Share

บทที่ 152

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2026-02-18 16:24:09

ตอนที่ต้องเผชิญกับความเข้าใจผิดมากมาย นางเคยเจ็บปวดใจ แต่ก็ปลอบใจตนเองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะทำให้นางไม่ต้องแต่งให้ผู้ใด นางจึงปิดปากเงียบ อดทนรับคำครหาอยู่เช่นนั้นเรื่อยมา

แต่หากถามว่าเสียใจหรือไม่...นางเสียใจ

แล้วหากนางไม่ยอมแต่งกับหลี่จือหลินจริงๆ ลูกของนาง ไม่ว่าหญิงหรือชาย...ก็จะต้องแบกรับความเสียใจนี้ไปด้วยตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลกเช่นกัน

เซียงหรงเม้มปากแน่น ดวงตาไหวระริก

จวิ้นหวังเฟยพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น “หากคิดอีกด้าน เจ้าคือบุตรีของจวนกั๋วกง มีศักดิ์ศรีสูงส่ง หากเจ้าตบแต่งเข้าตำหนักจวิ้นหวัง เป็นภรรยาเอกของจวิ้นหวังจ๋างจื่อ อีกหน่อยก็จะได้เป็นจวิ้นหวังเฟย ลูกในท้องของเจ้าก็จะถือกำเนิดมาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม มีชีวิตที่สุขสบายและมีเกียรติ มีอนาคตที่เพียบพร้อมสมบูรณ์...” จวิ้นหวังเฟยเอื้อมมือไปจับมือของหลานสาวเบาๆ “หรงเอ๋อร์...ป้าสะใภ้ไม่ได้บังคับเจ้า ป้าสะใภ้เพียงอยากชี้ให้เจ้าเห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น แน่นอน...หลี่จือหลินเป็นบุตรชายป้าสะใภ้ ป้าสะใภ้เองก็ย่อมอยากให้เขามีความสุขเช่นกัน แต่หรงเอ๋อร์ก็เป็นหลานสาวคนสำคัญที่เป็นเหมือนผ้านวม...เหมือนบุตรสาวแท้ๆ ที่ช่วยให้ป้าสะใภ้อุ่นใจและยิ้มได้มาหลายปี ป้าสะใภ้ย่อมต้องอยากให้หรงเอ๋อร์มีความสุขเช่นเดียวกัน”

นางนิ่งฟัง ก่อนจะก้มหน้าลง น้ำตาคลอเบ้า “ท่านป้าสะใภ้...ข้าต้องยอมจริงๆ หรือเจ้าคะ?”

จวิ้นหวังเฟยพยักหน้าอย่างอ่อนโยน “หรงเอ๋อร์คนดี...คิดถึงลูกเถอะ เด็กคนนี้ไม่สมควรต้องมารับเคราะห์จากความบาดหมางระหว่างบิดามารดาไม่ใช่หรือ”

เพราะความหวาดกลัวต่ออนาคตและทิฐิของนาง...เด็กคนนี้อาจถูกคนดูหมิ่นรังแก...

หลังจากเงียบไปนาน เซียงหรงก็พยักหน้าเบาๆ “ก็ได้เจ้าค่ะ เพื่อลูกในท้องที่ไร้ความผิด ข้าจะยอมแต่ง...” แม้คำตอบจะออกมาจากปากของนางเอง แต่นางก็ยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในใจ ที่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจปฏิเสธเรื่องนี้ได้

จวิ้นหวังเฟยยิ้มบางๆ พลางลูบหัวนางแผ่วเบา ก่อนเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “เจ้าเลือกได้ถูกต้องแล้ว...หรงเอ๋อร์...”

หลังจากนั้นก็เป็นเหมือนความฝันตื่นหนึ่ง ที่เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยรวดเร็วดั่งเนรมิต ขั้นตอนสามหนังสือที่ควรจะยุ่งยาก แต่เมื่อเป็นงานแต่งงานระหว่างจวนกั๋วกงและตำหนักจวิ้นหวัง ทั้งสองฝ่ายต่างมีเงินและอำนาจ สิ่งที่พวกเขาต้องการย่อมหามาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นขั้นตอนต่างๆ ในการแต่งงานจึงลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็วจนเซียงหรงนึกฉงนไม่วาย

นางกำลังสงสัยว่าตำหนักจวิ้นหวังช่างตระเตรียมสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วเหลือเกิน ยามที่นางเห็นเทียบรายการสิ่งของเงินทองหนึ่งร้อยหกสิบแปดหาบที่หลี่จือหลินให้คนนำมามอบสมทบเป็นสินเดิม ม้วนกระดาษบันทึกรายการสิ่งของเหล่านั้นยาวลากพื้นไปไกลเมื่อถูกคลี่ออก เมื่อนำข้าวของเหล่านั้นมารวมกับสินเดิมของนางที่แปดส่วนล้วนเป็นสินเดิมตกทอดจากมารดาและสินเดิมของท่านย่าที่ล่วงลับ ก็ถึงกับต้องเปลี่ยนคนขานรายการสินเดิมไปถึงแปดคน ข้าวของหลายอย่างต้องใช้เวลาตระเตรียม ดังเช่นเครื่องเรือนฝังมุกฉลุลายต่างๆ และหีบบรรจุข้าวของ รวมถึงคานหาบ ตลอดจนเกี้ยวเจ้าสาว ซึ่งล้วนสลักลวดลายแบบเดียวกันเอาไว้ ที่จำต้องมีการสั่งทำไว้ก่อนหน้านี้อย่างน้อยก็ครึ่งปี หลี่จือหลินก็ยังหามาได้อย่างน่าพิศวง

เช่นนี้แล้ว ขบวนแห่เจ้าสาวของนางย่อมไม่เพียงแต่งดงามเป็นระเบียบเท่านั้น เดาว่ากระทั่งหัวขบวนถึงตำหนักจวิ้นหวังท้ายขบวนคงยังไม่ได้ออกจากจวนกั๋วกงเลยด้วยซ้ำ นับว่าเป็นการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่อลังการจนผู้คนอาจเล่าขานไปอีกหลายสิบปีดังที่หลี่จือหลินเคยกล่าวไว้ไม่มีผิด

ไม่ใช่ว่าหลี่จือหลินผู้นั้น มุ่งมั่นจะแต่งงานเสียจนแอบไปจัดเตรียมของเหล่านี้ไว้นานแล้วหรอกนะ!

ไม่ต้องพูดถึงขั้นตอนหกพิธีที่เหลืออยู่ ยามนี้มีเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำ ก็คือพิธีรับเจ้าสาว สิ่งที่เซียงหรงต้องทำมีอยู่อย่างเดียว คือการกินและนอนให้เพียงพอเพื่อบำรุงเด็กน้อยในครรภ์ นอกจากนั้นทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นการจัดเตรียมของตำหนักจวิ้นหวังทั้งสิ้น แม้กระทั่งชุดเจ้าสาว มงกุฎหงส์ หรือกระทั่งผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่เจ้าสาวควรเป็นผู้ตระเตรียมด้วยตนเอง ก็เป็นตำหนักจวิ้นหวังที่มอบให้ทั้งหมด

นั่นย่อมเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

เซียงหรงไหนเลยจะมีเวลาตระเตรียมสิ่งของเพื่อใช้ในงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างกระชั้นชิดเช่นนี้ หากให้นางตระเตรียมสิ่งของ ให้หนีงานแต่งไปเสียเลย ยังจะเป็นไปได้มากกว่า

ทว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่านางจะไม่ได้ต้องการงานแต่งงานนี้มากเท่ากับที่หลี่จือหลินต้องการ แต่เมื่อนางตกลงปลงใจที่จะแต่งแล้วเช่นนั้น ก็ย่อมไม่ก่อเรื่องให้เกิดความวุ่นวายอันใดอีก

งานแต่งงานระหว่างหลี่จือหลินและเซียงหรงยิ่งใหญ่สมเกียรติ ทั้งเมืองหลวงต่างกล่าวถึงพิธีที่ยิ่งใหญ่อลังการไม่ขาดปาก เพียงแค่ขบวนสินสอดยังไม่นับขบวนสินเดิมของเจ้าสาวก็ยาวหลายลี้แล้ว ตำหนักจวิ้นหวังและจวนกั๋วกงจัดการอย่างเต็มกำลังเพื่อไม่ให้มีข้อบกพร่องแม้แต่น้อย ดังนั้นในวันแต่งงานเช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายจึงกวนขันบ่าวไพร่ของตนเองอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุน่าอับอายใดๆ ได้เด็ดขาด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status