Partager

ช่องทางหาเงิน

last update Date de publication: 2025-12-09 17:13:36

ช่วงเช้าจิ่นฟานอวี้ออกไปตักน้ำตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่เคยทำประจำจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักเพียงใดคนในหมู่บ้านก็มักออกไปตักน้ำเป็นสิ่งแรก ตอนเช้าจึงมีคนรอตักน้ำกันเยอะ

นางตื่นขึ้นมาเก็บที่นอนล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปเคาะประตูหลายครั้งเห็นว่าเสียงเงียบจึงแง้มเปิดดูประตูไม่ได้ล็อคแปลว่าเข้าไปได้หรืออีกอย่างก็ไม่มีคนอยู่ในนั้น ภายในห้องของบัณฑิตหนุ่มดูสะอาดตา ห้องโล่งมีข้าวของไม่มากถูกจัดวางมีระเบียบเรียบร้อยมองอย่างไรก็ดูสบายตา

นางลองเอื้อมมือลูบที่พื้นดูกลับไม่มีเศษฝุ่นติดมือแสดงว่าเขาทำความสะอาดทุกวัน ช่างมีระเบียบเรียบร้อยจริงๆ

ห้องทรุดโทรมเก่าเหมือนชิ้นส่วนจะพังอยู่รอมร่อก็ยังดูสะอาดสะอ้านน่ามอง นางสำรวจว่ามีสิ่งของใดบ้างในห้องโล่งๆ ห้องนี้ นอกจากตำราเล่าเรียนแล้วก็มีเสื้อผ้าเก่าซีดเพียงสามชุดเท่านั้น ฟูกและผ้าห่มก็เก่าๆ ขาดๆ ไม่ต่างจากนาง เมื่อเดินวนรอบห้องไม่นานจึงออกมาแล้วปิดประตูตามเดิม มองหาเขาไปด้วย พลางเดินเลยเข้าไปในครัวเตรียมทำอาหารเช้า สายตานางเหลือบไปเห็นเขากำลังเทน้ำลงถังอยู่ด้านหลังครัวจึงเดินไปหา

"เข้าไปในห้องเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย"

นางร้องบอกเขาแต่จิ่นฟานอวี้ก็ยังทำหูทวนลมทำงานต่อไปอย่างเคยชิน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเชื่อฟังจึงมาก่อไฟทำอาหาร ปลาเมื่อวานยังเหลืออยู่นางจึงทำข้าวต้มกินกับทอดปลา

สองสามีภรรยานั่งกินข้าวด้วยกันเงียบๆ อีกครั้ง ความคิดว่องไวที่ติดตัวมาจนเคยชินนึกบางอย่างออกกะทันหัน จึงเอ่ยถามเขาออกไป

"ตลาดอยู่ไกลหรือไม่"

จิ่นฟานอวี้นิ่งไปชั่วครู่ก่อนย้อนถาม

"เจ้าถามทำไม"

"ข้าอยากไปตลาด"

นางไม่เคยออกนอกหมู่บ้านไม่รู้จักตลาดวันนี้อยู่ๆ ก็อยากไปขึ้นมา แต่เขาไม่กังวลใจในเมื่อสามารถขึ้นเขาเก็บของป่านางก็ไปมาแล้วตลาดอยู่ไกลออกไปไม่มาก เดินทางผ่านเพียงสองหมู่บ้านก็ไปถึง การเดินทางก็ไปได้ง่ายเป็นเส้นทางราบเรียบ เขาจึงบอกทางให้แก่นาง เห็นว่าคงถามไปอย่างนั้นไม่ได้คิดจริงจังถือเป็นคำถามเรื่อยเปื่อยสำหรับเขา

"เดินไปทางทิศเหนือไม่ไกลผ่านสองหมู่บ้านก็ถึง"

เขาอธิบายเท่านั้นแล้วกินข้าวต่อ นางพยักหน้ายิ้มรีบทำเวลาเก็บของล้างจานเสร็จแล้วก็สะพายตะกร้าเข้าที่หลัง

"เจ้าถามหาตลาดทำไม แล้วนั่นจะขึ้นเขาอีกหรือ"

เขาเห็นนางเป็นสตรีจะไปไหนมาไหนตามอำเภอใจก็ค่อนข้างอันตรายไม่น้อย จางลี่อิงพยักหน้าหมุนตัวเดินเร่งฝีเท้าออกไปโดยที่จิ่นฟานอวี้เรียกเอาไว้ไม่ทัน

ช่างว่องไวเสียจริง

จางลี่อิงหาของป่าได้เต็มตะกร้านางก็เดินทางมุ่งหน้าสู่ตลาดไปทางทิศเหนือ ถนนหนทางราบเรียบของคนสมัยก่อนคงดีได้เท่านี้ นางยังมองว่าสภาพมันดูขรุขระเดินยากไปบ้าง นี่คงเป็นถนนที่ดีที่สุดของละแวกหมู่บ้านชนบทห่างไกล พวกเขาชินชากับเส้นทางมันจึงเดินง่ายสำหรับคนที่นี่

เมื่อมาถึงตลาดมีคนไม่มากทั้งพ่อค้าและคนมาหาซื้อข้าวของดูเหมือนว่าเริ่มจะวายแล้ว นางวางตะกร้าลงนำเห็ดป่าออกมาขายลองดูหากขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไรคงแบกกลับบ้านตุนไว้เป็นเสบียง สักครู่ก็มีหญิงวัยกลางคนเดินมาซื้อไปสองกำมือ เมื่ออีกคนเห็นมีของป่าก็เดินเข้ามาซื้ออีก จากสองคนกลายเป็นสี่คนห้าคน ครู่ต่อมาตะกร้าของนางก็ถูกรุมล้อมจนขายหมดเกลี้ยง จางลี่อิงยิ้มพึงพอใจที่นางได้เงินจากการขายของป่ามาพอสมควรวันนี้จึงซื้อวัตถุดิบไปทำกับข้าวหลายอย่าง

จางลี่อิงเดินเท้ามาถึงบ้านในช่วงเย็นโดยจิ่นฟานอวี้แอบชะเง้อมองเป็นระยะ ทั้งคัดอักษรและอ่านหนังสือแต่กลับไม่มีสมาธิจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาในบ้าน

"ทำไมกลับมาเย็น หน้าหนาวฟ้ามืดเร็วควรรีบกลับ เส้นทางยามค่ำใช่ว่าจะปลอดภัย"

เขาทักขึ้นจางลี่อิงยิ้มให้แต่ไม่ตอบรีบเอาของไปเก็บเตรียมตัวก่อไฟทำอาหาร

มื้อนี้มีไข่พะโล้หมูสามชั้น ผัดเต้าหู้ใส่ผักกาด จิ่นฟานอวี้มองดูอาหารบนโต๊ะก็เกิดสงสัย หมูมีราคาแพงกว่าจะได้กินก็เดือนละครั้ง ส่วนไข่นั้นแพงกว่าหมูอีกหลายเท่าเขายังไม่เคยได้กินเลยสักใบมาตั้งนานแล้ว เพราะว่าเขามีรายได้น้อยไม่เพียงพอซื้อของดีๆ มากิน ยังต้องเจียดเงินที่มีไม่พอเลี้ยงตัวให้ที่บ้านของนางอีก แล้วนี่นางเอาเงินที่ไหนไปซื้อหามาตั้งมากมาย

"ของแพงเช่นนี้เจ้าเอาเงินที่ไหนซื้อมาตั้งเยอะ"

จางลี่อิงพยักหน้าไปพลางคีบอาหารใส่ปากไปด้วยขณะที่จิ่นฟานอวี้กลับกินไม่ลง

"ข้าก็เอาของป่าไปขาย คนมารุมล้อมซื้อเยอะแต่ข้าก็ไม่ขึ้นราคา พวกเขาก็เลยซื้อจนหมด เจ้ากินเยอะๆ นะจะได้มีแรงอ่านหนังสือ"

นางเชิญชวนเขาพลางคีบหมูสามชั้นใส่ในชามให้ จิ่นฟานอวี้กินช้าๆ นิ่งฟัง นางพูดประโยคยาวๆ และเล่าเรื่องราวได้เหมือนคนปกติ เมื่อเช้าไปขึ้นเขาเก็บของป่าแล้วยังเอาไปขายที่ตลาดแถมยังตั้งราคาเป็น

"เจ้าเอาของไปขายที่ตลาดมาหรือ"

เขาเลิกคิ้วถามเพื่อความแน่ใจ นางจึงพยักหน้าอีกครั้ง

"ใช่แล้ว เจ้าถามทำไมหรือ"

การเดินทางไปตลาดเส้นทางผ่านสองหมู่บ้านสำหรับเขาไม่ไกล แต่นางไม่เคยออกนอกหมู่บ้าน ไม่เคยหาของป่ามาก่อนตลาดที่บอกทิศทางไปก็ไม่นึกว่าจะไปได้ถูกทาง เขาคิดว่านางคงไม่กล้าออกไปไหนไกลเพราะความไม่รู้เรื่อง แต่นางแบกสินค้าลงจากเขาแล้วไปที่ตลาดได้ขายของจนหมดซื้อกับข้าวกลับมามากมาย เขาอดสงสัยไม่ได้ว่านางทำได้อย่างไรในเมื่อร่างกายนางก็อ่อนแอเช่นเดียวกับเขาเอาเรี่ยวแรงจากไหนแบกของหนักเดินทางไกลขนาดนั้น แล้วนางยังค้าขายเป็นเหมือนคนปกติไม่มีผิด

"อ้าว จ้องหน้าข้าเพราะอะไร จะตอกย้ำความอัปลักษณ์กันหรือไรเล่า"

นางโพล่งออกไปอย่างร้อนตัว จิ่นฟานอวี้หยุดจ้องหน้าแล้วคีบอาหารใส่ปากต่อ

"เปล่า"

จากนั้นเขาก็กินข้าวเงียบๆ ไม่พูดไม่จาหรือถามนางอีก

วันนี้ก็เช่นเดิมทั้งคู่ผิงไฟด้วยกันในห้องของเขาความเงียบของหน้าหนาวช่างดูน่าเบื่อ นางไม่รู้จะทำอะไรสายตาอยากรู้แอบมองดูเขาคัดอักษรที่ไม่รู้จัก จะว่าเป็นของโบราณก็คงไม่ใช่ นางเคยเรียนประวัติศาสตร์มาตัวอักษรอย่างนี้ไม่เคยเห็น ฝีมือของเขาก็ดูปราณีตมีระเบียบชัดเจนตวัดขึ้นลงเป็นจังหวะไม่ช้าไม่เร็วแต่คล่องแคล่ว

สายตาใคร่รู้จ้องมองมือเรียวดุจหยกสลักปัดป่ายพู่กันไปมาอย่างเพลิดเพลิน เขารู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่จึงเหลือบมองนางแล้วเขียนต่อไป พลันความรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูก็เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากแสงจากตะเกียงสว่างกว่านี้คงได้เห็นว่าชายหนุ่มกำลังหูแดงจัดอย่างแน่นอน

จางลี่อิงกลับมาที่ห้องของตนเองนางเอาเงินที่เหลือกลับมานับและยังเหลืออีกมากจึงเอาใส่ถุงที่เย็บไว้จากเศษผ้าเหลือเมื่อวันก่อน รูดแล้วมัดอย่างดีใส่ตู้เสื้อผ้าเอาไว้ ตอนนี้นางมีช่องทางทำมาหากินแล้วอีกหน่อยก็คงลืมตาอ้าปากได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปรวดเร็วแคว้นต้าเฉียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาโดยไร้สงคราม พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ทั่วทั้งแคว้นหลุดพ้นจากความยากจนประกอบกับฮ่องเต้ส่งความช่วยเหลือและดูแลแต่ละเมืองอย่างดีที่สุดจิ่นฟานอวี้และจางลี่อิงมีโอรสตัวน้อยสองพระองค์ชื่อจิ่นอี้เหลียนและจิ่นเจี้ยนเวย เด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กชายที่กล้าหาญจิตใจเข้มแข็ง จิ่นอี้เหลียนหน้าตาเหมือนเสด็จพ่อ ส่วนจิ่นเจี้ยนเวยใบหน้าเหมือนแม่ ทั้งคู่นั่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้มีนางกำนัลรายล้อมและองครักษ์อีกสองนายมองด้วยความรักความเอ็นดู"ท่านพี่เมื่อไหร่เสด็จพ่อจะกลับมาข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่"จิ่นเจี้ยนเวยพร่ำความในใจเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ จิ่นอี้เหลียนกอดน้องชายเอาไว้ปลอบใจให้คลายเศร้า เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกันเหมือนบิดา"ไม่ร้องไห้นะเด็กดี พี่อยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว"จิ่นเจี้ยนเวยยังเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดเบะปากซบใบหน้าน่าเอ็นดูคล้ายมารดากับไหล่ของพี่ชายจิ่นฟานอวี้กับจางลี่อิงกลับมาที่ตำหนักในช่วงเย็น วันนี้มีประชุมใหญ่ที่ท้องพระโรง หลายเรื่อง ต่อจากนั้นก็แยกประชุมของแต่ละฝ่าย จางลี่อิง

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 2

    สงครามสงบจิ่นฟานอวี้มองดูความเรียบร้อยเป็นคนสุดท้ายที่กำลังลำเลียงศพทหารไปทำพิธีต่อไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งผืนดินฉาบทาไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บนตัวเขาไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายบนใบหน้าและลำตัวเมื่อสงครามจบทุกคนต่างแยกย้าย จางลี่อิงกำลังช่วยทหารบาดเจ็บมองเห็นจิ่นฟานอวี้ควบม้าเข้ามาหา หัวใจของนางเต้นแรงยิ้มกว้างยินดีในชัยชนะ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันแน่น การได้พบกันอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งผลงานการรบครั้งนี้แม่ทัพและทหารต่างได้รับรางวัล บางตำแหน่งได้เลื่อนขั้นและได้รับเงินรางวัล เพิ่มเงินเดือนพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้นชินอ๋องจิ๋นฟานอวี้ได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ ส่วนจางลี่อิงรั้งตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทพร้อมด้วยตำแหน่งหมอประจำกองทหารของราชสำนักราชโองการประกาศไปทั่วแคว้นสร้างความยินดีแก่อาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าเถ้าแก่หลี่ร้านสมุนไพรได้ยินข่าวก็ตื้นตันใจ จิ่นฟานอวี้ที่เขาคุ้นหน้าก็คือคุณชายน้อยจวนโหวที่เขาเคยไปส่งสมุนไพรรักษาคนในนั้นเมื่อยังเป็นวัยหนุ่ม มาบัดนี้ได้เป็นถึงองค์รัชทายาทแล้วในขณะที่กำลังจมกับความคิดในอดีตก็มีทห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 1

    "เมืองเหว่ยกลุ่มอำนาจเก่าก่อกบฏพะย่ะค่ะ"แม่ทัพฉีเข้ามารายงานระหว่างที่กำลังประชุมเรื่องการก่อสร้างเมือง"ว่าอย่างไรนะ! พวกมันแข็งข้ออย่างนั้นรึ"ช่วงที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจจากอดีตฮ่องเต้มาได้เพราะครานั้นอีกฝ่ายต้องการฆ่าล้างตระกูลจิ่นเพราะถือเป็นเสี้ยนหนามของบัลลังก์ ตระกูลจิ่นเคยมีอดีตฮ่องเต้และถูกโค่นบัลลังก์ด้วยวิธีสกปรก เมื่อได้อำนาจมาก็ปกครองราษฎรด้วยความเหี้ยมโหดชาวเมืองเดือดร้อนอยู่เป็นนิจมาครั้งนี้จึงถูกเอาคืนจนพ่ายแพ้สิ้นท่าทว่ากลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มสุดท้ายยังหลงเหลือจึงรวมตัวกันก่อกบฏเพื่อชิงบัลลังก์คืนมาเพราะยอมรับชะตากรรมตัวเองไม่ได้และไม่ยอมรับตระกูลจิ่นมาตั้งแต่ต้นเพราะความอิจฉาริษยา" อีกไม่กี่วันกองทัพก็จะมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ"แม่ทัพรายงานฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พวกมันร้องขอชีวิตก็ทรงเมตตาให้อาศัยอยู่เมืองเหว่ยแทน ไม่คิดว่ากลับกลายเป็นฐานทัพให้มาทำลายตัวเอง"วางแผนกลยุทธ์ให้ดีพวกนี้เจ้าเล่ห์เราต้องทันพวกมัน"ทรงปิดประชุมและไปที่ห้องลับพร้อมกับชินอ๋องขออาสาไปช่วยที่ตำหนักชินอ๋องกำลังเตรียมชุดออกรบพร้อมฮ่องเต้ ถูกแยกกองทัพออกเป็นหลายส่วนกองทัพฮ่องเต้จะเป็นแนวหน้าส่วนทหา

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เผยความในใจ-เปลี่ยนสถานะ

    จิ่นฟานอวี้ยกมือบางขึ้นมาจูบความนุ่มนวลทำให้นางอ่อนไหว"เราไม่มีวันหย่าขาดจากกันขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไป"เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดช่วงแรกตอนนี้ในใจของเขาไม่อาจขาดสตรีคนนี้ได้อีกต่อไป จางลี่อิงโผเข้ากอดเขาแน่นนางคิดว่าต้องพบกับความโดดเดี่ยวถึงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ หัวใจของนางก็คล้ายจะแหลกสลายเขากอดนางตอบเช่นกันจูบปอยผมปลอบใจอยู่นานจนกระทั่งหลับไปทั้งคู่ช่วงเช้าทั้งคู่ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่วังหลวง วันนี้จะไปพบกับเจ้ากรมขุนนางที่หน้าท้องพระโรงรอเดินเข้าไปด้วยกัน สองสามีภรรยาจับมือกันเอาไว้แน่นเช่นเดิมเรื่องเมื่อคืนคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ไปทั้งสองจะคอยเคียงข้างกันไม่แยกจากกันอีกความผูกพันทางใจช่วยให้เขาทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกันและกันหน้าประตูวังหลวงนายทหารเฝ้าประตูไต่ถาม จิ่นฟานอวี้จึงยกป้ายสัญลักษณ์ที่เจ้ากรมขุนนางให้ติดตัวไว้ ทหารมองหน้ากันลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงปล่อยเข้าไปพร้อมกับเดินประกบซ้ายขวาฮ่องเต้รอเขาอยู่แล้วจากรายงานของเจ้ากรมขุนนาง ทรงเฝ้ารอใจจดใจจ่อตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระอนุชา เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรงเสนาบดีกรมขุนนางทำคว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ความจริงของจิ่นฟานอวี้

    เจ้ากรมขุนนางรอจิ่นฟานอวี้อยู่ที่จวนเรียกเขาเข้าพบเป็นการส่วนตัว พอเดินทางมาถึงจึงพาจางลี่อิงหาที่พักเสร็จจึงเข้าพบทันทีที่พบหน้าของจิ่นฟานอวี้ เสนาบดีกลับต้องตกตะลึงพยายามควบคุมร่างกายสั่นเทิ้มไม่ให้แสดงออกมาจนน่าเกลียด น้ำตาคลอหน่วยตารื้นขึ้นมา จิ่นฟานอวี้คุกเข่าลงโดยไม่พูดจา จางลี่อิงก็คุกเข่าตามด้วยความงุนงง"อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ายังไม่ตาย"เขาเดินมาจับตัวให้ยืนขึ้นเพียงเท่านั้นก็กอดเอาไว้แน่นร้องไห้ออกมาดั่งคนดีใจที่ได้ของรักกลับคืน"ท่านตา"จิ่นฟานอวี้เรียกสรรพนามนั้นแจ่มชัด เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่ายเช่นกัน"เจ้าคงลำบากมาก ตามันโง่เง่าที่ทำให้เจ้าตกระกำลำบาก ไม่สมควรเป็นตาของเจ้า"เขาเฝ้าโทษตัวเองเจ้ากรมขุนนางมองผ่านมายังจางลี่อิง จิ่นฟานอวี้จึงจับมือนางเดินเข้ามาใกล้"นี่ภรรยาของหลานจางลี่อิงขอรับ"นางคารวะอ่อนน้อม ผู้อาวุโสกว่ายิ้มเอ็นดูในความน่ารักและนอบน้อมของนางแล้วเชิญทุกคนนั่งลง"ตั้งแต่ราชโองการประกาศว่าเจ้าตายแล้วฮ่องเต้โกรธแค้นมาก สั่งตามล่าตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องและทำสงครามคืนความยุติธรรมให้เจ้าและครอบครัว แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตอนน

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   สะสาง

    นายอำเภอได้รับข่าวไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายตัวเองไประรานเถ้าแก่หลี่ถึงหน้าร้านจึงถูกเรียกเข้าพบ"เจ้าทำเช่นนี้เสียชื่อของข้าชื่อเสียงอาของเจ้า พวกเขาจะอับอายขนาดไหนเคยรับรู้หรือไม่"เขาได้แต่นิ่งฟังบิดาบ่นให้ไม่คิดโต้ตอบใดๆ ฟังมาตั้งหลายปีมีแต่คำพูดเดิมๆ แทบจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว"ท่านพ่อข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"เขาเบื่อหน่ายกับความซื่อตรงรักษาภาพลักษณ์ของบิดา เขาก็แค่ทำตามเงื่อนไขเท่านั้นมันอาจจะดูโหดร้ายแต่หลี่อี้ทำตามข้อตกลงไม่ได้เขาก็จนปัญญาช่วยเหลือก็เพราะความอยากครอบครองร้านสมุนไพรความโลภมาบดบังจิตใจทำให้เขาข่มขู่สองพ่อลูกโดยใช้วิธีสกปรกหลอกล่อหลี่อี้ผู้เสเพลมาติดกับ"หน้าที่ของเจ้ามันไม่เหมือนคนอื่นเจ้าควรไปเรียนสอบทำงาน ข้าจะให้อาของเจ้าฝากให้"ความบกพร่องอย่างหนึ่งของนายอำเภอเฉินคือเขามักละเลยการอบรมบุตรชายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาจึงไม่อยู่ในโอวาท ที่ดุด่าได้ทุกวันเพราะอยากให้เขาทำงานในวังหลวงมีอนาคตสดใสดีกว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อนพนันเกเรไปวันๆ ไม่รู้จักรักความก้าวหน้าทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้ว"โธ่ ท่านพ่อ"เขาสุดจะคัดค้านนายอำเภอเฉินกลัดกลุ้มใจเป็นอันมากที่ลูกชายไม่เ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ผูกมิตร

    "อย่าบอกใครเรื่องนี้ได้หรือไม่"พูดจบก็สะอื้นออกมาดูน่าเวทนายิ่งนัก"สบายใจได้ข้าไม่พูดแน่นอนไปพักผ่อนเถอะ" แม่ของหลิวซานซานกอดบุตรสาวที่กำลังเสียขวัญเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำ"ขอบใจมากนะลี่อิง"นางจับมือหลิวซานซานเอาไว้ยิ้มให้บีบมือปลอบใจจนหยุดร้องไห้พลางลูบหลังสองแม่ลูกให้กำลังใจ จากนั้นก็แบกตะกร้า

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ประลองฝีมือ

    "ทำไมเจ้าถึงรู้ล่ะ อ๋อข้าเข้าใจแล้วเจ้าเป็นบัณฑิตย่อมรู้ธรรมเนียมอย่างนี้สินะคราวหลังข้าไม่เล่นแล้วแต่ข้านับถือเจ้าเป็นอาจารย์ของข้าจริงๆ นะ"นางทำท่าทางขึงขังดึงดันจะเรียกเขาว่าอาจารย์ให้ได้ จิ่นฟานอวี้เห็นนางเริ่มไม่เชื่อฟังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ยกมือขึ้นปิดปากนางเสียก่อนจะพูดมากเอะอะให้บ้านอื่นได

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ชีวิตที่เปลี่ยนผัน

    จางลี่อิงมีสามีขี้โรคชื่อจิ่นฟานอวี้ ครอบครัวของนางเจอเขานอนสลบอยู่ในป่าเชิงเขาเมื่อหลายเดือนก่อนจึงพามารักษาที่บ้าน จิ่นฟานอวี้พักรักษาตัวอาศัยอยู่ในบ้านสกุลจาง เมื่ออาการดีขึ้นจึงถามไถ่ความเป็นมาของเขาพบว่าเขาเป็นบัณฑิตมาจากสำนักศึกษาอื่น กำพร้าพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องไร้ญาติขาดมิตร ต่อมาทางตระกูลจางจ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตัวประหลาด

    หมู่บ้านชุนเฟิง อำเภอต้าซุน แคว้นเฉียน"นางหน้าลาย""ตัวอัปลักษณ์""นางคนบ้า""นางปีศาจ""เป็นบ้าแล้วยังอวดดีไปให้พ้น!"เสียงก่นด่าถากถางไม่ขาดระยะขับไล่สตรีผมกระเซิงคนหนึ่งออกไปให้พ้นอาณาเขตบ้านของพวกเขา เหล่าสตรีในหมู่บ้านชุนเฟิงของเมืองต้าซุน หมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชุนเฟ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status