Mag-log in"แม่งเชี้ย! อ่า อือ" แม้ปากจะบอกแบบนั้นแต่ก็ครางซ่าน เมื่อมือใหญ่ของธิปกลูบไล้โคนเนื้อร้อนที่แข็งชันตัวเอง "กูบอกแล้วไงว่ากูจะไม่ใช้กำลังผิดที่ผิดทางแล้ว กูจะสั่งสอนให้มึงรู้และจำว่าใครคือผัวมึงและมึงคือเมียใคร" แล้วก็แนบเอวสอบของตัวเองถูไถความเป็นบุรุษที่แข็งขึงของตัวเองไปมากับโคนขาของอีกฝ่าย มือสากกร้านก็ลูบไล้ลำตัวเล็กบางของจตุรภูชไปมาแล้วก็โน้มหน้าลงไปซุกจูบกัดเม้มตามร่างนวลเนียน "อ่า มึงมันผิดเพศ" หึหึ "มึงก็ไม่ต่างจากกูหรอก เห็นครางดังกว่าหมาเอากันอีก" "ไอ้ระยำ! " "ชูว์...ไม่พูดกับผัวแบบนั้นสิเมียจ๋า" แล้วก็ลากลิ้นไล่ผ่านหน้าท้องขึ้นมายังลำคอหนาที่ส่ายครางเสียวไปมา "อ่า มึงมันเลว" "กูไม่ได้เลว กูแค่อยากเอาเมียอย่างมึง อยากสั่งสอนเมียอย่างมึงเท่านั้นเองไอ้ภู" "กลับไปได้แล้ว ไสหัวออกไปจากบ้านกู" "ชูว์ พูดไม่เพราะกับผัวอีกแล้ว ต่อยผัวจนหน้าแตกปากแตกแล้วคิดว่าจะแค่นี้เหรอ อีกอย่างมึงแตกแล้วกูก็อยากแตกในปากมึงบ้าง มึงต้องทำให้กูไอ้ภู"
view moreบรรยากาศเสียงมืดสลัว เสียงเพลงดังๆ ในผับ และมีมุมส่วนตัวของแขกวีไอพีที่มาประจำของผับนี้ จะมีแค่ไม่กี่ที่ และวันนี้ก็ทำให้ผู้จัดการของผับดังในย่าน RCA ถึงกับต้องกุมขมับเมื่อลูกค้าวีไอพีที่ไม่ค่อยลงลอยกันจะมาร้านวันนี้ แม้ว่าจะพยายามพูดเกลี่ยกล่อมให้มาวันอื่น แต่ทั้งสองก็ยืนยันจะมาวันนี้ เพราะนัดกลุ่มเพื่อนๆ และคู่ขาของตัวเองมาแล้ววันนี้
แม้มองดูไปในร้านตอนนี้แขกเหรื่อทุกคนสนุกเต้นไปกับเพลง บ้างก็ดื่มยกแก้วแล้วแก้วเล่า บาร์เทนเดอร์ก็ทำหน้าที่อย่างสนุก และคุยเทกแคร์ลูกค้า ส่วนพนักงานในร้านก็บริการเป็นอย่างดี ตอนนี้ผู้จัดการวัยกลางคนได้แต่ภาวนาให้แขกวีไอพีมาพร้อมกันและเดินเข้าร้านมาพร้อมกัน แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างเมื่อการ์ดที่คุมตรวจคนเข้าออกหน้าผับวิ่งกระหือกระหอบเข้ามาหาชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่เคาน์เตอร์ตอนนี้แล้วก็กระซิบบอกเรื่องร้อนที่ทำให้ต้องวิ่งเข้ามา เขาจึงรีบไปทันที พอออกไปก็เห็นการ์ดร่างยักษ์กำลังจับสองหนุ่มหล่อแขกวีไอพีของร้านที่กำลังยืนขมึงถึงยกไหล่ใส่กันอยู่
“เฮ! มาดิวะไอ้ปก มึงมาดิวะ” เสียงทุ้มตะโกนใส่อีกฝ่าย แอ่นอกยกไหล่ท้ายทายทั้งๆ ที่สองแขนของตัวเองนั้นโดนการ์ดร่างยักษ์ล็อกร่างไว้อยู่
“เฮ! มึงก็มาดิวะไอ้ภู มึงมาต่อยกับกูตัวต่อตัวดิวะ ตัวเล็กๆ บางๆ อย่างมึงจะสู้กูรึเปล่าก็ไม่รู้” ด้านคนที่ตัวใหญ่กว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้น้อยหน้า เขายกไหล่เบ่งกล้ามใส่อีกคนเช่นกัน
“มึงดูถูกกูนี่หว่า เอาสักยกดีไหมวะ”
“ครึ่งยกมึงก็ไม่ไหวแล้วไอ้ภู”
“ไอ้ปากหมา”
“อย่าพูดเลยดีกว่า ชกกับกูเลยไหมไอ้สัส! ” คนตัวเล็กอย่างจตุรภูชไม่ได้มองรูปร่างที่ผอมบางตัวเองเลย ว่าตัวเองนั่นแตกต่างจากธิปกมากแค่ไหน อีกฝ่ายทั้งสูงใหญ่ล่ำสัน แต่ตัวเองนั้นร่างน้อยผอมบางสูงโปร่ง สู้ยังไงก็แพ้อยู่แล้ว
“เออ! หยุดก่อนครับๆ คุณปก คุณภู” จากที่ได้ฟังแล้วผู้จัดการวัยกลางคนถึงกลับต้องเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนก่อนจะยกมือห้ามไม่ให้ท้ายชนกัน
“หุบปาก คุณพรชัย” สองเสียงแข็งสั่งผู้จัดการวัยกลางคนให้หยุดพูดพร้อมกัน
“มึงพูดตามกูทำไมไอ้ภู” ธิปกเสียงแข็งใส่คู่กรณี
“มึงนั่นแหละที่พูดตามกู”
“ขอร้องเถอะครับคุณปก คุณภู คือตอนนี้ลูกค้าคนอื่นมองใหญ่แล้ว เดี๋ยวคนแห่กันถ่ายคลิปลงโซเชี่ยลแล้วจะเสียหายไปกันใหญ่นะครับ” พรชัยพยายามเตือนสติชายหนุ่มทั้งสองคน
แม้จะกลัวลูกค้าพิเศษทั้งสองคน แต่เขาเป็นผู้จัดการผับ เขาต้องดูแลทุกเรื่องให้อยู่ในเหตุการณ์ผกติให้ได้ สายตาหลายคู่จับจ้องมาทางสองหนุ่มคู่ปรับ บ้างก็ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพเอาไว้ พรชัยต้องจัดการให้การ์ดไปลบภาพออกเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว ธิปกเริ่มรู้สึกถึงสายตาจำนวนมากจ้องมาที่เขาสลับกับจตุรภูช ชายหนุ่มพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ปกติ เพราะกลัวว่าจะรู้ถึงหูคนในครอบครัว
“เออ ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ภู”
ธิปกสะบัดตัวออกจากการ์ด แล้วจัดกระชับเสื้อของตัวเอง แต่สายตาเขายังจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย
“อย่าลืมมาเอาคืนแล้วกันเว้ย ปล่อย”
พอได้อิสระก็พากันเดินถอยออกจากหน้าผับหลีกทางให้ลูกค้าคนอื่นๆ เข้าไปในผับแม้ว่าตอนนี้จะแยกกันถอยไปคนละก้าวให้คนลูกค้าคนอื่นๆ เข้าไปในผับแล้วแต่สายตาเอาเรื่องของทั้งสองยังคงจ้องกันไม่ยอมแพ้ จนทำให้ผู้จัดการวัยกลางคนได้แต่ยกมือกุมขยับแล้วส่ายหน้าแรงๆ กับภาพที่เห็น เพราะตอนนี้รู้เลยว่าทั้งสองฝ่ายต้องวางมวยกันแน่นอน ทุกครั้งทั้งสองไม่เคยยอมกันเลย ต้องมีเลือดตกยางออกก่อนจะเข้าผับทุกครั้ง หรือถ้าเจอกันข้างในผับก็เหมือนกัน ทั้งสองจะกระโจนเข้าหากันทันทีที่เจอหน้ากัน แต่ถ้าเจอกันนอกเหนือจากที่ผับที่เขาทำงานอยู่ประจำแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้อยู่ไหม หรืออาจรุนแรงกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่รู้
ลูกค้าของผับทยอยเข้าไปในผับเกือบหมดแล้ว ธิปกกับจตุรภูชยังไม่ยอมไปไหน ยังคงยืนจ้องมองกันอยู่ เสียงจิ๊จ๊ะในลำคอทำให้ธิปกกระโจนเข้าไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่าย
“พวกมึงแยกคุณทั้งสองสิวะ” พรชัยสั่งการ์ดให้รีบแยกทั้งสองออกห่างกันพร้อมล็อกตัวไว้แน่น
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย! กูจะเอาเลือดปากไอ้ภูออกให้มันรู้ซะบ้างว่ามันน่ะกระจอก” ธิปกกระฟัดกระเฟียดดิ้นให้หลุดจากการล็อกตัว ส่วนอีกคนก็ไม่ต่างจากเขา พยายามดิ้นสุดแรงเกิดให้เป็นอิสระเช่นกัน
“แน่จริงก็มาสิวะ” จตุรภูชเอ่ยเสียงกร้าว
“เออ! มึงกับกูใครกันแน่จะปากแตกก่อนกัน” ธิปกโต้สวนทันควัน
“พอเถอะครับคุณปก คุณภู มาทุกทีก็ทะเลาะจะชกกันตลอด ไม่เบื่อบ้างเหรอครับ” พรชัยเอ่ยพร้อมเดินเข้าไปแทรกกลางทั้งสองอีกครั้ง
“ไม่ครับ” ธิปกตอบเสียงห้วน
“ผมจะเบื่อก็ต่อเมื่อมันตาย” จตุรภูชเอ่ยเช่นกัน
“มึงสิตายไอ้ภู”
“มึงสิไอ้ปก มึงตายก่อนกูแน่นอนมึงแก่กว่ากู”
“คนเราไม่ได้ตายก่อนเพราะแก่นะเว้ยไอ้ภู อาจตายเพราะปากก็ได้ เหมือนมึงตอนนี้จะตายเพราะตีนกู”
เช้าวันรุ่งขึ้นจตุรภูชตื่นแต่เช้ามาในชุดสูทสากลสีน้ำตาลเรียบหรู ผมของเขาก็จัดแต่งทรงอย่างดี เขามองตัวเองในกระจกและเสียงประตูห้องของเขาก็ดังขึ้น เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ของตัวเองใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินไปเปิดประตูห้องทันที และพอเปิดอออกมาก็เอ่ยทักทายเลขาของตัวเองที่มีอายุเยอะกว่าตัวเองสิบปี “สวัสดีครับคุณวิชาญ” “สวัสดีครับคุณภู พร้อมนะครับ” “ครับ ผมพร้อมแล้ว เอกสารของเราพร้อมดีใช่ไหมครับ” ไม่ลืมถามถึงความพร้อมของเอกสารที่เตรียมมาด้วย “ครับ” “งั้นไปกันเถอะครับ” เขาเดินออกจากห้องของตัวเองแล้วปิดล็อกประตูพร้อมกับห้องพักข้างๆ เปิดประตูออกมาเหมือนกัน และก็ต้องหยุดเท้าเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูร้องทัก “ไอ้ภู” “ไอ้ปก” จตุรภูชหันไปมองเจ้าของห้องข้างๆ ที่เรียกชื่อตัวเองทันที “เออกูเอง เมื่อคืนมึงพักห้องนี้” “เออ มึงอย่าบอกนะว่ามึงพักห้องข้างกู” “แล้วไง” เขาตอบยักไหล่แล้วเดินเข้ามาหาคนที่ร่างผอมบาง “เออ...ผมว่าเรารีบไปกันเถอะครับคุณภู เดี๋ยวสาย” วิชาญกลัวว่าจะเกิดเรื่องเลยรีบเ
ณ สิงคโปร์จตุรภูชเข้าพักในโรงแรมหรูที่เลขาของเขาจัดการให้ ส่วนเลขาของเขานั้นพักอยู่อีกชั้น ชายหนุ่มมาถึงสิงคโปร์ในตอนดึก ความอ่อนเพลียทำให้เขารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อมาถึงห้องพัก และก่อนออกมาจากสนามบินเขาและวิชาญเลขาเจ้าระเบียบก็ได้ทานมื้อเย็นมาเรียบร้อยแล้ว ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! พอล้มตัวลงนอนเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์ที่วางไว้โต๊ะข้างหัวเตียงก็สั่นเตือน และพอหยิบมาดูเห็นเป็นชื่อของเพชรพริ้งก็ตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่องหนีตัดความรำคาญไปทันที “อืม เหนื่อยเป็นบ้า เข้านอนดีกว่าพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปคุยงานกับมิสเตอร์เลโอ” เขาบอกกับตัวเองแล้วปิดไฟที่ข้างหัวเตียงแล้วหลับตาลงในความมืด แล้วความอ่อนเพลียก็ทำให้เขาหลับได้ไม่ยากนักในคืนนี้ อีกห้องถัดไปก็มีอีกหนึ่งหนุ่มกำลังนั่งดื่มบรั่นดีคลอเคลียสาวสวยที่เพิ่งหิ้วกลับมาจากข้างนอก แม้จะมาสิงคโปร์มาคุยงาน แต่ข้างกายของผู้ชายที่มีเสน่ห์มากล้นอย่างธิปกมีหรือจะเงียบเหงา เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองเหงาเดี่ยวดายแน่นอน และเขาก็ได้สาวหมวยหุ่นเซ็กบอมกลับมาด้วยตอนออกไปหาอะไรทานมื้อดึกคนเดียว ส่วนนวลจันทร์เลขาของเขานั้นก็พัก
“หึ! ไม่ดีได้ไงล่ะ อ่านข่าวสิลูก” แล้วก็หยิบหนังสือพิมพ์ที่วางไว้ส่งให้ลุกอ่านแล้วพูดต่อ “ภูน่าจะต่อยมันให้มันตายคาหมัดไปเลย”“ออ ข่าวของผมกับไอ้ปกเหรอครับ” เขาไม่ได้อ่านเนื้อข่าว เขามองแค่รูปแล้ววางลงพร้อมกับเด็กยกกาแฟดำเข้ามา เสิร์ฟให้เหมือนทุกวัน“แล้วหน้าเป็นยังไงบ้าง เจ็บไหม” ถามเมื่อมองเห็นลอยซ้ำที่แก้มขาวเนียนของลูกชาย จตุรภูชหน้าตาสวยหวานถอดแบบอรฤดีแม่ของเขามาไม่มีผิดเพี้ยน จะต่างก็ตรงเป็นผู้ชายเท่านั้น ธงรบมองปาก คิ้ว ตาสีน้ำตาลอ่อนของลูกชายแล้วก็ยิ้มเมื่อคิดถึงภรรยาที่จากไป ตอนนี้จตุรภูชอายุได้ 26 ปีแล้ว และเป็นที่ภูมิใจของเขากับเหลือเกิน แม้จะอายุน้อยแต่จตุรภูชก็มีความรับผิดชอบ ตอนนี้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารบริษัทส่งออกผลไม้แปรรูปติพิพัฒน์ของเขาอยู่และอีกไม่นานมันจะตกเป็นของจตุรภูชเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจตุรภูชมีรูปร่างสูงเพรียว ชะรูดผอมบางต่างจากหนุ่มรุ่นเดียวกัน และยิ่งไปกว่านั้นใบหน้าที่สวยหวานนั้นอีก หากมองผิวเผินก็เหมือนกับผู้หญิงเหลือเกิน หรืออาจจะสวยกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ แต่นิสัยของเขานั้นเด็ดเดี่ยวห้าวหาญ ดุดัน ไม่หยุมหยิมอย่างรูปร่างเปราะบางที่เห็น“นิดหน่อยครับพ่
“เป็นไงมั้งได้รูปไหม” เสียงหนึ่งถามเพื่อนรุ่นน้องที่มาทำงานกับตัวเองว่าเมื่อกี้เก็บภาพเหตุการณ์ของไฮโซหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจมีเรื่องกันไหม “แน่นอนพี่ ระดับนี้แล้ว พรุ่งนี้เรามีข่าวไฮโซลงแล้วพี่” “ดีมาก ไม่เสียแรงที่แหล่งข่าวของเราบอกมาว่าทั้งสองจะมาผับวันนี้” คนเป็นรุ่นพี่ตบไหล่ลูกน้องแล้วยื่นมือออกไปรับกล้องในมือของรุ่นน้องมาเปิดเช็ครูปดู “นายเก่งมาก วันนี้กลับไปพักได้แล้ว ที่เหลือพี่จัดการต่อเอง” “ครับพี่” แล้วนักข่าวทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พวกเขาทำข่าวเกี่ยวกับพวกไฮโซคนดัง โดยเฉพาะเรื่องของไฮโซหนุ่มฮอตหล่ออย่างธิปกกับจตุรภูชแล้วนั้นย่อมเป็นข่าวดีและเป็นข่าวที่น่าสนใจมากแน่นอน เพราะวินาทีนี้ไม่มีนักธุรกิจหนุ่มคนไหนไฟแรงเท่าสองคนนี้แล้ว และแถมยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันยังไม่พอ แถมยังมีข่าววงในมาอีกว่าตระกูลของทั้งสองก็ไม่ถูกกันมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ของพวกเขาแล้ว จะว่าไปคู่กรรมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และไม่มีใครรู้เลยว่าทำไมสองตระกูลอย่างมงคลวิเศษกับโชติพิพัฒน์ถึงไม่ลงรอยกันมานานแสนนาน บัดซบ! ปาหนังสือพิมพ์ที่วางบนโต๊ะทำงานทิ้งทั