เวย์เรื่องนี้พอดีเลยค่ะ”ยังไม่ทันจะบอกจุดประสงค์จบเลยว่าไม่ต้องรีบเขารอได้ ทว่าหญิงสาวก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาเ
ค่ำคืนที่แสนจะเงียบสงบผิดปกติไปจากทุกคืน เจ้าของห้องนอนสีขาวนอนพลิกกายไปมา ดวงตาดำขลับเบิกขึ้นก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าหล่อหันไปมองด้านข้างซึ่งยามนี้ว่างเปล่าไม่มีร่างเล็กที่เขาเคยนอนก่ายกอดเหมือนเคย เขายอมรับว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาคุ้นชินกับการที่มีเฌอเอมนอนอยู่ข้าง ๆ พอวันนี้ได้นอนคนเดียวจึงร
หลังจากที่เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ท่อนบนเปื่อยเปล่ามีหยาดน้ำเกาะพรมไปทั่วอกแกร่ง ท่อนร่างพันด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ปกปิดของสงวนไม่ให้อุจาดตาร่างกำยำเดินมาหยุดยืนที่กระจกบานใหญ่เพื่อสำรวจร่างกายตัวเอง ส่วนมือก็ทำหน้าที่เช็ดผมเปียกชุ่มให้แห้งสนิทเรียวนิ้วยาวสัมผัสโดนเนื้อนูนบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นรอ
ยามเย็นหลังเลิกงานเฌอเอมไม่ได้ตรงดิ่งกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ทันทีแต่เธอเลือกไปในที่ที่ทำให้สบายใจและสร้างรอยยิ้มให้เธอมากกว่า“เย้ พี่เอมมาแล้ว”เสียงตะโกนของเด็กน้อยอายุเฉลี่ย10ขวบดังขึ้นพร้อมกับกรูกันเข้ามาหาพร้อมโผกอดด้วยความดีใจหลังจากที่เธอไม่ได้มาที่นี่เลยเป็นเดือนบ้านม่านหมอกอุปถัมภ์ เป็นสถาน
ลิ้นสากดุนกระพุงแก้ม ดวงตาคมฉายแววดุดัน สองเท้ายาวก้าวประชิดตัวภายในพริบตา ส่วนมือบีบหัวไหล่“เอม ขอโทษ เอมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพี่ภู” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้เพราะรู้สึกผิดที่ทำร้ายร่างกายคนอื่น ดวงตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำใส“ไม่ตั้งใจเหรอ” เขาทวนคำนั้นอีกครั้งมุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน“เมื่อไรเธอจะออกไปจากชีวิ







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)