“เลือกสิอัญญา... อย่าให้ผมรอนาน ผมความอดทนต่ำนะ”
เสียงกระซิบแหบพร่ากดดันอยู่ชิดริมฝีปาก พ่อเลี้ยงหมอกครามไม่พูดเปล่า แต่ยังจงใจขยับสะโพกสอบเข้าหา บดเบียดส่วนที่แข็งขึงร้อนผ่าวเข้ากับหน้าท้องน้อยของเธอเน้น ๆ
จากนั้นขยับลงไปด้านล่างในจุดอ่อนไหวที่แสนจะหมิ่นเหม่ การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าแต่หนักหน่วงนั้นสร้างความเสียวซ่านจนอัญภัทรเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ได้วงแขนแกร่งโอบประคองเอวคอดของเธอเอาไว้
“อะ... อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงในลำคออย่างสับสน สมองสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับอ่อนระทวยยอมจำนนต่อสัมผัสอันช่ำชองของเขา นิ้วร้ายกาจที่ยังคงวนเวียนหยอกเย้าอยู่ ณ จุดอ่อนไหวทำเอาสติเธอแตกกระเจิง
‘เอาไงดี... ถ้าปฏิเสธตอนนี้ เขาจะหยุดจริงเหรอ? แต่ถ้าไม่ปฏิเสธ... มันก็จะ...เลยเถิดล่ะสิ’
เธอเองก็เป็นคนมีความรู้สึก โดนปลุกเร้าขนาดนี้หากปฏิเสธจะไม่ทรมานเหรอ...แต่ว่าใจหนึ่งก็อยาก
วินาทีที่อัญภัทรกำลังจะอ้าปากตอบ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบอะไร จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังแทรกเสียงฝนมาจากทางบันไดหน้าบ้าน!
“เฮ้ย! ใครน่ะ! มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนี้!”
เสียงตะโกนของผู้หญิงวัยกลางคนดังลั่น พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องไปทั่วบริเวณใต้ถุนบ้าน
หมอกครามและอัญภัทรสะดุ้งสุดตัว มือไม้ที่กำลังนัวเนียกันอยู่ชะงักกึก พ่อเลี้ยงหนุ่มขบกรามแน่นอย่างขัดใจที่โดนขัดจังหวะเป็นรอบที่สองของวัน
‘กลางวันก็ไอ้ธีร์ กลางคืนก็ป้าคำดวง!!!’
ส่วนอัญภัทรรีบตะครุบมือเขาออกจากกางเกงตัวเองทันที ...โล่งอกที่รอดพ้นจากการถูกพ่อเลี้ยงหมอกครามจับกินแทนข้าวมาได้หวุดหวิด
@หน้าบันไดบ้านพักคนงาน
‘ป้าคำดวง’ แม่บ้านใหญ่ประจำไร่ ส่องไฟฉายกระบอกโตเข้าใส่ร่างสองร่างที่กำลังขยับเข้าหากันจนต้องรีบถกผ้าถกผ่อนจัดระเบียบให้เรียบร้อยแล้วตะเกียกตะกายมุดออกมาจากใต้ถุนบ้านอย่างทุลักทุเล
คนหนึ่งคือ ‘ไอ้ทิด’ คนงานชายที่กำลังดึงกางเกงขึ้นมามัดปมที่เอวอย่างลนลาน
อีกคนคือ ‘นังคำหล้า’ หลานสาวห่างๆ ของป้าคำดวงเอง ที่สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนกระดุมติดผิดเม็ด
“ไอ้ทิด! นังคำหล้า!” ป้าคำดวงตวาดแว้ด “พวกเอ็งสองตัวมาทำอะไรกันตรงนี้มืดๆ ค่ำๆ! แล้วนั่นสภาพดูไม่ได้เลย ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา!”
ไอ้ทิดหน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ปลกๆ “ปะ... ป้าดวง! คือ... คือไฟมันดับครับป้า! ผม... ผมเห็นไฟทางนี้มันดับ เลยรีบวิ่งมาดู กลัวขโมยมันจะฉวยโอกาสมาลักตัดสายไฟ!แล้วเดินไม่ระวังพากันล้มกลิ้ง ฝนก็ตกพอดีพวกเราเลยวิ่งมาหลบฝน”
“ใช่จ้ะป้า! ใช่ๆ!” นังคำหล้ารีบสมอ้าง เสียงสั่นเครือพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “พี่ทิดเขา... เขาให้ฉันมาเป็นเพื่อน เผื่อมีอะไรจะได้ให้ฉันรีบวิ่งไปบอกคนงานคนอื่นได้ทันไงจ๊ะ!”
ป้าคำดวงหรี่ตามองอย่างจับผิด “มาดูไฟ... แต่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเหงื่อท่วมตัวเนี่ยนะ? แล้วไฟดับทำไมไม่ไปดูที่คัทเอาท์โรงเก็บของ มามุดอะไรอยู่ใต้ถุนบ้านพักร้าง!”
“ก็... ก็มันมืดนี่ป้า! เดินสะดุดรากไม้เลยล้มคลุกฝุ่นกันเฉยๆ!” ไอ้ทิดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เหงื่อแตกพลั่ก “เอ้อ! แล้วนี่ป้ามาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ครับ ฝนก็ตก”
“ฉันก็เอาร่มมาให้คุณอัญญาเขาน่ะสิ! ยิ่งมืดๆ ค่ำๆ อยู่” ป้าคำดวงนึกขึ้นได้ว่ามีภารกิจสำคัญกว่าการจับผิดคู่รัก
“หลีกไปเลยพวกเอ็ง เดี๋ยวค่อยเคลียร์กันทีหลัง... ว่าแต่ พ่อเลี้ยงอยู่ข้างบนใช่ไหม?”
“พ่อเลี้ยงอยู่ข้างบนเหรอจ๊ะป้า...ฉันไม่เห็นได้ยินอะไร”คำหล้ารีบชี้ไปบนบ้านเพื่อเบี่ยงประเด็น แล้วพลันตกใจจนหน้าซีด หากพ่อเลี้ยงกับคุณที่มาจากกรุงเทพอยู่ข้างบนไม่เท่ากับพวกเราสองคน...
ไอ้ทิดกับคำหล้ามองหน้ากันก่อนจะรีบจับมือกันวิ่งฝ่าความมืดกลับไปก่อนที่จะมีโทษหล่นใส่หัว หากมีใครอยู่ด้านบนจริง ภาวนาขอให้เสียงฟ้ากับฝนกลบเสียงของพวกเราสองคนด้วยเถอะ
ป้าคำดวงมองไอ้สองตัวนั่นที่หนีความผิดกลับไปพลางส่ายหน้า แต่ก็ไม่รอช้าส่องไฟฉายขึ้นไปทางหน้าต่างบานเกร็ดที่เปิดอ้าอยู่ทันที
“พ่อเลี้ยง! พ่อเลี้ยงหมอกคะ! อยู่ในนั้นหรือเปล่า! ป้าเห็นว่าไฟดับเลยเอาร่มมาให้ เผื่อคุณเขาจะนอนไม่ได้”
ป้าคำดวงตะโกนขึ้นไป จากนั้นชะเง้อคอเข้าไปมองว่ามีเงาร่างของใครอยู่ด้านในหรือเปล่า...
เสียงเรียกชื่อพร้อมแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาในห้อง ทำเอาสองร่างที่เพิ่งจะผละออกจากกันสะดุ้งโหยงเป็นรอบที่สอง!
Shit!!!
หมอกครามสบถลั่นพร้อมกับอีกคนที่ร้องอย่างตกใจเมื่อแสงไฟตกกระทบ ทั้งคู่รีบจัดเสื้อผ้าและพ่อเลี้ยงจัดระเบียบร่างกายช่วงล่างที่ยังตื่นตัว ให้เข้าที่เข้าทาง
ส่วนอัญภัทรก็ดีดตัวไปติดผนังอีกฝั่ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ดีที่เธอและเขายังไม่ได้แก้ผ้าแก้ผ่อนทำอะไร ๆ ให้เกินเลยไปกว่ายืนเล้าโลมกันอยู่ตรงผนัง
“อยู่!” หมอกครามตะโกนตอบเสียงห้วน พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ “มีอะไรป้าคำดวง! โวยวายอะไรเสียงดัง!”
ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักออก เผยให้เห็นป้าคำดวงที่เดินหุบร่มเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มแป้นแล้นที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับบรรยากาศมาคุในห้อง
“โอย... โล่งอกไปที ป้านึกว่าพ่อเลี้ยงไม่อยู่” ป้าคำดวงส่องไฟไปรอบๆ ห้อง แล้วมาหยุดที่อัญภัทรที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่มุมห้อง “ว้ายตายแล้ว! คุณหนูอัญญาหน้าแดงแจ๋เลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?
อัญภัทรเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก “ปะ... เปล่าค่ะ! แค่... แค่ร้อนค่ะ!”
“ร้อนเหรอคะ? ฝนตกขนาดนี้นะ?” ป้าคำดวงทำหน้าฉงน แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอหันไปทางพ่อเลี้ยงหมอกครามที่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ด้านหน้าคนตัวเล็ก
“พ่อเลี้ยงคะ... ป้าว่าคุณอัญญานอนที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ ไฟก็ดับ หลังคาก็รั่ว แถมเมื่อกี้... ป้าเพิ่งจับได้ว่ามีคนงานแอบมาทำรุ่มร่ามกันแถวนี้ด้วย มันไม่ปลอดภัยค่ะ!”
หมอกครามเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเสียงรุ่มร่าม ที่เขาเอามาใช้ปลุกปั่นอารมณ์หญิงสาวเมื่อครู่
“แล้วป้าจะให้ทำยังไง?”
เขาแสร้งถามทั้งที่มีแผนอยู่ในใจแล้ว
“ก็ต้องพาไปนอนที่เรือนใหญ่สิคะ!” ป้าคำดวงเสนอพร้อมกับยื่นร่มให้ นัยน์ตาของป้าคำดวงไหวระริกเล็กน้อยคล้ายกับรู้ใจเจ้านายตัวเองดี เพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังอยู่ประถม ซึ่งตอนนี้โตจนมีเมียได้แล้วแต่ก็ยังไม่ลงหลักปักฐานกับใครสักที
“ป้าจัดห้องรับรองข้างๆ ห้องพ่อเลี้ยงไว้ให้แล้ว รีบพาเธอไปเถอะค่ะ ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวโดนผีบ้านผีเรือนหลอกเอา... ที่นี่เจ้าที่แรงนะคะ”
หมอกครามกับอัญภัทรสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย
‘เจ้าที่แรง’ ที่ป้าว่า... คงไม่ใช่ผีสางที่ไหน แต่เป็น ‘พ่อเลี้ยงเจ้าที่’ ที่เกือบจะจับเธอกินตับเมื่อกี้นี้ต่างหาก!
น่ากลัวกว่าผี...ก็คือถูกพ่อเลี้ยงขยี้...
ระหว่างที่เดินกางร่มฝ่าสายฝนเพื่อไปยังบ้านหลังใหญ่ โดยมีป้าคำดวงเดินนำลิ่วไปก่อนไม่อยู่รอขวางหูขวางตา อัญภัทรที่เดินตัวลีบอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่คันเดียวกับพ่อเลี้ยงก็พยายามขยับตัวออกห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ทว่า... วงแขนแกร่งกลับโอบเอวเธอแล้วรั้งเข้ามาแนบชิดจนไหล่ชนกัน
“จะหนีไปไหน...” หมอกครามกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างขมับ “ร่มมันเล็ก เดี๋ยวก็เปียกฝนแล้วปอดบวมตายหรอก”
แม้ว่าหน้าอกหน้าใจของเธอราวกับปอดบวมจริง ๆ จนอยากดูดชะมัด... ‘เมื่อครู่เกือบได้ชิมแล้วเชียว’
“ก็... ก็คุณเบียด!” อัญภัทรเถียงเสียงอุบอิบ “แล้วก็ปล่อยเอวฉันได้แล้ว ป้าคำดวงมองอยู่!”
“ป้าไม่เห็นหรอก... แกแก่แล้ว สายตาไม่ดี”
เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนจมูกแทบชนแก้มเธอ ในจังหวะที่ป้าคำดวงกำลังง่วนอยู่กับการเดินลิ่ว ๆ ให้ถึงบ้านพักเร็ว ๆ
“นึกว่าจะรอดเหรอคุณอัญญา... ที่ป้าให้ย้ายไปเรือนใหญ่น่ะ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ” อัญภัทรชะงัก เงยหน้ามองเขาตาโต
“ฮะ... หมายความว่าไง?”
พ่อเลี้ยงหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับสะท้อนแสงจากฟ้าที่ผ่าไกล ๆ
“ก็หมายความว่า... คุณกำลังเดินเข้าถ้ำเสือด้วยตัวเองไงล่ะ... ที่เรือนใหญ่น่ะ ผนังเก็บเสียง เตียงก็นุ่ม... แถมห้องผมก็อยู่ติดกับห้องคุณแค่ผนังกั้น”
เขาลดมือลงมาตบเบา ๆ ที่กระเป๋ากางเกงของเธอ... ตรงตำแหน่งที่มีถุงยางที่เขาแอบใส่เอาไว้ก่อนออกมา เพราะที่บ้านเหลือกล่องนี้แค่กล่องสุดท้าย
“รักษาของในกระเป๋าไว้ให้ดีล่ะ...รับรองว่าได้ใช้แน่”
อัญภัทรหน้าซีดเมื่อเขาพูดอย่างนั้น หรือเธอจะมาผิดที่กันแน่...แม่ให้มาลูบดอกกระเจียว แต่แป๊บเดียวก็จะโดนกระเจี๊ยวพ่อเลี้ยงลูบแล้ว
หึ๋ยยย...ทำไมฉันต้องมาเจอพ่อเลี้ยงหื่นด้วยนะ