เข้าสู่ระบบการประชุมผ่านไปได้ด้วยดี เลขาฯ คนใหม่ของเขาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เธอจดรายละเอียดการประชุมส่งให้หมอหนุ่มทันทีหลังจากเสร็จการประชุมเมื่อตอนสิบเอ็ดโมง และแม้ว่าธามไทจะชื่นชมเด็กสาวอยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะเก็บเงียบเอาไว้ เนื่องจากไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับเขมมิกาให้มากจนเกินไป
ก๊อกๆ
คุณหมอหนุ่มมองไปที่ห้องพร้อมกับถอนหายใจหนักๆ ออกมา แทบไม่อยากจำแล้วว่าวันนี้เขมมิกาเคาะห้องเขากี่ครั้งแล้วกันแน่ จึงตะโกนออกไปด้วยความหัวเสีย
“เข้ามา!”
“หมอไม่ไปทานข้าวเหรอคะ นี่ก็เที่ยงแล้วนะคะ”
เขมมิกาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง ตอนแรก พิมอรเดินมาชวนเธอไปกินข้าวด้วยกัน แต่เธอเห็นว่าหมอธามไทยังไม่ออกไปไหนจึงไม่กล้าไปกินข้าวก่อนเขา
“นี่เธอเป็นเลขาฯ นะ ไม่ใช่แม่ที่จะตามฉันไปกินข้าว” ธามไทพูดอย่างอารมณ์เสีย เขาเกลียดผู้หญิงจู้จี้จุกจิกเป็นที่สุด น่ารำคาญ
“แต่เค้กเห็นหมอไม่ทานข้าวกลางวันมาสองวันแล้วนะคะ เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอา” สาวน้อยทำเป็นไม่ได้ยินคำประชดประชันของชายหนุ่ม เพราะที่เธอเลือกเข้ามาในห้องนี้เพราะเป็นห่วงเขา
“มันเรื่องของฉัน ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะรำคาญเธอมากกว่านี้” เขาพูดโดยไม่มองหน้าเลขาฯ สาว สายตาจับจ้องอยู่แต่กับกองรายงานการประชุมเมื่อครู่นี้
“หมอเป็นหมอนะคะ น่าจะรู้เรื่องมากกว่าเค้ก เป็นโรคกระเพาะที นานนะคะกว่าจะหาย”
“เค้ก!”
เป็นครั้งแรกที่ธามไทเรียกชื่อของเขมมิกาออกมา เขาต้องการเรียกเธอเพื่อเตือนสติ เพราะตอนนี้ เจ้าหล่อนกำลังทำให้เขารำคาญอย่างถึงที่สุด
“ขอโทษค่ะ” คนตัวเล็กก้มหน้าทันทีที่โดนดุ ในเมื่อเขาไม่เชื่อในความหวังดีของเธอก็จนปัญญาจะไปบังคับ ปล่อยให้เป็นโรคกระเพาะไปเสียให้เข็ด
“ทำอะไรอยู่คะธาม”
ไม่ทันที่เลขาฯ ฝึกงานจะได้ออกจากห้องชายหนุ่มไป จู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเปิดประตูห้อง ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
เขมมิกาจ้องมองหญิงสาวร่างสูงโปร่ง อยู่ในสุดเดรสรัดรูปสีครีมเข้ากับผิวขาวอมชมพู ก็อดชื่นชมในความสวยและเด่นของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ แม้เธอจะคะแนนติดลบเรื่องมารยาทก็ตามที
“ศศิ”
จบคำนั้น ธามไทก็นิ่งไปทันที และหากเขมมิกาไม่ได้ตาฝาดไป เธอแอบเห็นว่าชายหนุ่มลอบถอนหายใจหลังเห็นว่าผู้หญิงที่มาใหม่เป็นคนชื่อศศิ
“ไงคะ ทำอะไรอยู่เหรอ”
ศศิไม่พูดเปล่า แต่กลับเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงกันข้ามของหมอหนุ่มอย่างสนิทสนม เขมมิกามองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเสียมารยาทกับหมอธามไทแบบนี้
“ทำงานสิ คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ”
คุณหมอหนุ่มเองก็ไม่ชอบพฤติกรรมของศศิเท่าไรนัก แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง อีกฝ่ายคงคิดว่าเขากับเธอสนิทกันเสียจนไม่ต้องเกรงใจอะไร
“แล้วไม่ไปทานข้าวเหรอคะ” ศศิเอ่ยถามขึ้นก่อนที่จะคิดขึ้นได้ว่า ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่ตนเองกับธามไทอยู่กันสองคนเท่านั้น จึงรีบหันไปมองนักศึกษาสาวที่ยืนนิ่งอยู่ทันที
“ศิลืมไปว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ว่าแต่เด็กนี่ใครเหรอคะ?” ศศิมองเขมมิกาหัวจดเท้า สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดา และด้วยรูปร่าง และหน้าตาที่จัดว่าดีมากทำให้อดกังวลไม่ได้
“อ้อ นั่นเค้ก เด็กฝึกงานของผมเอง” ธามไทตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ฮะ? คุณมีเด็กฝึกงานด้วยเหรอคะ ตำแหน่งอะไร?” ศศิถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“เลขาฯ” ธามไทตอบแต่เพียงสั้นๆ เท่านั้น เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องรายงานหรือขออนุญาตใครทั้งนั้น และเรื่องการจะมีเลขาฯ มันก็เรื่องส่วนตัวของเขา
“เอ่อ เค้กขอตัวก่อนนะคะ” เขมมิการู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก แม้จะอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อศศิเป็นใคร แต่เธอก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ควรเอาตัวเองมาอยู่ในห้องนี้
“เดี๋ยว ฉันยังสั่งงานเธอไม่เสร็จ จะออกไปไหน รอก่อน”
ธามไทรีบร้องห้ามทันที ความจริงไม่ได้มีงานจะคุยอะไรกับเขมมิกา ซ้ำก่อนหน้านี้ยังอยากให้เธอออกไปไวๆ แต่เวลานี้เขาต้องการให้แม่สาวน้อยเป็นตัวช่วยกันศศิออกจากเขาแทน
“ค่ะ คุณหมอ” เขมมิกายอมอยู่ต่ออย่างว่าง่าย แม้จะยังไม่รู้ว่าหมอหนุ่มจะใช้อะไรเธอก็ตาม
“คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าศศิ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงนิ่ง อยากรีบคุยกับศศิให้จบ เพราะยิ่งเธออยู่นาน เขาเองก็ยิ่งอึดอัด
“เห็นเมื่อคืน พ่อบอกว่าไปทานข้าวกับคุณมา ศิก็เลยคิดว่าอยากจะมาคุยกับคุณเรื่องนั้น คืนนี้ คุณว่างไหมคะ ศิอยากไปดินเนอร์ด้วย”
ศศิพูดออกมาตรงๆ เพราะความที่เป็นสาวสมัยใหม่ หมดยุคที่จะรอให้ผู้ชายเข้าหา และยิ่งเป็นผู้ชายเข้าถึงยากอย่างธามไทด้วยแล้วก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้ใจเขา
“ผมก็อยากไปอยู่หรอกนะ แต่พอดีว่าเย็นนี้ ผมมีนัดแล้ว” หมอหนุ่มตอบแทบจะทันที คำว่า ‘เรื่องนั้น’ ที่ศศิพูดมา เขารู้ดีว่าคือเรื่องไหน และแน่นอนว่า เขาจะไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนั้น
“นัดกับใครคะ” ศศิพูดด้วยน้ำเสียงเจือความไม่พอใจ เพราะโดยปกติ ธามไทไม่ค่อยมีใครนัดคุยงานกันตอนดึกๆ นอกเสียจากว่าจะนัดผู้หญิงคนอื่น
“จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวด้วย” ธามไทพูดอย่างใจคิด ใช่ว่าเขาไม่เคยคบหาใคร แต่มักไม่ชอบให้คนในที่ทำงานหรือคนใกล้ตัวรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เนื่องด้วยว่าตนเองไม่ได้คิดจริงจังกับใครทั้งนั้น“แล้วแบบนี้ มันต่างจากการเป็นของเล่นของหมอตรงไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใจคิด เพราะเธอไม่ได้อยากเป็นของใคร แม้จะรักคนคนนั้นมากก็ตาม“ต่างตรงที่ว่า เธอเองก็เต็มใจและเข้าใจฉันไงล่ะเค้ก เธอก็รู้ว่าฉันยังไม่สามารถจริงจังกับใครได้ แต่ที่ฉันมีให้เธอแน่ๆ คือความจริงใจ และฉันก็มั่นใจว่าสามารถให้ความสุขเธอได้ ขอเพียงแค่เธอทำตามข้อตกลงของเรา”ธามไทพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้เขมมิกาใจอ่อน ยอมรับว่าตนเองก็เห็นแก่ตัวไม่น้อย เขาไม่สามารถให้ความจริงจังกับหญิงสาวได้ในตอนนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้เธอยอมรับข้อตกลงนี้“ไม่ค่ะ เค้กไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์เพียงชั่วคราวกับใคร” เขมมิกาตอบปฏิเสธทันที แม้ว่าลึกๆ จะเจ็บที่ธามไทมองเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็ไม่สามา
หลังจากที่ธามไทขอเวลาตั้งสติเพียงครู่หนึ่ง เขมมิกาก็แต่งเนื้อแต่งตัวจนกลับมาอยู่ในสภาพมีเสื้อผ้าครบเหมือนเดิม หญิงสาวมองไปยังร่างสูงอย่างพิจารณา แม้เธอจะเด็กกว่าเขาอยู่มาก แต่ก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ว่าเรื่องที่ ‘เกือบ’ จะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คืออะไร แต่ที่ยังสงสัยอยู่คือเพราะอะไรหมอธามไทถึงทำเช่นนั้นกับเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ผลักไสให้ไปกับผู้ชายคนอื่น“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อกี้” ธามไทหันมาประจันหน้ากับหญิงสาว พร้อมนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหารตรงข้ามกับเธอ“ค่ะ เค้กรู้ว่าหมอไม่ได้ตั้งใจ” เขมมิกาตอบพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวชายหนุ่ม แต่ที่แน่ๆ หากธามไทปกติดี แม้แต่แตะต้องเนื้อตัวเธอแค่ปลายเล็บ เขาคงเลือกที่จะไม่ทำ“ฉันตั้งใจ และก็คิดดีแล้วที่จะทำแบบนั้นกับเธอ แต่ที่ฉันขอโทษก็เพราะว่า…ฉันรุนแรงกับเธอมากไปหน่อย” ธามไทพูดอย่างใจคิด และไม่เสียใจเลยที่กระทำแบบนั้นกับแม่กวางน้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่ใจเขาต้องการ แต่นึกโกรธตัวเองที่รุนแรงกับเธอมากไปจนอาจทำให้เขมมิกากลัว
“ถ้าหึง ทีหลังก็อย่านัดผู้หญิงให้ฉันอีก เพราะฉันไม่ชอบ และไม่อยากอยู่กับใคร…นอกจากเธอ” หมอหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กจนเธอต้องถอยหลังจนชิดกำแพง“หมอธามหมายความว่าไงคะ”เขมมิกาเอ่ยถามด้วยแววตาสั่นระริก ยิ่งเขาเดินเข้ามาประชิดตัวเธอยิ่งหวาดหวั่นจนทำอะไรไม่ถูก“ก็หมายความอย่างที่พูด ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ หรือเธออยากได้การกระทำมากกว่า”ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขมมิกาเองได้เห็นแววตาที่เหมือนเสื้อร้ายจ้องตะครุบเหยื่อของเขา“อื้อ…”ไม่ปล่อยให้สาวเจ้าได้คิดนาน หมอหนุ่มประกบริมฝีปากเธอตามที่ใจโหยหาทันที เขาไม่อาจห้ามความห้องการในส่วนลึกของร่างกายได้อีกต่อไป…จูบแสนหวานที่เคยได้ลิ้มลองในครั้งนั้น ธามไทยอมรับว่ารู้สึกติดใจและอยากจะตักตวงความหวานจากแม่กวางสาวมากขึ้นเรื่อยๆ!ธามไทใช้ประสบการณ์ที่มีล่อลวงคนตัวเล็กให้เผลอจูบตอบ ไม่นานก็สามารถสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธอได้ แล้วไล่ต้อนเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเพื่อหยอกเอินกับเธ
“งั้นศิไม่อ้อมค้อมละกันนะคะ เมื่อไหร่คุณจะคิดเรื่องแต่งงานของเราคะ พ่อมาถามศิทุกวันเลย” เป็นอีกครั้งที่ศศิเลือกจะอ้างสุนทร ความจริงท่านไม่ได้มาถามกดดันเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่อยากให้พ่อไปกดดันธามไทให้มาขอเธอแต่งงานเสียที“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะแต่งงานกับคุณ” ธามไทพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เดาไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องที่ศศิอยากคุยกับเขาคงหนีไม่พ้นเรื่องจับแต่งงาน“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ คุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ถูกวางให้แต่งงานกันมานานแล้ว ศิเองก็ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเพราะให้เกียรติคุณ แม้ว่าคุณจะทำกับศิแบบตรงกันข้ามก็ตาม”ที่ผ่านมา ศศิรู้มาตลอดว่าธามไทมักจะมีผู้หญิงเข้ามาวอแวมากมาย มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มยังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แม้จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะไม่จริงจังกับใคร แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะรับได้ที่เห็นผู้ชายที่ตนเองชอบไปกับผู้หญิงคนอื่น“ใช่ ทุกคนบอกว่าเราควรแต่งงานกัน แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น และผมก็อยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เหมือนกัน” พูดพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเค้กขออนุญาตดูตารางงานคุณหมอสักครู่นะคะ”เขมมิกาตัดสินใจหาตารางว่างในวันพรุ่งนี้ให้ศศิ เพราะบางที ผู้ใหญ่อาจมีเรื่องสำคัญต้องคุยกันก็เป็นได้“พรุ่งนี้ หมอธามมีผ่าตัดคนไข้แต่เช้าเลยค่ะ น่าจะเสร็จประมาณห้าโมงเย็น เค้กว่าคุณศศินัดคุณหมอวันอื่นดีไหมคะ” คนเป็นเลขาฯ ถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ เนื่องจากพรุ่งนี้ ธามไทน่าจะยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลากินข้าวหรือเจอใคร ดังนั้น ศศิควรมาพบวันอื่นแทน“ไม่เป็นไร ฉันจะมาเจอธามหลังห้าโมงละกัน ขอบใจจ้ะ”ว่าแล้ว ศศิก็วางสายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนเขมมิกางุนงงและสับสนว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่“เอาวะ ไว้พรุ่งนี้มีโอกาสก็ค่อยบอกหมอธามละกัน”หญิงสาวปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอจึงล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าเขมมิกาได้แต่มองนาฬิกา วันนี้ตลอดทั้งวัน หมอธามไทอยู่ที่ห้องผ่าตัด ตอนมาถึง เธอยังไม่ทันได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ และนี่ก็ใกล้เวลาที่ศศิจะมาเต็มทีแล้ว ทว่ายังไม่ไ
“แต่เค้กต้องฝึกงานที่นี่อีกเดือนกว่า พี่ปริญรอได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างลองใจ เพราะหากธามไทไม่รับเธอเข้าทำงานจริงๆ ก็ต้องดิ้นรนหางานอยู่ดี“สำหรับเค้ก ให้รอนานแค่ไหนพี่ก็รอครับ”ปริญยิ้มรับ รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้สำหรับพิเศษยิ่งกว่ามื้อไหนๆ แค่เพียงเขมมิกายอมให้เขาได้ทำความรู้จัก แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ชายหนุ่มเองก็มีความสุขกับมัน และมีความหวังกับความรักครั้งนี้อีกครั้งธามไทกลับคอนโดฯ ด้วยความรู้สึกสับสนในตนเอง อารมณ์เขาพลุ่งพล่านเสียจนยากจะควบคุม ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงแต่เขมมิกาทั้งที่ไล่เธอให้ไปกับผู้ชายคนอื่น แต่กลับเป็นตัวเขาเสียเองที่กำลังกระวนกระวายใจอย่างไม่มีสาเหตุ หมอหนุ่มเริ่มตกผลึกความคิดได้ว่า ตอนนี้ เขากำลังคิดกับเขมมิกามากกว่าเด็กฝึกงานทั่วไปได้คำตอบเช่นนั้นก็กดโทรศัพท์โทร.หาเพื่อนรักทันที แม้จะรู้ดีว่าต้องถูกมันเยาะเย้ยแค่ไหน แต่เขาก็ทนความอึดอัดไม่ได้อีกต่อไป“ไอ้ว่าน กูมีเรื่องจะคุยด้วย”“เรื่องน้องเค้กสินะ ฮ่าๆ กูบอกมึงแล้ว”







