Home / วาย / ภารกิจปั้นจอมมาร / 8.ตัวปลอมของตัวปลอม

Share

8.ตัวปลอมของตัวปลอม

last update publish date: 2026-08-07 19:49:41

   หลังการประมูลเสร็จสิ้น เจียงหมิงเจ๋อก็ขอแยกตัวกับพวกมู่เหม่ยหลาน ซึ่งมู่โหย่วอวี้อยากให้เขากลับไปพำนักที่สำนักหงอวิ๋นเป็นอย่างมาก ก็แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

   ระหว่างที่พวกมู่โหย่วอวี้เดินทางไปทางทิศใต้ของถงโจวเพื่อกลับสำนักหงอวิ๋น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความกดดันและความร้อนของชั้นบรรยากาศ จากทางทิศเหนือของถงโจว

   ถึงแม้มู่โหย่วอวี้จะไม่สนใจร่ำเรียน ไม่สนใจฝึกยุทธ แต่กลับมีความสนใจต่อเรื่องของผู้อื่นเป็นอย่างมาก จึงอาสาไปสืบข่าวถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดนั้น

   มู่เหม่ยหลานกลัวน้องชายจะก่อเรื่องจึงส่งผู้คุ้มกันที่มีระดับการฝึกตนถึงจินตันตอนปลาย 2 คนไปกับเขาด้วย เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ มู่โหย่วอวี้ไม่ได้ไปก่อเรื่องก่อราวที่ไหน

   “ได้เรื่องแล้วขอรับ ท่านพี่ ท่านคงเดาไม่ออกแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่โหย่วอวี้ ที่ออกไปสืบข่าวเพียง 1 ก้านธูป ก็กลับมาพร้อมข่าวสารและเรื่องซุบซิบมากมาย

   “ข้ารู้จะให้เจ้าไปสืบหรือ เจ้าเล่ามา” มู่เหม่ยหลานตัดบทเพื่อไม่ให้น้องชายพูดจาเลอะเทอะ

   “ท่านรู้หรือไม่ หลังจากที่เราออกเดินทางลงใต้จากถงโจว ในถงโจวแถบทางเหนือ มีการปล้นสินค้าประมูลมากมายหลายครั้งเลยขอรับ แม้กระทั่งสำนักเทียนหนานยังถูกปล้นเอาคันฉ่องฉายเงาไปด้วย”

   “เจ้าว่าอย่างไรนะ สำนักเทียนหนานเช่นนั้นหรือ ผู้ใดขวัญกล้าถึงกับเป็นศัตรูกับสำนักเทียนหนานกัน แต่เจ้าสำนักเทียนหนานผู้เฒ่า เฉินกงหมิงยู่ก็อยู่ไม่ใช่หรือ เขามีระดับฝึกคนอยู่ระดับหยวนอิงเชียวนะ เหตุใดจึงขัดขวางโจรพวกนั้นไม่ได้ หรือว่าพวกมันมากับหลายคนและมีฝีมือสูงส่ง” มู่เหม่ยหลานคาดเดาเหตุการณ์

   “หากกล่าวไปท่านจะยิ่งตกใจ ผู้กระทำการมาเพียงคนเดียวขอรับ ระดับฝีมือสูงส่งเหนือคาดเดา แต่การลงมือยังยั้งไว้หลายส่วน เพราะถึงแม้ทางสำนักเทียนหนานจะบาดเจ็บกันหลายคน แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย และท่านรู้ไหมยังมีเรื่องที่น่าตระหนกตกใจยิ่งกว่านี้อีก” มู่โหย่วอวี้เล่าอย่างออกรสชาติ

   “เจ้าจะมาลีลาอะไร รีบเล่ามา” มู่เหม่ยหลานเร่งให้น้องชายรีบเล่าออกมาโดยเร็ว

   “ท่านยังจำสินค้ารายการสุดท้ายของการประมูลได้ไหมขอรับ” มู่โหย่วอวี้จิ๊ปากอย่างขัดใจ พี่สาวเขาผู้นี้ไม่น่ารื่นรมย์สักนิด

   “เป็นกระถางเฟิ่งหวงม่วงทอง 1 ใน 3 สมบัติเซียน ยอดเขาเลี่ยงหรงได้ไปมิใช่หรือ ปรมาจารย์หลิวซิงถึงกับมาคุ้มกันด้วยตนเองเชียวนะ อย่าบอกนะว่าถูกชิงไปด้วย ข่าวเจ้าเชื่อถือได้แน่หรือ” เป็นเรื่องน่าตกใจจริงๆ มู่เหม่ยหลานไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนกล้าปล้นสมบัติของยอดเขาเลี่ยงหรง ที่ปรมาจารย์หลิวซิงคุ้มกัน และน่าตกใจกว่านั้นคือ ปรมาจารย์หลิวซิงยังพ่ายแพ้

   “เชื่อถือได้สิขอรับ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า มีปีศาจวานร ฝีมือล้ำเลิศ พลังวัตรสุดลึกล้ำสุดคาดเดา มาปล้นชิงยอดเขาเลี่ยงหรง ปรมาจารย์หลิวซิงแทบยกกระบี่ต่อต้านไม่ไหวเลยขอรับ

   หลังจากปล้นชิงยอดเขาเลี่ยงหรงแล้วยังปล้นชิงต่ออีกหลายสำนัก แต่ทุกสำนักไม่กล้าต่อต้านอีก เพราะแค่เพียงพลังกดดันที่เจ้าปีศาจแผ่ออกมายังบีบจนผู้คนแทบยืนไม่อยู่ แม้ยอดเขาเลี่ยงหรงยังเกือบสิ้นชื่อ จะมีใครหน้าไหนกล้าต่อต้านกัน

   ข้ายังไปดูที่ต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์หลิวซิงกับปีศาจวานรมาเลยขอรับ เทือกเขาพ่าซานถึงกับถูกระเบิดหายไปเกือบหมดลูก สัตว์อสูรวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ข้าว่าพวกเราก็ประมูลได้ของดีมาไม่น้อย โดยเฉพาะโอสถทะลุด่านของข้า เพื่อความปลอดภัยเราควรรีบกลับสำนักเถิดขอรับ เรื่องเที่ยวชมเมืองระหว่างเดินทางเห็นทีต้องพักไว้ก่อน เอาเรือเหาะของพวกเราออกมาเถิดขอรับ”

   มู่เหม่ยหลานทอดถอนใจ แต่ก็เห็นด้วยกับน้องชายเดิมทีพวกนางไม่ได้เร่งรีบเดินทางกลับสำนัก กว่าจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตา ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงตั้งใจจะเที่ยวเล่นสักหน่อย แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ไม่รีบกลับคงไม่ได้แล้ว

   นางเปิดถุงมิติหยิบเรือเหาะ ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา ร่ายคาถาปลดผนึกสองสามประโยค แล้วโยนเรือเหาะไปที่ลานกว้าง เรือขนาดเล็กจิ๋ว เมื่อสักครู่พลันขยายเป็นเรือเหาะลำมโหฬาร ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มู่เหม่ยหลานให้น้องชายกระโดดขึ้นเรือเหาะก่อนจึงโดดขึ้นตาม ผู้คุ้มกันที่เหลือจึงค่อยขึ้นเรือ

   เรือเหาะลอยสูง ทำให้เห็นทัศนียภาพจากมุมสูงอย่างชัดเจน จุดที่เป็นเทือกเขาพ่าซานยุบเป็นบ่อลึก ที่มู่โหย่วอวี้บอกว่าภูเขาเกือบทั้งลูกหายไปนั้นเป็นเรื่องจริง การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือจะเป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างไร

  “อาอวี้ปีศาจวานรที่เจ้าว่า ใช่สวมใส่เสื้อเกราะ ถือกระบองด้ามยาว ร่างกายสูงใหญ่ ใช้เปลวไฟแปลกประหลาดสีดำเป็นอาวุธใช่หรือไม่” เสียงมู่เหม่ยหลานดังขึ้นขณะเรือเหาะลอยอยู่ระดับคงที่

   “ใช่ๆ ขอรับท่านพี่รู้ได้อย่างไรขอรับ” มู่โหย่วอวี้ประหลาดใจ เขาไม่ได้เล่ารายละเอียดขนาดนั้นพี่สาวฟัง แล้วนางรู้ได้อย่างไร

   “เจ้า เจ้าดูนั่น!!!” มู่เหม่ยหลานชี้นิ้วไปท้องฟ้าเบื้องหน้า

   ตรงหน้าเรือเหาะปรากฏ เงาร่างสูงใหญ่ในเสื้อเกราะโบราณ ถือกระบองโลหะสะท้อนแสงวาววับ เบื้องหลังมันปรากฏเปลวเพลิงสีดำ อยู่บนก้อนเมฆ ลอยหยุดนิ่งกลางอากาศ ขวางหน้าเรือเหาะตระกูลมู่ ดวงตาทั้ง 2 ด้านชา ให้ความรู้สึกประหนึ่งซากศพ ผู้คุ้มกันทั้ง 12 คน โดดมาอยู่เบื้องหน้านายน้อยทั้งสอง

   “คารวะผู้อาวุโส พวกเราตระกูลมู่ จากสำนักหงอวิ๋น กำลังจะเดินทางกลับสำนัก ไม่ทราบว่าผู้อาวุโส มีสิ่งใดต้องการชี้แนะพวกข้าผู้น้อย” มู่เหม่ยหลาน โบกมือให้ผู้คุ้มกันถอยออกไป ประสานมือกล่าว

   “เพียงส่งของทั้งหมดมาให้ข้า รับรองว่าข้าจะให้พวกเจ้าตายโดยอวัยวะครบส่วน” สิ้นเสียงแหบสากของปีศาจวานร ทำเอาสีหน้าของคนทั้งลำเรือก็บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

   “อย่าให้มากเกินไปนัก เป็นภูตผีปีศาจแล้วอย่างไร คิดว่าพวกเราจะให้เจ้าข่มเหงได้ง่ายๆ หรือ ข้าจะบอกให้นะว่าหินลมปราณสักก้อนพวกเราก็ไม่ให้เจ้า” มู่โหย่วอวี้ ตะโกนตอบด้วยความเดือดดาล

   “โหย่วอวี้ เจ้าอย่าวู่วาม ถึงสมบัติล้ำค่าก็จริง แต่ต้องมีชีวิตไว้ชื่นชมด้วย ผู้อาวุโส พวกเรายินดีส่งมอบสิ่งของให้แก่ท่าน โปรดละเว้นชีวิต หวังว่าท่านจะเห็นแก่หน้าสำนักหงอวิ๋นสักครา” นางโยนถุงมิติให้ปีศาจวานร

   “อย่าให้มันขอรับท่านพี่!! มันผิดปกติขอรับมันไม่ใช่ไฟสีดำ แต่เป็นไฟสีน้ำเงินเข้ม มันเป็นวานรปีศาจตัวปลอม” มู่โหย่วอวี้กระโจนออกไปข้างหน้าเพื่อขัดขวางอย่างรวดเร็ว

   ตอนไปสืบข่าวโชคดีที่มีคนใช้หยกบันทึกภาพการต่อสู้ไว้ได้ แม้จะเป็นภาพจากระยะค่อนข้างไกล แต่เขาก็สามารถเห็นลักษณะไฟได้อย่างชัดเจน

   มู่เหม่ยหลานรีบดึงเขาไว้แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ไฟสีน้ำเงินอมดำพุ่งเข้าหาเขาอย่างรุนแรง ซึ่งไฟสีน้ำเงินเป็นเพลิงระดับสูงชนิดหนึ่งของผู้ฝึกตนตั้งแต่ระดับหยวนอิงขึ้นไป แม้นไม่รุนแรงเท่าเพลิงสีดำของเจียงหมิงเจ๋อ แต่ก็มีความร้อนสุดประมาณ ด้วยระดับฝีมือของมู่โหย่วอวี้หากโดนเข้า แม้กระดูกก็ยากจะหลงเหลือ

   จะถอยกลับตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชั่วพริบตา เรือเหาะขนาดยักษ์ก็เลือนหายไป มู่โหย่วอวี้คิดว่าแย่แล้ว ถึงกับปิดตายยอมรับความตาย

   “เจ้ากินแล้วว่างเกินไปหรืออย่างไรจึงชอบก่อเรื่องนัก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ข้างหูของมู่โหย่วอวี้

   ซึ่งก่อนหน้าเขาหลับตาปี๋ พร้อมทำใจว่าต้องตายแน่แล้ว แต่ในตอนนี้ร่างเขากลับอยู่ในอ้อมแขนอันทรงพลังของบุรุษผู้หนึ่งที่พลิกเอาแผ่นหลังบังแรงอัคคีไว้ ชายหนุ่มผู้เป็นโล่ห์กำบังไฟให้มู่โหย่วอวี้ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นเรือเหาะทั้งลำหายไปต่อหน้าต่อตา

   “ท่าน..ท่านพี่เจียงหรือขอรับ” มู่โหย่วอวี้ค่อยๆ ลืมตามองผู้ที่ช่วยเหลือตน ก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย

   ทางด้าน มู่เหม่ยหลานกับผู้คุ้มกัน ที่ตอนนี้ฉีกมิติ ไปอยู่หน้าประตูสำนักหงอวิ๋น ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน สิ่งผิดปกติที่มู่โหย่วอวี้พบ นางจะไม่ค้นพบได้อย่างไร แต่อีกฝ่ายถึงแม้จะปลอมแปลงไฟ แต่ก็มาจากไฟสีน้ำเงินระดับหยวนอิง ซึ่งระดับพลังไม่อ่อนด้อย

   หากจะต่อสู้กันเป็นไปได้สูงว่าพวกนางต้องบาดเจ็บล้มตาย พวกนางมาครั้งนี้ ด้วยอาศัยว่าเป็นคนจากสำนักหงอวิ๋นไม่คิดว่าจะมีผู้ใดกล้าปล้นชิงสิ่งของ จึงไม่ได้นำพวกเหล่าคณาจารย์ในสำนักมาด้วย ด้วยกำลังเพียงเท่านี้หากต่อสู้คงมิอาจต้านอยู่ จึงคิดหาทางหนีกลับสำนัก

   การที่นางโยนถุงมิติไปเพราะต้องการถ่วงเวลาในการสร้างรอยร้าวของมิติ และถุงใบนั้นที่นางโยนไปให้ปีศาจวานร เป็นถุงที่เก็บของธรรมดา ซึ่งนางได้แยกเก็บสิ่งของมีค่าเอาไว้ที่อีกใบหนึ่ง นางได้ส่งสายตากับผู้คุ้มกันให้เตรียมสร้างประตูมิติกลับสำนักแล้ว

   การสร้างประตูมิติเป็นวิชาลับที่ใช้เปิดเส้นทางยามจวนตัวของสำนักหงอวิ๋น ซึ่งการใช้วิชาแต่ละครั้งต้องแลกด้วยพลังวัตรของผู้คุ้มกันทั้งหมด พวกเขาต้องบีบเม็ดทองคำในร่างจนแตกละเอียด เพื่อเป็นแรงในการระเบิดผ่ามิติ พลังฝึกตนที่มีทั้งหมดต่างต้องหมดสิ้นไร้หนทางกลับมาฝึกฝนได้อีก แม้มีวิธีรักษาชีวิตไว้ได้ แต่วิธีนี้ก็โหดร้ายอย่างยิ่ง ไม่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต นางไม่มีทางเรียกใช้อย่างเด็ดขาด

   ใครจะไปนึกว่าเจ้าน้องชายโง่งมจะพุ่งตัวออกไปยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ แค้นใจเจ้าเด็กโง่คนนี้ เป็นเหล็กที่ตีอย่างไรก็ไม่กลายเป็นเหล็กกล้า

   ทางด้านเจียงหมิงเจ๋อถึงกับคิ้วกระตุก ในฐานะผู้ประพันธ์ย่อมต้องรู้เรื่องนี้เช่นกัน นึกอยากจะเขกหัวเจ้างั่งนี้สักที แต่คิดไปคิดมาคนอย่างเจ้าเด็กนี่ทุบตีก็ได้ตายเปล่า ก็ได้แต่ปล่อยวาง แล้วเหาะไปจัดการกับเจ้าปีศาจวานรตัวปลอมแทน

   “พลังฝึกตนถึงขั้นหยวนอิง ไม่ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาให้ดีๆ ริจะเป็นโจร ขวัญกล้าเทียมฟ้าถึงกับปลอมเป็นบิดา ช่างเก่งกาจเหลือเกินนะ บิดาออกปล้นชิงมาหลายวัน ยังไม่ได้ของเยอะเท่าเจ้า จะส่งมอบมันมาดีๆ หรือจะส่งมอบมาพร้อมชีวิตสุนัขของเจ้า!!”

   เขาแค่นเสียง วาจาที่ไม่ระวังเช่นนี้ หากมู่เหม่ยหลานอยู่ตรงนี้ด้วยต้องจับสังเกตและเชื่อมโยงเขากับวานรปีศาจได้แล้ว แต่เสียดายที่คนตรงหน้าเป็นมู่โหย่วอวี้ ผู้ซึ่งมันสมองมีแต่มัดกล้าม จึงไม่ได้ขบคิดตามแต่ประการใด ได้แต่มองตาเป็นประกาย ปลาบปลื้มชื่นชมพี่เจียงผู้แข็งแกร่ง อย่างเทิดทูน

   [โฮสต์ครับ!! เราพบความผิดปกติ!!] ระบบเอไอตะโกนก้องในหูเขา

   “เรื่องอะไรอีกล่ะ กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่เห็นหรือ” เจียงหมิงเจ๋อกำลังหงุดหงิดอยากทุบตีคนเต็มที่

   [เป็นเรื่องด่วนครับ]

   “คนยิ่งรีบๆ อยู่ พูดมาให้หมดทีเดียวเลยได้ไหม”

   [ระบบตรวจพบความผิดปกติของเจ้าโจรปลอมผู้นั้นขอรับ ดูเหมือนวิญญาณจะไม่ใช่ของเขา มันเป็นดวงจิตจากโลกอื่น เขาเป็นคนของฝ่ายตรงข้าม] 4946 รีบแจ้งข้อมูลที่สืบทราบมา

   “หมายความว่าเขาตายไปแล้วและ ถูกสวมร่าง” เจียงหมิงเจ๋อ ถึงกับขบกราม

   [ใช่ครับ จะพูดให้ถูกคือถูกฆาตกรรมและชิงร่างมากกว่า และทางเรายังตรวจพบร่างผีดิบแบบนี้อีกเป็นจำนวนมาก อีกฝ่ายนอกจากต้องการฆ่าเฉินฮ่าวหลานแล้ว ยังต้องการยึดโลกบำเพ็ญเพียรนี้ด้วย และเป็นไปได้ว่าเขาจะล่วงรู้จึงการคงอยู่ของโฮสต์แล้ว คนผู้นี้ตั้งใจล่อโฮสต์ออกมา น่าจะส่งมาหยั่งเชิง หากพบปีศาจผีดิบพวกนี้ โฮสต์สามารถกำจัดได้โดยไม่ติดเงื่อนไขรับพลังจากระบบครับ]

   “หลอมศพเช่นนั้นหรือ หึ!!..สารเลวพวกนี้ ตั้งใจจะสร้างกองกำลังซอมบี้ ในโลกบำเพ็ญของผมให้ได้ใช่ไหม” เจียงหมิงเจ๋อกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม กล้าสังหารคนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

   กล้าเอาผีดิบมาใช้กับคนคิดค้นวิชา น่ากลัวสมองคงถูกกินไปหมดแล้วจริงๆ เราจะได้เห็นดีกันพวกสารเลว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   21.ยังคงเป็นเจียงหมิงเจ๋อที่ดีต่อข้า

    เฉินฮ่าวหลานเกรงว่าหากเขาไร้ความสามารถจริงๆ แล้วบังเอิญทดสอบได้อันดับ 4-5 พัน เจียงหมิงเจ๋อคงเพิ่มจำนวนการรับสมัครศิษย์ปีนี้เป็นหมื่นแน่ ซึ่งการคิดเช่นนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างไร เพราะเจียงหมิงเจ๋อก็ตั้งใจไว้ดังนั้นจริงๆ ในเมื่ออาหลานของเขา ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่ อย่างไรเขาย่อมต้องผลักดันสุดชีวิตอยู่แล้ว เรื่องจะถูกก่นด่า หรือหน้าตาอะไรพวกนั้น เขาเคยสนใจที่ไหนกัน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็นคนไร้ยางอายผู้หนึ่งอยู่แล้ว แต่เฉินฮ่าวหลานจะปล่อยเจียงหมิงเจ๋อถูกติฉินนินทาได้อย่างไร แม้นเขาต้องแสร้งมีพลังวัตรเพียงจินตันตอนกลางเท่านั้น แต่เขาต้องเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรก อย่างไร้ข้อกังขา เฉินฮ่าวหลานจึงทำให้คนเองมีคะแนนอันดับ 1 ในด่านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทุกด่าน ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งสงสัยได้ เพราะอย่างไรเสียเขามีเชื้อสายอสูรไหลเวียนอยู่ การได้อันดับ 1 ในด่านพวกนี้ นับไม่เป็นที่สังเกตใด ส่วนด่านอื่นๆ เขาทำไว้แค่ผ่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อการทดสอบอันยาวครั้งนี้เสร็จสิ้น เขาจึงถูกจัดอยู่ในลำดับ 50 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นนี้ และที่สำคัญคะแนนในด่านอสูรของเขาเต็มทั

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   20.เจ้าอยากอยู่ที่เลี่ยงหรงเช่นนั้นหรือ

    ยามปกติ เมื่อยอดเขาเลี่ยงหรงเปิดรับศิษย์ประจำปี จะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้มีข่าวว่า เลี่ยงหรงก๋วนจู่ออกจากด่านแล้ว ยังมาดูชมการคัดเลือกในปีนี้ด้วย ยิ่งทำให้มีผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุให้เมื่อเฉินฮ่าวหลานเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขาเลี่ยงหรง ก็พบฝูงชนจำนวนมหาศาล ทุกหนทุกแห่งล้วนคลาคล่ำได้ด้วยผู้ฝึกตน หน้าสำนักมีกำแพงศิลาขาวสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ทองเหลือง 16 ร่าง สถิตซ้ายขวาข้างประตูสีเงินทั้ง 8 ทิศโดยปกติจะปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกสำนัก เด็กหนุ่มสังเกตผู้ฝึกตนโดยรอบ ปีนี้มีผู้ฝึกตนระดับจินตันตอนปลายมากเป็นพิเศษและยังมีระดับหยวนอิงปะปนอยู่บ้าง แต่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่านอย่างประหลาด หัวใจเต้นสั่นระรัวจนต้องเอามือกดหน้าอกตนเองไว้ ความรู้สึกอันคุ้นเคยจากฟากฟ้าเบื้องบน ทำให้เขาแหงนหน้ามองเหนือกำแพงสูง เขาเห็นเงาร่างอาบย้อมด้วยแสงตะวันเจิดจ้า จนตาพร่าเรือน แต่มิอาจบดบังคนที่เขาโหยหาทุกลมหายใจได้ ภาพที่เขาเห็นเพียงในฝันนับครั้งไม่ถ้วน ความยินดีถาโถมจนท่วมท้นหัวใจ เจียงหมิงเจ๋อ…ของเขา!! “ในที่

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   19.บรรลุต้าเฉิง

    การเดินทางจากถ้ำหิมะพันปี เฉินฮ่าวหลานสามารถเหาะไปโดยตรงได้ แต่เขาเลือกที่จะค่อยๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่เขาและเจียงหมิงเจ๋อผ่านมาด้วยกัน ยามนั้นเจียงหมิงเจ๋อเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ เขายังควบคุมพลังได้แบบขาดๆ เกินๆ จึงอาศัยเดินเท้าเอาเป็นส่วนใหญ่ เฉินฮ่าวหลานเดินทางเข้าเมืองถงโจว ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่คึกคักเช่นเคย โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมเห่าซือที่เจียงหมิงเจ๋อเคยมานั่งกินอาหาร เขาไปนั่งที่ลับตาคนตรงมุมเสา ที่ตรงนี้เจียงหมิงเจ๋อเคยมาด้วยกันกับเขา เมื่อเขามานั่ง เถ้าแก่ก็วิ่งมาต้อนรับด้วยตนเอง และนำอาหารมาให้อย่างใส่ใจ เด็กหนุ่มเยาววัย เปี่ยมล้นด้วยพลัง แต่กลับสุขุมสง่างาม ความจริงแล้ว สมควรเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์จนเป็นที่จับตามอง น่าเสียดายทีมีสีหน้าชืดชา อึมครึม ทำให้บรรยากาศรอบกายชวนหนาวเหน็บ มิชวนให้อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหลานนำห่อผ้าเท่าฝ่ามือออกมาจากในอกเสื้อ นำมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วแกะปลาสามรสคีบใส่จานแบ่ง พร้อมกับรินน้ำชาวางไว้ข้างๆ ห่อผ้าอย่างใส่ใจ "ไม่ว่าจะกี่ปี ปลาที่นี่จะยังคงรสชาติเหมือนเดิม เสียดายที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสกินด้วยกันดีๆ ไว้ครั้งหน้าพว

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   18.ท่านยังอยู่ใช่หรือไม่

    เสียงทัณฑ์สายฟ้าดังลั่นสะท้าน สะเทือนถ้ำหิมะพันปี ทำให้หวงหลงเทพอสูรมังกรบรรพกาลซึ่งจำศีลอยู่เหนือแท่นบูชา อดไม่ได้ถึงกับต้องผงกศีรษะลืมตา “ผู้ใดบังอาจแอบมาทำการรู้แจ้งในถ้ำของข้ากัน” ด้วยความหงุดหงิด ผู้ใดมารบกวนการจำศีลของมันอีกแล้ว มันจึงบินออกจากแท่นบูชากลางทะเลสาบไปหาแหล่งที่มาทัณฑ์สายฟ้านั้น มันเห็นบุรุษในชุดสีเทาลายเมฆ นั่งขัดสมาธิแผ่นหลังเหยียดตรง รอบกายสว่างไหว กลิ่นบงกชหอมกำกาย แผ่กลิ่นอายทั้งกดดันทรงอำนาจ มันตัดสินใจ ย่อร่างให้ขนาดเล็กลง ขดพันรอบกาย ปกป้องชายหนุ่ม ระหว่างที่มีการเลื่อนระดับ ผู้ทำการเลื่อนระดับจะอ่อนแอถึงที่สุด แม้จะไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ตายตัวว่า ห้ามทำร้ายกันขณะผู้ฝึกตนกำลังทำการเลื่อนระดับ แต่เป็นเรื่องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของวิญญูชนผู้ฝึกตน แต่กระนั้นก็มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำการปกปักคุ้มกันด้วย ในกรณีของหวงหลงก็เช่นกัน มันสามารถทิ้งเขาไว้และออกไปไกลๆ ได้ แต่มันก็ตัดสินใจปกป้องคุ้มกันชายหนุ่มผู้นี้แทน เสมือนเป็นสิ่งที่มันสมควรกระทำ แม้นมันจะเคยเกรงกลัวต่อเจียงหมิงเจ๋อ แต่มันมิได้แสดงการเคารพนอบน้อมมาก่อน แต่กับคนผู้นี้ แม้ระดับพลังยังเป็น

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   17.เลี่ยงหรงก๋วนจู่ผู้สูงส่ง

    ยอดเขาเลี่ยงหรง ถูกตั้งชื่อตามปฐมาจารย์เลี่ยงหรงเจ้าสำนักทุกคน เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนัก จากเจ้าสำนักคนเก่า ต้องละทิ้งตัวตนและชื่อแซ่ ใช้นามเรียกขานเพียงเลี่ยงหรงก๋วนจู่เฉกเช่นเดียวกันทุกคน เจ้าสำนักทุกรุ่นได้สานต่อปณิธานปฐมาจารย์อย่างต่อเนื่อง จนยอดเขาเลี่ยงหรงกลายเป็นสำนักฝึกตนระดับสูง ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจักรวรรดิเทียนหนาน เป็นหนึ่งใน 4 สำนักใหญ่ที่เสาหลักของโลกแห่งการฝึกคน 4 สำนักใหญ่ ภายนอกแม้นจะเหมือนสามัคคีปรองดอง ร่วมกันปกครองดูแลปกป้องแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับต่อสู้แข่งขันในที่ลับและที่แจ้งกันอย่างเนืองๆ เพราะไม่มีสำนักใดต้องการเป็นเพียงเสาเท่านั้น พวกเขาต่างต้องการเป็นจุดสูงสุดบนโลกนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้แข็งแกร่งจึงได้เปรียบ ซึ่งเดิมทียอดเขาเลี่ยงหรงอ่อนด้อยกว่าอีก 3 สำนักอยู่หลายชั้น เนื่องจากสำนักมีอายุน้อยที่สุดและระดับการฝึกตนอ่อนกว่าอีก 3 สำนัก แม้นเลี่ยงหรงก๋วนจู่คนปัจจุบันละทิ้งตัวตน และฝึกตนในมรรคาที่ยากลำบากที่สุด คือ มรรคาไร้รัก เต๋าไร้ใจ ตัดอารมณ์ทั้ง 7 ออกจากจิตใจ ดำรงตนเคร่งครัดสูงส่งดุจเทพเซียน ระดับการฝึกตนก้าวหน้าตามลำดับ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   16.เฉินฮ่าวหลานฟื้นแล้ว

    “เจียงหมิงเจ๋อ…เจ้าคนไร้หัวใจ สายตาเจ้ามีแต่เขา แล้วเจ้าเอาข้าไปไว้ที่ใดกัน” เสียงแหบพร่า จนเกือบเป็นเสียงสะอื้นร่ำไห้ ดังแผ่วเบา จากหลังม่านหยกระย้า ภายในที่มีเด็กหนุ่มผิวซีดขาวราวหิมะ เครื่องหน้าหล่อเหลาปานหยกสลัก เขานอนอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สรรสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ห้องนอนโอ่โถงทั้งเคร่งขรึมสง่างาม แต่กลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและโอสถเข้มข้น แสงแดดอ่อนกระทบสาดส่อง ม่านหยกที่กระเพื่อมไหวจากแรงเคลื่อนขยับภายใน ทำให้กลุ่มข้ารับใช้ที่นั่งเฝ้าข้างเตียง สะดุ้งตื่นตัวทันที เสียงสะอื้นแผ่วเบาทำให้ เขารีบวิ่งไปเปิดม่านดู จึงพบว่านายน้อยของตนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว น้ำตายังคงไหลซึมจากดวงตาที่ปิดสนิท “เร็ว ๆ รีบไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่า แจ้งว่าคุณชายรู้สึกตัวแล้ว เร็วเข้า!!” สิ้นเสียงข้ารับใช้ที่วิ่งไปเปิดม่านหยก ข้ารับใช้คนอื่นก็รีบวิ่งไปตามเจ้าสำนักผู้เฒ่าซึ่งอยู่อีกเรือนหนึ่งทันที ชายชราร่างท้วมดูมีสง่าราศี ในชุดฮั่นฝูแขนกว้าง สีเทาปักลายเมฆ เดินเข้ามานั่งข้างเตียงอย่างรีบร้อน เขาคือเฉินกงหมิงยู่ เจ้าสำนักเทียนหนาน ท่านตาของเฉินฮ่าวหลาน “อาหลานเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status