LOGIN“ข้าหวังว่าต่อไปนี้ จะพบศิษย์พี่อยู่ลำพังกับซือจุนให้น้อยลงหน่อยนะขอรับ” เฉินฮ่าวหลานพูดเสียงเย็นชา บัดนี้ใบหน้าประจบประเเจงยามอยู่ต่อหน้าเจียงหมิงเจ๋อ เปลี่ยนเป็นดุดันคมกล้าดุจกระบี่ “หืม เด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้า อย่าคิดว่าได้รับความสำคัญจากเลี่ยงหรงก๋วนจู่เพียงเล็กน้อย จะขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าได้” “ผู้ที่ซือจุนให้ความสำคัญข้าย่อมให้ความสำคัญยิ่งกว่า แต่หากผู้ใดกล้าทำร้ายเขา ข้าก็ไม่ปล่อยไว้เช่นกัน ปรมาจารย์หลิวซิง!! เจ้ามิควรแตะต้องเขา!!” เฉินฮ่าวหลานพูดจบ ก็ปลดปล่อยแรงกดกันมหาศาล จู่ๆ ปรมาจารย์หลิวซิง ก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้าอย่าโอหังให้มันมากนัก!!!” ปรมาจารย์หลิวซิงข่มใจตอบโต้ เขาคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็สำเร็จระดับการฝึกตนระดับฝ่านซู จะเกรงกลัวต่อผู้ฝึกตนระดับจินตันตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งได้อย่างไร แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกถึงสัญญาณอันตราย จึงจู่โจมเฉินฮ่าวหลานอย่างไม่ออมมือ เขาเสือกแทงกระบี่ไปทางเฉินฮ่าวหลานทันที เฉินฮ่าวหลาน กระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาชอบวิธีข่มขวัญศัตรูของเจียงหมิงเจ๋ออย่างมาก ไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว รอให้กระบี่พุ่งถึงหน้า และใช้เพียงมือเปล
เจียงหมิงเจ๋อลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เมื่อคืนเขานอนหลับได้สนิทจริงๆ วันนี้จึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เขามิได้นอนหลับสบาย เช่นนี้มานานเพียงใดแล้วไม่รู้ เขาจำได้แล้ว เฉินฮ่าวหลานนวดศีรษะเขา คงหลับไปช่วงนั้นกระมัง ถ้าเช่นนั้นเจ้าเด็กนั่นคงอุ้มเขามานอนบนเตียงเป็นแน่ “ตื่นแล้วหรือขอรับซือจุน ท่านล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย หรือท่านอยากแช่น้ำอุ่นหรือไม่ขอรับ ข้าจะไปเปลี่ยนเป็นถังใบใหญ่มา"เฉินฮ่าวหลานเคาะประตู และยกถังน้ำเข้ามาให้เจียงหมิงเจ๋อ “ไม่เป็นไรหรอก เพียงล้างหน้าก็พอแล้ว หากข้าต้องการอาบน้ำ ยังสามารถเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ภายในมีสระน้ำที่มีปราณทิพย์เข้มข้นอยู่ สามารถเข้าไปแช่ร่างกายได้ตลอดเวลา" ถึงเจียงหมิงเจ๋อจะสามารถเรียกธาตุน้ำออกมาได้ แต่ใครจะไปเสียแรงใช้พลังวัตรเพื่อเสกน้ำอาบกัน หากเขาจะอาบน้ำล้างตัวย่อมเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ทั้งสะดวกสบายกว่า และบรรยากาศก็ดียิ่ง "ห้องตระหนักรู้หรือขอรับ" เฉินฮ่าวหลานเคยได้ยินว่าที่เรือนลี่หลิน มีห้องลับอยู่ห้องหนึ่งภายในมีปราณทิพย์เข้มข้น ผู้ที่จะสามารถเข้าไปได้ มีแต่เจ้าสำนักเท่านั้น ห้องนี้เรียกห้องตระหนักรู้ "ใช่แล้ว
เฉินฮ่าวหลานเกรงว่าหากเขาไร้ความสามารถจริงๆ แล้วบังเอิญทดสอบได้อันดับ 4-5 พัน เจียงหมิงเจ๋อคงเพิ่มจำนวนการรับสมัครศิษย์ปีนี้เป็นหมื่นแน่ ซึ่งการคิดเช่นนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างไร เพราะเจียงหมิงเจ๋อก็ตั้งใจไว้ดังนั้นจริงๆ ในเมื่ออาหลานของเขา ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่ อย่างไรเขาย่อมต้องผลักดันสุดชีวิตอยู่แล้ว เรื่องจะถูกก่นด่า หรือหน้าตาอะไรพวกนั้น เขาเคยสนใจที่ไหนกัน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็นคนไร้ยางอายผู้หนึ่งอยู่แล้ว แต่เฉินฮ่าวหลานจะปล่อยเจียงหมิงเจ๋อถูกติฉินนินทาได้อย่างไร แม้นเขาต้องแสร้งมีพลังวัตรเพียงจินตันตอนกลางเท่านั้น แต่เขาต้องเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรก อย่างไร้ข้อกังขา เฉินฮ่าวหลานจึงทำให้คนเองมีคะแนนอันดับ 1 ในด่านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทุกด่าน ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งสงสัยได้ เพราะอย่างไรเสียเขามีเชื้อสายอสูรไหลเวียนอยู่ การได้อันดับ 1 ในด่านพวกนี้ นับไม่เป็นที่สังเกตใด ส่วนด่านอื่นๆ เขาทำไว้แค่ผ่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อการทดสอบอันยาวครั้งนี้เสร็จสิ้น เขาจึงถูกจัดอยู่ในลำดับ 50 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นนี้ และที่สำคัญคะแนนในด่านอสูรของเขาเต็มทั
ยามปกติ เมื่อยอดเขาเลี่ยงหรงเปิดรับศิษย์ประจำปี จะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้มีข่าวว่า เลี่ยงหรงก๋วนจู่ออกจากด่านแล้ว ยังมาดูชมการคัดเลือกในปีนี้ด้วย ยิ่งทำให้มีผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุให้เมื่อเฉินฮ่าวหลานเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขาเลี่ยงหรง ก็พบฝูงชนจำนวนมหาศาล ทุกหนทุกแห่งล้วนคลาคล่ำได้ด้วยผู้ฝึกตน หน้าสำนักมีกำแพงศิลาขาวสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ทองเหลือง 16 ร่าง สถิตซ้ายขวาข้างประตูสีเงินทั้ง 8 ทิศโดยปกติจะปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกสำนัก เด็กหนุ่มสังเกตผู้ฝึกตนโดยรอบ ปีนี้มีผู้ฝึกตนระดับจินตันตอนปลายมากเป็นพิเศษและยังมีระดับหยวนอิงปะปนอยู่บ้าง แต่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่านอย่างประหลาด หัวใจเต้นสั่นระรัวจนต้องเอามือกดหน้าอกตนเองไว้ ความรู้สึกอันคุ้นเคยจากฟากฟ้าเบื้องบน ทำให้เขาแหงนหน้ามองเหนือกำแพงสูง เขาเห็นเงาร่างอาบย้อมด้วยแสงตะวันเจิดจ้า จนตาพร่าเรือน แต่มิอาจบดบังคนที่เขาโหยหาทุกลมหายใจได้ ภาพที่เขาเห็นเพียงในฝันนับครั้งไม่ถ้วน ความยินดีถาโถมจนท่วมท้นหัวใจ เจียงหมิงเจ๋อ…ของเขา!! “ในที่
การเดินทางจากถ้ำหิมะพันปี เฉินฮ่าวหลานสามารถเหาะไปโดยตรงได้ แต่เขาเลือกที่จะค่อยๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่เขาและเจียงหมิงเจ๋อผ่านมาด้วยกัน ยามนั้นเจียงหมิงเจ๋อเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ เขายังควบคุมพลังได้แบบขาดๆ เกินๆ จึงอาศัยเดินเท้าเอาเป็นส่วนใหญ่ เฉินฮ่าวหลานเดินทางเข้าเมืองถงโจว ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่คึกคักเช่นเคย โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมเห่าซือที่เจียงหมิงเจ๋อเคยมานั่งกินอาหาร เขาไปนั่งที่ลับตาคนตรงมุมเสา ที่ตรงนี้เจียงหมิงเจ๋อเคยมาด้วยกันกับเขา เมื่อเขามานั่ง เถ้าแก่ก็วิ่งมาต้อนรับด้วยตนเอง และนำอาหารมาให้อย่างใส่ใจ เด็กหนุ่มเยาววัย เปี่ยมล้นด้วยพลัง แต่กลับสุขุมสง่างาม ความจริงแล้ว สมควรเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์จนเป็นที่จับตามอง น่าเสียดายทีมีสีหน้าชืดชา อึมครึม ทำให้บรรยากาศรอบกายชวนหนาวเหน็บ มิชวนให้อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหลานนำห่อผ้าเท่าฝ่ามือออกมาจากในอกเสื้อ นำมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วแกะปลาสามรสคีบใส่จานแบ่ง พร้อมกับรินน้ำชาวางไว้ข้างๆ ห่อผ้าอย่างใส่ใจ "ไม่ว่าจะกี่ปี ปลาที่นี่จะยังคงรสชาติเหมือนเดิม เสียดายที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสกินด้วยกันดีๆ ไว้ครั้งหน้าพว
เสียงทัณฑ์สายฟ้าดังลั่นสะท้าน สะเทือนถ้ำหิมะพันปี ทำให้หวงหลงเทพอสูรมังกรบรรพกาลซึ่งจำศีลอยู่เหนือแท่นบูชา อดไม่ได้ถึงกับต้องผงกศีรษะลืมตา “ผู้ใดบังอาจแอบมาทำการรู้แจ้งในถ้ำของข้ากัน” ด้วยความหงุดหงิด ผู้ใดมารบกวนการจำศีลของมันอีกแล้ว มันจึงบินออกจากแท่นบูชากลางทะเลสาบไปหาแหล่งที่มาทัณฑ์สายฟ้านั้น มันเห็นบุรุษในชุดสีเทาลายเมฆ นั่งขัดสมาธิแผ่นหลังเหยียดตรง รอบกายสว่างไหว กลิ่นบงกชหอมกำกาย แผ่กลิ่นอายทั้งกดดันทรงอำนาจ มันตัดสินใจ ย่อร่างให้ขนาดเล็กลง ขดพันรอบกาย ปกป้องชายหนุ่ม ระหว่างที่มีการเลื่อนระดับ ผู้ทำการเลื่อนระดับจะอ่อนแอถึงที่สุด แม้จะไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ตายตัวว่า ห้ามทำร้ายกันขณะผู้ฝึกตนกำลังทำการเลื่อนระดับ แต่เป็นเรื่องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของวิญญูชนผู้ฝึกตน แต่กระนั้นก็มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำการปกปักคุ้มกันด้วย ในกรณีของหวงหลงก็เช่นกัน มันสามารถทิ้งเขาไว้และออกไปไกลๆ ได้ แต่มันก็ตัดสินใจปกป้องคุ้มกันชายหนุ่มผู้นี้แทน เสมือนเป็นสิ่งที่มันสมควรกระทำ แม้นมันจะเคยเกรงกลัวต่อเจียงหมิงเจ๋อ แต่มันมิได้แสดงการเคารพนอบน้อมมาก่อน แต่กับคนผู้นี้ แม้ระดับพลังยังเป็น







