LOGINเมื่อความรักและภักดี ถูกตอบแทนด้วยความเจ็บปวด และความตายที่เขาเป็นผู้มอบให้ด้วยมือตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ีนางกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอยู่ "หมิงเล่อ" สตรีทีเป็นทั้งองครักษ์ และนักปรุงยาพิษ ไม่มีทางลืมความเจ็บปวดที่สาหัสเกินกว่าหัวใจของนางจะรับไหวในครั้งนี้ได้ และเมื่อจมสู่ความอันมืดมิดและหนาวเหน็บไร้กาล นางก็ได้โอกาสจากสวรรค์อีกครา วิญญาณที่เต็มไปด้วยแรงแค้น กลับมาเข้าร่างบุตรีคนโตของจวนเสนาบดี ขุนนางร่วมราชสำนักเดียวกันกับท่านแม่ทัพมีชื่อ ทว่าชีวิตของคุณหนูใหญ่ "ฟู่ซานถิง" ก็ช่างอาภัพไม่ต่างกับนาง สองวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นเต็มหัวใจ ทั้งแค้นเก่า แค้นใหม่ ข้าจะขอสะสางให้จบสิ้นในชาตินี้!!
View Moreลมหายใจที่รวยริน ดวงตาที่ไร้แสงมานานกว่าครึ่งปี จดจำได้เพียงแค่น้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนจะคล้ายกับความรู้สึกผิด แต่ทว่าคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาหลังจากนั้น กลับทำให้หัวใจของนาง แตกสลายลงไปในชั่วพริบตา
“หมิงเล่อ ถือว่าครั้งนี้เจ้าช่วยข้าเป็นครั้งสุดท้ายเถิดนะ อย่างไรข้าก็ปล่อยให้มารหัวขนในท้องของเจ้า คลอดออกมาไมได้”
“ท่านรู้ว่าข้าท้อง...เฮือกก!!!”
ฉึก!
เฮือก!!!…..
“หละ...หลี่ อวี้...หลาน ท่าน มัน ไม่ใช่ คน!”
มีดที่แทงเข้ามาที่หน้าท้องของนางจนมิดด้าม ช่างโหดเหี้ยมและไร้ความรู้สึกผิด เมื่อเขาดึงมีดนั้นออก และแทงลงมากลางหน้าอกของนางอีกครั้ง ลากยาวลงมาจนถึงลิ้นปี่ หมิงเล่อก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรง สิ้นหวังทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เจ็บปวดกกว่าแผลที่ถูกเขาแทง ก็คือหัวใจที่ถูกเขาเหยียบย่ำ จนไม่เหลือชิ้นดี
“ทะ ท่าน! ฮึก!! อ๊ากกก....”
เสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาสุดท้าย ดังออกมาจากห้องเล็กในเรือนหลังที่ห่างไกลเรือนหลักของจวนแม่ทัพ คิดไม่ถึงเลยว่าชายเดียวที่นางมอบทั้งชีวิตและหัวใจ เขากลับตอบแทนนางด้วยความตาย
ก่อนหน้านี้ว่าที่คู่หมั้นของเขา ทั้งกลั่นแกล้งนางสารพัด บอกว่าการที่มีคนตาบอดอยู่ในจวนเป็นสิ่งอัปมงคล จึงมาขับไล่นาง หมิงเล่อที่มองไม่เห็น เมื่อถูกคนทำร้าย ด้วยสัญชาตญาณจึงปกป้องตัวเอง จนทำให้คู่หมั้นเขาบาดเจ็บ
ครั้งนั้นนางถูกลงโทษโบยหลังจนบาดเจ็บ เพียงเพราะหมิงเล่อ ไม่ยอมขอโทษว่าที่คู่หมั้นของเขา ซึ่งเป็นบุตรีของท่านราชครู มาวันนี้ว่าที่คู่หมั้นของเขา รู้ข่าวว่านางตั้งครรภ์ จากสาวใช้ที่ลอบส่งข่าวไปที่จวนสกุลฟาง จึงคิดที่จะทำให้นางแท้งลูก แต่สุดท้ายผู้ที่ลงมือฆ่านางกับมือ กลับเป็นเขา....
“ขอโทษนะหมิงเล่อ แต่เลือดของเจ้าและหัวใจของเจ้ามีพิษหลายชนิด ที่สามารถรักษาบาดแผลบนใบหน้าของฉินเหนียงได้ บุญคุณของเจ้าในครั้งนี้ ข้าจะจดจำเอาไว้ชั่วชีวิต ไปดีเถิดนะหมิงเล่อ ข้าจะจัดทำศพของเจ้าให้สมเกียรติ เพื่อเป็นการตอบแทนเจ้าก็แล้วกันนะ”
“ไอ้.... คน สารเลว!”
ตึง!
หมิงเล่อทอดกายลงสู่พื้นช้า ๆ ผ้าปิดตาที่ไร้ดวงตาทั้งสอง มีเลือดไหลออกมาไม่ขาดสาย ความแค้นยังคงฝังแน่นอยู่ห้วงความคิดสุดท้ายก่อนหมดลมหายใจ ไปพร้อมกับแรงฉุดหัวใจจากแม่ทัพหนุ่ม ที่กรีดและดึงออกไปจากอกนางเองกับมือ ความมืดมิดเข้าปกคลุม พร้อมกับความแค้นที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
‘แค้นนี้ช่างหนักหนานัก ข้ามิอาจยกโทษให้พวกเจ้าได้ หากแม้นมีโอกาสอีกครั้ง เพียงแค่ครั้งเดียว... ข้าจะไม่มีวันยกเว้นชีวิตพวกเจ้าเลยแม้แต่คนเดียว!’
ดวงตาที่มืดสนิท กำลังจมดิ่งลงไปสู่ห้วงมืดมิดที่ไร้จุดหมาย บัดนี้นางไม่รู้สึกเจ็บปวด และไม่รับรู้ถึงความทุกข์ ความกังวล และความทรมานจากการเจ็บปวดทั้งมวล ร่างกายที่เริ่มเบาบางดุจขนนก ล่องลอยไร้จุดหมาย เย็นสบายและไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป…..
หากแม้นสวรรค์ได้ยินคำวิงวอนนี้ และให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง พวกเจ้าทุก ๆ คน ที่เคยทำร้ายข้ากับลูกในท้อง จะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปแม้แต่คนเดียว!
เฮือก! แฮก แฮก…..
ราวกับจมอยู่ในน้ำไปนานแสนนาน จู่ ๆ ความอบอุ่นก็เริ่มแผ่ซ่านเข้ามายังร่างกายอีกครั้ง เลือดลมที่สูบฉีด กระตุ้นให้ร่างกายเริ่มมีความรู้สึก ทำให้ผู้ที่นอนอยู่ รู้สึกราวกับได้นอนผิงไฟอุ่นบนเตียงนุ่ม ๆ กลิ่นหอมดอกหมื่นลี้ลอยมาจากที่ใดกัน ไหนจะเสียงกังสดาลที่ไพเราะจากที่ไกล ๆ นั่นอีก นี่ข้า… อยู่ที่ใดกันแน่
“เฮือก!!”
“คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว รีบส่งคนไปแจ้งฮูหยินผู้เฒ่า กับฮูหยินให้ทราบเร็วเข้า!”
เสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสาม วิ่งเข้า ๆ ออก ๆ ในห้องที่มีอากาศอบอุ่นกว่าห้องเดิมที่นางได้จากมา แสงที่ลอดผ่านม่านสีอ่อนบางเบา ไม่สิ! นางคงบ้าไปแล้วเป็นแน่ เหตุไฉนจู่ ๆ นางจึงได้เห็นแสงเล่า ทั้ง ๆ ที่ก่อหน้านี้ นางใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมานานเกือบครึ่งปี
“แคก แคก นะ น้ำ”
นางไม่มั่นใจว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องจริง เหตุใดจู่ ๆ ก็ฟื้นขึ้นมายังที่ที่ไม่เคยรู้จัก นี่มันที่ใดแล้วนางเป็นใครกันแน่ ราวกับทุกอย่างราวกับหมุนย้อนกลับ แต่พอนึกย้อนกลับไปได้ ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แบบนั้น คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ แต่ทันใดนั้นเอง ทุกอย่างก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา ราวกับสายน้ำทะลักออกมาจากเขื่อนที่แตกพัง อย่างไร้การควบคุม
‘นี่มันความทรงจำของผู้ใดกัน “ฟู่ซานถิง” ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่ยังเล็ก เป็นบุตรคนเดียวของภรรยาเอกเสนาบดี “ฟู่ซวนเฮ่อ” หลังจากมารดาสิ้นใจ ก็ถูกส่งไปเลี้ยงดูที่นอกเมือง ไม่ได้ติดต่อกับคนในตระกูลฟู่อีกเลย
หลังจากที่ทราบข่าวว่าแม่นมผู้ดูแลนางสิ้นใจแล้ว บิดาก็มีคำสั่งในนางกลับมาเมืองหลวง แต่โชคร้ายที่นางเป็นคนร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างเดินทางกลับมาก็ป่วยเป็นไข้ป่า และตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่เรือนหลังแห่งนี้ ไร้คนเหลียวแล’
สิ่งที่หลั่งใหลเข้ามาในหัวของหมิงเล่อทั้งหมดในตอนนี้ เต็มไปด้วยความทรงจำ ความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองของฟู่ซานถิงตั้งแต่รู้ความจนกระทั่งมาถึงเมืองหลวง แม้ว่าสตรีผู้นี้จะเกิดในตระกูลที่สูงส่ง แต่ชะตากรรมกลับรันทดหดหู่ ไม่ต่างอะไรกับหมิงเล่อในชาติก่อนเลย
'เรื่องราวของเจ้า ช่างรันทดไม่ต่างกับข้าเท่าไหร่ ชะตากรรมของเราไม่ต่างกันมากนัก แม้ว่าจะเกิดคนละฐานันดรก็ตาม.... แต่ไม่ว่าอย่างไร จากนี้ไปข้าจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใด มาทำร้ายทั้งเจ้าและข้าได้อีกต่อไปแล้ว'
ตอนที่ 202 เป็นไปไม่ได้!!“ไม่! ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!!”“เป็นไปได้หรือไม่ ทุกคนก็ได้เห็นแล้ว ป้ายคำสั่งทหารสี่ดินแดน หลอมด้วยทองคำทั้งอัน ไม่มีทางที่จะแตกหักง่ายเหมือนของเจ้า”หลี่อวี้หลานส่ายศีรษะ มิอาจยอมรับความจริงได้ เขามั่นใจว่าป้ายที่อยู่กับเขาเป็นของแท้แน่นอน เพราะแย่งมาจากแม่ทัพซ่ง ก่อนที่เขาจะตาย และเก็บเอาไว้อย่างดีที่สุสานหลวง ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ กับอีกคน….เฮือก!! “ไม่ ไม่จริง! ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นไปได้ ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันอยู่ที่ใด นางตายไปแล้ว”“ทหารทุกคนจงฟัง! หากยอมวางอาวุธแต่โดยดี ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า แต่หากยังขัดขืนสู้ต่อ จะไม่เว้นแม้แต่ชีวิตเดียว ตอนนี้พวกเจ้าเลือกเอา!”เมื่อองค์ชายเก้าประกาศ ทหารหลายคนเริ่มลังเล และเริ่มปลดอาวุธ เพราะทั้งกำลังและความสามารถ มิอาจเทียบกับกองทัพแดนเหนือได้แม้เพียงครึ่ง พวกเขายอมปลดอาวุธ แต่หลี่อวี้หลานที่แค้นเคืองใจ เพียงอีกแค่ก้าวเดียว เขาก็จะบุกเข้าไปในตำหนักและยึดอำนาจได้แล้ว หากองค์ชายเก้าไม่มาขัดขวาง “วันนี้ต่อให้ตาย ก็ไม่มีทางยอมแพ้ ข้าขอแลกด้วยชีวิต ย่าส์!!”“ข้าเอง!”ซานถิงกระโดดลงจากหลังม้าพร้อมดาบ เพื่อมาสู้กับหลี่
ตอนที่ 201 วังหลวงนองเลือดฮองเฮารู้สึกเย็นวาบไปทั้งเรือนกาย เมื่อฝ่าบาทตรัสออกมาเช่นนั้น บัดนี้แม้แต่ทหารองครักษ์ในห้องก็เริ่มทำตัวไม่ถูก“พระองค์ทรงทราบอยู่แล้วว่า หม่อมฉันจะทำเรื่องนี้ ดังนั้นกองทัพด้านนอกนั่น…”“แม้ว่าข้าจะรู้ถึงแผนการของเจ้า แต่เรื่องกองทัพฉางซั่วที่บุกเข้ามาในวัง ต้องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเราจริง ๆ”ฮองเฮาพลันนึกได้ก็เริ่มรู้ตัว นางสะดุ้งสุดตัวและมองใบหน้าขององค์ชายหก“แย่แล้ว!”นอกตำหนัก ลานหน้าวังหลวง“บุก!!”สองกองทัพระหว่างซ่างกั๋วกง และกองทัพฉางซั่วของหลี่อวี้หลาน ปะทะกันอย่างดุเดือดอยู่ที่ลานด้านนอก ต่างฝ่ายต่างเสียกำลังไปมาก ด้านบนระเบียงหอดูดาวที่สูงตระหง่านด้านทิศเหนือ อวี่โม่ฉินและไป๋จื่อหยาง ยืนรอดูสถานการณ์อยู่เงียบ ๆ“พวกเขาเริ่มปะทะกันแล้ว เป็นไปตามแผนขององค์ชายเก้า จากนี้จะทำอย่างไรต่อ จะสั่งการเลยหรือไม่”“รอก่อน ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้องค์ชายเก้าอยู่ที่ใดแล้ว”“เรียนใต้เท้าอวี่ กองทัพแดนเหนือ กำลังเดินทางเข้ามาที่ประตูวังหลวงแล้ว รอเพียงสัญญาณเท่านั้นขอรับ”“อืม เข้าใจแล้ว”ศึกนองเลือดด้านนอก ทำเอาผู้ที่สั่งการอย่างฮองเฮาคาดไม
ตอนที่ 200 เกิดอะไรขึ้น!“นี่เจ้า… จะฆ่าเรางั้นหรือฮองเฮา”“หากพระองค์ยังอยู่ แล้วหม่อมฉันจะปกครองใต้หล้านี้ได้อย่างไรเล่าเพคะ”“เจ้า! เฮือก!!”“ลงนามในราชโองการเสียเถิดเพคะ มิเช่นนั้น…”“แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะฮองเฮา!”เสียงของทหารองครักษ์ วิ่งเข้ามาเพื่อรายงานข่าวสำคัญ“เกิดอะไรขึ้น!”“กองทัพฉางซั่ว บุกเข้าประตูอู่เหมิน ตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ว่าอย่างไรนะ! พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ รีบไปจัดการพวกมันสิ!”“พ่ะย่ะค่ะ พวกเจ้าไปกับข้า เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ อารักขาฮองเฮา”""รับทราบ""ซ่างกั๋วกงรีบออกไปจากห้องบรรทม เพื่อไปช่วยรับศึกในวังหลวง ฮองเฮากัดกรามแน่น องค์ชายหกยืนอยู่ในห้องบรรทมเช่นกัน “เสด็จแม่ หรือว่าจะเป็น…”“หลี่อวี้หลาน หลิงเอ๋อร์นี่เจ้าหักหลังข้างั้นหรือ!”“ลูกเปล่านะเสด็จแม่! ลูกสาบานได้ว่า ไม่รู้เรื่องนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ หรือว่ากองทัพของหลี่อวี้หลาน จะมาช่วยท่าน”“งี่เง่า! เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า หลี่อวี้หลานก็ต้องการอำนาจและช่วงชิงบัลลังก์นี้เช่นกัน เขามีกองทัพอยู่ในมือ แล้วยังมีป้ายคำสั่งของกองทัพแดนเหนือ ที่มีอำนาจสั่งการทหารเกือบสองแสนนายที่อยู่นอกเมืองหลวง”“หึ! เรื
ตอนที่ 199 ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไรซานถิงมองดูกองทัพที่อยู่ในเงามืด คิดว่าคงจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยนาย ซึ่งนั่นก็น่าจะมากพอ ที่จะขัดขวางการล้มล้างแผนการกบฏของฮองเฮา“ท่านกำลังวางแผน ให้ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น แล้วเป็นนกขมิ้นอยู่ข้างหลัง คอยเก็บผลประโยชน์สินะ”“หากไม่ใช้วิธีนี้ เราอาจจะสูญเสียกำลังพลไปมากโดยไม่จำเป็น และจะไม่มีทางรู้เลยว่า มีขุนนางคนใดบ้าง ที่ร่วมมือกับฮองเฮา”“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราต้องทำอย่างไร แล้วตอนนี้หลี่อวี้หลานอยู่ที่ไหน”“ไม่ต้องรีบร้อน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร ข้าไม่มีทางลืมความแค้นของเจ้า แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา รอสัญญาณจากโม่ฉินก่อน”“ข้าเข้าใจแล้วเพคะ”ซานถิงยอมฟังแต่โดยดี นางเชื่อใจว่าองค์ชายเก้าวางแผนการมาอย่างดีแล้ว จึงทำเช่นนี้ วังหลวง / ตำหนักใหญ่เหล่าขุนนางคนสำคัญ ยังคงเฝ้าอยู่ในตำหนักของฝ่าบาท เพื่อรอฟังอาการของฮ่องเต้ ในขณะเดียวกัน องครักษ์รอบ ๆ เริ่มเคลื่อนไหว และไม่ถึงสองก้านธูป ฮองเฮาก็เสด็จมาถึง“ฮองเฮาเสด็จ”“นะ นี่มันอะไรกัน เหตุใดจึงมีทหารเข้ามาในตำหนักมากมายเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา”“ฆ่าพวกปากมากซะ!”“ฮึก!”กงกงที่ถวายการรับใช้หน้าตำหนัก ถูกฟันใ
ตอนที่ 138 ข้ากับเขาเท่านั้นที่รู้“เจ้าบ้านั่นถึงกับ… เอาไปซ่อนไว้ที่แบบนั้น คงจะคิดว่ามันปลอดภัยจริง ๆ สินะ”“แต่เขาก็คิดถูกนะ คงไม่มีใครกล้าคิดว่า ป้ายคำสั่งทหารสามกองทัพ จะอยู่ที่หลุมฝังศพอดีตแม่ทัพใหญ่อย่างแม่ทัพหลี่จิ้งได้หรอก”“ซานถิงเจ้าแน่ใจหรือว่า ป้ายคำสั่งอยู่ที่นั่นจริง ๆ”อวี่โม่ฉินหั
ตอนที่ 135 เจ้า… เป็นใครกันแน่“อะไรนะ! วิญญาณงั้นหรือ”“นะ นี่เจ้ากำลังจะบอกว่า จะ เจ้า ๆ เจ้า…เป็น ผะ ผีงั้นหรือ ไม่น่า… ไม่ใช่กระมัง”เต๋อชวนรู้สึกตื่นเต้นจนขนลุกชูชันไปทั้งตัว โม่ฉินที่ยึดมั่นในหลักการ ถึงกับนั่งนิ่งไปทันที ราวกับกำลังฟังเรื่องลี้ลับที่แม้แต่ตรรกะใด ๆ ที่เขาเคยร่ำเรียนมา ก็มิอา
ตอนที่ 109 ได้เวลาของเจ้าแล้วจินหย่าหลีบอกลาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะออกจากจวนของนางไป ซานถิงยืนส่งนาง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเมื่อรถม้าสกุลจิน ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป“จินหย่าหลี… ได้เวลาของเจ้าแล้ว อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า”จวนแม่ทัพจินหย่าหลีไม่รอโอกาสผ่านไป นางรีบจัดเตรียมของขวัญ และมาที่จวนแม่ทัพหลี่ด้วยตัว
ตอนที่ 104 แผลนั่นไม่ได้เกิดจากพิษเมื่อจินหย่าหลี ดึงหมวกคลุมหน้าของฉินเหนียงออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า กับทำให้นางถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะใบหน้าของฟางฉินเหนียง บัดนี้เริ่มลุกลามจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ แผลที่เคยมีเพียงเล็กน้อย เริ่มกระจายเกือบครึ่งหน้า ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้อง ถึงกับตกใจและร


















reviews