Se connecter
ช่อเพชร พิรุณรักษ์ เด็กสาววัยสิบแปดปีค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาคุณยายที่นั่งสนทนาปราศรัยอยู่กับแขกประจำคนสำคัญ
คุณกนกกานต์ วิรุณรัศมี หญิงสูงวัยอายุห้าสิบแปดปี และลูกชาย
คนเดียวของท่าน ภาม วิรุณรัศมี อาจารย์หนุ่มคณะเกษตรศาสตร์ สาขา
พฤกษศาสตร์ วัยสามสิบห้าปี เธอนั่งฟังคนทั้งคู่คุยกันเงียบๆ
คุณกนกกานต์นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในละแวกบ้านสวนของคุณยายช่อลดา ซึ่งเป็นคุณยายวัยเจ็ดสิบปีของช่อเพชร หลานกำพร้าที่ท่านอุปการะเลี้ยงดูเอาไว้ ดังนั้นทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณกนกกานต์ก็จะชวนลูกชายเดินทางแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนคุณยายช่อลดาเป็นประจำ ทั้งสองคุยกันถูกคอ ชอบ
ไปวัดไปวาทำบุญสุนทานเหมือนกัน จึงคบหากันมานาน เพราะชอบทำอะไรเหมือนๆ กัน
“หนูช่อนี่ยิ่งโตยิ่งสวย ยิ่งน่ารัก กิริยามารยาทเรียบร้อยเหลือเกินนะคะ น้าลดา” คุณกนกกานต์เอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ในขณะที่ช่อเพชรนั่ง
พับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นใกล้ๆ คุณยาย
ช่อเพชรก้มหน้านิ่ง ใจก็คิดว่าสองแม่ลูกนี้มาทีไร เธอต้องออกมาต้อนรับขับสู้ นั่งพับเพียบจนเหน็บกินเสียทุกคราไป
“น้าอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำกับข้าวกับปลา ไม่เที่ยวเตร่เหลวไหล เด็กสมัยนี้แย่จริงๆ เลยนะคะ
ไม่เรียบร้อยเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย”
“แค่กๆๆ” ช่อเพชรสำลักน้ำที่ยกขึ้นมาดื่ม เรียกว่าแทบพ่นน้ำ
ออกจากปาก“ตายแล้วแม่ช่อ เสียมารยาทจริงๆ เชียว” คุณยายช่อลดาดุเสียงเขียว ช่อเพชรรีบเอ่ยขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“ช่างเถอะค่ะ อย่าไปดุแกเลย มานั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันคงเบื่อน่าดู หนูช่ออยากไปเที่ยวเล่นในสวนก็ไปเถอะจ้ะ เห็นคุณยายบอกว่าเราชอบปลูกผัก
ขลุกตัวอยู่ในสวน”
“ได้เหรอคะคุณป้า” ช่อเพชรมองคุณกนกกานต์ด้วยดวงตาเป็นประกาย
อย่างมีความหวัง เพราะตอนนี้เหน็บเริ่มกินขาเธอแล้ว ท่าทางดีอกดีใจจนออกนอกหน้านอกตาทำให้คุณยายช่อลดากระแอมกระไอเสียงดัง
ช่อเพชรคอหดลงทันที ภามแทบหลุดขำ เพราะเขาแอบมองเด็กสาวอยู่ไม่วางตา เด็กสาวแก่นทโมนน่าดู แต่ต่อหน้าคุณยายช่อลดาคงไม่กล้าเฮี้ยวเพราะกลัวโดนดุ เนื่องจากคุณยายเป็นคนเข้มงวด เจ้าระเบียบ เขาพามารดามาเยี่ยมเพื่อนต่างวัยของท่าน จึงรู้จักสนิทสนมกับคนบ้านนี้เป็นอย่างดี เรียกว่ารู้จักกับช่อเพชรแต่เด็ก ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อต่างประเทศเสียอีก
“จะไปไหนก็ไปเถอะ” คุณยายช่อลดาค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ช่อเพชรทำท่าจะกระโดดโลดเต้นดีใจลงจากเรือน แต่ต้องชะงัก เมื่อหันไปเห็นตาดุๆ ของคุณยาย เลยค่อยๆ คลานเข่าต้วมเตี้ยมลงจากเรือนอย่างสุภาพเรียบร้อยแทน
“เป็นไทแล้ว!” ช่อเพชรบอกตัวเองในใจ ทำท่าดีใจเกินเหตุ ก่อนจะวิ่งไปในสวนหลังบ้านอย่างมีความสุข มะม่วงน้ำดอกไม้ผลดกเต็มต้น กำลังห่ามได้ที่ แบบนี้เปรี้ยวจี๊ดสะใจ กินกับน้ำปลาหวาน แค่คิดก็น้ำลายสอ
เด็กสาวรูปร่างปราดเปรียว แต่มีสัดส่วนยวนตา ถักเปียสองข้าง ใส่กางเกงขายาวตัวหลวม เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ ภายนอกนั้นเห็นว่าเธอผอมบาง แต่ซ่อนรูปมิใช่น้อย คุณยายชอบให้นุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อลายดอกสวยๆ ท่านบอกว่าน่ารัก สดใส สมวัย!
สมวัย! เดี๋ยวก่อนนะ คุณยายของเธอหมายถึงวัยไหนกันล่ะ! ใส่เสื้อลายดอกแบบนั้น เธอก็เห็นมีแต่วัยคุณยายนั่นแหละ
เธอต้องทำดีเกือบตายกว่าจะกลับไปใส่กางเกงและเสื้อที่ตัวเองชอบ คุณยายชอบซื้อเสื้อผ้าผู้หญิง ไม่ก็ถักเสื้อสวยๆ ให้ใส่ แต่เธอไม่ค่อยชอบใส่
นักหรอก มันไม่ทะมัดทะแมง ปีนป่ายต้นไม้ก็ไม่ได้
เรื่องปีนป่ายต้นไม้ก็เหมือนกัน ถ้าคุณยายเห็นเข้ามีหวังโดนตีก้นลาย
ช่อเพชรถลกแขนเสื้อขึ้น ขณะเงยหน้ามองมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีผลดกเต็มต้น เธอเปรี้ยวปาก น้ำลายสอ เก็บมะม่วงเสร็จ คิดว่าจะไปออดอ้อนป้าแมวให้ช่วยทำน้ำปลาหวานแซบๆ ให้กินเสียหน่อย
เด็กสาวค่อยๆ ถอดกางเกงชั้นนอกออก เพราะกางเกงขายาวแบบนี้
มันไม่ค่อยสะดวกในการปีนป่ายต้นไม้สักเท่าใดนัก ด้านในเธอสวมกางเกง
ขาสั้นเอาไว้อีกตัวหนึ่ง
ลอกคราบเสร็จสรรพก็จัดการปีนป่ายขึ้นไปอย่างชำนิชำนาญ เธอเก็บผลมะม่วงแล้วโยนลงมาที่โคนต้นอย่างมีความสุข ฮัมเพลงเบาๆ อย่าง
อารมณ์ดี บางทีคุณกนกกานต์กับภามมาก็ดีเหมือนกันนะ เพราะคุณยายจะได้มีคนคุยด้วย ไม่ต้องมานั่งเข้มงวดกวดขันให้เธอร้อยมาลัยถวายพระ นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือทำอาหาร แม้เธอจะทำมาตั้งแต่เด็กจนชำนาญ แต่ก็อยากมีเวลาซุกซนบ้างตามประสา
“พ่อภามจะไปเดินเล่นในสวนของยายก็ไปเถอะจ้ะ นั่งฟังคนแก่คุยกันเดี๋ยวเบื่อแย่” คุณยายช่อลดาหันไปพูดกับอาจารย์หนุ่ม เขายิ้มบางๆ แต่เมื่อมารดาสำทับมาอีกครั้ง เขาจึงขอตัวเลี่ยงออกมา
ภามเดินมาตรงต้นมะม่วงที่เด็กสาวปีนขึ้นไป ก่อนที่เขาจะร้องเสียงหลง
“โอ๊ย!” ลูกมะม่วงหล่นลงมาโดนศีรษะ เขาเงยขึ้นไปบนต้นก็เห็นเจ้าลิงทโมนตัวแสบนามว่าช่อเพชร ก่อนหน้านี้ยังนั่งพับเพียบเรียบร้อย ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่เลย
“ไม่เห็นหรือไง” ภามเอ่ยถามเด็กสาว
“ไม่เห็นน่ะสิคะ ถ้าเห็นจะโยนลงไปโดนหัวคุณอาภามเหรอคะ” เธอตอบเขาแบบยียวนกวนประสาท
“เรียกฉันซะแก่เลย เรียกพี่ก็พอมั้ง”
“ฮ่าๆๆ คนแก่ไม่ยอมแก่”
“ฉันอายุแค่สามสิบห้าเองนะ”
“ตั้งสามสิบห้านะคะ” เธอใช้คำพูดสวนทางกับเขา
“ไม่คิดจะขอโทษกันบ้างเลยเหรอ” เขาเอ่ยถามยายลิงทโมนที่ทำหน้าตากวนๆ สุดฤทธิ์
“ไม่ได้ตั้งใจนี่คะ มองไม่เห็นคนแก่แถวนี้” ภามถึงกับสำลัก คำก็แก่
สองคำก็แก่ เขาว่าตัวเองยังไม่แก่สักหน่อย
“ปีนต้นไม้แบบนี้ จะไปบอกคุณยายว่าซน”
“อย่านะคะ” เด็กสาวรีบปรามทำหน้างอ เริ่มต่อรอง เพราะถ้าคุณยาย
รู้เข้า จะต้องโดนดุสามวันเจ็ดวันแน่ๆ ดีไม่ดีโดนตีอีกต่างหาก
“เป็นผู้หญิงปีนต้นไม้แบบนี้ได้ยังไงกัน ตกลงมาแข้งขาหักจะทำยังไง” เขาพูดด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ตกหรอกค่ะ หนูชำนาญนะคะคุณอา”
“เวลาทำให้คนอื่นเจ็บต้องขอโทษรู้ไหม” เขายังไม่ลืมเรื่องเมื่อครู่
ช่อเพชรหน้างอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอโทษ
“ขอโทษก็ได้ค่ะ”
“ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจเลยนะ”
“ขอโทษค่ะ พอใจหรือยังคะ” ช่อเพชรเห็นภามเงียบไป เธอก็เริ่มพูดอีก ไม่อยากให้เขาไปฟ้องคุณยายว่าเธอซนเหมือนลิง
“สรุปว่าอาภามจะไม่บอกคุณยายใช่ไหมคะ ถ้าอาภามไม่บอก
คุณยาย ช่อจะแบ่งมะม่วงน้ำปลาหวานให้กิน”แน่ะ! มีติดสินบนด้วย ภามหลุบตาซ่อนยิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ท่าทางขรึมๆ เหมือนเดิม
“มะม่วงน้ำปลาหวานอาก็อยากกินนะ แต่ขออะไรอีกอย่างได้ไหม”
เอาเถอะ โดนเรียกให้เป็นคุณอาแล้ว เขาก็ต้องยอมแก่ล่ะ
“อะไรคะ แต่ต้องขอคิดดูก่อนนะคะ” เด็กสาวพูดอย่างเฉลียวฉลาด
เธอจะไปตกปากรับคำกับใครง่ายๆ ได้ยังไงกัน
“แทนตัวเองว่าช่อได้ไหม ฟังดูแล้วสนิทกันกว่าแทนตัวเองว่าหนู”
“แทนตัวเองว่าหนูไม่สนิทตรงไหนเหรอคะ” ช่อเพชรถามอย่างสงสัย
“อาดูแก่มากๆ เวลาช่อแทนตัวเองว่าหนู”
“ฮ่าๆๆ” ช่อเพชรขำก๊ากเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่เธอก็พยักหน้ารับคำ
“ก็ได้ค่ะ แทนตัวเองว่าช่อก็ได้”
“อืม...” ภามรับคำ เขาเหลือบไปมองขาเพรียวสวยของเธอแบบไม่ได้ตั้งใจ เธอเล่นใส่กางเกงขาสั้นซะขนาดนั้น พอเธอนั่งอยู่บนกิ่งไม้ เลยเห็น
ผิวขาวเนียนชัดเจน
ช่อเพชรก้มดูตามสายตาของภาม ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะขึ้นสีแดงเรื่อ
“คนลามก!” เธออุทาน ใช้มือดึงกางเกงมาปิดขาตัวเองเอาไว้ และลืม
ไปเลยว่ากางเกงมันสั้นมาก แถมมือที่จับกิ่งมะม่วงก็เผลอปล่อยโดยอัตโนมัติ
หลังจากไว้ทุกข์ให้คุณยายเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสกันเงียบๆ ก่อนจะไปเลี้ยงอาหารเด็ก คนพิการ และคนชรา ช่อเพชรชวนเพื่อนสนิทไปด้วย ภามเองก็ไม่ได้บอกใคร เพราะไม่ต้องการให้เอิกเกริก เขาพาเธอย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านของตัวเอง ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นให้เพื่อนสนิทของช่อเพชรเช่าอยู่ไปก่อน เพราะอีกฝ่ายอยู่หอพักที่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก“อาภาม... อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาอุ้มเธอเข้าห้องนอน ช่อเพชรคล้องคอหนาเอาไว้ เธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะยังไงก็แต่งงานกันแล้วบทรักของภามอ่อนหวานและเอาใส่ใจ เขาแนบชิดอย่างเสน่หา ค่อยๆ พาสาวน้อยไปสู่ความสุขอย่างอิ่มเอมใจ ไม่มีความรุนแรงหรือหักหาญน้ำใจแต่อย่างใดด้วยความที่ในมหาวิทยาลัยไม่มีใครรู้เรื่องเธอกับภาม มีเฉพาะคนที่สนิทเท่านั้น หลายคนคิดว่าเธอเป็นหลานของภาม จึงมีนักศึกษาหลายคนที่ชอบมาซักถามเรื่องของเขากับเธอ แถมนักศึกษาบางคนยังให้เธอเป็นแม่สื่อเพื่อจะจีบภามอีกด้วย“เป็นอะไรครับ วันนี้ทำไมหน้าบูดจัง การบ้านเยอะเหรอ”“ไม่ใช่ค่ะ”“แล้วเป็นอะไรครับ” เขาถามอย่างใส่ใจขณะขับรถพาเธอกลับบ้าน“สาวๆ น่ะสิคะ ชอบอาภามกันตรึม ช่อไม่ชอบเลยค่ะ”“หึงอาเหรอ”“หลงตัว
“อาหารของอาภามหอมจังเลยค่ะ”“งั้นก็หอมเลยครับ” เขาจิ้มแก้มตัวเอง“อ๊าย... อะไรกันคะ อาหารหอมค่ะ ไม่ใช่อาภาม”“หิวก็กินสิ”“อาภามไม่อาบน้ำเหรอคะ”“อาไม่ได้เอาชุดมาเลยนะ ลืมเสียสนิท”“แล้วอาภามจะใส่อะไรคะ”“แก้ผ้านอนดีไหม”“อ๊าย... ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวช่อเป็นตากุ้งยิง”“ก็อย่ามองสิ”“อาภามนะ!”“เสื้อผ้าเรามีไหม ตัวใหญ่ๆ น่ะ”“ช่อตัวเล็กนิดเดียว อาภามตัวใหญ่ขนาดนี้ ใส่ไม่ได้หรอกคะ แต่เดี๋ยวลองหาพวกเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ ให้นะคะ” เธอนึกได้ว่ามีเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวถึงเข่าอยู่ตัวหนึ่ง เธอชอบใส่นอน“รอเดี๋ยวนะคะ” เธอไปหยิบเสื้อยืดมาให้เขา“แต่กางเกงไม่มีนะคะ”“อาใส่แต่เสื้อยืดเรานอนก็ได้”“จะดีเหรอคะ” คนพูดแอบขำ เขาก็พยักหน้าว่าดี“งั้นอาไปอาบน้ำก่อนนะ ถ้าหิวก็กินก่อนได้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ช่อรอกินพร้อมอาภามค่ะ” เธอบอกเขา ภามเข้าไปอาบน้ำ ก่อนที่เขาจะออกมาพร้อมกับเสื้อยืดตัวใหญ่ของเธอ อาจารย์หนุ่มดึงเสื้อลงมาปิดขาอ่อนตัวเอง แกล้งทำท่าทีเขินอาย ช่อเพชรขำก๊ากกับท่าทีของอาจารย์หนุ่ม“อาภามตัวสูง ดึงยังไงก็ปิดขาอ่อนไม่มิดหรอกค่ะ”“อาไม่เคยให้ใครได้เห็นขาอ่อนง่ายๆ มาก่อนเลยนะ” คนว่าแกล้งพูดยั่ว ขยับใบหน้าเข้าไ
“อร่อยหรือยัง”“อร่อยค่ะ”“งั้นไปกินกันครับ”“กินกัน” เธอทวน เงยหน้ามองเขาแล้วหน้าแดง“คือไปกินสลัดกันครับ”“อ้อ... กินสลัด”“คิดลามกอยู่หรือไง”“ช่อเปล่านะ ก็คุณอาชอบพูดสองแง่สามง่าม” ช่อเพชรค้อน มองมือหนาที่ดึงเธอไปนั่งที่โซฟาตัวยาวหน้าจอทีวี เขาเปิดหนังให้ดู ก่อนจะไปยกสลัดมาวางตรงหน้า นอกจากผักแล้วยังมีพวกธัญพืชอีกหลายชนิด เช่นลูกเดือยถั่วแดง ฯลฯ กินกับผักและผลไม้ รสชาติหวานฉ่ำ“อ้าปากสิ อาจะป้อนให้” เขาตักสลัดมาจ่อที่ปากของเธอ ช่อเพชรไม่กล้าอ้าปากรับอีก กลัวโดนเขาจูบ“ไม่ต้องป้อนก็ได้ค่ะ ช่อกินเองได้”“ต้องป้อนครับ”“ทำไมต้องป้อนด้วยคะ”“มีทฤษฎีหนึ่งบอกว่า... จะเป็นแฟนกันจนถึงขั้นแต่งงาน ต้องป้อนอาหารให้แฟนบ่อยๆ”“ทฤษฎีที่ไหนกันคะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน” เธอค้อนให้เขา“อ้าปากสิครับ” เขาบอกเสียงนุ่ม เธอก็เลยอ้าปากรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“อร่อยจังค่ะ”“คราวนี้ถึงตาช่อป้อนอาแล้ว” เขาจิ้มปากตัวเอง สีหน้าออดอ้อน“ช่อต้องป้อนอาด้วยเหรอคะ”“ถ้าตามทฤษฎีก็ต้องป้อนครับ” เธออมยิ้มกับทฤษฎีของเขา ก่อนจะตักสลัดป้อนเขาจนถึงปาก“ช่อครับ” เขาเคี้ยวเสร็จก็เรียกเธอเบาๆ“คะ? คุณอา”“มาใกล้ๆ อาหน่อยค
“ดูทำหน้าเข้า เหมือนจะกลืนกินพี่แทน”“พี่แทนหล่อลากไส้ ใครๆ ก็บอกว่าเธอโชคดีได้ผู้ชายหล่อสุดติ่งมาเป็นพี่รหัส จีบเลยยายช่อ ฉันเชียร์”“บ้าเหรอ ไปจีบผู้ชายก่อนได้ไง อีกอย่างเราไม่ชอบพี่แทนหรอก แค่นับถือเป็นพี่รหัส”“อ๋อ...” กนกรัตน์ลากเสียงยาวเหยียด ก่อนจะยิ้มแบบมีเลศนัย“ทำหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง”“ที่ไม่สนใจพี่แทนเพราะอาจารย์รูปหล่อคนโน้นหรือเปล่า” คนพูดบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังของช่อเพชร เธอหันไปมองก็เห็นภามเดินมาหา ช่อเพชรอมยิ้มหันมาค้อนเพื่อน“บ้า! ไม่ใช่เสียหน่อย”“ยายช่อ มองตาลูกหว้าเลย”“มองทำไม”“จะดูน่ะสิว่าปากกับใจตรงกันไหม ตาเธอมันวิ้งๆ ผิดปกติมาหลายวันแล้วนะ”“บ้าน่า” เธอปัดมือเพื่อนออกห่าง หลบสายตาเป็นพัลวัน“ว่าแล้ว มันต้องมีอะไรในกอไผ่”“ไม่มี”“มองตาลูกหว้าเดี๋ยวนี้”“ไม่เอาแล้ว อย่ามาล้อ” ช่อเพชรหันหน้าหนี กนกรัตน์หัวเราะทันที“สวัสดีค่ะอาจารย์” กนกรัตน์ยกมือไหว้ภาม เมื่อเขาเดินมาถึงจุดที่เธอกับเพื่อนยืนอยู่“เรียกอาภามก็ได้ครับ” ภามพูดอย่างใจดี“ค่ะอาภาม ดีจังเลยนะคะ ช่อมีคุณอาเก่งแบบนี้ จะได้ให้ช่วยติวหนังสือให้”“ยอกันเกินไปแล้วครับ แต่ถ้ามีวิชาไหนไม่เข้าใจ อยากให้
ภามนั่งมองคนที่หนุนตักอยู่ด้วยรอยยิ้ม พอเธอเผลอเขาก็ก้มลงไปหอมแก้มอีก แรกๆ เธอก็อุทาน ปัดป้อง หลังๆ ยอมให้หอมแบบไม่ว่าอะไรภามเดินขึ้นมาส่งช่อเพชรที่คอนโดมิเนียม พร้อมหอบหิ้วขนมที่ทำเองขึ้นมาให้เธอด้วย“นอนคนเดียวได้นะครับ” เขาถามย้ำ เป็นห่วงเด็กสาวจับใจ“ได้ค่ะ”“พรุ่งนี้อามารับไปมหาวิทยาลัยนะครับ”“ช่อไปเองดีกว่าค่ะ” เธอบอกอย่างเกรงใจ“ทำไมล่ะครับ”“ไปกับอาภาม เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเด็กเส้นน่ะสิคะ” เธอพูดแล้วหัวเราะเบาๆ ภามเดินไปหยุดตรงหน้าของเด็กสาว ก่อนจะเชยคางสวยให้แหงนขึ้นสบตา“ไม่อยากให้เป็นเด็กเส้นเลยครับ”“ใช่ค่ะ ช่อก็ไม่อยากเป็นเด็กเส้น”“อยากให้เป็นเด็กที่รักมากกว่าครับ”“อาภาม...” คนฟังตาโต ก่อนจะก้มหน้างุดๆ มองพื้น“ตรงนั้นมีอะไรน่ามองกว่าหน้าอาเหรอครับ”“เอ่อ...”“นอนหลับฝันดีนะครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ ไม่กล้ามองสบตาเขา“ให้อานอนเป็นเพื่อนไหม”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ช่อนอนคนเดียวได้”“นึกว่าจะเปลี่ยนใจ”“คุณอาก็เดินทางกลับดีๆ นะคะ”“ไล่กันจังเลยนะ”“อุ๊ย!” เธอโดนหอมแก้มแบบไม่ทันตั้งตัว ขณะยืนส่งคุณอาหนุ่มที่ประตูห้องช่อเพชรอาบน้ำเพราะเหนียวตัว ก่อนที่จะสวดมนต์และทิ้งตัวลงนอนเธอหยิ
“เหมือนคุณยายฝากปลาย่างเอาไว้กับแมวเลยค่ะ” เธอพูดขึ้น เขาหัวเราะเบาๆ เธอทำปากยื่นค้อนคุณอาหนุ่ม“อาว่าคุณยายฝากหนูตัวน้อยไว้กับราชสีห์มากกว่า”“เปรียบตัวเองเป็นราชสีห์เหรอคะ”“ครับ ติดบ่วงหนูตัวน้อย เลยให้หนูมาช่วยปลดบ่วง”“เปรียบเทียบให้ช่อเป็นหนูเฉยเลย”“ช่อซนไง”“คุณอาก็ซน ไม่งั้นไม่ติดบ่วง”“อาไม่ซนครับ แต่ก็ยังติดบ่วง”“ทำไมถึงติดบ่วงคะ” เธอขยับใบหน้ามาหา มองสบตาเขาในระยะกระชั้นชิด“ติดบ่วงรักน่ะครับ” ช่อเพชรฟังแล้วเขินหนัก ยิ้มแก้มปริ หุบยิ้มแทบไม่ได้เลย แก้มเห่อร้อน แดงก่ำ หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง เลยหนีโดยการมุดเข้าใต้รักแร้ของเขา ไปล้างถ้วยเพื่อจะนำไปคว่ำ“อาภามลิเก”“ลิเกต้องมีแม่ยก แต่นี่อาไม่มีแม่ยกสักคน”“จะไปรู้เหรอคะ อาจจะมีแต่งุบงิบเอาไว้” ช่อเพชรเดินหนีออกมานอกห้องครัว เขาดึงเธอเอาไว้“ไปไหนคะ”“ไปดูหนังครับ” ช่อเพชรเดินตามมาที่ห้องหนังสือของเขา นอกจากมีหนังสือมากมายแล้ว ยังมีทีวีจอใหญ่เอาไว้ดูหนังอีกด้วย มีเตียงนอนกว้างเอาไว้สำหรับเอนตัว เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือ มองหนังสือพวกนั้นอย่างตื่นตาตื่นใจ“ถ้าชอบก็เข้ามาอ่านได้นะ อาชอบสะสมหนังสือครับ” เขาเป็นคนชอบอ่านหนังส







