Home / วาย / ภารกิจปั้นจอมมาร / 8.ตัวปลอมของตัวปลอม

Share

8.ตัวปลอมของตัวปลอม

last update publish date: 2026-08-07 19:49:41

   หลังการประมูลเสร็จสิ้น เจียงหมิงเจ๋อก็ขอแยกตัวกับพวกมู่เหม่ยหลาน ซึ่งมู่โหย่วอวี้อยากให้เขากลับไปพำนักที่สำนักหงอวิ๋นเป็นอย่างมาก ก็แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

   ระหว่างที่พวกมู่โหย่วอวี้เดินทางไปทางทิศใต้ของถงโจวเพื่อกลับสำนักหงอวิ๋น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความกดดันและความร้อนของชั้นบรรยากาศ จากทางทิศเหนือของถงโจว

   ถึงแม้มู่โหย่วอวี้จะไม่สนใจร่ำเรียน ไม่สนใจฝึกยุทธ แต่กลับมีความสนใจต่อเรื่องของผู้อื่นเป็นอย่างมาก จึงอาสาไปสืบข่าวถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดนั้น

   มู่เหม่ยหลานกลัวน้องชายจะก่อเรื่องจึงส่งผู้คุ้มกันที่มีระดับการฝึกตนถึงจินตันตอนปลาย 2 คนไปกับเขาด้วย เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ มู่โหย่วอวี้ไม่ได้ไปก่อเรื่องก่อราวที่ไหน

   “ได้เรื่องแล้วขอรับ ท่านพี่ ท่านคงเดาไม่ออกแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่โหย่วอวี้ ที่ออกไปสืบข่าวเพียง 1 ก้านธูป ก็กลับมาพร้อมข่าวสารและเรื่องซุบซิบมากมาย

   “ข้ารู้จะให้เจ้าไปสืบหรือ เจ้าเล่ามา” มู่เหม่ยหลานตัดบทเพื่อไม่ให้น้องชายพูดจาเลอะเทอะ

   “ท่านรู้หรือไม่ หลังจากที่เราออกเดินทางลงใต้จากถงโจว ในถงโจวแถบทางเหนือ มีการปล้นสินค้าประมูลมากมายหลายครั้งเลยขอรับ แม้กระทั่งสำนักเทียนหนานยังถูกปล้นเอาคันฉ่องฉายเงาไปด้วย”

   “เจ้าว่าอย่างไรนะ สำนักเทียนหนานเช่นนั้นหรือ ผู้ใดขวัญกล้าถึงกับเป็นศัตรูกับสำนักเทียนหนานกัน แต่เจ้าสำนักเทียนหนานผู้เฒ่า เฉินกงหมิงยู่ก็อยู่ไม่ใช่หรือ เขามีระดับฝึกคนอยู่ระดับหยวนอิงเชียวนะ เหตุใดจึงขัดขวางโจรพวกนั้นไม่ได้ หรือว่าพวกมันมากับหลายคนและมีฝีมือสูงส่ง” มู่เหม่ยหลานคาดเดาเหตุการณ์

   “หากกล่าวไปท่านจะยิ่งตกใจ ผู้กระทำการมาเพียงคนเดียวขอรับ ระดับฝีมือสูงส่งเหนือคาดเดา แต่การลงมือยังยั้งไว้หลายส่วน เพราะถึงแม้ทางสำนักเทียนหนานจะบาดเจ็บกันหลายคน แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย และท่านรู้ไหมยังมีเรื่องที่น่าตระหนกตกใจยิ่งกว่านี้อีก” มู่โหย่วอวี้เล่าอย่างออกรสชาติ

   “เจ้าจะมาลีลาอะไร รีบเล่ามา” มู่เหม่ยหลานเร่งให้น้องชายรีบเล่าออกมาโดยเร็ว

   “ท่านยังจำสินค้ารายการสุดท้ายของการประมูลได้ไหมขอรับ” มู่โหย่วอวี้จิ๊ปากอย่างขัดใจ พี่สาวเขาผู้นี้ไม่น่ารื่นรมย์สักนิด

   “เป็นกระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง 1 ใน 3 สมบัติเซียน ยอดเขาเลี่ยงหรงได้ไปมิใช่หรือ ปรมาจารย์หลิวซิงถึงกับมาคุ้มกันด้วยตนเองเชียวนะ อย่าบอกนะว่าถูกชิงไปด้วย ข่าวเจ้าเชื่อถือได้แน่หรือ” เป็นเรื่องน่าตกใจจริงๆ มู่เหม่ยหลานไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนกล้าปล้นสมบัติของยอดเขาเลี่ยงหรง ที่ปรมาจารย์หลิวซิงคุ้มกัน และน่าตกใจกว่านั้นคือ ปรมาจารย์หลิวซิงยังพ่ายแพ้

   “เชื่อถือได้สิขอรับ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า มีปีศาจวานร ฝีมือล้ำเลิศ พลังวัตรสุดลึกล้ำสุดคาดเดา มาปล้นชิงยอดเขาเลี่ยงหรง ปรมาจารย์หลิวซิงแทบยกกระบี่ต่อต้านไม่ไหวเลยขอรับ

   หลังจากปล้นชิงยอดเขาเลี่ยงหรงแล้วยังปล้นชิงต่ออีกหลายสำนัก แต่ทุกสำนักไม่กล้าต่อต้านอีก เพราะแค่เพียงพลังกดดันที่เจ้าปีศาจแผ่ออกมายังบีบจนผู้คนแทบยืนไม่อยู่ แม้ยอดเขาเลี่ยงหรงยังเกือบสิ้นชื่อ จะมีใครหน้าไหนกล้าต่อต้านกัน

   ข้ายังไปดูที่ต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์หลิวซิงกับปีศาจวานรมาเลยขอรับ เทือกเขาพ่าซานถึงกับถูกระเบิดหายไปเกือบหมดลูก สัตว์อสูรวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ข้าว่าพวกเราก็ประมูลได้ของดีมาไม่น้อย โดยเฉพาะโอสถทะลุด่านของข้า เพื่อความปลอดภัยเราควรรีบกลับสำนักเถิดขอรับ เรื่องเที่ยวชมเมืองระหว่างเดินทางเห็นทีต้องพักไว้ก่อน เอาเรือเหาะของพวกเราออกมาเถิดขอรับ”

   มู่เหม่ยหลานทอดถอนใจ แต่ก็เห็นด้วยกับน้องชายเดิมทีพวกนางไม่ได้เร่งรีบเดินทางกลับสำนัก กว่าจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตา ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงตั้งใจจะเที่ยวเล่นสักหน่อย แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ไม่รีบกลับคงไม่ได้แล้ว

   นางเปิดถุงมิติหยิบเรือเหาะ ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา ร่ายคาถาปลดผนึกสองสามประโยค แล้วโยนเรือเหาะไปที่ลานกว้าง เรือขนาดเล็กจิ๋ว เมื่อสักครู่พลันขยายเป็นเรือเหาะลำมโหฬาร ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มู่เหม่ยหลานให้น้องชายกระโดดขึ้นเรือเหาะก่อนจึงโดดขึ้นตาม ผู้คุ้มกันที่เหลือจึงค่อยขึ้นเรือ

   เรือเหาะลอยสูง ทำให้เห็นทัศนียภาพจากมุมสูงอย่างชัดเจน จุดที่เป็นเทือกเขาพ่าซานยุบเป็นบ่อลึก ที่มู่โหย่วอวี้บอกว่าภูเขาเกือบทั้งลูกหายไปนั้นเป็นเรื่องจริง การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือจะเป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างไร

  “อาอวี้ปีศาจวานรที่เจ้าว่า ใช่สวมใส่เสื้อเกราะ ถือกระบองด้ามยาว ร่างกายสูงใหญ่ ใช้เปลวไฟแปลกประหลาดสีดำเป็นอาวุธใช่หรือไม่” เสียงมู่เหม่ยหลานดังขึ้นขณะเรือเหาะลอยอยู่ระดับคงที่

   “ใช่ๆ ขอรับท่านพี่รู้ได้อย่างไรขอรับ” มู่โหย่วอวี้ประหลาดใจ เขาไม่ได้เล่ารายละเอียดขนาดนั้นพี่สาวฟัง แล้วนางรู้ได้อย่างไร

   “เจ้า เจ้าดูนั่น!!!” มู่เหม่ยหลานชี้นิ้วไปท้องฟ้าเบื้องหน้า

   ตรงหน้าเรือเหาะปรากฏ เงาร่างสูงใหญ่ในเสื้อเกราะโบราณ ถือกระบองโลหะสะท้อนแสงวาววับ เบื้องหลังมันปรากฏเปลวเพลิงสีดำ อยู่บนก้อนเมฆ ลอยหยุดนิ่งกลางอากาศ ขวางหน้าเรือเหาะตระกูลมู่ ดวงตาทั้ง 2 ด้านชา ให้ความรู้สึกประหนึ่งซากศพ ผู้คุ้มกันทั้ง 12 คน โดดมาอยู่เบื้องหน้านายน้อยทั้งสอง

   “คารวะผู้อาวุโส พวกเราตระกูลมู่ จากสำนักหงอวิ๋น กำลังจะเดินทางกลับสำนัก ไม่ทราบว่าผู้อาวุโส มีสิ่งใดต้องการชี้แนะพวกข้าผู้น้อย” มู่เหม่ยหลาน โบกมือให้ผู้คุ้มกันถอยออกไป ประสานมือกล่าว

   “เพียงส่งของทั้งหมดมาให้ข้า รับรองว่าข้าจะให้พวกเจ้าตายโดยอวัยวะครบส่วน” สิ้นเสียงแหบสากของปีศาจวานร ทำเอาสีหน้าของคนทั้งลำเรือก็บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

   “อย่าให้มากเกินไปนัก เป็นภูตผีปีศาจแล้วอย่างไร คิดว่าพวกเราจะให้เจ้าข่มเหงได้ง่ายๆ หรือ ข้าจะบอกให้นะว่าหินลมปราณสักก้อนพวกเราก็ไม่ให้เจ้า” มู่โหย่วอวี้ ตะโกนตอบด้วยความเดือดดาล

   “โหย่วอวี้ เจ้าอย่าวู่วาม ถึงสมบัติล้ำค่าก็จริง แต่ต้องมีชีวิตไว้ชื่นชมด้วย ผู้อาวุโส พวกเรายินดีส่งมอบสิ่งของให้แก่ท่าน โปรดละเว้นชีวิต หวังว่าท่านจะเห็นแก่หน้าสำนักหงอวิ๋นสักครา” นางโยนถุงมิติให้ปีศาจวานร

   “อย่าให้มันขอรับท่านพี่!! มันผิดปกติขอรับมันไม่ใช่ไฟสีดำ แต่เป็นไฟสีน้ำเงินเข้ม มันเป็นวานรปีศาจตัวปลอม” มู่โหย่วอวี้กระโจนออกไปข้างหน้าเพื่อขัดขวางอย่างรวดเร็ว

   ตอนไปสืบข่าวโชคดีที่มีคนใช้หยกบันทึกภาพการต่อสู้ไว้ได้ แม้จะเป็นภาพจากระยะค่อนข้างไกล แต่เขาก็สามารถเห็นลักษณะไฟได้อย่างชัดเจน

   มู่เหม่ยหลานรีบดึงเขาไว้แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ไฟสีน้ำเงินอมดำพุ่งเข้าหาเขาอย่างรุนแรง ซึ่งไฟสีน้ำเงินเป็นเพลิงระดับสูงชนิดหนึ่งของผู้ฝึกตนตั้งแต่ระดับหยวนอิงขึ้นไป แม้นไม่รุนแรงเท่าเพลิงสีดำของเจียงหมิงเจ๋อ แต่ก็มีความร้อนสุดประมาณ ด้วยระดับฝีมือของมู่โหย่วอวี้หากโดนเข้า แม้กระดูกก็ยากจะหลงเหลือ

   จะถอยกลับตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชั่วพริบตา เรือเหาะขนาดยักษ์ก็เลือนหายไป มู่โหย่วอวี้คิดว่าแย่แล้ว ถึงกับปิดตายยอมรับความตาย

   “เจ้ากินแล้วว่างเกินไปหรืออย่างไรจึงชอบก่อเรื่องนัก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ข้างหูของมู่โหย่วอวี้

   ซึ่งก่อนหน้าเขาหลับตาปี๋ พร้อมทำใจว่าต้องตายแน่แล้ว แต่ในตอนนี้ร่างเขากลับอยู่ในอ้อมแขนอันทรงพลังของบุรุษผู้หนึ่งที่พลิกเอาแผ่นหลังบังแรงอัคคีไว้ ชายหนุ่มผู้เป็นโล่ห์กำบังไฟให้มู่โหย่วอวี้ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นเรือเหาะทั้งลำหายไปต่อหน้าต่อตา

   “ท่าน..ท่านพี่เจียงหรือขอรับ” มู่โหย่วอวี้ค่อยๆ ลืมตามองผู้ที่ช่วยเหลือตน ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย

   ทางด้าน มู่เหม่ยหลานกับผู้คุ้มกัน ที่ตอนนี้ฉีกมิติ ไปอยู่หน้าประตูสำนักหงอวิ๋น ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน สิ่งผิดปกติที่มู่โหย่วอวี้พบ นางจะไม่ค้นพบได้อย่างไร แต่อีกฝ่ายถึงแม้จะปลอมแปลงไฟ แต่ก็มาจากไฟสีน้ำเงินระดับหยวนอิง ซึ่งระดับพลังไม่อ่อนด้อย

   หากจะต่อสู้กันเป็นไปได้สูงว่าพวกนางต้องบาดเจ็บล้มตาย พวกนางมาครั้งนี้ ด้วยอาศัยว่าเป็นคนจากสำนักหงอวิ๋นไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าปล้นชิงสิ่งของ จึงไม่ได้นำพวกเหล่าคณาจารย์ในสำนักมาด้วย ด้วยกำลังเพียงเท่านี้หากต่อสู้คงมิอาจต้านอยู่ จึงคิดหาทางหนีกลับสำนัก

   การที่นางโยนถุงมิติไปเพราะต้องการถ่วงเวลาในการสร้างรอยร้าวของมิติ และถุงใบนั้นที่นางโยนไปให้ปีศาจวานร เป็นถุงที่เก็บของธรรมดา ซึ่งนางได้แยกเก็บสิ่งของมีค่าเอาไว้ที่อีกใบหนึ่ง นางได้ส่งสายตากับผู้คุ้มกันให้เตรียมสร้างประตูมิติกลับสำนักแล้ว

   การสร้างประตูมิติเป็นวิชาลับที่ใช้เปิดเส้นทางยามจวนตัวของสำนักหงอวิ๋น ซึ่งการใช้วิชาแต่ละครั้งต้องแลกด้วยพลังวัตรของผู้คุ้มกันทั้งหมด พวกเขาต้องบีบเม็ดทองคำในร่างจนแตกละเอียด เพื่อเป็นแรงในการระเบิดผ่ามิติ พลังฝึกตนที่มีทั้งหมดต่างต้องหมดสิ้นไร้หนทางกลับมาฝึกฝนได้อีก แม้มีวิธีรักษาชีวิตไว้ได้ แต่วิธีนี้ก็โหดร้ายอย่างยิ่ง ไม่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต นางไม่มีทางเรียกใช้อย่างเด็ดขาด

   ใครจะไปนึกว่าเจ้าน้องชายโง่งมจะพุ่งตัวออกไปยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ แค้นใจเจ้าเด็กโง่คนนี้ เป็นเหล็กที่ตีอย่างไรก็ไม่กลายเป็นเหล็กกล้า

   ทางด้านเจียงหมิงเจ๋อถึงกับคิ้วกระตุก ในฐานะผู้ประพันธ์ย่อมต้องรู้เรื่องนี้เช่นกัน นึกอยากจะเขกหัวเจ้างั่งนี้สักที แต่คิดไปคิดมาคนอย่างเจ้าเด็กนี่ทุบตีก็ได้ตายเปล่า ก็ได้แต่ปล่อยวาง แล้วเหาะไปจัดการกับเจ้าปีศาจวานรตัวปลอมแทน

   “พลังฝึกตนถึงขั้นหยวนอิง ไม่ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาให้ดีๆ ริจะเป็นโจร ขวัญกล้าเทียมฟ้าถึงกับปลอมเป็นบิดา ช่างเก่งกาจเหลือเกินนะ บิดาออกปล้นชิงมาหลายวัน ยังไม่ได้ของเยอะเท่าเจ้า จะส่งมอบมันมาดีๆ หรือจะส่งมอบมาพร้อมชีวิตสุนัขของเจ้า!!”

   เขาแค่นเสียง วาจาที่ไม่ระวังเช่นนี้ หากมู่เหม่ยหลานอยู่ตรงนี้ด้วยต้องจับสังเกตและเชื่อมโยงเขากับวานรปีศาจได้แล้ว แต่เสียดายที่คนตรงหน้าเป็นมู่โหย่วอวี้ ผู้ซึ่งมันสมองมีแต่มัดกล้าม จึงไม่ได้ขบคิดตามแต่ประการใด ได้แต่มองตาเป็นประกาย ปลาบปลื้มชื่นชมพี่เจียงผู้แข็งแกร่ง อย่างเทิดทูน

   [โฮสต์ครับ!! เราพบความผิดปกติ!!] ระบบเอไอตะโกนก้องในหูเขา

   “เรื่องอะไรอีกล่ะ กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่เห็นหรือ” เจียงหมิงเจ๋อกำลังหงุดหงิดอยากทุบตีคนเต็มที่

   [เป็นเรื่องด่วนครับ]

   “คนยิ่งรีบๆ อยู่ พูดมาให้หมดทีเดียวเลยได้ไหม”

   [ระบบตรวจพบความผิดปกติของเจ้าโจรปลอมผู้นั้นขอรับ ดูเหมือนวิญญาณจะไม่ใช่ของเขา มันเป็นดวงจิตจากโลกอื่น เขาเป็นคนของฝ่ายตรงข้าม] 4946 รีบแจ้งข้อมูลที่สืบทราบมา

   “หมายความว่าเขาตายไปแล้วและ ถูกสวมร่าง” เจียงหมิงเจ๋อ ถึงกับขบกราม

   [ใช่ครับ จะพูดให้ถูกคือถูกฆาตกรรมและชิงร่างมากกว่า และทางเรายังตรวจพบร่างผีดิบแบบนี้อีกเป็นจำนวนมาก อีกฝ่ายนอกจากต้องการฆ่าเฉินฮ่าวหลานแล้ว ยังต้องการยึดโลกบำเพ็ญเพียรนี้ด้วย และเป็นไปได้ว่าเขาจะล่วงรู้จึงการคงอยู่ของโฮสต์แล้ว คนผู้นี้ตั้งใจล่อโฮสต์ออกมา น่าจะส่งมาหยั่งเชิง หากพบปีศาจผีดิบพวกนี้ โฮสต์สามารถกำจัดได้โดยไม่ติดเงื่อนไขรับพลังจากระบบครับ]

   “หลอมศพเช่นนั้นหรือ หึ!!..สารเลวพวกนี้ ตั้งใจจะสร้างกองกำลังซอมบี้ ในโลกบำเพ็ญของผมให้ได้ใช่ไหม” เจียงหมิงเจ๋อกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม กล้าสังหารคนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

   กล้าเอาผีดิบมาใช้กับคนคิดค้นวิชา น่ากลัวสมองคงถูกกินไปหมดแล้วจริงๆ เราจะได้เห็นดีกันพวกสารเลว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   42.ราชาอสูรปรากฏตัว

    ประตูแดนลับเหลียงหวาย ได้เปิดใกล้ครบกำหนดแล้ว และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ประตูแดนลับจะเลือนหายไป ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าแดนลับต่างทยอยออกมาเกือบครบแล้ว และทุกคนต่างพึงพอใจในโชควาสนาที่ได้รับทั้งสิ้น ซึ่งจากการถ่ายทอดภาพจากแดนลับในครั้งนี้ ทำให้มีดาวรุ่งและดาวจรัสแสงประดับดินแดนเทียนเหมินเกิดขึ้นอีกหลายดวงหนึ่งในดวงดาวที่เปล่งประกายและมีคนรอพบตัวจริงมากที่สุดคือ เฉินฮ่าวหลาน หนุ่มน้อยผู้เก็บงำประกายไว้อย่างมิดชิด จนมาเปิดเผยในแดนลับนี้ และในจำนวนคนที่รอพบเฉินฮ่าวหลานอยู่นั้น ต้องนับเอามู่โหย่วอวี้ ที่หน้าตาบอกบุญไม่รับรวมอยู่ด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความชื่นชมแต่อย่างใด ซึ่งผิดกับมู่เหม่ยหลาน ที่หลังจากออกจากแดนลับ ดูหน้าตาสดใสเป็นพิเศษ“มู่เหม่ยหลานดูท่าทางของเจ้า คาดว่าคงได้โชควาสนาที่พึงพอใจจากตำหนักเมฆากระมัง” รั่วจือซือจุน เห็น มู่เหม่ยหลาน ยิ้มกว้าง จนตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว จึงอดสัพยอกไม่ได้“เรียนซือจุน ข้าได้ต้นสนมิสิ้นสูญมาเจ้าค่ะ ต้นสนชนิดนี้เมล็ดของมันจะสามารถหลอมสร้างเป็นพลังงานได้ พลังงานนี้สามารถใส่ในเรือเหาะโดยสารได้ ซึ่งเรือเหาะนี้การขึ้นบินแต่ละครั้งสิ้นเปลืองพลังงานอย

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   40.หยางคู่สอดประสาน 1

    เจียงหมิงเจ๋อรับคัมภีร์จากเฉินฮ่าวหลานมาอ่านด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาไม่เข้าใจ คัมภีร์สยบสวรรค์ไอเท็มสำคัญที่ทำให้พระเอกของเขาครองทั้ง 3 ภพ อย่างง่ายดาย เหตุใดจึงกลายเป็นคัมภีร์บำเพ็ญคู่ระหว่างบุรุษได้ เสี้ยววิญญาณของบรรพจารย์ อยู่นานจะเลอะเลือนไปแล้วกระมัง เนื้อเรื่องคลาดเคลื่อนไปขนาดนี้ได้อย่างไร แต่เฉินฮ่าวหลานย่อมรู้เหตุผลที่บรรพจารย์ในห้องคัดเลือก มอบคัมภีร์นี้ให้เขา เพราะหากว่าเขาเป็นเฉินฮ่าวหลานคนเดิม ที่ถูกโชคชะตาบีบคั้นรังแก ทั้งยังอัตคัดและโดดเดี่ยวตั้งแต่เด็ก บวกกับนิสัยของเขาเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย ใจคอคับแคบ และเป็นคนหน้าเนื้อในเสือด้วยแล้ว จุดมุ่งหมายของเขาคงเป็นการครอบครองทั้ง 3 ภพ และแก้แค้นทุกคนที่เคยทำร้ายเขาโดยไม่ละเว้นสักผู้เดียว แต่กับเฉินฮ่าวหลานคนปัจจุบันคนนี้ แม้นจะนิสัยไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นคนที่ถูกเจียงหมิงเจ๋อทุ่มเทดูแลดุจไข่ในหิน ทั้งยังเข้ามาเปลี่ยนดวงชะตาอันโหดร้าย จากหน้ามือเป็นหลังมือ แม้นมีช่วงเวลาที่เขาไม่อาจอยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มได้ ก็ยังทิ้งสมบัติชั้นเซียนนับไม่ถ้วนเพื่อปกป้องเด็กหนุ่มและวงศ์ตระกูลของเขาให้ปลอดภัย โดยไม่ให้เป็นไปตามเน

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   41.หยางคู่สอดประสาน 2

    เฉินฮ่าวหลานอุ้มเจียงหมิงเจ๋อในท่าอุ้มเจ้าสาว เดินเข้าสู่ห้องนอนด้านใน แม้นภายนอกเขาจะย่างก้าวด้วยฝีเท้ามั่นคงหนักแน่น แต่ในใจนั้นร้อนดุจไฟลน คนที่เขาเฝ้าฝันถึงทุกลมหายใจ ยอมปลงใจกับเขาแล้ว เพียงไม่กี่อึดใจที่พวกเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน นัยน์ตาหงส์ที่มักทอดมองเขาด้วยความอ่อนโยนเสมอ บัดนี้มองเขาด้วยสายตาอันร้อนแรงเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ระยะทางไม่กี่ก้าวเหมือนยาวไกลนับพันลี้ เจียงหมิงเจ๋อรู้ว่าเฉินฮ่าวหลานร้อนใจอย่างมาก แต่ก็ต้องแปลกใจที่เมื่อเด็กหนุ่มอุ้มเขาวางที่เตียงแล้ว กลับละไปค้นถุงมิติโดยไม่ยอมรุกต่อในทันที กล่องสีแดงใบจิ๋วถูกนำออกมาโยนไปที่กลางห้อง ฉับพลันก็เกิดควันสีแดงหนาทึบกระจายออกจากกล่อง ใช้เวลาไม่นาน ควันที่หนาทึบก็จางลง เจียงหมิงเจ๋อมองสำรวจรอบห้องก็ถึงกับตะลึง ห้องนอนธรรมดาที่พวกเขาเข้ามาเมื่อสักครู่ บัดนี้ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยผ้าสีแดงและลายฉลุมงคล หัวเตียงมีโคมไฟมงคลงดงามแขวนอยู่ ตรงโต๊ะเล็กกลางห้อง ปรากฏว่ามีชุดสุราอาหารสำหรับงานมงคลเต็มโต๊ะ แม้แต่เตียงที่เขานั่งก็มีพรมไหมสวรรค์สีแดงคลุม เขาก้มมองตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าเขาเปลี่ยนจากขาวกระจ่างกลายเป็น

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   39.ท่านอยากให้ข้าฝึกวิชานี้จริงๆหรือ

    "ข้าควรเรียกเจ้าเช่นไร เฉินฮ่าวหลานหรือเสี่ยวกวางจึงจะถูกต้อง" เจียงหมิงเจ๋อกล่าวกับเฉินฮ่าวหลานด้วยเสียงนิ่งสนิท เขาเห็นความตระหนกปรากฏในดวงตาของอีกฝ่าย เฉินฮ่าวหลานที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเจียงหมิงเจ๋อ ถึงกับตกใจคลายมือออกฉับพลัน ทำให้เจียงหมิงเจ๋อพ้นจากพันธนาการ แต่เขายังคงยืนอย่างสงบนิ่งไม่ไหวติ่ง เพียงใช้นิ้วมืออันเรียวยาวของตนเองดึงสาบเสื้อที่ถูกดึงรั้งจนหลุดลุ่ย ขึ้นมาให้ปกปิดหัวไหล่ขาวเนียน ริมฝีปากของเจียงหมิงเจ๋อถูกขบกัดจนแตกบวม ลิ้นถูกเด็กหนุ่มดูดดึงจนรู้สึกเจ็บ ทั้งซอกคอและแผ่นอกล้วนมีร่องรอยจ้ำแดงจากการดูดและรอยฟันของอีกฝ่าย เมื่อเฉินฮ่าวหลานเห็นสภาพของเจียงหมิงเจ๋อ ความผิดชอบชั่วดีที่กระเจิดกระเจิงก็กลับสู่จิตสำนึกอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกผิดแล่นสู่สมองฉับพลัน บรรยากาศในห้องที่มืดสลัวยิ่งเย็นเยือกลงในทันที "ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ...ขอโทษ" สองเข่าของเด็กหนุ่มทรุดลงตรงหน้าเจียงหมิงเจ๋ออย่างสิ้นหวัง เขาคงบ้าไปแล้วที่กล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ทั้งที่เจียงหมิงเจ๋อไม่เคยบอกว่ารักเขา แต่ก็ยอมตกลงเป็นคู่บำเพ็ญให้ ก็น่าจะพอใจแล้วมิใช่หรือ หากอีกฝ่ายจะแต่งงาน เขามีสิทธิ์

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   38.เจียงหมิงเจ๋อ...คนมากรัก ?

    เจียงหมิงเจ๋อมิได้แปลกใจเช่นผู้อื่นที่เฉินฮ่าวหลานพาคนแปลกหน้าติดตามมาด้วย เขาย่อมรู้จักหงอ้ายเหริ่นเป็นอย่างดี แต่ค่อนข้างแปลกในเรื่องที่เจ้ามารจิ้งจอกผู้นี้ ถึงกับแปลงร่างเป็นร่างเดิมของเขามากกว่า มันคงอ่านใจเฉินฮ่าวหลานผิดพลาดแล้วกระมัง เฉินฮ่าวหลานจะรักเขาได้อย่างไร ในเมื่อหลังจากอาหลานฟื้น เขามิได้ใช้ภาพลักษณ์นี้อีกเลย ในเรื่องเดิมมารจิ้งจอกมายาตนผู้นี้ รับหน้าที่เป็นทูตมารผู้พาเฉินฮ่าวหลานไปพบจอมมารผู้เฒ่า เพื่อรับมอบภพมารและตำแหน่งจอมมาร ถึงแม้นว่าจะทำให้เฉินฮ่าวหลานมีระดับการฝึกตนที่สูงส่งอย่างก้าวกระโดด และได้ครอบครองภพมารทั้งหมดก็ตาม แต่มันจะทำให้เฉินฮ่าวหลานไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป หากเมื่อใดที่จิตใจเขาอ่อนแอ โลหิตพญามารในร่าง จะแสดงตัวตนเด่นชัดขึ้นทันที ในเรื่องเดิมเฉินฮ่าวหลานจะถูกทั้งโลหิตจอมมารและโลหิตเจ้าอสูรเข้าควบคุมจิตใจ จนกลายเป็นราชาทรราชผู้โหดเหี้ยมในที่สุด ทั้งหมดเพียงเพราะเขาต้องการเปลี่ยนให้พระเอกของเขา จากเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์อ่อนโยน กลายเป็นคนวิกลจริตและอำมหิตดุร้าย เขาต้องการเพิ่มฉากนองเลือดฆ่าฟันเพื่อเอาใจคนอ่าน เพิ่มสีสันของเนื้อเร

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   37.ความวุ่นวายหน้าตำหนัก

    การรับโลหิตจอมมารเข้ามาในร่างหาใช่เรื่องง่าย หากผู้รับมอบไม่มีพลังวัตรที่แข็งแกร่งเพียงพอ คนผู้นั้นถ้าไม่วิกลจริตก็ต้องร่างระเบิดแหลกเหลว ซึ่งจอมมารผู้เฒ่า เมื่อล่อลวงให้เฉินฮ่าวหลานให้แบกทั้งความแค้น และภพมารของตนไว้ ก็ไม่สนใจว่าเฉินฮ่าวหลานจะมีชีวิตอยู่จนเป็นจอมมารแทนเขา หรือร่างระเบิดจิตใจวิกลจริตไปแล้วหรือไม่ เขาได้ละสังขารไปสู่สะพานไน่เหอเพื่อพบกับฮูหยินของเขาอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ และทิ้งให้เฉินฮ่าวหลานต่อสู้ดูดซับกับโลหิตพญามารตามลำพัง โดยไม่อยู่คอยชี้แนะใดๆ ทั้งสิ้น การที่เฉินฮ่าวหลานต้องพยายามดูดซับโลหิตจอมมารอย่างเร่งรีบ ทำให้ทั้งทางด้านอารมณ์และร่างกายเกิดการต่อต้านแปรปรวนอย่างหนัก บัดเดี๋ยวคลุ้มคลั่ง บัดเดี๋ยวดุร้าย บัดเดี๋ยวสุขสันต์ บัดเดี๋ยวซึมเซา เล่นเอาเฉินฮ่าวหลานต้องสะกดข่ม จนกระอักโลหิตกองโตอยู่หลายครั้ง ทางร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลงราวพายุ ในช่วงหนึ่งถ้วยชา ก็แปรเปลี่ยนนับ 10 รูปแบบ เดี๋ยวสูงใหญ่ บัดเดี๋ยวผอมบาง บัดเดี๋ยวเด็ก บัดเดี๋ยวแก่ชรา ร่างเขายุบขยายปานลูกหนังเป่าลม พองแล้วแฟบ แฟบแล้วพอง นับร้อยนับพันครั้ง จนผิวหนังแตกเป็นริ้วๆ หากเขามิใช่มีพรสวรรค์ที่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status