مشاركة

คนละคน

last update تاريخ النشر: 2025-12-10 18:14:36

จางลี่อิงได้ยินเสียงไอ้โขลกดังมาตั้งแต่เช้ามืด เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่จะทำให้คนหลับลึกเช่นนางสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ นางลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงรบกวนที่น่าตกใจรีบลุกไปเคาะประตูห้องจิ่นฟานอวี้ ร่างผอมสูงยันกายลุกขึ้นประคองตัวเดินเซมาถึงหน้าประตูก็เหนื่อยหอบจากอาการไอถี่ๆ มาตั้งแต่เช้า พอประตูเปิดออกจางลี่อิงก็ต้องตกใจกับใบหน้าซีดขาวดวงตาคู่งามดูอิดโรยในมือมีผ้าเช็ดหน้าปิดปากเอาไว้

"ไม่สบายมากหรือ มียาหรือไม่"

นางไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเขามาก่อนจึงไม่รู้ว่ามียาตัวใดติดตัวอยู่ตอนนี้ เขาส่ายหัวไปมาช้าๆ ไร้คำพูดจะเอ่ยเพราะตอนนี้ทั้งเจ็บคอทั้งเหนื่อยเกินไป จางลี่อิงนึกเจ็บใจร่างนี้ที่ไม่เคยรับรู้ความเป็นความตายของผู้อื่นเอาเสียเลย ด้วยความเป็นจิตอาสาในตัวนางจึงวิ่งเข้าไปในครัวก่อไฟต้มน้ำอย่างรวดเร็ว

"น้ำอุ่นแล้ว"

นางเดินถือน้ำมาให้เขาที่นั่งไอรุนแรงขึ้น เขารับมาดื่มรวดเดียวหมดนางก็รินใส่จอกให้อีก

"ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอ"

นางใจคอไม่ดีที่เห็นอาการของเขาในตอนนี้ แต่ก่อนเคยเห็นคนไข้หลากหลายอาการช่วงไปดูงานตอนเรียนแต่ก็ไม่รู้สึกชินเมื่อมาเจอกะทันหันอย่างนี้ก็รู้สึกสงสารไม่อยากเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตา เขายังหนุ่มยังแน่นมีอนาคตไกลถึงไม่เกี่ยวข้องกันอย่างไรเขาและนางก็อยู่บ้านเดียวกัน เขาเป็นคนขี้โรคป่วยกระเสาะกระแสมาตลอดครั้งนี้ดูเหมือนอาการจะหนักขึ้น

"ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวก็ดีขึ้น ค่ารักษาช่างแพงนัก"

เขายกมือห้ามน้ำเสียงแหบแห้ง อาจเป็นเพราะอากาศเย็นลงอาการป่วยจึงกำเริบหนักขึ้นมา จางลี่อิงพยายามตั้งสติตรงเข้าประคองจิ่นฟานอวี้ไปนั่งบนเตียง

"ถ้าอย่างนั้นเจ้านอนพักก่อนข้าจะไปเอาเตาฟืนมาให้ วันนี้อากาศเย็นลงอีกแล้วคงพอช่วยได้บ้าง"

นางกางผ้าห่มออกห่มให้จนถึงต้นคอ ทันทีที่มือผอมบางได้สัมผัสกับเนื้อผ้า ถึงมันจะสะอาดแต่ก็หยาบกระด้างไม่นุ่มนวลชวนให้อบอุ่นอีกทั้งยังบางเบาขาดวิ่นหลายจุด นางจึงเดินไปเอาผ้าห่มตัวเองที่ซักจนสะอาดแล้วมาห่มให้อีกชั้น จากนั้นก็วิ่งเข้าไปนำเตาฟืนมาเพิ่มความอบอุ่นอีกที

"ข้าไปต้มข้าวต้มมาให้นะ"

ว่าแล้วนางก็วิ่งออกไปจัดการอย่างรวดเร็ว

เมื่ออากาศอุ่นขึ้นและได้ซดข้าวต้มร้อนๆ อาการของเขาก็ดีขึ้นตามลำดับ เริ่มไอน้อยลงนางจึงเติมน้ำอุ่นให้จิบเรื่อยๆ และให้นอนพักผ่อน ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเขาก็เงียบเสียงลงไม่มีอาการไออีก จางลี่อิงโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ อากาศเย็นอาจทำให้โรคของเขากำเริบและแอบหนักใจที่ไม่มีเงินพาเขาไปหาหมอทำให้ต้องทุกข์ทรมานในสภาพอนาถาเช่นนี้

นางคอยเติมไฟให้เขาเรื่อยๆ ไม่ยอมให้มอดดับ จิ่นฟานอวี้พอจะลุกขึ้นไหวก็มานั่งขะมักเขม้นอ่านหนังสือต่อแม้ว่าร่างกายเขามีความพร้อมอยู่น้อยนิดแต่ยังพอฝืนได้

เมื่อรอดูอาการจนวางใจแล้วนางจึงออกไปผ่าฟืนหาบน้ำจนเสร็จก็มุ่งหน้าขึ้นเขา นางขึ้นไปหาของป่ากว่าจะกลับเข้าหมู่บ้านก็เย็นมากเกือบจะมืดค่ำ วันนี้ไม่ได้ไปตลาด ทั้งเป็นห่วงคนป่วยทั้งกลับจากเขาตลาดก็วายไปตั้งนานแล้ว นางหามาเก็บเอาไว้วางแผนว่าวันพรุ่งนี้จะขนไปทีเดียว นางมาจัดการทำความสะอาดบ้านและซักผ้าเสร็จจึงได้เริ่มทำอาหารเอาตอนหัวค่ำนำไปกินกับเขาห้องไม่อยากให้เดินตากลมออกมาเกรงว่าจะไม่สบายขึ้นมาอีก

"คืนนี้ข้าจะมานอนเป็นเพื่อนเจ้า"

นางพูดโดยไม่ได้คิดอะไรเห็นเขาป่วยเกิดอาการกำเริบจะได้ไหวตัวทัน จิ่นฟานอวี้นิ่งอึ้งไปแต่ไม่ได้ห้ามปราม

"ก็ได้"

เขาเห็นว่าจริงตามที่นางบอกจึงยินยอมให้มานอนเฝ้าได้

จางลี่อิงเอาฟูกเก่าๆ มาปูทับเสื่อที่พื้นเฝ้าจิ่นฟานอวี้ ที่ห้องมีเตาฟืนไม่นับว่าหนาวเย็นมากนัก ห้องนี้อบอุ่นขึ้นมามากถึงไม่ต้องมีผ้านวมหนาหลายชั้นก็พออยู่ได้

จิ่นฟานอวี้ไม่เอ่ยเอื้อนสิ่งใดเขาเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วและไม่ใช่คนเรื่องมากการที่นางมานอนเฝ้าไม่ถือว่าแปลกเพราะทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน หากจะแปลกก็ตรงที่นางรู้จักเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่นคอยดูแลเอาใจใส่ในทุกเรื่องต่างจากเมื่อก่อนที่เคยสนใจแต่ตัวเอง

เขาก็ยังสงสัยว่าดวงหน้าลายพร้อยเต็มไปด้วยจุดด่างดำตอนนี้แม้มันไม่เกลี้ยงเกลาแต่ก็สะอาดขึ้นรวมถึงเสื้อผ้าของใช้ภายในบ้านถูกเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยชนิดที่คาดไม่ถึงว่านางสามารถทำได้ หากไม่ติดจุดลายบนใบหน้าของนางก็นับว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง บุคลิกที่เปลี่ยนไปก็ทำให้นางดูมีสง่าราศีขึ้นมากโข มีความคล่องตัวสูงหากแช่มช้อยกว่านี้ก็ไม่ต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่

แต่นั่นคงไม่เหมาะกับนางผู้มีท่วงท่าการเคลื่อนไหวทะมัดทะแมงไม่ทำตัวเงอะงะซื่อบื้อหรือเดินเหินเลื่อนลอยดั่งเช่นคนเก่า ที่สำคัญนางทำกับข้าวอร่อยรู้จักหาของป่ามาผสมเป็นอาหาร ไปค้าขายเป็นไม่สร้างเรื่องให้ปวดหัวตามล้างตามเช็ดเหมือนเมื่อก่อน

นางดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิงราวกับว่าวิญญาณที่อยู่ในตัวของนางไม่ใช่จางลี่อิง แววตาแสดงความรู้สึกต่างๆ ทำให้นางดูมีชีวิตเหมือนคนปกติอีกทั้งยังร่าเริงและอ่อนโยนมากขึ้น

จิ่นฟานอวี้เผลอยิ้มบางออกมาโดยไม่รู้ตัวแต่พอตั้งสติได้เขาก็รีบหุบยิ้มแล้วหลับตาลงก่อนอีกฝ่ายจะมองเห็น

นางไม่ได้สนใจเขามากนักปูผ้าเสร็จก็ล้มตัวลงนอน ความอ่อนล้าเริ่มเล่นงานเพียงไม่นานก็ลืมตาไม่ขึ้นแล้วหลับลึกไปง่ายดาย

นางตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปตักน้ำมาต้มเอาไว้ให้เขาอาบ จากนั้นทำข้าวต้มปลาที่เหลือกินได้ถึงกลางวันเป็นมื้อสุดท้าย นางรีบเร่งคว้าตะกร้าสานใบเก่าออกเดินทางขึ้นเขาไปหาของป่าโดยไม่ลืมใส่ของที่หาได้เมื่อวานติดไปด้วย

บนภูเขามีพืชมากมายให้เลือกหากเดินเข้าไปด้านในสักหน่อยจะพบว่ามีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันมาก เป็นแหล่งอาหารชั้นดีช่วยต่อชีวิตคนในหมู่บ้านได้ ถึงแม้จะมีคนมาหาของป่าทุกวันแต่ก็ไม่มีวันหมดไป พืชพรรณต่างๆ ยังผุดขึ้นมาใหม่ให้เก็บได้เรื่อยๆ

เห็ดหลากหลายชนิดเป็นหนึ่งในนั้นที่ยังคงหาได้ นางเดินอ้อมไปมาก็พบเห็ดที่คุ้นเคยมีทั้งเห็ดหูหนูและเห็ดหลินจือกระจายทั่วบริเวณ คนที่นี่เป็นชาวชนบทยากจนไม่มีการศึกษา พวกเขาไม่กล้าเก็บของป่าที่ไม่รู้จักจึงมีเหลือมากมาย คาดว่าเห็ดหูหนูดำก็คงไม่รู้จักเช่นเดียวกัน นางได้เห็ดสองชนิดกับมันเทศและผักป่าอีกสองสามอย่างก็เต็มตะกร้า ไม่รอช้ารีบออกจากป่ามุ่งหน้าสู่ตลาดก่อนจะวายในตอนสายกว่านี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปรวดเร็วแคว้นต้าเฉียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาโดยไร้สงคราม พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ทั่วทั้งแคว้นหลุดพ้นจากความยากจนประกอบกับฮ่องเต้ส่งความช่วยเหลือและดูแลแต่ละเมืองอย่างดีที่สุดจิ่นฟานอวี้และจางลี่อิงมีโอรสตัวน้อยสองพระองค์ชื่อจิ่นอี้เหลียนและจิ่นเจี้ยนเวย เด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กชายที่กล้าหาญจิตใจเข้มแข็ง จิ่นอี้เหลียนหน้าตาเหมือนเสด็จพ่อ ส่วนจิ่นเจี้ยนเวยใบหน้าเหมือนแม่ ทั้งคู่นั่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้มีนางกำนัลรายล้อมและองครักษ์อีกสองนายมองด้วยความรักความเอ็นดู"ท่านพี่เมื่อไหร่เสด็จพ่อจะกลับมาข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่"จิ่นเจี้ยนเวยพร่ำความในใจเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ จิ่นอี้เหลียนกอดน้องชายเอาไว้ปลอบใจให้คลายเศร้า เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกันเหมือนบิดา"ไม่ร้องไห้นะเด็กดี พี่อยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว"จิ่นเจี้ยนเวยยังเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดเบะปากซบใบหน้าน่าเอ็นดูคล้ายมารดากับไหล่ของพี่ชายจิ่นฟานอวี้กับจางลี่อิงกลับมาที่ตำหนักในช่วงเย็น วันนี้มีประชุมใหญ่ที่ท้องพระโรง หลายเรื่อง ต่อจากนั้นก็แยกประชุมของแต่ละฝ่าย จางลี่อิง

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 2

    สงครามสงบจิ่นฟานอวี้มองดูความเรียบร้อยเป็นคนสุดท้ายที่กำลังลำเลียงศพทหารไปทำพิธีต่อไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งผืนดินฉาบทาไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บนตัวเขาไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายบนใบหน้าและลำตัวเมื่อสงครามจบทุกคนต่างแยกย้าย จางลี่อิงกำลังช่วยทหารบาดเจ็บมองเห็นจิ่นฟานอวี้ควบม้าเข้ามาหา หัวใจของนางเต้นแรงยิ้มกว้างยินดีในชัยชนะ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันแน่น การได้พบกันอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งผลงานการรบครั้งนี้แม่ทัพและทหารต่างได้รับรางวัล บางตำแหน่งได้เลื่อนขั้นและได้รับเงินรางวัล เพิ่มเงินเดือนพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้นชินอ๋องจิ๋นฟานอวี้ได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ ส่วนจางลี่อิงรั้งตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทพร้อมด้วยตำแหน่งหมอประจำกองทหารของราชสำนักราชโองการประกาศไปทั่วแคว้นสร้างความยินดีแก่อาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าเถ้าแก่หลี่ร้านสมุนไพรได้ยินข่าวก็ตื้นตันใจ จิ่นฟานอวี้ที่เขาคุ้นหน้าก็คือคุณชายน้อยจวนโหวที่เขาเคยไปส่งสมุนไพรรักษาคนในนั้นเมื่อยังเป็นวัยหนุ่ม มาบัดนี้ได้เป็นถึงองค์รัชทายาทแล้วในขณะที่กำลังจมกับความคิดในอดีตก็มีทห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 1

    "เมืองเหว่ยกลุ่มอำนาจเก่าก่อกบฏพะย่ะค่ะ"แม่ทัพฉีเข้ามารายงานระหว่างที่กำลังประชุมเรื่องการก่อสร้างเมือง"ว่าอย่างไรนะ! พวกมันแข็งข้ออย่างนั้นรึ"ช่วงที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจจากอดีตฮ่องเต้มาได้เพราะครานั้นอีกฝ่ายต้องการฆ่าล้างตระกูลจิ่นเพราะถือเป็นเสี้ยนหนามของบัลลังก์ ตระกูลจิ่นเคยมีอดีตฮ่องเต้และถูกโค่นบัลลังก์ด้วยวิธีสกปรก เมื่อได้อำนาจมาก็ปกครองราษฎรด้วยความเหี้ยมโหดชาวเมืองเดือดร้อนอยู่เป็นนิจมาครั้งนี้จึงถูกเอาคืนจนพ่ายแพ้สิ้นท่าทว่ากลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มสุดท้ายยังหลงเหลือจึงรวมตัวกันก่อกบฏเพื่อชิงบัลลังก์คืนมาเพราะยอมรับชะตากรรมตัวเองไม่ได้และไม่ยอมรับตระกูลจิ่นมาตั้งแต่ต้นเพราะความอิจฉาริษยา" อีกไม่กี่วันกองทัพก็จะมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ"แม่ทัพรายงานฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พวกมันร้องขอชีวิตก็ทรงเมตตาให้อาศัยอยู่เมืองเหว่ยแทน ไม่คิดว่ากลับกลายเป็นฐานทัพให้มาทำลายตัวเอง"วางแผนกลยุทธ์ให้ดีพวกนี้เจ้าเล่ห์เราต้องทันพวกมัน"ทรงปิดประชุมและไปที่ห้องลับพร้อมกับชินอ๋องขออาสาไปช่วยที่ตำหนักชินอ๋องกำลังเตรียมชุดออกรบพร้อมฮ่องเต้ ถูกแยกกองทัพออกเป็นหลายส่วนกองทัพฮ่องเต้จะเป็นแนวหน้าส่วนทหา

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เผยความในใจ-เปลี่ยนสถานะ

    จิ่นฟานอวี้ยกมือบางขึ้นมาจูบความนุ่มนวลทำให้นางอ่อนไหว"เราไม่มีวันหย่าขาดจากกันขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไป"เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดช่วงแรกตอนนี้ในใจของเขาไม่อาจขาดสตรีคนนี้ได้อีกต่อไป จางลี่อิงโผเข้ากอดเขาแน่นนางคิดว่าต้องพบกับความโดดเดี่ยวถึงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ หัวใจของนางก็คล้ายจะแหลกสลายเขากอดนางตอบเช่นกันจูบปอยผมปลอบใจอยู่นานจนกระทั่งหลับไปทั้งคู่ช่วงเช้าทั้งคู่ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่วังหลวง วันนี้จะไปพบกับเจ้ากรมขุนนางที่หน้าท้องพระโรงรอเดินเข้าไปด้วยกัน สองสามีภรรยาจับมือกันเอาไว้แน่นเช่นเดิมเรื่องเมื่อคืนคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ไปทั้งสองจะคอยเคียงข้างกันไม่แยกจากกันอีกความผูกพันทางใจช่วยให้เขาทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกันและกันหน้าประตูวังหลวงนายทหารเฝ้าประตูไต่ถาม จิ่นฟานอวี้จึงยกป้ายสัญลักษณ์ที่เจ้ากรมขุนนางให้ติดตัวไว้ ทหารมองหน้ากันลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงปล่อยเข้าไปพร้อมกับเดินประกบซ้ายขวาฮ่องเต้รอเขาอยู่แล้วจากรายงานของเจ้ากรมขุนนาง ทรงเฝ้ารอใจจดใจจ่อตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระอนุชา เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรงเสนาบดีกรมขุนนางทำคว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ความจริงของจิ่นฟานอวี้

    เจ้ากรมขุนนางรอจิ่นฟานอวี้อยู่ที่จวนเรียกเขาเข้าพบเป็นการส่วนตัว พอเดินทางมาถึงจึงพาจางลี่อิงหาที่พักเสร็จจึงเข้าพบทันทีที่พบหน้าของจิ่นฟานอวี้ เสนาบดีกลับต้องตกตะลึงพยายามควบคุมร่างกายสั่นเทิ้มไม่ให้แสดงออกมาจนน่าเกลียด น้ำตาคลอหน่วยตารื้นขึ้นมา จิ่นฟานอวี้คุกเข่าลงโดยไม่พูดจา จางลี่อิงก็คุกเข่าตามด้วยความงุนงง"อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ายังไม่ตาย"เขาเดินมาจับตัวให้ยืนขึ้นเพียงเท่านั้นก็กอดเอาไว้แน่นร้องไห้ออกมาดั่งคนดีใจที่ได้ของรักกลับคืน"ท่านตา"จิ่นฟานอวี้เรียกสรรพนามนั้นแจ่มชัด เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่ายเช่นกัน"เจ้าคงลำบากมาก ตามันโง่เง่าที่ทำให้เจ้าตกระกำลำบาก ไม่สมควรเป็นตาของเจ้า"เขาเฝ้าโทษตัวเองเจ้ากรมขุนนางมองผ่านมายังจางลี่อิง จิ่นฟานอวี้จึงจับมือนางเดินเข้ามาใกล้"นี่ภรรยาของหลานจางลี่อิงขอรับ"นางคารวะอ่อนน้อม ผู้อาวุโสกว่ายิ้มเอ็นดูในความน่ารักและนอบน้อมของนางแล้วเชิญทุกคนนั่งลง"ตั้งแต่ราชโองการประกาศว่าเจ้าตายแล้วฮ่องเต้โกรธแค้นมาก สั่งตามล่าตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องและทำสงครามคืนความยุติธรรมให้เจ้าและครอบครัว แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตอนน

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   สะสาง

    นายอำเภอได้รับข่าวไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายตัวเองไประรานเถ้าแก่หลี่ถึงหน้าร้านจึงถูกเรียกเข้าพบ"เจ้าทำเช่นนี้เสียชื่อของข้าชื่อเสียงอาของเจ้า พวกเขาจะอับอายขนาดไหนเคยรับรู้หรือไม่"เขาได้แต่นิ่งฟังบิดาบ่นให้ไม่คิดโต้ตอบใดๆ ฟังมาตั้งหลายปีมีแต่คำพูดเดิมๆ แทบจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว"ท่านพ่อข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"เขาเบื่อหน่ายกับความซื่อตรงรักษาภาพลักษณ์ของบิดา เขาก็แค่ทำตามเงื่อนไขเท่านั้นมันอาจจะดูโหดร้ายแต่หลี่อี้ทำตามข้อตกลงไม่ได้เขาก็จนปัญญาช่วยเหลือก็เพราะความอยากครอบครองร้านสมุนไพรความโลภมาบดบังจิตใจทำให้เขาข่มขู่สองพ่อลูกโดยใช้วิธีสกปรกหลอกล่อหลี่อี้ผู้เสเพลมาติดกับ"หน้าที่ของเจ้ามันไม่เหมือนคนอื่นเจ้าควรไปเรียนสอบทำงาน ข้าจะให้อาของเจ้าฝากให้"ความบกพร่องอย่างหนึ่งของนายอำเภอเฉินคือเขามักละเลยการอบรมบุตรชายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาจึงไม่อยู่ในโอวาท ที่ดุด่าได้ทุกวันเพราะอยากให้เขาทำงานในวังหลวงมีอนาคตสดใสดีกว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อนพนันเกเรไปวันๆ ไม่รู้จักรักความก้าวหน้าทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้ว"โธ่ ท่านพ่อ"เขาสุดจะคัดค้านนายอำเภอเฉินกลัดกลุ้มใจเป็นอันมากที่ลูกชายไม่เ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   อำเภอหลี่ชุน

    จิ่นฟานอวี้จ้างรถม้าบรรทุกของขนย้ายออกจากบ้านหลังเก่าฝากไปไว้ตามสถานที่ที่เขาบอกโดยมีสหายของเขารอรับอยู่ที่นั่นแล้ว สองสามีภรรยาร่ำลาคนที่สนิทในหมู่บ้านแล้วคืนบ้านให้กับตระกูลจาง"เก่งกล้ากันเหลือเกินนะถึงได้ทิ้งถิ่นฐานตัวเอง"ย่าเหลียวอดเหน็บแนมไม่ได้จางลี่อิงอยากตอบโต้แต่จิ่นฟานอวี้ดึงแขนนางเอาไว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ผูกมิตร

    "อย่าบอกใครเรื่องนี้ได้หรือไม่"พูดจบก็สะอื้นออกมาดูน่าเวทนายิ่งนัก"สบายใจได้ข้าไม่พูดแน่นอนไปพักผ่อนเถอะ" แม่ของหลิวซานซานกอดบุตรสาวที่กำลังเสียขวัญเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำ"ขอบใจมากนะลี่อิง"นางจับมือหลิวซานซานเอาไว้ยิ้มให้บีบมือปลอบใจจนหยุดร้องไห้พลางลูบหลังสองแม่ลูกให้กำลังใจ จากนั้นก็แบกตะกร้า

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ประลองฝีมือ

    "ทำไมเจ้าถึงรู้ล่ะ อ๋อข้าเข้าใจแล้วเจ้าเป็นบัณฑิตย่อมรู้ธรรมเนียมอย่างนี้สินะคราวหลังข้าไม่เล่นแล้วแต่ข้านับถือเจ้าเป็นอาจารย์ของข้าจริงๆ นะ"นางทำท่าทางขึงขังดึงดันจะเรียกเขาว่าอาจารย์ให้ได้ จิ่นฟานอวี้เห็นนางเริ่มไม่เชื่อฟังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ยกมือขึ้นปิดปากนางเสียก่อนจะพูดมากเอะอะให้บ้านอื่นได

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เรียนหนังสือ

    "จริงด้วยข้าอยากเรียนหนังสือนี่นา"นางบอกจากความรู้สึกจริงๆ จิ่นฟานอวี้พยักหน้าตอบรับ เขาจะสอนนางในวันหยุดวันละสองชั่วยาม ฝึกอ่านอีกหนึ่งชั่วยามฝึกการฝึกเขียนอีกหนึ่งชั่วยาม"อะไรนะ! ใช้เวลานานขนาดนั้นข้าต้องตายก่อนแน่ๆ"นางบ่นกระปอดกระแปด เรื่องเรียนทฤษฎีนางไม่ค่อยชอบนักหากออกภาคปฏิบัติมีกี่วิชาก็

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status