เมฆินทร์ยังไม่ได้ให้คำตอบบิดา ในระหว่างทางกลับบ้านมีหลายครั้งที่เขาลอบสังเกตสีหน้าภรรยา ทว่าเธอกลับนิ่งเฉยเสมือนคำพูดของท่านชัยพลเป็นเพียงสายลมวูบหนึ่งเท่านั้นเอง
ต่อให้เขามีเมียเพิ่มอีกสักกี่คนเธอก็คงไม่สนใจเหมือนอย่างที่ไม่เคยสนมาตั้งแต่ต้น
“พ่อครับ เมียแปลว่าคนรักหรือเปล่า” จู่ๆ ภูมินทร์ก็ตั้งคำถามแปลกประหลาด เมฆินทร์เลิกคิ้วจ้องใบหน้าลูกชายผ่านกระจกมองหลัง
“ทำไมถามงั้น”
“ภูมิได้ยินคุณปู่พูด...ให้พ่อมีเมียเพิ่ม”
เพราะการันต์งอแงจะเอาตุ๊กตาพี่หมีในรถ เด็กชายจึงอาสามาหยิบให้น้องแต่ต้องเดินผ่านห้องโถงที่เชื่อมต่อกันเขาจึงได้ยินคำพูดของปู่ทุกถ้อยคำ
ภูเบศวร์เองก็นั่งนิ่งดวงตาใสซื่อมองเสี้ยวหน้าบิดาจากทางด้านหลังสลับกับมารดา “แต่พ่อมีแม่อยู่แล้วนี่ หรือต้องมีคนรักหลายคนแบบปู่ครับถึงจะเรียกว่าดี” ภูเบศรว์ถามตามประสา
การันต์ที่นั่งบนตักดารินเอี้ยวคอเอ่ยกับพี่ชายฝาแฝดทั้งสอง “ไม่จริงหรอก พ่อมีแม่คนเดียวอยู่แล้ว”
ดารินรู้สึกเจ็บแปลบในอกด้านซ้ายคำถามไร้เดียงสาเหล่านั้นมีปฏิกิริยายาต่อใจคนฟัง แล้วคนเป็นแม่อย่างเธอควรต้องตอบเช่นไร ถูกแล้วปู่ของพวกเขากำลังยัดเหยียดแม่คนที่สองให้อย่างนั้นหรือ
น่าตลกสิ้นดี
เมฆินทร์ระบายยิ้มประคองพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวและใช้อีกข้างยื่นมายีกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของการันต์
“มีเพิ่มอะไรกันเล่าพ่อจะทำแบบนั้นได้ยังไงแค่แม่คนเดียวก็แย่แล้ว” พลางหัวเราะคล้ายเรื่องขบขันเรื่องหนึ่งเท่านั้น
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ใบหน้างามนิ่งสงบดวงตาเย็นชามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเย้ยหยันสามีพูดปดได้อย่างลื่นไหล คนอย่างเขาน่ะหรือจะกล้าขัดใจบิดา
หลายวันผ่านไป...
ช่วงกลางดึกหลังพาเด็กๆ เข้านอนกันหมดแล้วมีเพียงดารินที่ยังคงตื่นเต็มตา
เธอเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านตรงไปยังบาร์น้ำถัดจากห้องรับแขก หยิบไวน์มาหนึ่งขวดรินใส่แก้วสีใสยกขึ้นจรดริมฝีปาก คลื่นความร้อนแผดเผาลำคอระหงเธอนั่งดื่มเงียบๆ เพียงลำพังภายใต้แสงไฟสลัว ค่ำคืนนี้เมฆินทร์ออกงานสังคมกับบิดาขณะนี้เกือบเที่ยงคืนแล้วก็ยังไร้วี่แววจะกลับมา
เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นในลำคอต้องมีความสุขแบบไหนถึงได้หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา...ดารินกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
ออกงานสังคมอะไรกัน ตาแก่นั่นก็แค่พาลูกชายไปดูตัวว่าที่เมียน้อยเท่านั้นเองปานนี้คงจะยิ้มกันหน้าระรื่นต่างจากเธอที่แทบจะหยุดฟุ้งซ่านไม่ได้
‘รับหนูมุกเป็นเมียอีกสักคนฉันว่าก็ไม่เลว คุณเฉลิมพลก็ไม่ใช่ใครที่ไหนในอนาคตข้างหน้าเราอาจได้ร่วมงานกัน’
มีอำนาจ มีคอนเน็กชัน มีหน้ามีตาในสังคม สำหรับพ่อสามีผู้นี้ก็นับว่าไม่ใช่ใครที่ไหนทั้งนั้นละ
เธอถูกครอบครัวสามีกดขี่มาตลอด ต่อให้ปฏิบัติตนเป็นลูกสะใภ้ที่ดีแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยเห็นค่า
หลายปีมานี้ยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่บ้านเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง เธอชอบแฟชันชื่นชอบการออกแบบถึงขั้นอยากเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเอง ทว่ากลับต้องพับโครงการนั่นเก็บไว้เพียงเพราะมันอยู่นอกเหนือจากหน้าที่ที่ต้องทำ
‘หล่อนอย่าเพิ่งคิดจะทำอะไรเลยเกิดปัญหาขึ้นมาโชติพิสุทธิ์เมธาจะแปดเปื้อนไปด้วย’
คำพูดของคุณหญิงสุมณียังคงติดอยู่ในหัวเธอยันทุกวันนี้
ยอมตกเป็นเบี้ยล่างไร้ปากไร้เสียง ยอมให้คนเหล่านั้นมองข้ามจนแทบสูญสิ้นตัวตน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับพวกเขากลับทำลายเธอช้าๆ ไม่เว้นแม้พ่อบังเกิดเกล้า
เมียที่ดี แม่ที่ดี ลูกสะใภ้ที่ดี และหน้าที่ของลูกที่ดี... ดารินเงยหน้ามองเพดานขาวโพลนหัวเราะเสียงแหบพร่า หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกจากหางตาไม่ขาดสาย
บนบ่าทั้งสองข้างนี้ช่างหนักอึ้งเสียจริง...
นั่งดื่มเพียงลำพังกระทั่งสายธารแห่งความอ่อนแอเหือดแห้งหายไป เธอลุกจากเก้าอี้ทรงสูงในขณะนั้นเองมือถือเครื่องบางเฉียบบนเคาน์เตอร์หินอ่อนก็สั่นครืน
ปรากฏรายชื่อเมฆินทร์
จ้องมองอยู่ชั่วอึดใจไม่นานก็เลื่อนกดรับสายทว่าเสียงที่ได้ยินไม่ใช่ของสามี
“ฮัลโหลน้องดาให้คนเปิดประตูรั้วให้หน่อยนะพอดีไอ้เมฆมันอยู่บนรถกับพี่น่ะ เมาเป็นหมาเลย” เสียงของอัคนีเพื่อนของเมฆินทร์ ในสายเธอได้ยินเสียงคนเมาแววมาประมาณว่า
‘ไปส่งกูที่คอนโดไอ้เหี้ยอัค’
“ทำไมเขาถึงอยู่กับพี่อัคได้คะ”
“ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมาเหมือนกันค่ะ ใส่สูทเต็มยศแต่มานั่งก๊งเหล้าที่ผับพี่ บอกให้กลับบ้านก็ไม่กลับ เมาเละเทะเป็นหมา...ยังไงรบกวนน้องดาลงมารับมันทีนะพี่ใกล้ถึงแล้ว”
อัคนีกดวางสายไปแล้วส่วนเธอสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ พี่อัคควรพาคนเมาไปทิ้งไว้คอนโดจริงๆ นั่นแหละ เหล้าเข้าปากทีไรเมฆินทร์มักปล่อยหมาออกมาเสมอ เธอมองนาฬิกาในจอมือถือนี่ก็ดึกมากแล้วถ้าเรียกป้าแววลงมาเธอเองก็เกรงใจ ถอนหายใจระลอกหนึ่งก่อนจะเดินออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ยืนรอหน้าบ้านไม่นานรถของอัคนีก็ขับเคลื่อนเข้ามาจอด ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีหิ้วปีกเพื่อนลงจากรถหรูแต่ถูกคนเมาสะบัดแขนออกไม่ยอมให้แตะต้องเนื้อตัว
“ไม่เมาเว้ยเดินเองได้”
“เออ! หัวทิ่มขึ้นมากูจะล้อยันลูกมึงบวชเลยคอยดู...น้องดาพี่ฝากด้วยนะ” ประโยคหลังหันไปพูดกับดาริน ร่างผอมบางยืนงุ้มไหล่กอดตัวเองไว้หลวมๆ อากาศคืนนี้หนาวกว่าปกติเพราะฤดูกาลเริ่มหมุนเวียน อัคนีรู้สึกสงสารและเห็นใจหญิงสาว
“รบกวนเวลาพักผ่อนของเธอแล้ว ขอโทษด้วยนะ”
เธอส่ายหน้าตอบเสียงอ่อน “ดาสิต้องขอโทษพี่อัค ต้องมาเสียเวลากับคนเมา”
“ขอโทษกันเสร็จยังอะ เข้าไปนั่งขอโทษกันต่อในบ้านด้วยปะ” คนเมายืนเซไปมา ทว่าปากนั้นดียิ่งกว่าใคร
อัคนีแค่นหัวเราะส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายใจหันไปพูดกับดารินอีกไม่กี่คำเขาก็ขอตัวกลับ เมื่อรถคันหรูขับเคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ จึงเหลือเพียงเธอกับสามีที่ยืนจ้องหน้ากันไปมา คิดอยู่นานว่าควรพยุงคนเมาดีไหมดูทรงแล้วคงไม่ต้อง
ร่างระหงเดินเข้าบ้านเงียบๆ โดยมีสามีตัวโตเดินตามหลังมาติดๆ สักพักคนเมาก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย
“น้องมุกก็น่ารักดีนะ วันนี้ไปเจอมาสเปกฉันเลย”
ดารินหยุดฝีเท้ากะทันหัน เมฆินทร์ที่ตามมาติดๆ ชนเข้ากับแผ่นหลังแบบบาง หากเป็นเวลาปกติเขาคงไม่สะเทือน ทว่ายามนี้แม้เดินให้ตรงก็ยังยาก
ร่างผอมในชุดนอนตัวบางเพียงกระชับผ้าคลุมไหล่เอี้ยวคอมองสามีร่างใหญ่บนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย เพราะรู้ดีว่าคุยกับคนเมาก็คงไร้ประโยชน์เช่นเคย ดังนั้นเขาจะปล่อยหมาออกมาจากปากสักกี่ตัวเธอก็จะไม่สนใจ
เป็นเมฆินทร์เสียเองที่ชักเริ่มหงุดหงิดกับท่าทางเฉยเมยนั้น
“ความจริงฉันไม่ได้ให้ไอ้อัคมันโทร. หาเธอนะ แต่เธอดันกดรับก่อนทำไงได้”
“อ้อ...งั้นคุณก็คงผิดหวังน่าดูที่พี่อัคโทร. ผิดคน”
เมฆินทร์หยัดตัวลุกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาดูไม่สบอารมณ์ “มันเป็นญาติโกโหติกาอะไรกับเธอวะถึงต้องเรียกมันว่าพี่อย่างนั้นพี่อย่างนี้ ทีกับฉันที่เป็นผัวแท้ๆ เธอยังไม่เคยจะพูดจาดีๆ หากฉันจะมีเมียเพิ่มมาจริงๆ ก็เพราะเธอมันชอบทำตัวแข็งกระด้าง”
“...”
“เงียบทำไมมันจี้ใจดำนักหรือไง”
“ฉันแค่กำลังสงสัยว่า ในปากคุณน่ะมันมีหมาอยู่กี่ตัวกันแน่ เพราะเหมือนว่าพูดมาเท่าไรก็มีแต่หมาวิ่งสวนออกมาตลอด”
หึ...
เมฆินทร์เหยียดยิ้มตอบกลับเสียงแหบพร่า “งั้นก็ช่วยแบ่งหมาจากปากผัวหน่อยแล้วกัน คับปากคับใจไปหมด!”
คว้าหลังคอภรรยาเข้ามาประชิดโน้มใบหน้าลงต่ำใช้สองมือจับยึดต้นคอเธอไม่ให้ขยับหนีก่อนบดริมฝีปากเข้าหาตวัดเรียวลิ้นสับเปลี่ยนกับการใช้ฟันขบกัดจนเธอได้รสชาติขมปร่าของคาวเลือด
ดารินหลับตาปี๋เพราะรู้สึกเจ็บแปลบๆ บริเวณที่ถูกกัด เธอยกมือขึ้นทุบหน้าอกสามี ทั้งทุบ ทั้งผลัก หนักเข้าก็ใช้มือหยิกแขนอยู่หลายหนกระทั่งหลุดพ้นจากพันธนาการ
“เล่นตัวทำไมเล่า เธอเองก็ชอบไม่ใช่เหรอลีลาผัวคนนี้”
“คงจะดีกว่านี้แหละ.ถ้าผัวมันไม่ปากหมา!”
เมฆินทร์เสยเส้นผมอย่างหงุดหงิด จ้องเขม็งคนสวยที่ปากดีไม่ต่างกันอย่างเอาเรื่อง
“หรือจะต้องเป็นลีลาผัวเก่าอย่างไอ้เจมส์ถึงจะถูกใจมึงวะ หรือว่าจริงๆ ก็เคยเอากันมาแล้ว”
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมอารมณ์โมโห จิตใต้สำนึกที่เคลือบแคลงในตัวภรรยาหลายปีทำให้พรั่งพรูคำพูดที่ไม่ควร
“ภูมินทร์ ภูเบศวร์ กูเป็นคนตั้งให้ลูก แต่การันต์...การันต์ จิรันตน์คล้องกันดีฉิบหาย หรือว่า...”
เพียะ!
ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงตบ เมฆินทร์ยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากเห็นได้ชัดว่ามีเลือดติดปลายนิ้วมาด้วยเขาแค่นหัวเราะในลำคอใช้ลิ้นดันกะพุงแก้ม
“ฉันขอเตือนคุณเอาไว้เลยนะคุณเมฆ อย่ามาพูดจาหมาๆ แบบนี้อีก การันต์เป็นลูกใคร คุณรู้อยู่เต็มอก!”
ร่างบางตัวสั่นเทิ้มกำหมัดแน่นจนกระดูกนิ้วแทบแหลกเหลว หยาดน้ำตานี้ที่มันไหลอาบสองแก้มปกคลุมด้วยความโกรธมหาศาล
“การที่ฉันยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าฉันโง่! และการที่ฉันทนอยู่กับคุณก็ไม่ได้แปลว่าฉันไม่มีที่ไป...หากคุณลองเลิกดูถูกกันสักวินาทีหนึ่งนะคุณเมฆ คุณก็จะเห็นว่าฉันน่ะต้องการแค่อิสระ ต้องการแค่เวลา...ต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ใช่ต้องทำเพื่อใคร”
สามีแค่นเสียงหัวเราะเหยียดหยาม เธออ่อนใจเหลือเกินในแววตาคู่นั้นมีแต่ทิฐิ มีแต่ความอคติเต็มไปหมด...
เมฆินทร์ใช้แขนเท้ายันกำแพงเนื่องด้วยเขาไม่อาจทรงตัวได้ ดวงตาคมเข้มสาดประกายเย็นยะเยียบสีหน้าเยือกเย็นไร้ความสะทกสะท้าน
“การันต์น่ะลูกฉันอยู่แล้ว แต่ตัวแม่เนี่ยสิ ไม่รู้ตอนอุ้มท้องทำอะไรมาบ้าง”
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวบางง้างขึ้นฟาดซ้ำตรงรอยเดิมหนนี้ชายหนุ่มถึงกับหน้าชามองเธออย่างเกรี้ยวกราดทั้งสบถคำหยาบไม่น่าฟังมาออกมาหลายคำ
“เป็นบ้าอะไรวะ กล้าดียังไงมาตบฉันฮะ!”
“ตราบใดที่คุณยังไม่เลิกพูดจาดูถูกกัน ฉันก็กล้าได้มากกว่านี้อีก” ดารินใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าร่องรอยความผิดหวังปรากฏในดวงตา
เธอหมุนตัวเดินออกมาไม่มีประโยชน์ที่จะคุยอีก เพราะเขาไม่เคยเลย ไม่เคยจะเข้าใจกัน...
ทว่าใครบางคนไม่ยอมจบโดยง่าย วาจาร้ายกาจยังไล่แดกดันตามหลังกันมาไม่มีทีท่าจะหยุด
“ทนฟังไม่ได้หรือไงที่ฉันรู้ว่าเธอแอบไปสมสู่กับไอ้เวรนั่นน่ะ เดินหนีทำไมวะถ้าไม่ใช่ก็เถียงมาดิ ...ดารินยายผู้หญิงหน้าเงิน ไม่มีฉันไปสักคนเธอมันก็แค่คนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้นละ”
สองเท้านุ่มเปลือยหยุดการเคลื่อนไหว ดารินเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่ามองไม่เห็นสิ่งใดนอกเหนือจากม่านน้ำตาที่บดบังทัศนียภาพทุกอย่าง เธอเก็บทุกความรู้สึกในแววตาเรียบเฉยน้ำเสียงอ้างว้างเอ่ยขึ้น
“ถ้าฉันคนนี้มันไม่ดีขนาดนั้นเลยละก็...เราหย่ากันมั้ยคุณเมฆ ฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”