LOGINทางตอนเหนือของถงโจว มีเทือกเขาทอดเป็นแนวยาวพาดผ่าน แบ่งครึ่งแผ่นดินออกเป็น 2 ดินแดน คือภาคกลางซึ่งมีถงโจวเป็นเมืองหลวง และภาคเหนือมีเมืองเทียนเป่ยเป็นเมืองหลวงใหญ่ เทือกเขาลี้ลับนับพันลี้นี้ได้รับการเรียกขานว่าเทือกเขาพ่าซาน
ท้องฟ้าเหนือเทือกเขาพ่าซาน ปรากฏเปลวไฟสีดำสนิท แผ่รังสีความร้อนสุดประมาณ กลุ่มควันมืดมิดเคลื่อนขยายปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า ดุจเทพมรณะเยื้องย่างล่าเยื่อ จุดศูนย์กลางเปลวไฟ มีเงาร่างวานรตัวสูงใหญ่สวมใส่ชุดเกราะโบราณทั่วร่างมีขนยาวสีเผือกผ่อง ที่ศีรษะสวมใส่มงคลรัดเกล้าใต้เท้ายืนอยู่บนก้อนเมฆสีทอง
ในมือมันถือกระบองวิเศษสามารถยืดหดได้ตามใจปรารถนา แค่เพียงการพลิกมือครั้งเดียว ก็สามารถตัดผ่าต้นไม้อายุหลายพันปี ให้เป็นเศษเล็กเศษน้อยได้อย่างง่ายดาย กระแสลมปราณของมันอัดแน่นไปด้วยพลังวัตรเข้มข้น
มันยืนอยู่บนก้อนเมฆสีทอง ส่งแรงกดดันบีบคั้นกลุ่มคนจากยอดเขาเลี่ยงหรงที่อยู่ด้านล่างจนมิอาจประคองตนยืนหยัดได้
มีเพียงบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งที่ฝืนปะทะปะทังร่าง ยืนรับเเรงกดดันได้อย่างยากลำบาก เขาคือปรมาจารย์หลิวซิงจากยอดเขาเลี่ยงหรง
มือขวาทรงพลังของเขาวาดกระบี่ต้านแรงปะทะจากลูกไฟสีดำ มือซ้ายสร้างม่านคุ้มกันปกป้องผู้ฝึกตนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
กระบี่ดาวตกในมือถูกเหวี่ยงฟาดฟันอัคคีสีดำลูกแล้วลูกเล่า ก่อเกิดกระแสลมกรรโชกหมุนคว้างจนก่อเกิดเป็นพายุลูกใหญ่
ผู้ฝึกตนทั้งหมด แม้นหมอบราบอยู่ในระยะไกลยังโดนพายุพัดกระจายคนละทิศทาง พวกอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ถึงจะพยายามกอดต้นไม้ไว้อย่างแน่นหนาก็ยังถูกพายุยกปลิวไปทั้งยวง
“สารเลว!! เจ้าจะทำอะไร ข้าขอเตือนเจ้า หากยังไม่หยุด เจ้าจะต้องเสียใจที่กล้าเป็นศัตรูกับยอดเขาเลี่ยงหรง ทั้งแผ่นดินจะตามล่าเด็ดหัวเจ้า” ปรมาจารย์หลิวซิงตะโกนก้อง
“หลิวซิงเจ้าอย่าให้ราคาตัวเองสูงเกินไปแล้ว ยอดเขาเลี่ยงหรงอันใด ก็แค่ยอดเขากระจอกงอกง่อยเท่านั้น ข้าจะเหยียบให้แบนราบราบเสียเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
ส่งกระถางเฟิ่งหวงม่วงทองมาให้ข้า ข้าจะละเว้นชีวิตพวกเจ้า หากยังขืนต่อต้านข้าอยู่เช่นนี้ อย่าหาว่าข้าไร้เมตตา วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า” ปีศาจวานรกล่าววาจาโอหังอวดดี กระแสลมปราณอันแข็งแกร่ง ถูกบีบอัดเกิดเป็นเสียงอันทรงพลังกระแทกเข้าสู่ดวงจิต ของคนทั้งหมด แม้กระทั่งปรมาจารย์หลิวซิงยังไม่สามารถรับแรงกดดันมหาศาลนี้ได้ ถึงกับโลหิตตีย้อนสู่ลำคอ กระอักโลหิตกองใหญ่
“ฝันไปเถอะ เจ้าลิงปีศาจลองลิ้มรสกระบี่ดาวตกข้าก่อน ค่อยมาทำปากดี” ปรมาจารย์ผากระบี่หลิวซิง ฝืนเดินลมปราณยกกระบี่ขึ้นต่อต้านสุดกำลัง แต่ดูเหมือน ความแข็งแกร่งของเขา จะมีความห่างกันชั้นหลายช่วง เพียงปีศาจวานรสะบัดมือเบาๆ เขาก็กระเด็นไปถึง หลายจั้ง
“เป็นห่วงตัวเองก่อนเถิดหลิวซิง ต่อให้เลี่ยงหรงก๋วนจู่เจ้าสำนักของเจ้ามาด้วยตนเอง ก็ยังไม่แน่ว่าจะประมือกับข้าได้ ไม่ต้องพูดถึงเจ้า ที่มีฝีมือเท่าหางอึ่ง
ถึงเจ้าไม่รักชีวิตตัวเอง แต่ข้ากลับไม่อยากให้มืออันสูงส่งของข้า เปื้อนแปดเปื้อนโลหิตของพวกเจ้า กระถางเฟิ่งหวงม่วงทองนี้ ข้าขอก็แล้วกัน” ปีศาจวานรมองพวกเขาอย่างดูแคลน ก่อนสร้างกระแสลมพายุโหมกระหน่ำพัดเอาทั้งคนและสิ่งของปลิวว่อนกระจุยกระจาย และม้วนเอากระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง มาตกสู่มือมันอย่างง่ายดาย
“วันนี้ข้าผู้อาวุโสอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เอานี่ให้เจ้าสำนัก ถือว่าข้าแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน” ก่อนกระแสลมจะสงบลง ก็มีขวดหยกถูกปาออกจากเงาร่างปีศาจ มาตกอยู่ตรงหน้าปรมาจารย์หลิวซิง
"พวกเจ้าทั้งหลายจงฟัง ข้ามิใช่คนดีมีเมตตา สิ่งใดที่ข้าต้องการ ถึงแม้ต้องขุดมันขึ้นมาจากกองภูเขาซากกระดูกข้าก็ยังเอามันมาอยู่ดี หากพวกเจ้าไม่แข็งแกร่งเท่ายอดเขาเลี่ยงหรง จงเลือกรักษาชีวิตและมอบมันออกมาเสีย
สมบัติเป็นของสำนัก แต่ชีวิตเป็นของพวกเจ้า เจ้าเลือกเก็บได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หวังว่าพวกเจ้าคงรู้จักแยกแยะ และไม่ทำให้ข้าลำบากใจ เมื่อไปเยือน!!!” กระแสเสียงกึกก้องกัมปนาทของวานรปีศาจ กระแทกสู่ดวงจิตคนนับแสนทั้งแผ่นดินถงโจว ก่อนเงาร่างจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นอีกหลายวัน การปล้นชิงสมบัติประมูลก็เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง เมื่อได้บทเรียนจากยอดเขาเลี่ยงหรง พวกเขาก็ไม่คิดต่อต้านให้ตนเองบอบช้ำ อย่างไรเสียชีวิตของพวกเขาย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
นอกจากนี้หลังจากปล้นชิงสิ่งของแล้ว ก่อนจากไปจอมโจรวานรปีศาจยังโยนโอสถล้ำค่ามาแลกเปลี่ยนทุกครั้ง โอสถกึ่งเซียนที่ได้นั้นกลับเป็นสิ่งล้ำค่ากว่าของที่โดยปล้นชิงไปหลายเท่า
เขาว่ากันว่า มีเจ้าสำนักใหญ่ผู้หนึ่งลงโทษศิษย์ให้กินโอสถที่ปีศาจวานรโยนมา เพื่อลงโทษที่คุ้มกันของประมูลไม่ได้
ปรากฏว่าศิษย์ผู้นั้น นอกจากจะไม่เสียชีวิตแล้ว ระดับการฝึกตนยังทะลุจนสูงกว่าเจ้าสำนัก และถึงกับได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักคนใหม่เลยทีเดียว
จึงเป็นที่ตระหนกตกใจว่า โอสถที่จอมโจรปีศาจวานรใช้แลกเปลี่ยน ล้วนเป็นโอสถล้ำค่าที่ใช้ได้จริง ซึ่งมีปรมาจารย์โอสถที่มีความรู้ตรวจสอบจึงพบว่า โอสถทิพย์เหล่านี้ได้บางชนิดสูญหายจากโลกนี้ไปนานแล้ว และพบเห็นได้เพียงในตำราโบราณเท่านั้น บางสำนักถึงกับสร้างหอบูชาโอสถเพื่อเก็บรักษาเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนัก
ดังนั้น จากจอมโจรวานรปีศาจ จึงได้รับการเรียกขานเป็นมหาเทพโอสถวานรขาว เป็นมหาเทพโอสถในตำนานที่ทุกสำนักรอคอยการถูกปล้นชิงตั้งแต่นั้นมา
ในถ้ำของป่าลี้ลับไม่ไกลจากเทือกเขาเพ่ยซาน มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา นั่งหลับตาทำสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บภายใน ข้างกายเขามีแสงสีทองกะพริบถี่ยิบ ด้วยความกังวลใจ
เขาคือเจียงหมิงเจ๋อที่คืนร่างจากปีศาจวานรนั่นเอง อาการบาดเจ็บภายในของเขา เกิดจากการดึงรั้งพลังกลับอย่างฉับพลัน ทำให้ภายในบาดเจ็บ
ภายใต้การทำสมาธิที่สงบนิ่ง ภายในดวงจิตชายหนุ่มกำลังบ่นงึมงำ กับระบบปัญญาประดิษฐ์
“ตกใจหมด ไม่คิดเลยนอกจากเจ้าหลิวซิงที่ไม่รู้ดีรู้ชั่วแล้ว ยังมีเฉินกงหมิงยู่ ที่ดื้อด้านไม่แพ้กัน ตื๊อจนเกือบโดนไฟคลอกตายกันหมดทั้งสำนักแล้ว ต้องเรียกไฟมาเยอะขนาดนี้ มันควบคุมยากจริงๆ
4946 ตรวจสอบเร็ว ดูว่ามีใครเป็นอะไรบ้าง” เจียงหมิงเจ๋อ ให้ระบบตรวจสอบสถานการณ์โดยรวม
[เทือกเขาพ่าซานโดนคุณระเบิดไปเกือบหมดลูก สัตว์อสูรเดือดร้อนไม่น้อย แต่ยังดีที่ก่อนการต่อสู้ใหญ่ทุกครั้งคุณสร้างพายุพัดแยกคนส่วนใหญ่ออกไปก่อน ผู้เสียชีวิตไม่มี แต่ผู้บาดเจ็บก็มีไม่น้อย แต่ขอถามคุณจริงๆ เถอะครับ ทำไมคุณต้องบังคับให้ตัวเองกระอักเลือดด้วย] ระบบใช้เวลาประมวลผลเล็กน้อย ก็ถามกลับด้วยความสงสัย ทั้งที่เขาไม่ได้บาดเจ็บมากมาย กลับบีบเคล้นโลหิตออกมากองใหญ่
“ถ้าไม่ใช้กลยุทธ์ทรมานสังขาร เจ้าตัวน้อยก็คงไม่ยอมหายโกรธผมเสียทีน่ะสิ แค่หยอกเล่นนิดเดียวก็โกรธเสียแล้ว เป็นหิ่งห้อยที่ไม่มีอารมณ์ขันจริงๆ”
[คุณใช้ 10 ล้าน ประมูลนางพญาหิ่งห้อย เพื่อหยอกล้อเจ้าตัวเล็ก พอเจ้าตัวโกรธคุณก็ถึงกับ เค้นเลือดออกมาง้อเชียวหรือครับ คุณช่างทุ่มเทไม่น้อยเลย] 4946 รู้สึกทึ่งกับระบบความคิดของโฮสต์มันเหลือเกิน
“เลือดแค่กองเดียว จะเป็นอะไรไป ความจริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าประมูลจริงๆ จังๆ อยู่แล้ว แค่ 10 ล้านจะไปประมูลของดีอะไรได้ แต่ถ้าไม่ยกไม้ประมูลเลยจะเป็นที่สังเกตของมู่เหม่ยหลาน ผมเลยเลือกประมูลเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันกับสิ่งที่ต้องการเลย และข้อสำคัญ ถ้าผมไม่ประมูลเอานางพญาหิ่งห้อยมา นางคงถูกหลอมเป็นอัญมณีแล้ว เดี๋ยวพอถึงที่ปลอดภัยผมก็จะปล่อยนางไป” เจียงหมิงเจ๋ออธิบาย
[แต่คุณนึกอย่างไรที่จำแลงเป็นซุนหงอคง เป็นอีกความฝันวัยเด็กของคุณอีกแล้วหรือครับ] 4946 อดถามไม่ได้
“ตอนแรกผมจะจำแลงเป็นซานตาคลอสไปดักจี้เหมือนกัน แต่จะใช้ถุงของขวัญไล่ทุบเจ้าหลิวซิงก็รู้สึกไม่ว่าค่อยถนัดมือนะ สู้กระบองกายสิทธิ์ไม่ได้” เจียงหมิงเจ๋อตอบแบบไม่ต้องคิด
[ผมเห็นด้วย คุณไม่ควรทำลายความฝันของเด็กๆ ครับ
แต่ว่าคุณโยนอะไรไปให้ปรมาจารย์หลิวซิง หลังจากพวกเขากลับถึงยอดเขาเลี่ยงหรงกันแล้ว ดูจะพึงพอใจจนเกือบจะซาบซึ้งเลยทีเดียว ที่คุณเอาของเขามาเป็นกระถางระดับเซียน มูลค่า 800 ล้านหินลมปราณเชียวนะ]
“คุณคิดว่าพวกยอดเขาเลี่ยงหรง หอบเอาหินลมปราณร่วม 1,000 ล้าน ข้ามน้ำข้ามทะเลมาประมูลกระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง ของปรมาจารย์หัตถ์เทพกระถางทองทำไม
ผมจะบอกให้ ตอนนี้เลี่ยงหรงก๋วนจู่กำลังปิดด่าน เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่ เขาทะลวงผ่านระดับต้าเฉิงไม่สำเร็จ เพราะไม่อาจฝ่าด่านเคราะห์ ที่เกิดขึ้นระหว่างเลื่อนระดับได้ ซึ่งพวกเจ้ายอดเขา และคณาจารย์ต่างปกปิดเรื่องนี้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องผลักเรือตามน้ำอย่างพวกศัตรูโจมตีซ้ำ และต้องใช้โลหิตเฟิ่งหวงที่ใช้สร้างกระถางม่วงทองหลอมโอสถรักษาชีวิตไว้” เจียงหมิงเจ๋ออธิบาย
[ทั้งที่รู้ว่าสำคัญขนาดนั้นคุณยังปล้นชิงมาอีก ใจคุณทำด้วยอะไรกันครับโฮสต์] เจ้า 4946 อดประณามไม่ได้
“คุณเห็นผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือไง อาการบาดเจ็บของเจ้าสำนักเลี่ยงหรงต้องได้รับไอจากเทพอสูรบรรพกาล เขาได้กระถางไปก็ต้องเอาไปสกัดใช้เฉพาะโลหิตเฟิ่งหวงเท่านั้น เสียดายของเปล่าๆ
ผมจึงได้มอบเกล็ดหวงหลงให้หนึ่งเกล็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากกว่าและเหมาะสมกว่ากับพวกเขาแทน ที่สำคัญการหลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณ ของกับเฉินฮ่าวหลานมีความจำเป็นต้องใช้ไอของเฟิ่งหวงบรรพกาลที่มีคุณสมบัติสามารถคืนชีพจากกองเถ้าถ่านได้” เจียงหมิงเจ๋ออธิบายที่มาที่ไปให้มันฟัง
[แต่คุณไม่เล่นใหญ่ไปหรือ เรียกพลังมาสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทั้งยังวาจาโอหังโหดร้ายเหล่านั้นอีก แล้วไหนจะท่าทางชั่วร้าย น่ารังเกียจพวกนั้นด้วย ทำไมไม่ให้เขาดีๆ ล่ะครับ เขาอาจซาบซึ้งในความห่วงใยของโฮสต์ก็เป็นได้] 4946 ถามด้วยความสงสัย
“ใครใช้ให้ระบบคุณมันขี้ตืดขนาดนี้ล่ะ คุณรู้ไหม ผมขาดส่วนประกอบอีกกี่อย่าง ทั้งหมดสี่สิบแปดอย่าง!! ถึงต้องตัดไม้ข่มนาม จนฟ้าถล่มแผ่นดินสะเทือน เพื่อให้พวกที่ประมูลสิ่งของอื่น เกิดหวาดกลัวจนหัวหด ให้รีบๆ มอบของออกมาเร็วๆ
ผมต้องไปหยิบยืมของอีกสี่สิบกว่าอย่างเชียวนะ จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ แล้วต้องมีคนบาดเจ็บอีกเท่าไหร่”
เจียงหมิงเจ๋อถึงกับปวดหัว แม้นออกปล้นชิงหลายวัน แต่ของก็ยังขาดอีกหลายอย่าง
[คุณแน่ใจว่าเป็นการหยิบยืม แต่การไม่ทำร้ายพวกเขา เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว ผมจะไม่ประณามคุณเรื่องนี้ เพราะหากหนักมือจนทำให้เขาเสียชีวิต จะผิดเงื่อนไขการรับพลังวัตรของระบบทันที]
“ถึงไม่มีเงื่อนไขพวกนั้น ผมก็ฆ่าพวกเขาไม่ลงหรอก พวกเขาทุกคนที่ถือกำเนิดมาเพราะเขามีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ตัวร้ายจอมละโมบโลภมาก ตัวประกอบที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวรับกระสุนอย่างเจ้าหนุ่มคนนี้ ที่ผมใช้ร่างกายเขา หรือชาวบ้านที่ขายผักในตลาด ชาวนาเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ปลูกข้าว
ถึงแม้ในเนื้อเรื่อง เขาจะเล็กจิ๋วกระจิ๋วหลิวเป็นแค่เมล็ดถั่วงา จนแสงไฟสาดส่องไปไม่ถึง
แต่พวกเขาทำให้โลกนี้มันมีชีวิต แต่ละคนต่างมีครอบครัวของตัวเอง และล้วนเป็นแสงไฟดวงใหญ่ของครอบครัว ผู้คนที่แวดล้อมเขา
ตอนผมเขียนพวกเขาขึ้นมาเป็นตัวหนังสือ ผมไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งเหล่านี้เลย แต่เมื่อผมเห็นพวกเขามีชีวิต มีลมหายใจยืนอยู่ตรงหน้าผม ผมเสียใจมากที่ทำร้ายพวกเขา
โดยเฉพาะกับเฉินฮ่าวหลาน ผมทำร้ายเขาอย่าเลือดเย็นที่สุด” มันเป็นเรื่องติดอยู่ในใจของเจียงหมิงเจ๋อ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในโลกนี้ บทที่เขาเขียนขึ้นมาส่งเดช มันได้ทำร้ายผู้คนที่นี่จริงๆ
[โฮสต์ครับ คุณไม่ควรโทษตัวเองนะครับ หากเป็นไปตามเนื้อหาเดิม ในช่วงอายุเขาตอนนี้ คุณได้สร้างเขาให้เป็นยอดอัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญเพียร เป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเหนือผู้คน และเติบโตเป็นชายหนุ่มผู้ทระนงองอาจ เขาเป็นความใฝ่ฝันของสตรีทั่วใต้หล้า
หากเขาไม่โดนพวกทะลุมิติมาทำร้ายเขา เฉินฮ่าวหลานจะยังคงเป็นบุตรรักแห่งสวรรค์ เป็นบุตรหลานแห่งความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูลอยู่ นับถึงตอนนี้คุณยังไม่เคยทำร้ายเขาสักครั้งเลยนะครับ] 4946 ปลอบใจเขา
“จริงสินะ ก่อนที่เราจะโทษตัวเอง เราสามารถโทษคนอื่นก่อนได้นี่นา ทำไมคุณไม่ดึงผมเข้ามาให้เร็วกว่านี้ล่ะ” เจียงหมิงเจ๋อพบช่องทาง ในการโอนถ่ายความผิดในใจทันที
[คุณนี่สุดยอดจริงๆ ถ้าเลิกเขียนนิยาย ไปเป็นนักการเมืองก็ได้นะครับ] 4946 อดประชดไม่ได้
กงล้อแห่งอาณาจักรนิยายยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่อง เจียงหมิงเจ๋อทอดตา มองพวกมันอย่างเหม่อลอย
“ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นเฉินฮ่าวหลานต้องพบกับความสูญเสียจนต้องเดินเข้าสู่ความมืดอีกแล้ว คุณพอมีทางให้ผมเปลี่ยนเส้นเรื่องโดยไม่ผิดกฎบ้างไหม” เจียงหมิงเจ๋อถามระบบ ตอนนี้เขาอยากเปลี่ยนโศกนาฏกรรมในชีวิตของเฉินฮ่าวหลานอย่างที่สุด
[ผมลองนำเรื่องไปปรึกษาเบื้องบนให้ โฮสต์รอสักครู่ครับ]
หลังจาก 4946 ตัดการสื่อสารกับเขาครู่ใหญ่ก็กลับมาเชื่อมต่อสัญญาณกับเขา
[ผมได้ยื่นคำร้องให้คุณแล้วขอรับ ทางหน่วยเหนือแจ้งมาว่า เนื่องจากคุณเป็นผู้แต่งเรื่องนี้ขึ้น คุณสามารถปรับปรุงเรื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องร้องขอ นั่นหมายความว่าภารกิจหลักคุณมีเพียง 2 อย่าง คือช่วยเขาฟื้นคืนชีพ และทำให้เขาครอบครองทั้ง 3 โลก
ผมขออนุญาตบอกความลับคุณสักข้อนะครับ ระดับความนิยมมีประโยชน์ต่อระบบพวกเราอย่างมาก
ดังนั้นถ้าการปรับปรุงเรื่องใหม่ของคุณยังได้รับความนิยมก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าความนิยมตกต่ำจนกู่ไม่กลับ ระบบจะทำลายการเชื่อมต่อกับนิยายเรื่องนี้ และปล่อยให้ระบบซอมบี้ยึดครองตามยถากรรม
แต่ผมเชื่อว่าคุณต้องเขียนมันขึ้นมาใหม่ได้ดีไม่แพ้เรื่องเก่าแน่นอนขอรับ] 4946 ให้กำลังใจ
“ขอบใจมาก ตอนนี้ผมกดดันน้อยลงไปมากทีเดียว” เจียงหมิงเจ๋อ โล่งใจขึ้นมาก อย่างน้อยเขาอยากรักษาครอบครัวไว้ให้เฉินฮ่าวหลาน ครั้งนี้เขาจะไม่ส่งเฉินฮ่าวหลานขึ้นครอง 3 ภพ ด้วยหัวใจที่มืดบอดอีก
[… แต่โฮสต์ครับ ทำไมตรงนั้นมีคุณอีกคนได้ล่ะ] 4946 สลับภาพหน้าจอให้เจียงหมิงเจ๋อดู
เขาเห็นวานรเผือก ถือกระบองด้ามยาว เหยียบก้อนเมฆลอยอยู่กลางอากาศ ประจันหน้ากับกลุ่มของมู่โหย่วอวี้อยู่ เจียงหมิงเจ๋อเห็นภาพก็กระตุกยิ้มมุมปาก
“ช่างขวัญกล้าเสียจริงถึงกับมีคนปลอมตัวเป็นผม ต้องไปดูชมความครึกครื้นสักหน่อยแล้ว”
ประตูแดนลับเหลียงหวาย ได้เปิดใกล้ครบกำหนดแล้ว และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ประตูแดนลับจะเลือนหายไป ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าแดนลับต่างทยอยออกมาเกือบครบแล้ว และทุกคนต่างพึงพอใจในโชควาสนาที่ได้รับทั้งสิ้น ซึ่งจากการถ่ายทอดภาพจากแดนลับในครั้งนี้ ทำให้มีดาวรุ่งและดาวจรัสแสงประดับดินแดนเทียนเหมินเกิดขึ้นอีกหลายดวงหนึ่งในดวงดาวที่เปล่งประกายและมีคนรอพบตัวจริงมากที่สุดคือ เฉินฮ่าวหลาน หนุ่มน้อยผู้เก็บงำประกายไว้อย่างมิดชิด จนมาเปิดเผยในแดนลับนี้ และในจำนวนคนที่รอพบเฉินฮ่าวหลานอยู่นั้น ต้องนับเอามู่โหย่วอวี้ ที่หน้าตาบอกบุญไม่รับรวมอยู่ด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความชื่นชมแต่อย่างใด ซึ่งผิดกับมู่เหม่ยหลาน ที่หลังจากออกจากแดนลับ ดูหน้าตาสดใสเป็นพิเศษ“มู่เหม่ยหลานดูท่าทางของเจ้า คาดว่าคงได้โชควาสนาที่พึงพอใจจากตำหนักเมฆากระมัง” รั่วจือซือจุน เห็น มู่เหม่ยหลาน ยิ้มกว้าง จนตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว จึงอดสัพยอกไม่ได้“เรียนซือจุน ข้าได้ต้นสนมิสิ้นสูญมาเจ้าค่ะ ต้นสนชนิดนี้เมล็ดของมันจะสามารถหลอมสร้างเป็นพลังงานได้ พลังงานนี้สามารถใส่ในเรือเหาะโดยสารได้ ซึ่งเรือเหาะนี้การขึ้นบินแต่ละครั้งสิ้นเปลืองพลังงานอย
เจียงหมิงเจ๋อรับคัมภีร์จากเฉินฮ่าวหลานมาอ่านด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาไม่เข้าใจ คัมภีร์สยบสวรรค์ไอเท็มสำคัญที่ทำให้พระเอกของเขาครองทั้ง 3 ภพ อย่างง่ายดาย เหตุใดจึงกลายเป็นคัมภีร์บำเพ็ญคู่ระหว่างบุรุษได้ เสี้ยววิญญาณของบรรพจารย์ อยู่นานจะเลอะเลือนไปแล้วกระมัง เนื้อเรื่องคลาดเคลื่อนไปขนาดนี้ได้อย่างไร แต่เฉินฮ่าวหลานย่อมรู้เหตุผลที่บรรพจารย์ในห้องคัดเลือก มอบคัมภีร์นี้ให้เขา เพราะหากว่าเขาเป็นเฉินฮ่าวหลานคนเดิม ที่ถูกโชคชะตาบีบคั้นรังแก ทั้งยังอัตคัดและโดดเดี่ยวตั้งแต่เด็ก บวกกับนิสัยของเขาเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย ใจคอคับแคบ และเป็นคนหน้าเนื้อในเสือด้วยแล้ว จุดมุ่งหมายของเขาคงเป็นการครอบครองทั้ง 3 ภพ และแก้แค้นทุกคนที่เคยทำร้ายเขาโดยไม่ละเว้นสักผู้เดียว แต่กับเฉินฮ่าวหลานคนปัจจุบันคนนี้ แม้นจะนิสัยไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นคนที่ถูกเจียงหมิงเจ๋อทุ่มเทดูแลดุจไข่ในหิน ทั้งยังเข้ามาเปลี่ยนดวงชะตาอันโหดร้าย จากหน้ามือเป็นหลังมือ แม้นมีช่วงเวลาที่เขาไม่อาจอยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มได้ ก็ยังทิ้งสมบัติชั้นเซียนนับไม่ถ้วนเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มและวงศ์ตระกูลของเขาให้ปลอดภัย โดยไม่ให้เป็นไปตามเน
เฉินฮ่าวหลานอุ้มเจียงหมิงเจ๋อในท่าอุ้มเจ้าสาว เดินเข้าสู่ห้องนอนด้านใน แม้นภายนอกเขาจะย่างก้าวด้วยฝีเท้ามั่นคงหนักแน่น แต่ในใจนั้นร้อนดุจไฟลน คนที่เขาเฝ้าฝันถึงทุกลมหายใจ ยอมปลงใจกับเขาแล้ว เพียงไม่กี่อึดใจที่พวกเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน นัยน์ตาหงส์ที่มักทอดมองเขาด้วยความอ่อนโยนเสมอ บัดนี้มองเขาด้วยสายตาอันร้อนแรงเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ระยะทางไม่กี่ก้าวเหมือนยาวไกลนับพันลี้ เจียงหมิงเจ๋อรู้ว่าเฉินฮ่าวหลานร้อนใจอย่างมาก แต่ก็ต้องแปลกใจที่เมื่อเด็กหนุ่มอุ้มเขาวางที่เตียงแล้ว กลับละไปค้นถุงมิติโดยไม่ยอมรุกต่อในทันที กล่องสีแดงใบจิ๋วถูกนำออกมาโยนไปที่กลางห้อง ฉับพลันก็เกิดควันสีแดงหนาทึบกระจายออกจากกล่อง ใช้เวลาไม่นาน ควันที่หนาทึบก็จางลง เจียงหมิงเจ๋อมองสำรวจรอบห้องก็ถึงกับตะลึง ห้องนอนธรรมดาที่พวกเขาเข้ามาเมื่อสักครู่ บัดนี้ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยผ้าสีแดงและลายฉลุมงคล หัวเตียงมีโคมไฟมงคลงดงามแขวนอยู่ ตรงโต๊ะเล็กกลางห้อง ปรากฏว่ามีชุดสุราอาหารสำหรับงานมงคลเต็มโต๊ะ แม้แต่เตียงที่เขานั่งก็มีพรมไหมสวรรค์สีแดงคลุม เขาก้มมองตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าเขาเปลี่ยนจากขาวกระจ่างกลายเป็น
"ข้าควรเรียกเจ้าเช่นไร เฉินฮ่าวหลานหรือเสี่ยวกวางจึงจะถูกต้อง" เจียงหมิงเจ๋อกล่าวกับเฉินฮ่าวหลานด้วยเสียงนิ่งสนิท เขาเห็นความตระหนกปรากฏในดวงตาของอีกฝ่าย เฉินฮ่าวหลานที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเจียงหมิงเจ๋อ ถึงกับตกใจคลายมือออกฉับพลัน ทำให้เจียงหมิงเจ๋อพ้นจากพันธนาการ แต่เขายังคงยืนอย่างสงบนิ่งไม่ไหวติ่ง เพียงใช้นิ้วมืออันเรียวยาวของตนเองดึงสาบเสื้อที่ถูกดึงรั้งจนหลุดลุ่ย ขึ้นมาให้ปกปิดหัวไหล่ขาวเนียน ริมฝีปากของเจียงหมิงเจ๋อถูกขบกัดจนแตกบวม ลิ้นถูกเด็กหนุ่มดูดดึงจนรู้สึกเจ็บ ทั้งซอกคอและแผ่นอกล้วนมีร่องรอยจ้ำแดงจากการดูดและรอยฟันของอีกฝ่าย เมื่อเฉินฮ่าวหลานเห็นสภาพของเจียงหมิงเจ๋อ ความผิดชอบชั่วดีที่กระเจิดกระเจิงก็กลับสู่จิตสำนึกอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกผิดแล่นสู่สมองฉับพลัน บรรยากาศในห้องที่มืดสลัวยิ่งเย็นเยือกลงในทันที "ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ...ขอโทษ" สองเข่าของเด็กหนุ่มทรุดลงตรงหน้าเจียงหมิงเจ๋ออย่างสิ้นหวัง เขาคงบ้าไปแล้วที่กล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ทั้งที่เจียงหมิงเจ๋อไม่เคยบอกว่ารักเขา แต่ก็ยอมตกลงเป็นคู่บำเพ็ญให้ ก็น่าจะพอใจแล้วมิใช่หรือ หากอีกฝ่ายจะแต่งงาน เขามีสิทธิ์
เจียงหมิงเจ๋อมิได้แปลกใจเช่นผู้อื่นที่เฉินฮ่าวหลานพาคนแปลกหน้าติดตามมาด้วย เขาย่อมรู้จักหงอ้ายเหริ่นเป็นอย่างดี แต่ค่อนข้างแปลกในเรื่องที่เจ้ามารจิ้งจอกผู้นี้ ถึงกับแปลงร่างเป็นร่างเดิมของเขามากกว่า มันคงอ่านใจเฉินฮ่าวหลานผิดพลาดแล้วกระมัง เฉินฮ่าวหลานจะรักเขาได้อย่างไร ในเมื่อหลังจากอาหลานฟื้น เขามิได้ใช้ภาพลักษณ์นี้อีกเลย ในเรื่องเดิมมารจิ้งจอกมายาตนผู้นี้ รับหน้าที่เป็นทูตมารผู้พาเฉินฮ่าวหลานไปพบจอมมารผู้เฒ่า เพื่อรับมอบภพมารและตำแหน่งจอมมาร ถึงแม้นว่าจะทำให้เฉินฮ่าวหลานมีระดับการฝึกตนที่สูงส่งอย่างก้าวกระโดด และได้ครอบครองภพมารทั้งหมดก็ตาม แต่มันจะทำให้เฉินฮ่าวหลานไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป หากเมื่อใดที่จิตใจเขาอ่อนแอ โลหิตพญามารในร่าง จะแสดงตัวตนเด่นชัดขึ้นทันที ในเรื่องเดิมเฉินฮ่าวหลานจะถูกทั้งโลหิตจอมมารและโลหิตเจ้าอสูรเข้าควบคุมจิตใจ จนกลายเป็นราชาทรราชผู้โหดเหี้ยมในที่สุด ทั้งหมดเพียงเพราะเขาต้องการเปลี่ยนให้พระเอกของเขา จากเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์อ่อนโยน กลายเป็นคนวิกลจริตและอำมหิตดุร้าย เขาต้องการเพิ่มฉากนองเลือดฆ่าฟันเพื่อเอาใจคนอ่าน เพิ่มสีสันของเนื้อเร
การรับโลหิตจอมมารเข้ามาในร่างหาใช่เรื่องง่าย หากผู้รับมอบไม่มีพลังวัตรที่แข็งแกร่งเพียงพอ คนผู้นั้นถ้าไม่วิกลจริตก็ต้องร่างระเบิดแหลกเหลว ซึ่งจอมมารผู้เฒ่า เมื่อล่อลวงให้เฉินฮ่าวหลานให้แบกทั้งความแค้น และภพมารของตนไว้ ก็ไม่สนใจว่าเฉินฮ่าวหลานจะมีชีวิตอยู่จนเป็นจอมมารแทนเขา หรือร่างระเบิดจิตใจวิกลจริตไปแล้วหรือไม่ เขาได้ละสังขารไปสู่สะพานไน่เหอเพื่อพบกับฮูหยินของเขาอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ และทิ้งให้เฉินฮ่าวหลานต่อสู้ดูดซับกับโลหิตพญามารตามลำพัง โดยไม่อยู่คอยชี้แนะใดๆ ทั้งสิ้น การที่เฉินฮ่าวหลานต้องพยายามดูดซับโลหิตจอมมารอย่างเร่งรีบ ทำให้ทั้งทางด้านอารมณ์และร่างกายเกิดการต่อต้านแปรปรวนอย่างหนัก บัดเดี๋ยวคลุ้มคลั่ง บัดเดี๋ยวดุร้าย บัดเดี๋ยวสุขสันต์ บัดเดี๋ยวซึมเซา เล่นเอาเฉินฮ่าวหลานต้องสะกดข่ม จนกระอักโลหิตกองโตอยู่หลายครั้ง ทางร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลงราวพายุ ในช่วงหนึ่งถ้วยชา ก็แปรเปลี่ยนนับ 10 รูปแบบ เดี๋ยวสูงใหญ่ บัดเดี๋ยวผอมบาง บัดเดี๋ยวเด็ก บัดเดี๋ยวแก่ชรา ร่างเขายุบขยายปานลูกหนังเป่าลม พองแล้วแฟบ แฟบแล้วพอง นับร้อยนับพันครั้ง จนผิวหนังแตกเป็นริ้วๆ หากเขามิใช่มีพรสวรรค์ที่ด







