로그인ชาติก่อนเพราะความโง่เขลา ซูจินหลิงจึงหลงรักบุรุษที่เขาไม่มีใจให้ แต่ในเมื่อสวรรค์ให้นางได้ย้อนอดีตกลับมา นางสัญญาว่าจะไม่ยกหัวใจให้บุรุษผู้นั้นอีกแล้ว และดูเหมือนว่าสวรรค์จะยังมีเมตตาจึงได้ส่งแม่ทัพรูปงามมาชโลมจิตใจ ย้อนเวลากลับมาครานี้ ท่านแม่ทัพจะต้องตกเป็นสามีของนาง
더 보기ราวกับว่าคำขอนั้นของเซียวเหวินอวี่จะได้รับความยินยอมจากสวรรค์ เพราะหลังจากที่เขาสิ้นใจตายกลางสนามรบ เขาก็ย้อนเวลากลับมาก่อนซูจินหลิงหนึ่งเดือน“ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เมื่อได้ยินเสียงของท่านหมอเว่ยดังขึ้นด้านข้าง เซียวเหวินอวี่จึงค่อยๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะมองสำรวจรอบๆ ว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป มิใช่ว่าเขาสิ้นใจตายเพราะพลาดท่าให้พวกชนเผ่าหูแล้วหรอกหรือ เหตุใดเขาถึงยังตื่นขึ้นมาในค่ายทหารแห่งนี้ได้?“เกิดอะไรขึ้นกับข้าอย่างนั้นหรือท่านหมอเว่ย?”“ท่านแม่ทัพหมดสติไปเพราะไข้ป่าขอรับ”เซียวเหวินอวี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกมึนงงยิ่งนัก เขาจะเป็นไข้ป่าไปได้อย่างไร ในเมื่อความทรงจำสุดท้ายของเขาคือกำลังยกทัพไปต่อสู้กับพวกชนเผ่าหูแล้วพลาดท่าถูกพวกนั้นทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บปางตาย“เหตุใดท่านหมอเว่ยถึงบอกว่าข้าเป็นไข้ป่า มิใช่ว่าข้าได้รับบาดเจ็บเพราะกำลังทำศึกสงครามกับพวกเผ่าหูอยู่หรอกหรือ”“สงครามอันใดกันท่านแม่ทัพ” คราวนี้เป็นโจวหมิงหยางที่เอ่ยขึ้น หลังจากได้รับแจ้งว่าท่านแม่ทัพเซียวฟื้นจากพิษไข้แล้ว เขาจึงตรงมาดูอาการของอีกฝ่ายทันที“ตอนนี้พวกเรากำลังทำสงครามกับพวกชนเผ่าหูอยู่ ข้าจำได้ว่
ในชีวิตก่อน ย้อนกลับไปตอนที่ซูจินหลิงยังไม่เคยได้พบกับกงจวิน วันนั้นนางจดจำได้ว่านางกำลังเดินทางไปเยี่ยมท่านยายที่ต่างเมือง เพราะท่านยายบ่นว่าคิดถึงนาง ท่านแม่จึงให้นางนำของฝากไปเยี่ยมท่านยาย เพื่อให้ท่านยายได้คลายความคิดถึงลงบ้างแม้จะไม่เต็มใจไปสักเท่าใด เพราะนางขี้เกียจเดินทาง อีกทั้งบ้านของท่านยายยังอยู่นอกเมืองหลวง ไม่ค่อยมีความเจริญรุ่งเรืองให้ได้เห็นเท่าใดนัก ทว่าซูจินหลิงก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจของท่านแม่ นางจึงได้เดินทางไปหาท่านยายตามคำสั่งของท่านแม่ด้วยความไม่เต็มใจยังไม่ทันจะได้เดินทางไปถึงจุดหมาย รถม้าของนางก็เกิดอาการแปลกๆ คนขับรถม้าไม่สามารถบังคับทิศทางรถม้าให้วิ่งไปตามเส้นทางปกติได้ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ซูจินหลิงที่นั่งอยู่ภายในรถม้าเป็นอย่างยิ่ง“มี่เอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับรถม้าของพวกเรา!” ซูจินหลิงหันไปถามสาวใช้ข้างกายด้วยความตื่นตระหนก ภายในใจคิดว่านางจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดมี่เอ๋อร์ชะโงกหน้าออกไปถามคนขับรถม้า ก่อนจะได้ความมาบอกคุณหนูของตน“คุณหนู คนขับรถม้าบอกว่า จู่ๆ ม้าก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขากำลังพยายามบังคับม้าอยู่เจ้าค่
เซียวเหวินอวี่โน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากแดงระเรื่อของซูจินหลิงอีกครั้ง ความหอมหวานภายในโพลงปากของนางทำให้เขาต้องสอดปลายลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมด้วยความหื่นกระหายจนนางหอบหายใจแทบไม่ทัน“พะ…พอก่อนเจ้าค่ะ ข้าหายใจไม่ออก” ซูจินหลิงใช้มือยั้งอกแกร่งของสามีเอาไว้ ก่อนที่นางจะสิ้นใจตายเพราะจุมพิตที่เขามอบให้ช่างเร่าร้อนและหนักหน่วงเสียเหลือเกินเซียวเหวินอวี่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของซูจินหลิงจำต้องผละริมฝีปากออกมาตามคำร้องขอของนางอย่างอ้อยอิ่ง แต่กระนั้นก็ยังโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ต้นคอขาวเนียนของภรรยา ยิ่งเขาได้สัมผัสเรือนร่างของนางมากเท่าใด อารมณ์กำหนัดก็ยิ่งหนักหน่วงมากขึ้นเท่านั้น หากจะให้เขาหยุดตอนนี้เกรงว่าจะไม่ทันเสียแล้ว“จินหลิง อะ…อื้ม”ไม่เพียงซุกไซ้แค่ลำคอขาวเนียนเท่านั้น ทว่ายามนี้เขากลับไล่เลียปลายลิ้นต่ำลงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ปลายยอดประทุมถันที่กำลังตั้งชูชันด้วยความเสียวซ่านของภรรยา และอดไม่ได้ที่จะใช้ริมฝีปากขบเม้มเม็ดบัวสีชมพูที่กำลังล่อตาล่อใจ จนนางเผลอร้องครางออกมาด้วยความเสียวกระสัน“อ๊ะ…ท่านพี่เซียว”ซูจินหลิงแอ่นหน้าอกขึ้นเพราะรู้สึกเสียวซ่านเหลือเก
ในที่สุดวันแต่งงานของซูจินหลิงกับเซียวเหวินอวี่ก็มาถึง หน้าจวนสกุลซูถูกประดับประดาไปด้วยผ้าแดงมงคล เจ้ากรมซู ซูฮูหยินและฮูหยินผู้เฒ่าซูต่างมีสีหน้าชื่นบานเพราะวันนี้บุตรสาวและหลานสาวคนโตของพวกเขาจะออกเรือนแล้วซูจินหลิงสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงสด ด้านข้างยังมีซูจินเหยากับมี่เอ๋อร์คอยประคองอยู่ไม่ห่าง หลังจากที่เหตุการณ์ในวันงานเลี้ยงฉลองชัยชนะได้ผ่านพ้นไป กงจวินได้ขอร้องบิดาของเขามาหมั้นหมายซูจินเหยาให้กับตน ตอนนี้พวกเขาทั้งสองจึงไม่ต้องหลบซ่อนเพื่อไปพบกันอีกแล้ว อีกทั้งซูจินหลิงยังยินดีกับน้องสาวที่อีกไม่นานจะได้แต่งงานกับกงจวิน ความเกลียดชังในชาติก่อนที่ซูจินหลิงเคยมีต่อซูจินเหยา และความรักที่เคยมีให้กับกงจวิน บัดเดี๋ยวนี้นางไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นหลงเหลืออีกแล้ว นอกจากความห่วงใยที่นางมีให้กับพวกเขาทั้งสองคนยามนี้เซียวเหวินอวี่ขี่ม้ามารอรับซูจินหลิงที่หน้าประตูจวนแล้ว ข้างกายของเขายังมีรองแม่ทัพโจวกับท่านหมอเว่ยที่ติดตามมารอรับเจ้าสาวด้วยเจ้ากรมซูตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหลริน จากนั้นจึงหันไปฝากฝังเซียวเหวินอวี่ให้ดูแลบุตรสาวของตน“เหวินอวี่ จากนี้ไปลุงฝากหลิงเอ๋อร์กับเจ้าด้วยนะ”“
ซูจินหลิงรอคอยการมาถึงของเซียวเหวินอวี่อย่างใจจดใจจ่อ เจ้ากรมซูพบว่าบุตรสาวคนโตของตนเหมือนกำลังรอคอยใครบางคนอยู่ก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นมามิได้ “หลิงเอ๋อร์ ท่าทางของเจ้าเหมือนกำลังรอคอยใครอยู่อย่างนั้นแหละ เจ้านัดสหายที่ไหนเอาไว้กระนั้นหรือ” “ประเดี๋ยวท่านพ่อก็รู้เองเจ้าค่ะ” ซูจินหลิงเอ่ยบอกบิดาเ
หลังจากที่ขอร้องบิดามารดาได้สำเร็จ ซูจินหลิงจึงตรงไปหาซูจินเหยาที่เรือนนอนของอีกฝ่ายทันที เพราะนางต้องการเจรจาบางอย่าง หรือจะพูดให้ถูกก็คือ นางต้องการติดสินบนซูจินเหยา“พะ…พี่ใหญ่ ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?”ยามที่เห็นว่าพี่สาวมาปรากฏตัวที่เรือนของตนเอง ซูจินเหยาก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เพราะนา
จวนสกุลซูหลังจากที่ซูจินหลิงจดจำช่วงเวลาที่นางเพิ่งย้อนเวลากลับมาได้ นางก็ยิ่งมั่นใจว่าเซียวเหวินอวี่ยังคงมีใจให้นางเหมือนในชาติก่อนไม่ผิดแน่ บางทีที่เขาแสดงท่าทางเย็นชาและพูดจาไม่ดีใส่นาง อาจเป็นเพราะนิสัยของเขาเป็นเช่นนั้นก็ได้และเพื่อต้องการถามความจริงจากปากของเขา ว่าเขายังรักนางอยู่หรือไม่
อีกด้านหนึ่ง เซียวเหวินอวี่กำลังเดินทางกลับชายแดน ขณะกำลังควบขี่อาชาไปตามเส้นทางอันคุ้นเคย รองแม่ทัพโจวก็เข้ามาพูดคุยบางอย่างกับเขา “ท่านแม่ทัพ ท่านเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร เหตุใดถึงได้ปฏิเสธการแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ซู”รองแม่ทัพโจวหรือ โจวหมิงหยาง รู้สึกขัดใจยิ่งนักที่ท่านแม่ทัพเซียวปฏิเสธการแต่งงา












리뷰