LOGINเขมมิการอหมอธามไทจนถึงเวลาพักเที่ยง พิมอรก็พาเธอเข้าไปรับประทานอาหารที่แคนทีนส่วนกลางของโรงพยาบาล สวัสดิการของที่นี่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะพนักงานทุกคนจะรับประทานอาหารกลางวันฟรี รวมถึงเด็กฝึกงานอย่างเขมมิกาด้วย ทั้งหมดนี้คือนโยบายของหมอธามไทผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล ที่อยากแบ่งเบาภาระให้กับพนักงานด้วยการเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อต่อวัน หลายคนจึงฝากท้องไว้ที่แคนทีนส่วนกลางเสียมากกว่าจะออกไปรับประทานกันข้างนอก
“มาวันแรกก็โดนมองไม่วางตาเลยนะ” พิมอรเอ่ยแซวนักศึกษาฝึกงานน้องใหม่ เพราะตั้งแต่ที่เขมมิกาเดินก้าวเข้ามาในโรงอาหาร ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เธอ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ตั้งแต่เวรเปล เจ้าหน้าที่บัญชี ไปจนถึงหมอท่านอื่นๆ เรียกได้ว่าสาวน้อยคนนี้ ‘ฮอต’ พอตัวเลยทีเดียว
“ไม่หรอกมั้งคะ คนอื่นคงสงสัยว่าเค้กเป็นใคร” เขมมิกาตอบยิ้มๆ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นสายตาที่จับจ้องมา แต่หญิงสาวเลือกที่จะไม่สนใจต่างหาก เธอไม่ได้หยิ่งหรือถือตัว แต่หัวใจไม่ว่างที่จะรับคนอื่นเข้ามาอีกแล้ว
“อย่าลืมที่พี่บอกละกัน จะกิ๊กกับใครหรือถ้ามีใครมาจีบพี่ไม่ว่านะ แต่กับหมอธามอย่าคิดเชียว” พิมอรพูดด้วยความเป็นห่วง เธอเองก็ไม่ใช่สาวแก่ที่จะไม่เข้าใจความรักของหนุ่มสาว และก็ไม่เคยคิดกีดขวางใคร เพียงแต่รู้ดีว่าหากนักศึกษาฝึกงานสาวหลงรักหมอธามไทเข้าย่อมไม่ใช่ผลดีอย่างแน่นอน
“พี่พิมพูดบ่อยจนเค้กเริ่มกลัวหมอธามแล้วนะคะ” เขมมิกาพูดยิ้มๆ จริงๆ แล้วเธอไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด อดคิดตื่นเต้นไม่ได้ว่าเขาจะจำเธอได้หรือไม่
“กลัวไว้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่คิดเกินเลย เชื่อพี่ สนใจแค่งานพอจะได้ไม่มีปัญหาอะไร” พิมอรพูดด้วยท่าทีเมามันเสียจนเขมมิกาอดยิ้มไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นพี่พิมมีอะไรจะเตือนเกี่ยวกับหมอธามให้เค้กรู้ก่อนไหมคะ เค้กจะได้ทำตัวดีๆ ไม่ให้หมอธามเพ่งเล็ง” หญิงสาวถามขึ้น เพราะเมื่อคิดไปคิดมาแล้ว หากหมอธามไทไม่ถูกชะตาเธอขึ้นมา ความพยายามทั้งหมดที่ได้ทำไปก็จะสูญเปล่าไปในทันที
“ก็…อันดับแรก อย่าเล่นหูเล่นตากับหมอธามเด็ดขาด สงสัยหรือไม่รู้อะไรให้รีบถามทันที หมอธามไม่ใช่คนดุมากธรรมดาแต่ ถ้าพลาด หมอธามก็ให้โอกาสครั้งแรก แต่อย่าพลาดเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด แล้วก็อย่าเซ้าซี้เรื่องส่วนตัวด้วย หมอธามีโลกส่วนตัวสูงเหมือนเขาเอเวอร์เรส” พิมอรกล่าวเตือนสาวน้อยด้วยความหวังดี ที่ผ่านมาเลขาฯ หลายๆ คนพยายามที่จะเข้าถึงตัวหมอธามไท แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องลาออกไปด้วยความรู้สึกอดสู
“เข้าใจแล้วค่ะ เค้กจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อที่พี่พิมแนะนำเข้ามาเลย” เขมมิกาพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอไม่ใช่เด็กสาวเรียบร้อย แต่ก็ไม่ใช่เด็กก๋ากั่นเสียเกินงาม นี่อาจจะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้พิมอรชื่นชอบก็เป็นได้
“อะแฮ่มๆ เด็กฝึกงานใหม่เหรอครับคุณพิม” หนุ่มสวมชุดกาวน์เดินเข้ามาทักทายพิมอรและเขมมิกาที่นั่งรับประทานอาหารอยู่
“ใช่ค่ะ ฝึกงานเป็นเลขาฯ ของหมอธาม เค้ก นี่หมอวินนะจ๊ะ” พิมอรพูดด้วยท่าทีเรียบร้อย เนื่องจาก ‘มาวิน’ เป็นหมออายุรกรรมของที่นี่
“สวัสดีค่ะคุณหมอ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เขมมิกาพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มเบาๆ ให้กับหมอมาวิน
“สวัสดีครับ เค้กใช่ไหม ผมได้ยินคุณพิมเรียกแบบนี้” มาวินมองไปยังเขมมิกาแบบตาไม่กะพริบ ใช่ว่าที่โรงพยาบาลจะรับเด็กฝึกงานบ่อยๆ แถมรับมาคราวนี้ก็ ‘เด็ด’ กว่าครั้งไหนๆ อีก
“ใช่ค่ะ หมอวิน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวก้มหัวอย่างสุภาพ นาทีนั้น พิมอรแอบมองหมอมาวินก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กฝีกงานคนใหม่กระแทกตาหมออย่างแรง หมอหนุ่มหลงเสน่ห์เด็กสาวเข้าให้แล้ว
“หมอวินคะ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ หมอธามผ่าตัดเสร็จหรือยัง หมอวินพอจะทราบไหมคะ” พิมอรเอ่ยขึ้นเพื่อแทรกบทสนทนาของทั้งคู่ ที่เธอกล้าถามหมอมาวินเช่นนั้น เพราะหมอหนุ่มค่อนข้างเป็นกันเองและเฟรนด์ลี่กับพนักงานทุกคน จึงทำให้ทุกคนกล้าพูดเล่นด้วยมากกว่าหมอธามไท
“อืม…เหมือนผมจะเห็นว่าหมอธามเข้าไปในห้องพักแล้วนะครับ” มาวินทำท่านึก ทว่า แม้จะตอบพิมอรแต่สายตากลับจับจ้องไปที่เขมมิกาอย่างโจ่งแจ้ง
“อะแฮ่มๆ หมอคะ จ้องเด็กฝึกงานของหมอธามไม่วางตาเลยนะคะ เดี๋ยวก็โดนหมอธามเล่นงานให้หรอกค่ะ” พิมอรอดพูดแซวให้หมอมาวินรู้ตัวไม่ได้ ว่าตอนนี้ เขาเผลอจ้องเขมมิกาเสียจนเกินงาม
“อ๊ะ ฮ่าๆ ขอโทษทีครับ ป่านนี้ น้องเค้กคงคงกลัวสายตาหมอไปแล้วไหมเนี่ย อย่าคิดมากนะครับ หมอขอโทษที่มองมากไป”
มาวินหัวเราะแก้เก้อ ปกติแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะคอยป้อกะลิ้มกะเลี่ยให้ความสนใจเด็กฝึกงานแบบนี้ แต่สำหรับเขมมิกา เธอมีแรงดึงดูดที่เขาเองก็ไม่สามารถห้ามได้เหมือนกัน ยอมรับว่า
‘เด็กคนนี้น่ารัก เกินต้าน’
“ถ้าหึง ทีหลังก็อย่านัดผู้หญิงให้ฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบ และไม่อยากอยู่กับใคร…นอกจากเธอ” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กจนเธอต้องถอยหลังจนชิดกำแพง“หมอธามหมายความว่าไงคะ”เขมมิกาเอ่ยถามด้วยแววตาสั่นระริก ยิ่งเขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอยิ่งหวาดหวั่นจนทำอะไรไม่ถูก“ก็หมายความอย่างที่พูด ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ หรือเธออยากได้การกระทำมากกว่า”ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขมมิกาเองได้เห็นแววตาที่เหมือนเสื้อร้ายจ้องตะครุบเหยื่อของเขา“อื้อ…”ไม่ปล่อยให้สาวเจ้าได้คิดนาน หมอหนุ่มประกบริมฝีปากเธอตามที่ใจโหยหาทันที เขาไม่อาจห้ามความห้องการในส่วนลึกของร่างกายได้อีกต่อไป…จูบแสนหวานที่เคยได้ลิ้มลองในครั้งนั้น ธามไทยอมรับว่ารู้สึกติดใจและอยากจะตักตวงความหวานจากแม่กวางสาวมากขึ้นเรื่อยๆ!ธามไทใช้ประสบการณ์ที่มีล่อลวงคนตัวเล็กให้เผลอจูบตอบ ไม่นานก็สามารถสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอได้ แล้วไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเพื่อหยอกเอินกับเธ
“งั้นศิไม่อ้อมค้อมละกันนะคะ เมื่อไหร่คุณจะคิดเรื่องแต่งงานของเราคะ พ่อมาถามศิทุกวันเลย” เป็นอีกครั้งที่ศศิเลือกจะอ้างสุนทร ความจริงท่านไม่ได้มาถามกดดันเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่อยากให้พ่อไปกดดันธามไทให้มาขอเธอแต่งงานเสียที“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะแต่งงานกับคุณ” ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เดาไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องที่ศศิอยากคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องจับแต่งงาน“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ คุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ถูกวางให้แต่งงานกันมานานแล้ว ศิเองก็ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเพราะให้เกียรติคุณ แม้ว่าคุณจะทำกับศิแบบตรงกันข้ามก็ตาม”ที่ผ่านมา ศศิรู้มาตลอดว่าธามไทมักจะมีผู้หญิงเข้ามาวอแวมากมาย มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะไม่จริงจังกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะรับได้ที่เห็นผู้ชายที่ตนเองชอบไปกับผู้หญิงคนอื่น“ใช่ ทุกคนบอกว่าเราควรแต่งงานกัน แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น และผมก็อยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” พูดพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเค้กขออนุญาตดูตารางงานคุณหมอสักครู่นะคะ”เขมมิกาตัดสินใจหาตารางว่างในวันพรุ่งนี้ให้ศศิ เพราะบางที ผู้ใหญ่อาจมีเรื่องสำคัญต้องคุยกันก็เป็นได้“พรุ่งนี้ หมอธามมีผ่าตัดคนไข้แต่เช้าเลยค่ะ น่าจะเสร็จประมาณห้าโมงเย็น เค้กว่าคุณศศินัดคุณหมอวันอื่นดีไหมคะ” คนเป็นเลขาฯ ถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เนื่องจากพรุ่งนี้ ธามไทน่าจะยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลากินข้าวหรือเจอใคร ดังนั้น ศศิควรมาพบวันอื่นแทน“ไม่เป็นไร ฉันจะมาเจอธามหลังห้าโมงละกัน ขอบใจจ้ะ”ว่าแล้ว ศศิก็วางสายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนเขมมิกางุนงงและสับสนว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่“เอาวะ ไว้พรุ่งนี้มีโอกาสก็ค่อยบอกหมอธามละกัน”หญิงสาวปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอจึงล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าเขมมิกาได้แต่มองนาฬิกา วันนี้ตลอดทั้งวัน หมอธามไทอยู่ที่ห้องผ่าตัด ตอนมาถึง เธอยังไม่ทันได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ และนี่ก็ใกล้เวลาที่ศศิจะมาเต็มทีแล้ว ทว่ายังไม่ไ
“แต่เค้กต้องฝึกงานที่นี่อีกเดือนกว่า พี่ปริญรอได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างลองใจ เพราะหากธามไทไม่รับเธอเข้าทำงานจริงๆ ก็ต้องดิ้นรนหางานอยู่ดี“สำหรับเค้ก ให้รอนานแค่ไหนพี่ก็รอครับ”ปริญยิ้มรับ รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้สำหรับพิเศษยิ่งกว่ามื้อไหนๆ แค่เพียงเขมมิกายอมให้เขาได้ทำความรู้จัก แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ชายหนุ่มเองก็มีความสุขกับมัน และมีความหวังกับความรักครั้งนี้อีกครั้งธามไทกลับคอนโดฯ ด้วยความรู้สึกสับสนในตนเอง อารมณ์เขาพลุ่งพล่านเสียจนยากจะควบคุม ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงแต่เขมมิกาทั้งที่ไล่เธอให้ไปกับผู้ชายคนอื่น แต่กลับเป็นตัวเขาเสียเองที่กำลังกระวนกระวายใจอย่างไม่มีสาเหตุ หมอหนุ่มเริ่มตกผลึกความคิดได้ว่า ตอนนี้ เขากำลังคิดกับเขมมิกามากกว่าเด็กฝึกงานทั่วไปได้คำตอบเช่นนั้นก็กดโทรศัพท์โทร.หาเพื่อนรักทันที แม้จะรู้ดีว่าต้องถูกมันเยาะเย้ยแค่ไหน แต่เขาก็ทนความอึดอัดไม่ได้อีกต่อไป“ไอ้ว่าน กูมีเรื่องจะคุยด้วย”“เรื่องน้องเค้กสินะ ฮ่าๆ กูบอกมึงแล้ว”
แม้ว่าเขาจะเป็นเสือผู้หญิง และไม่เคยคิดมากกับเรื่องอย่างว่า เพราะหากฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเต็มใจร่วมกันก็มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่แม้ว่าเขมมิกาจะเต็มใจให้ล่วงเกิน ถึงอย่างไร หญิงสาวก็คือเด็ก และเป็นเด็กฝึกงานในการปกครองของตนเอง ธามไทไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำลายเด็ก เพราะสุดท้ายแล้ว เขาคงไม่คิดจริงจังกับเขมมิกา และนั่นก็อาจทำให้เธอเสียใจได้“หมอธาม…”เขมมิกาเรียกชื่อหมอหนุ่มด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้มันจะดูฉาบฉวย แต่เธอก็รักและชอบในสัมผัสที่คนตัวโตมอบให้“ไปกินข้าวกับคุณปริญเถอะ”ธามไทพูดขึ้นก่อนจะยกแขนที่กักขังร่างบางเอาไว้ออกจากผนัง แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัด“มะ หมายความว่าไงคะ”คนตัวเล็กถามติดๆ ขัดๆ ด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อกี้ที่เขาจูบเธอมันคืออะไรกัน แล้วทำไมถึงไล่กันไปง่ายๆ แบบนี้“ก็หมายความอย่างที่พูด เขาคงชอบเธอ ลองไปกินข้าวกับเขาดูสักมื้อ ฉันได้ยินมาว่าคุณปริญเป็นคนดี” หมอหนุ่มพูดโดยมั่นไปมองหน้าแม่กวางสาวแม้แต่น้อย“แล้วเมื่อกี้&hel
คนตัวเล็กเอื้อมมือไปกุมมือสาวรุ่นพี่เพื่อขอบคุณ เธอดีใจที่อย่างน้อยการมาฝึกงานครั้งนี้ก็ได้เจอผู้ใหญ่ที่เมตตาเธอจากใจจริง“อื้ม มีอะไรก็คุยกับพี่ได้นะ ยังไง พี่ก็เป็นคนดูแลเราอยู่แล้ว”พิมอรตอบกลับด้วยความหวังดี สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็อยู่ที่เขมมิกาจะเลือก หากแม่สาวน้อยเลือกที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความเสี่ยง ตัวเธอก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้…เขมมิกากลับเข้าไปนั่งที่โต๊ะในช่วงบ่าย เธอสังเกตว่าธามไทกลับมาที่ห้องได้สักพักแล้ว และก็สั่งเอาไว้ว่าห้ามใครเข้าไปรบกวนเด็ดขาด แม้จะห่วงเขาที่ยังไม่ได้ทานอะไร แต่ก็ไม่อยากขัดคำสั่งชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งทำงานเงียบๆ อยู่หน้าห้องติ๊ดๆ ๆ ๆ เขมมิกาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองเบอร์แปลกที่โทร.เข้ามา ก่อนจะกดรับสายทันที“สวัสดีค่ะ เค้กพูดค่ะ” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานไพเราะ“สวัสดีครับคุณเค้ก ผมปริญนะ”ปลายสายตอบกลับมา และชื่อนั้นทำเอาเขมมิกาถึงกับนิ่งไปเช่นกัน เพราะคนในสายก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ธามไท