LOGIN“ฉันก็ไม่ได้หมายถึงรถเฟอรารี่ ฉันหมายถึงคุณเฟอนันเดสต่างหากล่ะ” ดาริกาเฉลยแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่มตามนิสัยคนทะลึ่งทะเล้นแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย “ว่ายังไงใช่หรือเปล่า” ดาริกายังคาดคั้นต่ออย่างอยากรู้
“กะ แกรู้ได้ไงว่าฉันฝันถึงคุณเฟอนันเดส”
“อ้าว นี่แกฝันแบบนั้นจริงหรือ ฉันแค่แซวแกเล่นเท่านั้น ไม่คิดว่าแกจะได้ขี่เฟอ...ในฝันจริงๆ”
“มันก็แค่ฝันฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย”
“จริงเหรอ แต่ฉันว่าแกคิดนะ ดูหน้าตาแกสิ หน้าแดงหูแดงเชียว แต่ช่างเถอะ ฉันว่าใครที่ได้เห็นคุณเฟอนันเดสแล้วจะไม่เก็บไปฝันก็แปลก คนอะไรหล่อราวกับเทพบุตรจุติลงมา”
“เว่อร์” พุดมาลัยว่าเบาๆ อย่างไม่จริงจัง ทั้งที่ในใจยังเต้นกระหน่ำกับความฝันเร่าร้อนที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น เธอฝันกลางวันแสกๆว่ากำลังได้ร่วมรักกับเขา โธ่ฝันไปได้เป็นตุเป็นตะ พุดมาลัยก่นด่าตัวเองในใจที่กลายเป็นสาวไวไฟไปได้ และบอกตัวเองเด็ดขาดว่าห้ามเก็บเฟอนันเดสมาฝันแบบนี้อีก แต่จะว่าไปเธอก็คิดอย่างเดียวกับดาริกา เฟอนันเดสคือเทพบุตรดีๆนี่เอง ใครไม่ฝันถึงก็บ้าแล้วแต่ก็ไม่ควรนำมาสร้างภาพนโนอุตริอย่างที่เธอทำไป มันไม่ถูกต้อง
ทว่าความคิดต่างๆก็ต้องหยุดกึกเมื่อสายตาของชาลิสาหัวหน้าแผนกที่ส่งสายตาขึงดุมาจากอีกฟากเลยทำให้ทั้งพุดมาลัยและดาริกายืนก้มหน้าสงบเสงี่ยม คณะของเฟอนันเดสกำลังผ่านหน้าประตูศูนย์การค้าเข้ามา โดยมีมิสเตอร์อิริคซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการสาขาประเทศไทยออกไปต้อนรับ
ใบหน้าหล่อเหลาของเฟอนันเดสเหยียดยิ้มออกเพียงเล็กน้อย ดวงตาสีบรั่นดีไม่บ่งบอกอารมณ์ทำให้ใครก็แล้วแต่ไม่สามารถอ่านใจเขาออก แม้จะเพ่งมองจากดวงตาก็ตาม เฟอนันเดสเดินทักทายพอเป็นพิธีกับเหล่าพนักงานที่ถูกต้อนให้มายืนต้อนรับตั้งแต่เช้า โดยทุกคนฉีกยิ้มและยกมือไหว้ตามที่หัวหน้างานกำกับไว้เป็นอย่างดี
“มาแล้วโบว์”
“ฉันเห็นแล้ว” พุดมาลัยกระซิบกลับ ใจเต้นตึกตัก โกรธเพื่อนที่ยังชวนคุย และยังแอบกระตุกมือเธอจนเป็นเหตุให้ผ้าเช็ดหน้าที่กำอยู่ในมือหล่นลงกับพื้น จังหวะเดียวกับร่างสูงองอาจเหล่อเหลาอย่างคนเอมริกันดินมาถึงพอดี พุดมาลัยจะก้มลงเก็บเลยต้องชะงัก เงยหน้าตกใจซีดเผือดขึ้นมอง เมื่อรองเท้าหนังมันปลาบหยุดอยู่ตรงผ้าเช็ดหน้าของเธอ
“ขอโทษค่ะ” พุดมาลัยบอกเสียงโหย แก้มนวลใสร้อนผ่าว เมื่อประสานสายตากับดวงตาสีบรั่นดีที่เธอเห็นในความฝันอันเร่าร้อนของตัวเองแต่ตอนนี้เขามายืนอยู่ตรงหน้า
พุดมาลัยกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอกลัวจะถูกเขาตำหนิ แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะพูดด้วย เฟอนันเดสเหลือบมองเพียงนิดราวกับเธอเป็นอากาศธาตุก่อนจะเดินผ่านไป
“ขอโทษด้วยครับที่ทำให้คุณไม่พอใจ” อิริครีบเข้าไปขอโทษ เขาเป็นกรรมการผู้จัดการที่ถูกเฟอนันเดสส่งมาให้กำกับดูแลงานที่นี่
“เธอเป็นใคร” เฟอนันเดสหยุดเดิน หันมาถามเสียงขรึม อิริครีบตอบอย่างลนลาน
“พนักงานในแผนกบัญชีการเงินครับ ผมจะไปเรียกหัวหน้างานเธอมาตำหนิให้ครับถ้าคุณเฟอนันเดสไม่พอใจ คุณกิตติดูแลสายการเงินอยู่ผมจะรีบเรียกคุณกิตติมาทันที” อิริคว่าแล้วกำลังจะหมุนตัวไปเล่นงานกิตติแต่ต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ไม่ต้อง เรื่องแค่นั้นอย่าทำให้ฉันเสียเวลาเลย ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ” เฟอนันเดสบอกเสียงเฉียบขาด ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เขามาเพื่อจับผิดคนโกง แค่เรื่องผู้หญิงคนนั้นทำผ้าเช็ดหน้าหล่นไม่อยู่ในความสนใจเขา
ฝ่ายอิริคจึงรีบรับคำ เข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากตรวจชมภายในศูนย์การค้ามากกว่าเรื่องพนักงานระดับล่างทำของหล่น “ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้ครับคุณเฟอนันเดส แผนกต่อไปที่ผมจะพาคุณไปชมคือแผนกเสื้อผ้าสตรีที่ทำกำไรให้กับศูนย์การค้าของเราเป็นอันดับหนึ่ง” อิริคเชื้อเชิญพร้อมกับผายมือบอก
เฟอนันเดสเดินตาม ส่วนด้านหลังมีบอดี้การ์ดกับคณะผู้บริหารระดับสูงทยอยเดินตามกันไป เมื่อคนสุดท้ายในคณะเดินพ้นไป ชาลิสาก็เก็บความร้อนใจไว้ไม่อยู่เพราะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดดี ปรี่เข้ามาหาพุดมาลัยด้วยท่าทางไม่พอใจทันที
“เธอทำอะไรของเธอฮึพุดมาลัย ทำของหล่นต่อหน้าท่านได้ยังไง ถ้าฉันถูกด่าขึ้นมาล่ะก็เธอโดนดีแน่” ชาลิสาโวยวาย รีบเดินมาต่อว่าพนักงานในสังกัดเป็นอย่างแรก เธอเห็นสายตาอิริคที่กวาดมองแล้วก็ขนลุก ตอนนี้อิริคไม่พูดอะไรก็จริงแต่หลังจากเสร็จงานไม่รู้เธอจะโดนอะไรหรือเปล่า ทั้งหมดเป็นเพราะพุดมาลัยคนเดียว ถ้าไล่เรียงแล้วคนที่จะโดนตำหนิคนแรกก็คือผู้จัดการแผนกซึ่งก็คือกิตติ ฝ่ายนั้นจะต้องไม่พอใจแน่ที่เธอไม่กำกับดูแลลูกน้องให้ดีจนทำเรื่องเสียหน้าต่อหน้าท่านประธาน
ชาลิสาเป็นหัวหน้าฝ่ายแคชเชียร์ที่ขึ้นตรงกับแผนกบัญชีและการเงินที่มีกิตติเป็นผู้จัดการดูแลอีกทีหนึ่ง
“โบว์ขอโทษค่ะพี่สา โบว์ตกใจเลยทำผ้าเช็ดหน้าหล่นจากมือ”
น้ำเสียงกับท่าทางนอบน้อมของพุดมาลัยเลยทำให้ชาลิสาคลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง ใบหน้าบิดเบ้เมื่อครู่คลายลงก่อนจะส่ายหน้าโบกมือไล่อย่างรำคาญเพราะพุดมาลัยไม่ได้โต้เถียง จึงไล่ให้รีบไปทำงานเมื่อพนักงานคนอื่นๆก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไปแล้ว
พุดมาลัยที่กำลังชื่นชมกับความสวยงามของทะเลอยู่เพิลนๆ ต้องหน้ามุ่ยอย่างเฉียบพลัน เมื่อได้ยินสาววัยรุ่นหน้าตาดีสองคนในชุดว่ายน้ำทูพีชสีสดเดินสวนไปหมาดๆ ส่งเสียงเข้าหูแว่วๆมาว่าจู่ก็อยากกินฝรั่งขึ้นมา แล้วกระซิบกระซาบเหร่สายตามาทางสามีของเธอที่คงจะรู้ตัวว่าเป็นที่เตะตาสาวๆ แต่ภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงดวงตาสีบรั่นดีไม่ได้มีสายตาอ่อนเชื่อมมองตามสาวรุ่นนั้นไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนคืนนี้แม่สองสาวคงได้กินฝรั่งจนอิ่มสมใจ แต่เวลานี้เสือผู้หญิงที่เคยหยิ่งทรนงคงต้องบอกสาวๆพวกนั้นไปตามตรงว่าเสียใจด้วยจริงๆ เพราะเขาเชื่อว่าการมีเมียเดียวลดปัญหาในครอบครัวได้มากเจเดย์จะต้องโตขึ้นมาในสภาพที่มีพร้อมทั้งพ่อและแม่ ผู้หญิงสวยเขาจะหาเมื่อไหร่ก็ได้แต่แม่ที่ดีของลูกไม่ได้หาง่ายๆ ใช่แต่เขาคนเดียวที่คิดแบบนี้สายตาเฟอนันเดสมองพ่อลูกดกที่กำลังเดินมาคาเตอร์กับดาริกามีลูกสาววัยไล่เลี่ยกับเจเดย์เล็กน้อยซึ่งดาริกาจูงมือยู่ส่วนลูกชายฝาแฝดวัยขวบกว่าอีกสองคนนั้นคาเตอร์อุ้มไว้อยู่ในอ้อมกอดซ้ายและขวา ส่วนอีกคนในท้องของดาริกาคาเตอร์มันบอกเขาว่าเดือนหน้าจะรู้ผลอัลตร้าซาวน์ ลูกของพวกเขาสนิทกันแล้วชอบเล่นด้วยกันทุกเสาร์อาทิตย์ชีวิ
“ที่รักสุดยอดมาก”พุดมาลัยค่อยเคลื่อนตัวลงกดทับความอลังกาลเอาไว้อย่างยากลำบากแต่ในที่สุดเธอก็เป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้แล้วเป็นคนคุมเกมครั้งนี้ ร่างกายแข็งแกรงดันตัวขึ้นมาเพื่อพบกับเอวพลิ้วไหวที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาหาแล้วเกิดปะทะกันกลางอากาศก็เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเนื้อกระทบกับเนื้อ เขาไม่รู้หรอกว่าลูกคนต่อไปจะหน้าเหมือนเธอหรือหน้าเหมือนเขาขอให้เกิดจากความรักของเขาและเธอก็พอแล้ว เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะมีลูกสักสี่คนคงกำลังดีอยากได้หญิงสองชายสองแต่ไม่รู้ว่าพุดมาลัยจะยอมหรือเปล่า“ไม่คิดเลยนะว่าโบว์จะขับเก่งแบบนี้ รู้แบบนี้ให้ขับมานานแล้ว” เขาไม่วายหยอกเมียจนคนที่ขยับตัวขึ้นลงบนตัวเขาหน้าแดงแล้วตีแขนดังเพลียะเมื่อเห็นว่าหน้าผากแล้วตามลำตัวของพุดมาลัยมีเหงื่อเคลือบไว้ เส้นผมยาวที่สยายทั่วแผ่นหลังดูเซ็กซี่ปลายผมคลุกเคล้ากับเหงื่อ เพราะผู้ชายมีความอดทนอย่างเขาไม่ยอมจะให้ความใกล้ชิดแนบสนิทจบลงง่ายๆ เขาจึงจับเธอพลิกลงมาบ้าง แล้วจัดท่าทางให้เธอนอนคว่ำหน้า“คุณขับจนเหนื่อยขอผมขับบ้างนะโบว์”มือแกร่งจับเอวกลมกลึงไว้จากทางด้านหลังความแข็งร้อนสัมผัสเสียดสีกับความเย็นเฉียบของสะโพกกลมมนแล้วโจนจ้วง
หลังจากพ่อลูกอ่อนหล่อล่ำที่ความหล่อยังไม่ลดลงไปไหนเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าชีวิตจะวิ่งผ่านความตายมาไม่นานแต่เวลานี้เป็นช่วงที่หัวใจเขามีความสุขกระปรี้กระเป่ามากที่สุดในทุกช่วงชีวิต เมียและลูกรวมมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นการที่เขาเป็นซีอีโอผู้คร่ำหวอดบงการคนได้นับพันนับหมื่นภายใต้องค์กรสร้างความภูมิใจให้กับเขาแต่คนที่สร้างรอยยิ้มในหัวใจและบนใบหน้ามีเพียงครอบครัวเท่านั้นแต่เมื่อเดินกลับมาที่เตียงคิงซไซด์สุดหรูที่เขาสั่งนำเข้าจากอิตาลีร่างที่เขาโหยหาอยากจะกอดบ้างเพราะไม่ค่อยมีเวลากว่าบางครั้งกว่าเจ้าแสบเล็กจะหลับก็กินเวลาดึกดื่นทำให้เขาไม่กล้าจะสะกิดกวนพุดมาลัยดึกนัก แต่คืนนี้เจย์เดนเป็นใจให้พ่อพอกินนมแม่อิ่มเต็มที่พุงกลางแล้วก็หลับปุ๋ยดูเหมือนจะฝันดีด้วยเขาเห็นหนุ่มน้อยหลับไปยิ้มไป แต่พุดมาลัยเคยบอกเขาว่าเด็กกำลังเล่นกับแม่ซื้อ ซึ่งเธออธิบายว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลเด็กช่วงแรกเกิด“โบว์หายไปไหน” เฟอนันเดสกำลังจะเดินไปที่ประตูเพราะคิดว่าพุดมาลัยคงออกไปนอกห้องแต่เมื่อ ประตูห้องน้ำเปิดออก พอหันกลับมาเขาถึงกับตะลึงงันเลือดกายในตัวสูบฉีดจนเดือดพล่านนับตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นพุดมาลัยเดินออกมาใน
คนเห่อลูกนั่งมองภรรยาให้นมบุตรตาไม่กระพริบสีหน้าเหมือนอยากจะขอลองเข้าไปชิมบ้าง แล้วแอบวางแผนว่าาเจย์เดนหลับเมื่อไหร่เขาจะลองเจรจากับพุดมาลัยดูด้วยความสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวน้อยถึงได้ติดเข้าเต้าแม่นัก ตั้งแต่พุดมาลัยคลอดเจย์เดน หุ่นอวบอัดในช่วงใกล้คลอดหายไปอย่างหน้าใจหายเธอดูผอมกว่าเดิมเสียอีก เพราะลูกน้อยนั้นกินเก่งมากและติดมือเป็นที่สุด พุดมาลัยจึงต้องให้เวลาทั้งวันทั้งคืนกับลูกชายที่รักเพียงคนเดียว ทำเอาพ่ออย่างเขาได้แต่มองตาปริบๆ เพราะไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับสองเต้าที่ผู้เป็นลูกชายหวงแหนและห่างอกแม่ไม่ได้“เจย์เดน นี่น่ารักน่าชังเหลือเกินนะผมไม่คิดว่าผมจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้”พุดมาลัยที่กำลังอมยิ้มขณะมองเจย์เดนหลับปุ๋ย และเครื่องหมายแสดงว่าเจ้าตัวเล็กอิ่มเต็มที่คือคราบนมที่ไหลย้อยออกมาข้างแก้ม“คนบ้า พูดออกมาได้ ที่น่ารักขนาดนี้เพราะได้แม่หรอก”เฟอนันเดสยิ้มกว้าง “ใครๆ เขาเห็นหน้าลูกเรา เขาก็บอกว่าหน้าเหมือนพ่อกันทุกคนนั่นแหละ แต่ไม่ต้องเสียใจนะโบว์คนนี้หน้าเหมือนผม แต่คนต่อไปผมจะทำให้หน้าเหมือนคุณให้ได้” เฟอนันเดสพยักหน้าสายตาเชิญชวนเมียแล้วก้มมองที่ดวงใจน้อยๆที่หลับปุ๋ยไปแล้ว“คืนนี้
“ดา แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันโทรกลับ”“เดี๋ยวก่อนสิโบว์ ฉันยังพูดไม่จบเลย โบว์ เดี๋ยว...” ดาริการ้องเรียกแล้วก็ได้ยินเสียงแต่เสียงสัญญาณโทรศัพท์ โทรกลับไปอีกครั้งพุดมาลัยก็ยังไม่รับสายจนดาริกาอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมรีบร้อนวางสายไปฟากพุดมาลัยเห็นว่าเป็นกิตติที่เดินลงมาก็รีบเดินไปต้อนรับ“อ้าว! คุณกิตติ มาหาโบว์ถึงที่บ้านมีอะไรเหรอคะ เข้ามาในบ้านก่อนสิคะ” พุดมาลัยเชื้อเชิญรีบเดินไปเปิดรั้วด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่เคยคิดระแวดระวังในตัวกิตติมาก่อน แต่แล้วหางตาของพุดมาลัยก็เห็นเฟอรารี่สีแดงควบขับราวกับว่าหนีใครมาหรือตามใครมาถึงแม้เจ้าของรถคันนี้จะใจร้อนแต่เขาก็มักจะเคารพในกติกามารยาทไม่ทำตัวให้เป็นที่เดือดร้อนของใคร“รีบเปิดประตูให้ผมหน่อยโบว์ ผมรู้จากเจ้านายว่าคุณกำลังท้องเลยเอาของขวัญมาเยี่ยม” กิตติรีบบอก พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด“หา! นี่เขาไปบอกคนที่แผนกแล้วเหรอคะว่าโบว์ท้อง”“อย่านะโบว์ วิ่งหนีไปอย่าเปิดประตูให้มัน”พุดมาลัยช้าไปเมื่อเฟอนันเดสจอดรถแล้วตะโกนมาให้เธอหนีไป ก็สายเกินไปแล้วเพราะกิตติเปิดประตูรั้วเข้ามาได้แล้วดึงปืนที่ซ่อนอยู่จ่อหัวพุดมาลัยทันที“ปล่อย
เฟอนันเดสหัวเราะก่อนจะยิ้มร้าย “ฉีกไปเลยครับเชิญ ผมมีมากกว่านี้เป็นสิบชุด ทั้งรูปถ่ายและเอกสารที่พร้อมจะลากคอคุณและผู้สมรู้ร่วมคิดเข้าคุก”เขาให้เงินเดือนคนพวกนี้แพงเพราะต้องการเลี้ยงพนักงานในองค์กรให้มีความเป็นอยู่อย่างดี เพื่อทุกคนจะได้ตั้งใจทำงานแต่กิตติและชาลิสากับใช้อำนาจในทางมิชอบเพราะฉะนั้นเขาจะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูกิตติระวังตัวมาตลอดเขาทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังแต่ไม่คิดว่าจะถูกจับตามองอยู่เงียบๆ โดยที่เฟอนันเดสไม่เคยกระโตกกระตากว่ารู้ตัวคนผิดที่แท้จริง“หลักฐานแค่นี้จะพอหรือครับ ใครครับใครที่ยุยงให้เจ้านายเข้าใจผมผิด ผมยอมรับเรื่องระหว่างผมกับชาลิสา แต่เรื่องยักยอกทรัพย์ผมไม่เกี่ยวนะครับ เงินในบัญชีที่เข้ามาอย่างผิดปกติเป็นเพราะว่าผมลงทุนทำร้านอินเทอร์เน็ตกับเพื่อนในย่านนักศึกษา”กิตติอธิบายอย่างใจเย็น พลางนึกโมโหไม่รู้ว่าชาลิสาบอกอะไรไปบ้างแล้วเฟอนันเดสยิ้มเย็น “นายเอาเงินที่ได้จากการขโมยสุราต่างประเทศออกไปขาย แล้วเอาไปเปิดร้านอินเทอร์เน็ตแบบนั้นเขาเรียกว่าฟอกเงินไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าหลักฐานแค่นี้ยังไม่สบายใจพอที่จะหลับฝันดีฉันมีอีกหลักฐาน”ไม่ทันขาดคำคาเตอร์ก็เปิดประตูเข้าม
“เปล่าค่ะ ใครจะกล้าคิดกับหมอวินแบบนั้นล่ะคะ”เขมมิกาตอบพร้อมกับยิ้มร่าเริงออกไป เพราะค่อนข้างชินที่ถูกหนุ่มน้อยใหญ่มองด้วยสายตาแบบนี้ แต่เธอก็ไม่เคยนึกหลงตัวเอง แม้จะรู้ว่าสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก็คือข้อได้เปรียบเรื่องรูปร่างหน้าตา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่เคยเขินอายเวลาถูกผู้ชายจับจ้องเช่น
“แน่ใจนะว่าอยากฝึกงานเป็นเลขาฯ ศัลยแพทย์ท่านนี้จริงๆ” เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอินทารามเอ่ยถามนักศึกษาสาวปีสี่ ที่ตอนนี้สวมชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย เจ้าตัวยิ้ม พยักหน้าด้วยความมั่นใจ“แน่ใจค่ะ หนูอยากทำงานที่นี่” น้ำเสียงตอบกลับด้วยท่าทีกระตือรือร้น แววตาแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความต
“ก็…เค้กไม่ได้มีเพื่อนหรือพี่อะไรมากมาย พี่ปริญก็คือพี่คนหนึ่งของเค้กนะคะ” หญิงสาวตอบแบบกล้าๆ กลัวๆ ที่อยากเชิญปริญมาส่วนหนึ่งก็เพราะฝ่ายนั้นเป็นคนที่หวังดีกับเธอมาโดยตลอด“แล้วมันคิดกับเค้กแบบพี่น้องเหมือนที่เค้กคิดกับมันหรือเปล่าล่ะ”คุณหมอหนุ่มเอ่ยถ
หญิงสาวรู้สึกราวกับได้หลุดลอยไปบนท้องฟ้า ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จัก ตอนนี้ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมใครต่อใครถึงติดใจและชอบมันนัก เขมมิกาหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที เมื่อหมอหนุ่มยืนหยัดกายขึ้นและมองสบดวงตากลมโตด้วยแววปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง“เธอเซ็กซี่มากรู้ไหม” พูดพลางจ้องตาหญิงสาวด้วยสาย







