Mag-log inทางตอนเหนือของถงโจว มีเทือกเขาทอดเป็นแนวยาวพาดผ่าน แบ่งครึ่งแผ่นดินออกเป็น 2 ดินแดน คือภาคกลางซึ่งมีถงโจวเป็นเมืองหลวง และภาคเหนือมีเมืองเทียนเป่ยเป็นเมืองหลวงใหญ่ เทือกเขาลี้ลับนับพันลี้นี้ได้รับการเรียกขานว่าเทือกเขาพ่าซาน
ท้องฟ้าเหนือเทือกเขาพ่าซาน ปรากฏเปลวไฟสีดำสนิท แผ่รังสีความร้อนสุดประมาณ กลุ่มควันมืดมิดเคลื่อนขยายปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า ดุจเทพมรณะเยื้องย่างล่าเยื่อ จุดศูนย์กลางเปลวไฟ มีเงาร่างวานรตัวสูงใหญ่สวมใส่ชุดเกราะโบราณทั่วร่างมีขนยาวสีเผือกผ่อง ที่ศีรษะสวมใส่มงคลรัดเกล้าใต้เท้ายืนอยู่บนก้อนเมฆสีทอง
ในมือมันถือกระบองวิเศษสามารถยืดหดได้ตามใจปรารถนา แค่เพียงการพลิกมือครั้งเดียว ก็สามารถตัดผ่าต้นไม้อายุหลายพันปี ให้เป็นเศษเล็กเศษน้อยได้อย่างง่ายดาย กระแสลมปราณของมันอัดแน่นไปด้วยพลังวัตรเข้มข้น
มันยืนอยู่บนก้อนเมฆสีทอง ส่งแรงกดดันบีบคั้นกลุ่มคนจากยอดเขาเลี่ยงหรงที่อยู่ด้านล่างจนมิอาจประคองตนยืนหยัดได้
มีเพียงบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งที่ฝืนปะทะปะทังร่าง ยืนรับเเรงกดดันได้อย่างยากลำบาก เขาคือปรมาจารย์หลิวซิงจากยอดเขาเลี่ยงหรง
มือขวาทรงพลังของเขาวาดกระบี่ต้านแรงปะทะจากลูกไฟสีดำ มือซ้ายสร้างม่านคุ้มกันปกป้องผู้ฝึกตนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
กระบี่ดาวตกในมือถูกเหวี่ยงฟาดฟันอัคคีสีดำลูกแล้วลูกเล่า ก่อเกิดกระแสลมกรรโชกหมุนคว้างจนก่อเกิดเป็นพายุลูกใหญ่
ผู้ฝึกตนทั้งหมด แม้นหมอบราบอยู่ในระยะไกลยังโดนพายุพัดกระจายคนละทิศทาง พวกอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ถึงจะพยายามกอดต้นไม้ไว้อย่างแน่นหนาก็ยังถูกพายุยกปลิวไปทั้งยวง
“สารเลว!! เจ้าจะทำอะไร ข้าขอเตือนเจ้า หากยังไม่หยุด เจ้าจะต้องเสียใจที่กล้าเป็นศัตรูกับยอดเขาเลี่ยงหรง ทั้งแผ่นดินจะตามล่าเด็ดหัวเจ้า” ปรมาจารย์หลิวซิงตะโกนก้อง
“หลิวซิงเจ้าอย่าให้ราคาตัวเองสูงเกินไปแล้ว ยอดเขาเลี่ยงหรงอันใด ก็แค่ยอดเขากระจอกงอกง่อยเท่านั้น ข้าจะเหยียบให้แบนราบราบเสียเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
ส่งกระถางเฟิ่งหวงม่วงทองมาให้ข้า ข้าจะละเว้นชีวิตพวกเจ้า หากยังขืนต่อต้านข้าอยู่เช่นนี้ อย่าหาว่าข้าไร้เมตตา วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า” ปีศาจวานรกล่าววาจาโอหังอวดดี กระแสลมปราณอันแข็งแกร่ง ถูกบีบอัดเกิดเป็นเสียงอันทรงพลังกระแทกเข้าสู่ดวงจิต ของคนทั้งหมด แม้กระทั่งปรมาจารย์หลิวซิงยังไม่สามารถรับแรงกดดันมหาศาลนี้ได้ ถึงกับโลหิตตีย้อนสู่ลำคอ กระอักโลหิตกองใหญ่
“ฝันไปเถอะ เจ้าลิงปีศาจลองลิ้มรสกระบี่ดาวตกข้าก่อน ค่อยมาทำปากดี” ปรมาจารย์ผากระบี่หลิวซิง ฝืนเดินลมปราณยกกระบี่ขึ้นต่อต้านสุดกำลัง แต่ดูเหมือน ความแข็งแกร่งของเขา จะมีความห่างกันชั้นหลายช่วง เพียงปีศาจวานรสะบัดมือเบาๆ เขาก็กระเด็นไปถึง หลายจั้ง
“เป็นห่วงตัวเองก่อนเถิดหลิวซิง ต่อให้เลี่ยงหรงก๋วนจู่เจ้าสำนักของเจ้ามาด้วยตนเอง ก็ยังไม่แน่ว่าจะประมือกับข้าได้ ไม่ต้องพูดถึงเจ้า ที่มีฝีมือเท่าหางอึ่ง
ถึงเจ้าไม่รักชีวิตตัวเอง แต่ข้ากลับไม่อยากให้มืออันสูงส่งของข้า เปื้อนแปดเปื้อนโลหิตของพวกเจ้า กระถางเฟิ่งหวงม่วงทองนี้ ข้าขอก็แล้วกัน” ปีศาจวานรมองพวกเขาอย่างดูแคลน ก่อนสร้างกระแสลมพายุโหมกระหน่ำพัดเอาทั้งคนและสิ่งของปลิวว่อนกระจุยกระจาย และม้วนเอากระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง มาตกสู่มือมันอย่างง่ายดาย
“วันนี้ข้าผู้อาวุโสอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เอานี่ให้เจ้าสำนัก ถือว่าข้าแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน” ก่อนกระแสลมจะสงบลง ก็มีขวดหยกถูกปาออกจากเงาร่างปีศาจ มาตกอยู่ตรงหน้าปรมาจารย์หลิวซิง
"พวกเจ้าทั้งหลายจงฟัง ข้ามิใช่คนดีมีเมตตา สิ่งใดที่ข้าต้องการ ถึงแม้ต้องขุดมันขึ้นมาจากกองภูเขาซากกระดูกข้าก็ยังเอามันมาอยู่ดี หากพวกเจ้าไม่แข็งแกร่งเท่ายอดเขาเลี่ยงหรง จงเลือกรักษาชีวิตและมอบมันออกมาเสีย
สมบัติเป็นของสำนัก แต่ชีวิตเป็นของพวกเจ้า เจ้าเลือกเก็บได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หวังว่าพวกเจ้าคงรู้จักแยกแยะ และไม่ทำให้ข้าลำบากใจ เมื่อไปเยือน!!!” กระแสเสียงกึกก้องกัมปนาทของวานรปีศาจ กระแทกสู่ดวงจิตคนนับแสนทั้งแผ่นดินถงโจว ก่อนเงาร่างจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นอีกหลายวัน การปล้นชิงสมบัติประมูลก็เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง เมื่อได้บทเรียนจากยอดเขาเลี่ยงหรง พวกเขาก็ไม่คิดต่อต้านให้ตนเองบอบช้ำ อย่างไรเสียชีวิตของพวกเขาย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
นอกจากนี้หลังจากปล้นชิงสิ่งของแล้ว ก่อนจากไปจอมโจรวานรปีศาจยังโยนโอสถล้ำค่ามาแลกเปลี่ยนทุกครั้ง โอสถกึ่งเซียนที่ได้นั้นกลับเป็นสิ่งล้ำค่ากว่าของที่โดยปล้นชิงไปหลายเท่า
เขาว่ากันว่า มีเจ้าสำนักใหญ่ผู้หนึ่งลงโทษศิษย์ให้กินโอสถที่ปีศาจวานรโยนมา เพื่อลงโทษที่คุ้มกันของประมูลไม่ได้
ปรากฏว่าศิษย์ผู้นั้น นอกจากจะไม่เสียชีวิตแล้ว ระดับการฝึกตนยังทะลุจนสูงกว่าเจ้าสำนัก และถึงกับได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักคนใหม่เลยทีเดียว
จึงเป็นที่ตระหนกตกใจว่า โอสถที่จอมโจรปีศาจวานรใช้แลกเปลี่ยน ล้วนเป็นโอสถล้ำค่าที่ใช้ได้จริง ซึ่งมีปรมาจารย์โอสถที่มีความรู้ตรวจสอบจึงพบว่า โอสถทิพย์เหล่านี้ได้บางชนิดสูญหายจากโลกนี้ไปนานแล้ว และพบเห็นได้เพียงในตำราโบราณเท่านั้น บางสำนักถึงกับสร้างหอบูชาโอสถเพื่อเก็บรักษาเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนัก
ดังนั้น จากจอมโจรวานรปีศาจ จึงได้รับการเรียกขานเป็นมหาเทพโอสถวานรขาว เป็นมหาเทพโอสถในตำนานที่ทุกสำนักรอคอยการถูกปล้นชิงตั้งแต่นั้นมา
ในถ้ำของป่าลี้ลับไม่ไกลจากเทือกเขาเพ่ยซาน มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา นั่งหลับตาทำสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บภายใน ข้างกายเขามีแสงสีทองกะพริบถี่ยิบ ด้วยความกังวลใจ
เขาคือเจียงหมิงเจ๋อที่คืนร่างจากปีศาจวานรนั่นเอง อาการบาดเจ็บภายในของเขา เกิดจากการดึงรั้งพลังกลับอย่างฉับพลัน ทำให้ภายในบาดเจ็บ
ภายใต้การทำสมาธิที่สงบนิ่ง ภายในดวงจิตชายหนุ่มกำลังบ่นงึมงำ กับระบบปัญญาประดิษฐ์
“ตกใจหมด ไม่คิดเลยนอกจากเจ้าหลิวซิงที่ไม่รู้ดีรู้ชั่วแล้ว ยังมีเฉินกงหมิงยู่ ที่ดื้อด้านไม่แพ้กัน ตื๊อจนเกือบโดนไฟคลอกตายกันหมดทั้งสำนักแล้ว ต้องเรียกไฟมาเยอะขนาดนี้ มันควบคุมยากจริงๆ
4946 ตรวจสอบเร็ว ดูว่ามีใครเป็นอะไรบ้าง” เจียงหมิงเจ๋อ ให้ระบบตรวจสอบสถานการณ์โดยรวม
[เทือกเขาพ่าซานโดนคุณระเบิดไปเกือบหมดลูก สัตว์อสูรเดือดร้อนไม่น้อย แต่ยังดีที่ก่อนการต่อสู้ใหญ่ทุกครั้งคุณสร้างพายุพัดแยกคนส่วนใหญ่ออกไปก่อน ผู้เสียชีวิตไม่มี แต่ผู้บาดเจ็บก็มีไม่น้อย แต่ขอถามคุณจริงๆ เถอะครับ ทำไมคุณต้องบังคับให้ตัวเองกระอักเลือดด้วย] ระบบใช้เวลาประมวลผลเล็กน้อย ก็ถามกลับด้วยความสงสัย ทั้งที่เขาไม่ได้บาดเจ็บมากมาย กลับบีบเคล้นโลหิตออกมากองใหญ่
“ถ้าไม่ใช้กลยุทธ์ทรมานสังขาร เจ้าตัวน้อยก็คงไม่ยอมหายโกรธผมเสียทีน่ะสิ แค่หยอกเล่นนิดเดียวก็โกรธเสียแล้ว เป็นหิ่งห้อยที่ไม่มีอารมณ์ขันจริงๆ”
[คุณใช้ 10 ล้าน ประมูลนางพญาหิ่งห้อย เพื่อหยอกล้อเจ้าตัวเล็ก พอเจ้าตัวโกรธคุณก็ถึงกับ เค้นเลือดออกมาง้อเชียวหรือครับ คุณช่างทุ่มเทไม่น้อยเลย] 4946 รู้สึกทึ่งกับระบบความคิดของโฮสต์มันเหลือเกิน
“เลือดแค่กองเดียว จะเป็นอะไรไป ความจริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าประมูลจริงๆ จังๆ อยู่แล้ว แค่ 10 ล้านจะไปประมูลของดีอะไรได้ แต่ถ้าไม่ยกไม้ประมูลเลยจะเป็นที่สังเกตของมู่เหม่ยหลาน ผมเลยเลือกประมูลเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันกับสิ่งที่ต้องการเลย และข้อสำคัญ ถ้าผมไม่ประมูลเอานางพญาหิ่งห้อยมา นางคงถูกหลอมเป็นอัญมณีแล้ว เดี๋ยวพอถึงที่ปลอดภัยผมก็จะปล่อยนางไป” เจียงหมิงเจ๋ออธิบาย
[แต่คุณนึกอย่างไรที่จำแลงเป็นซุนหงอคง เป็นอีกความฝันวัยเด็กของคุณอีกแล้วหรือครับ] 4946 อดถามไม่ได้
“ตอนแรกผมจะจำแลงเป็นซานตาคลอสไปดักจี้เหมือนกัน แต่จะใช้ถุงของขวัญไล่ทุบเจ้าหลิวซิงก็รู้สึกไม่ว่าค่อยถนัดมือนะ สู้กระบองกายสิทธิ์ไม่ได้” เจียงหมิงเจ๋อตอบแบบไม่ต้องคิด
[ผมเห็นด้วย คุณไม่ควรทำลายความฝันของเด็กๆ ครับ
แต่ว่าคุณโยนอะไรไปให้ปรมาจารย์หลิวซิง หลังจากพวกเขากลับถึงยอดเขาเลี่ยงหรงกันแล้ว ดูจะพึงพอใจจนเกือบจะซาบซึ้งเลยทีเดียว ที่คุณเอาของเขามาเป็นกระถางระดับเซียน มูลค่า 800 ล้านหินลมปราณเชียวนะ]
“คุณคิดว่าพวกยอดเขาเลี่ยงหรง หอบเอาหินลมปราณร่วม 1,000 ล้าน ข้ามน้ำข้ามทะเลมาประมูลกระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง ของปรมาจารย์หัตถ์เทพกระถางทองทำไม
ผมจะบอกให้ ตอนนี้เลี่ยงหรงก๋วนจู่กำลังปิดด่าน เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่ เขาทะลวงผ่านระดับต้าเฉิงไม่สำเร็จ เพราะไม่อาจฝ่าด่านเคราะห์ ที่เกิดขึ้นระหว่างเลื่อนระดับได้ ซึ่งพวกเจ้ายอดเขา และคณาจารย์ต่างปกปิดเรื่องนี้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องผลักเรือตามน้ำอย่างพวกศัตรูโจมตีซ้ำ และต้องใช้โลหิตเฟิ่งหวงที่ใช้สร้างกระถางม่วงทองหลอมโอสถรักษาชีวิตไว้” เจียงหมิงเจ๋ออธิบาย
[ทั้งที่รู้ว่าสำคัญขนาดนั้นคุณยังปล้นชิงมาอีก ใจคุณทำด้วยอะไรกันครับโฮสต์] เจ้า 4946 อดประณามไม่ได้
“คุณเห็นผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือไง อาการบาดเจ็บของเจ้าสำนักเลี่ยงหรงต้องได้รับไอจากเทพอสูรบรรพกาล เขาได้กระถางไปก็ต้องเอาไปสกัดใช้เฉพาะโลหิตเฟิ่งหวงเท่านั้น เสียดายของเปล่าๆ
ผมจึงได้มอบเกล็ดหวงหลงให้หนึ่งเกล็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากกว่าและเหมาะสมกว่ากับพวกเขาแทน ที่สำคัญการหลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณ ของกับเฉินฮ่าวหลานมีความจำเป็นต้องใช้ไอของเฟิ่งหวงบรรพกาลที่มีคุณสมบัติสามารถคืนชีพจากกองเถ้าถ่านได้” เจียงหมิงเจ๋ออธิบายที่มาที่ไปให้มันฟัง
[แต่คุณไม่เล่นใหญ่ไปหรือ เรียกพลังมาสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทั้งยังวาจาโอหังโหดร้ายเหล่านั้นอีก แล้วไหนจะท่าทางชั่วร้าย น่ารังเกียจพวกนั้นด้วย ทำไมไม่ให้เขาดีๆ ล่ะครับ เขาอาจซาบซึ้งในความห่วงใยของโฮสต์ก็เป็นได้] 4946 ถามด้วยความสงสัย
“ใครใช้ให้ระบบคุณมันขี้ตืดขนาดนี้ล่ะ คุณรู้ไหม ผมขาดส่วนประกอบอีกกี่อย่าง ทั้งหมดสี่สิบแปดอย่าง!! ถึงต้องตัดไม้ข่มนาม จนฟ้าถล่มแผ่นดินสะเทือน เพื่อให้พวกที่ประมูลสิ่งของอื่น เกิดหวาดกลัวจนหัวหด ให้รีบๆ มอบของออกมาเร็วๆ
ผมต้องไปหยิบยืมของอีกสี่สิบกว่าอย่างเชียวนะ จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ แล้วต้องมีคนบาดเจ็บอีกเท่าไหร่”
เจียงหมิงเจ๋อถึงกับปวดหัว แม้นออกปล้นชิงหลายวัน แต่ของก็ยังขาดอีกหลายอย่าง
[คุณแน่ใจว่าเป็นการหยิบยืม แต่การไม่ทำร้ายพวกเขา เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว ผมจะไม่ประณามคุณเรื่องนี้ เพราะหากหนักมือจนทำให้เขาเสียชีวิต จะผิดเงื่อนไขการรับพลังวัตรของระบบทันที]
“ถึงไม่มีเงื่อนไขพวกนั้น ผมก็ฆ่าพวกเขาไม่ลงหรอก พวกเขาทุกคนที่ถือกำเนิดมาเพราะเขามีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ตัวร้ายจอมละโมบโลภมาก ตัวประกอบที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวรับกระสุนอย่างเจ้าหนุ่มคนนี้ ที่ผมใช้ร่างกายเขา หรือชาวบ้านที่ขายผักในตลาด ชาวนาเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ปลูกข้าว
ถึงแม้ในเนื้อเรื่อง เขาจะเล็กจิ๋วกระจิ๋วหลิวเป็นแค่เมล็ดถั่วงา จนแสงไฟสาดส่องไปไม่ถึง
แต่พวกเขาทำให้โลกนี้มันมีชีวิต แต่ละคนต่างมีครอบครัวของตัวเอง และล้วนเป็นแสงไฟดวงใหญ่ของครอบครัว ผู้คนที่แวดล้อมเขา
ตอนผมเขียนพวกเขาขึ้นมาเป็นตัวหนังสือ ผมไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งเหล่านี้เลย แต่เมื่อผมเห็นพวกเขามีชีวิต มีลมหายใจยืนอยู่ตรงหน้าผม ผมเสียใจมากที่ทำร้ายพวกเขา
โดยเฉพาะกับเฉินฮ่าวหลาน ผมทำร้ายเขาอย่าเลือดเย็นที่สุด” มันเป็นเรื่องติดอยู่ในใจของเจียงหมิงเจ๋อ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในโลกนี้ บทที่เขาเขียนขึ้นมาส่งเดช มันได้ทำร้ายผู้คนที่นี่จริงๆ
[โฮสต์ครับ คุณไม่ควรโทษตัวเองนะครับ หากเป็นไปตามเนื้อหาเดิม ในช่วงอายุเขาตอนนี้ คุณได้สร้างเขาให้เป็นยอดอัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญเพียร เป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเหนือผู้คน และเติบโตเป็นชายหนุ่มผู้ทระนงองอาจ เขาเป็นความใฝ่ฝันของสตรีทั่วใต้หล้า
หากเขาไม่โดนพวกทะลุมิติมาทำร้ายเขา เฉินฮ่าวหลานจะยังคงเป็นบุตรรักแห่งสวรรค์ เป็นบุตรหลานแห่งความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูลอยู่ นับถึงตอนนี้คุณยังไม่เคยทำร้ายเขาสักครั้งเลยนะครับ] 4946 ปลอบใจเขา
“จริงสินะ ก่อนที่เราจะโทษตัวเอง เราสามารถโทษคนอื่นก่อนได้นี่นา ทำไมคุณไม่ดึงผมเข้ามาให้เร็วกว่านี้ล่ะ” เจียงหมิงเจ๋อพบช่องทาง ในการโอนถ่ายความผิดในใจทันที
[คุณนี่สุดยอดจริงๆ ถ้าเลิกเขียนนิยาย ไปเป็นนักการเมืองก็ได้นะครับ] 4946 อดประชดไม่ได้
กงล้อแห่งอาณาจักรนิยายยังคงหมุนวนอย่างต่อเนื่อง เจียงหมิงเจ๋อทอดตา มองพวกมันอย่างเหม่อลอย
“ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นเฉินฮ่าวหลานต้องพบกับความสูญเสียจนต้องเดินเข้าสู่ความมืดอีกแล้ว คุณพอมีทางให้ผมเปลี่ยนเส้นเรื่องโดยไม่ผิดกฎบ้างไหม” เจียงหมิงเจ๋อถามระบบ ตอนนี้เขาอยากเปลี่ยนโศกนาฏกรรมในชีวิตของเฉินฮ่าวหลานอย่างที่สุด
[ผมลองนำเรื่องไปปรึกษาเบื้องบนให้ โฮสต์รอสักครู่ครับ]
หลังจาก 4946 ตัดการสื่อสารกับเขาครู่ใหญ่ก็กลับมาเชื่อมต่อสัญญาณกับเขา
[ผมได้ยื่นคำร้องให้คุณแล้วขอรับ ทางหน่วยเหนือแจ้งมาว่า เนื่องจากคุณเป็นผู้แต่งเรื่องนี้ขึ้น คุณสามารถปรับปรุงเรื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องร้องขอ นั่นหมายความว่าภารกิจหลักคุณมีเพียง 2 อย่าง คือช่วยเขาฟื้นคืนชีพ และทำให้เขาครอบครองทั้ง 3 โลก
ผมขออนุญาตบอกความลับคุณสักข้อนะครับ ระดับความนิยมมีประโยชน์ต่อระบบพวกเราอย่างมาก
ดังนั้นถ้าการปรับปรุงเรื่องใหม่ของคุณยังได้รับความนิยมก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าความนิยมตกต่ำจนกู่ไม่กลับ ระบบจะทำลายการเชื่อมต่อกับนิยายเรื่องนี้ และปล่อยให้ระบบซอมบี้ยึดครองตามยถากรรม
แต่ผมเชื่อว่าคุณต้องเขียนมันขึ้นมาใหม่ได้ดีไม่แพ้เรื่องเก่าแน่นอนขอรับ] 4946 ให้กำลังใจ
“ขอบใจมาก ตอนนี้ผมกดดันน้อยลงไปมากทีเดียว” เจียงหมิงเจ๋อ โล่งใจขึ้นมาก อย่างน้อยเขาอยากรักษาครอบครัวไว้ให้เฉินฮ่าวหลาน ครั้งนี้เขาจะไม่ส่งเฉินฮ่าวหลานขึ้นครอง 3 ภพ ด้วยหัวใจที่มืดบอดอีก
[… แต่โฮสต์ครับ ทำไมตรงนั้นมีคุณอีกคนได้ล่ะ] 4946 สลับภาพหน้าจอให้เจียงหมิงเจ๋อดู
เขาเห็นวานรเผือก ถือกระบองด้ามยาว เหยียบก้อนเมฆลอยอยู่กลางอากาศ ประจันหน้ากับกลุ่มของมู่โหย่วอวี้อยู่ เจียงหมิงเจ๋อเห็นภาพก็กระตุกยิ้มมุมปาก
“ช่างขวัญกล้าเสียจริงถึงกับมีคนปลอมตัวเป็นผม ต้องไปดูชมความครึกครื้นสักหน่อยแล้ว”
เฉินฮ่าวหลานเกรงว่าหากเขาไร้ความสามารถจริงๆ แล้วบังเอิญทดสอบได้อันดับ 4-5 พัน เจียงหมิงเจ๋อคงเพิ่มจำนวนการรับสมัครศิษย์ปีนี้เป็นหมื่นแน่ ซึ่งการคิดเช่นนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างไร เพราะเจียงหมิงเจ๋อก็ตั้งใจไว้ดังนั้นจริงๆ ในเมื่ออาหลานของเขา ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่ อย่างไรเขาย่อมต้องผลักดันสุดชีวิตอยู่แล้ว เรื่องจะถูกก่นด่า หรือหน้าตาอะไรพวกนั้น เขาเคยสนใจที่ไหนกัน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็นคนไร้ยางอายผู้หนึ่งอยู่แล้ว แต่เฉินฮ่าวหลานจะปล่อยเจียงหมิงเจ๋อถูกติฉินนินทาได้อย่างไร แม้นเขาต้องแสร้งมีพลังวัตรเพียงจินตันตอนกลางเท่านั้น แต่เขาต้องเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรก อย่างไร้ข้อกังขา เฉินฮ่าวหลานจึงทำให้คนเองมีคะแนนอันดับ 1 ในด่านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทุกด่าน ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งสงสัยได้ เพราะอย่างไรเสียเขามีเชื้อสายอสูรไหลเวียนอยู่ การได้อันดับ 1 ในด่านพวกนี้ นับไม่เป็นที่สังเกตใด ส่วนด่านอื่นๆ เขาทำไว้แค่ผ่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อการทดสอบอันยาวครั้งนี้เสร็จสิ้น เขาจึงถูกจัดอยู่ในลำดับ 50 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นนี้ และที่สำคัญคะแนนในด่านอสูรของเขาเต็มทั
ยามปกติ เมื่อยอดเขาเลี่ยงหรงเปิดรับศิษย์ประจำปี จะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้มีข่าวว่า เลี่ยงหรงก๋วนจู่ออกจากด่านแล้ว ยังมาดูชมการคัดเลือกในปีนี้ด้วย ยิ่งทำให้มีผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุให้เมื่อเฉินฮ่าวหลานเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขาเลี่ยงหรง ก็พบฝูงชนจำนวนมหาศาล ทุกหนทุกแห่งล้วนคลาคล่ำได้ด้วยผู้ฝึกตน หน้าสำนักมีกำแพงศิลาขาวสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ทองเหลือง 16 ร่าง สถิตซ้ายขวาข้างประตูสีเงินทั้ง 8 ทิศโดยปกติจะปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกสำนัก เด็กหนุ่มสังเกตผู้ฝึกตนโดยรอบ ปีนี้มีผู้ฝึกตนระดับจินตันตอนปลายมากเป็นพิเศษและยังมีระดับหยวนอิงปะปนอยู่บ้าง แต่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่านอย่างประหลาด หัวใจเต้นสั่นระรัวจนต้องเอามือกดหน้าอกตนเองไว้ ความรู้สึกอันคุ้นเคยจากฟากฟ้าเบื้องบน ทำให้เขาแหงนหน้ามองเหนือกำแพงสูง เขาเห็นเงาร่างอาบย้อมด้วยแสงตะวันเจิดจ้า จนตาพร่าเรือน แต่มิอาจบดบังคนที่เขาโหยหาทุกลมหายใจได้ ภาพที่เขาเห็นเพียงในฝันนับครั้งไม่ถ้วน ความยินดีถาโถมจนท่วมท้นหัวใจ เจียงหมิงเจ๋อ…ของเขา!! “ในที่
การเดินทางจากถ้ำหิมะพันปี เฉินฮ่าวหลานสามารถเหาะไปโดยตรงได้ แต่เขาเลือกที่จะค่อยๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่เขาและเจียงหมิงเจ๋อผ่านมาด้วยกัน ยามนั้นเจียงหมิงเจ๋อเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ เขายังควบคุมพลังได้แบบขาดๆ เกินๆ จึงอาศัยเดินเท้าเอาเป็นส่วนใหญ่ เฉินฮ่าวหลานเดินทางเข้าเมืองถงโจว ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่คึกคักเช่นเคย โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมเห่าซือที่เจียงหมิงเจ๋อเคยมานั่งกินอาหาร เขาไปนั่งที่ลับตาคนตรงมุมเสา ที่ตรงนี้เจียงหมิงเจ๋อเคยมาด้วยกันกับเขา เมื่อเขามานั่ง เถ้าแก่ก็วิ่งมาต้อนรับด้วยตนเอง และนำอาหารมาให้อย่างใส่ใจ เด็กหนุ่มเยาววัย เปี่ยมล้นด้วยพลัง แต่กลับสุขุมสง่างาม ความจริงแล้ว สมควรเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์จนเป็นที่จับตามอง น่าเสียดายทีมีสีหน้าชืดชา อึมครึม ทำให้บรรยากาศรอบกายชวนหนาวเหน็บ มิชวนให้อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหลานนำห่อผ้าเท่าฝ่ามือออกมาจากในอกเสื้อ นำมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วแกะปลาสามรสคีบใส่จานแบ่ง พร้อมกับรินน้ำชาวางไว้ข้างๆ ห่อผ้าอย่างใส่ใจ "ไม่ว่าจะกี่ปี ปลาที่นี่จะยังคงรสชาติเหมือนเดิม เสียดายที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสกินด้วยกันดีๆ ไว้ครั้งหน้าพว
เสียงทัณฑ์สายฟ้าดังลั่นสะท้าน สะเทือนถ้ำหิมะพันปี ทำให้หวงหลงเทพอสูรมังกรบรรพกาลซึ่งจำศีลอยู่เหนือแท่นบูชา อดไม่ได้ถึงกับต้องผงกศีรษะลืมตา “ผู้ใดบังอาจแอบมาทำการรู้แจ้งในถ้ำของข้ากัน” ด้วยความหงุดหงิด ผู้ใดมารบกวนการจำศีลของมันอีกแล้ว มันจึงบินออกจากแท่นบูชากลางทะเลสาบไปหาแหล่งที่มาทัณฑ์สายฟ้านั้น มันเห็นบุรุษในชุดสีเทาลายเมฆ นั่งขัดสมาธิแผ่นหลังเหยียดตรง รอบกายสว่างไหว กลิ่นบงกชหอมกำกาย แผ่กลิ่นอายทั้งกดดันทรงอำนาจ มันตัดสินใจ ย่อร่างให้ขนาดเล็กลง ขดพันรอบกาย ปกป้องชายหนุ่ม ระหว่างที่มีการเลื่อนระดับ ผู้ทำการเลื่อนระดับจะอ่อนแอถึงที่สุด แม้จะไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ตายตัวว่า ห้ามทำร้ายกันขณะผู้ฝึกตนกำลังทำการเลื่อนระดับ แต่เป็นเรื่องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของวิญญูชนผู้ฝึกตน แต่กระนั้นก็มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำการปกปักคุ้มกันด้วย ในกรณีของหวงหลงก็เช่นกัน มันสามารถทิ้งเขาไว้และออกไปไกลๆ ได้ แต่มันก็ตัดสินใจปกป้องคุ้มกันชายหนุ่มผู้นี้แทน เสมือนเป็นสิ่งที่มันสมควรกระทำ แม้นมันจะเคยเกรงกลัวต่อเจียงหมิงเจ๋อ แต่มันมิได้แสดงการเคารพนอบน้อมมาก่อน แต่กับคนผู้นี้ แม้ระดับพลังยังเป็น
ยอดเขาเลี่ยงหรง ถูกตั้งชื่อตามปฐมาจารย์เลี่ยงหรงเจ้าสำนักทุกคน เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนัก จากเจ้าสำนักคนเก่า ต้องละทิ้งตัวตนและชื่อแซ่ ใช้นามเรียกขานเพียงเลี่ยงหรงก๋วนจู่เฉกเช่นเดียวกันทุกคน เจ้าสำนักทุกรุ่นได้สานต่อปณิธานปฐมาจารย์อย่างต่อเนื่อง จนยอดเขาเลี่ยงหรงกลายเป็นสำนักฝึกตนระดับสูง ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจักรวรรดิเทียนหนาน เป็นหนึ่งใน 4 สำนักใหญ่ที่เสาหลักของโลกแห่งการฝึกคน 4 สำนักใหญ่ ภายนอกแม้นจะเหมือนสามัคคีปรองดอง ร่วมกันปกครองดูแลปกป้องแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับต่อสู้แข่งขันในที่ลับและที่แจ้งกันอย่างเนืองๆ เพราะไม่มีสำนักใดต้องการเป็นเพียงเสาเท่านั้น พวกเขาต่างต้องการเป็นจุดสูงสุดบนโลกนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้แข็งแกร่งจึงได้เปรียบ ซึ่งเดิมทียอดเขาเลี่ยงหรงอ่อนด้อยกว่าอีก 3 สำนักอยู่หลายชั้น เนื่องจากสำนักมีอายุน้อยที่สุดและระดับการฝึกตนอ่อนกว่าอีก 3 สำนัก แม้นเลี่ยงหรงก๋วนจู่คนปัจจุบันละทิ้งตัวตน และฝึกตนในมรรคาที่ยากลำบากที่สุด คือ มรรคาไร้รัก เต๋าไร้ใจ ตัดอารมณ์ทั้ง 7 ออกจากจิตใจ ดำรงตนเคร่งครัดสูงส่งดุจเทพเซียน ระดับการฝึกตนก้าวหน้าตามลำดับ
“เจียงหมิงเจ๋อ…เจ้าคนไร้หัวใจ สายตาเจ้ามีแต่เขา แล้วเจ้าเอาข้าไปไว้ที่ใดกัน” เสียงแหบพร่า จนเกือบเป็นเสียงสะอื้นร่ำไห้ ดังแผ่วเบา จากหลังม่านหยกระย้า ภายในที่มีเด็กหนุ่มผิวซีดขาวราวหิมะ เครื่องหน้าหล่อเหลาปานหยกสลัก เขานอนอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สรรสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ห้องนอนโอ่โถงทั้งเคร่งขรึมสง่างาม แต่กลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและโอสถเข้มข้น แสงแดดอ่อนกระทบสาดส่อง ม่านหยกที่กระเพื่อมไหวจากแรงเคลื่อนขยับภายใน ทำให้กลุ่มข้ารับใช้ที่นั่งเฝ้าข้างเตียง สะดุ้งตื่นตัวทันที เสียงสะอื้นแผ่วเบาทำให้ เขารีบวิ่งไปเปิดม่านดู จึงพบว่านายน้อยของตนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว น้ำตายังคงไหลซึมจากดวงตาที่ปิดสนิท “เร็ว ๆ รีบไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่า แจ้งว่าคุณชายรู้สึกตัวแล้ว เร็วเข้า!!” สิ้นเสียงข้ารับใช้ที่วิ่งไปเปิดม่านหยก ข้ารับใช้คนอื่นก็รีบวิ่งไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่าซึ่งอยู่อีกเรือนหนึ่งทันที ชายชราร่างท้วมดูมีสง่าราศี ในชุดฮั่นฝูแขนกว้าง สีเทาปักลายเมฆ เดินเข้ามานั่งข้างเตียงอย่างรีบร้อน เขาคือเฉินกงหมิงยู่ เจ้าสำนักเทียนหนาน ท่านตาของเฉินฮ่าวหลาน “อาหลานเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าด
![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






