LOGINกู้เหยียนหลี่แค่นหัวเราะเว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ใบหน้าของพวกคุณ... ไปทายาก่อนเถอะค่ะ ดีไหม”เยี่ยนอวี้เจ๋อตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แผลแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก”กู้เหยียนหลี่โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เสแสร้ง”เซิ่นหรูซวงเลิกคิ้วในทันทีโอ้โห นี่กะจะชกกันอีกแล้วสินะเว่ยอวิ่นลู่ขมวดคิ้ว แล้วตวาดเสียงต่ำ “เหยียนหลี่ นายอย่าพูดแบบนี้”กู้เหยียนหลี่ไม่พอใจมากกว่าเดิม “เธอยังปกป้องมันอีกหรือ?”เยี่ยนอวี้เจ๋อยกยิ้มมุมปาก กู้เหยียนหลี่เห็นแล้วก็อึดอัดคับแค้นใจเว่ยอวิ่นลู่รีบพูดปลอบให้สงบทันที “ไม่ใช่นะ ฉันพูดว่าพวกคุณรีบไปทายาเถอะนะ อย่าชกกันอีกเลย”เยี่ยนอวี้เจ๋อจ้องมองเว่ยอวิ่นลู่อย่างลึกซึ้ง “ลู่ลู่ คุณพาผมไปได้ไหมครับ มีคุณอยู่ด้วยจะได้ทำแผลสะดวก”สิ้นเสียง กู้เหยียนหลี่กัดฟันพูด “อยากเจ็บตัวอีกใช่ไหม?”เยี่ยนอวี้เจ๋อมองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าคุณยังอยากซัดกันต่อ ผมก็พร้อมสงเคราะห์ให้”“คุณพ่อคะ คุณพ่อคะ!”เซิ่นหรูซวงยังไม่ทันได้ตั้งตัว เธอก็เหลือบเห็นร่างเล็กพุ่งจากข้างกาย ด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งดังตึก ๆ เข้าไปกลางวงสนทนานั้นทันทีเยี่ยนเสี่ยวไก
“คุณหมอกู้ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว คุณหมอกู้ คุณใจเย็นหน่อย ที่นี่คือโรงพยาบาลนะคะ อย่าทำวู่วามสิคะ”“คุณผู้ชายคะ คุณผู้ชาย ใจเย็นกันหน่อยค่ะ มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกันดี ๆ อย่าลงไม้ลงมือกันสิคะ คนมากมายกำลังมองดูอยู่นะคะ”เนื่องจากรูปร่างและมวลกล้ามเนื้อของเยี่ยนอวี้เจ๋อนั้นกำยำกว่ากู้เหยียนหลี่อยู่มาก ผลที่ตามมาคือบนตัวของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด จนคนที่เข้ามาช่วยดึงตัวเขาออกไปถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะคว้าลงตรงส่วนไหนของร่างกายดีเยี่ยนอวี้เจ๋อยกมือขึ้นป้ายเลือดที่มุมปากทิ้งอย่างกวน ๆ แล้วหัวเราะหึ ๆ “หมอกู้ แค่โดนยั่วนิดหน่อยก็คลั่งเป็นหมาบ้าแล้วหรือ จิตใจเปราะบางจังเลยนะ”กู้เหยียนหลี่ในตอนนี้ดูราวกับเสือสิงห์ที่ถูกยั่วจนบ้าคลั่ง นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยเส้นเลือด แววตาที่จดจ้องนั้นดุร้ายจนดูเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเยี่ยนอวี้เจ๋อให้ได้“คุณพูดมาให้ชัด”เพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลต่างมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น แอบสงสัยอยู่ในใจว่าคุณหมอกู้ที่ปกติมักจะสุภาพและอ่อนโยนอยู่เสมอ กลับขาดสติได้ถึงขนาดนี้ผู้คนรอบข้างกรูเข้าไปรวบแขนทั้งสอ
เซิ่นหรูซวงจูงมือพาเยี่ยนเสี่ยวไกวเดินมายังพื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่พอสมควร จนไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาเมื่อมองจากจุดที่ยืนอยู่ไป เซิ่นหรูซวงเห็นได้แค่แผ่นหลังของกู้เหยียนหลี่และใบหน้าของเยี่ยนอวี้เจ๋อเท่านั้น เธอจึงทำได้แค่คาดเดาจากท่าทางว่าทั้งคู่กำลังโต้ตอบอะไรบางอย่างกันอยู่เยี่ยนเสี่ยวไกวก็มองไปยังทิศทางที่เยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่อยู่ เซิ่นหรูซวงปลอบอยู่ชั่วครู่ เยี่ยนเสี่ยวไกวถึงยอมถอนสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลกลับมาในขณะที่เซิ่นหรูซวงกำลังคิดจะหาเกมเด็ก ๆ มาเล่นสนุกกับเยี่ยนเสี่ยวไกว ทันใดนั้นเอง เยี่ยนอวี้เจ๋อและกู้เหยียนหลี่ที่อยู่ไม่ไกลนักก็มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกิดขึ้นกู้เหยียนหลี่ระเบิดโทสะออกมาอย่างกะทันหัน เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเยี่ยนอวี้เจ๋อจนตัวลอย จากนั้นก็รัวหมัดหนัก ๆ ซัดเข้าที่โหนกแก้มของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงเยี่ยนอวี้เจ๋อถูกหมัดนั้นซัดจนเซถลาล้มลงไปกองกับม้านั่งยาว เกิดเป็นเสียงร่างกายกระแทกกับไม้ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเซิ่นหรูซวงตกใจมาก เธอรีบใช้มือทั้งสองข้างประคองแก้มของเยี่ยนเสี่ยวไกวเอาไว้แน่น
เซิ่นหรูซวงพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ความจริงก็คือ เขาเป็นคนวินิจฉัยโรคผิดพลาด ตอนนี้ทางตำรวจได้คุมตัวเขาไปที่สถานีเพื่อสอบสวนแล้ว และขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดพลาดทางการแพทย์ก็กำลังดำเนินการอยู่ด้วย”ใบหน้าของกู้เหยียนหลี่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเซิ่นหรูซวงมองหน้าเขา “คนไข้คนนั้นเป็นคุณย่าของเพื่อนฉันเอง ท่านพักอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐซึ่งห่างจากที่นี่ไปไม่ถึงสามสิบนาที ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปดูพร้อมกับฉันเลยได้นะ”กู้เหยียนหลี่มองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเข้มขึ้นว่า “หวังว่าเธอคงไม่ได้โกหกฉัน”เซิ่นหรูซวงเชิดคางขึ้น “แน่นอนค่ะ”กู้เหยียนหลี่พูดสั้น ๆ ได้ใจความ “นำทางไป”เซิ่นหรูซวงเพิ่งขยับเท้าจะเดินต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่แสนจะคุ้นเคยดังขึ้น“คุณพ่อคะ คุณแม่หายไปไหนหรือ ทำไมถึงไม่มาหาหนูเลยล่ะ?”เซิ่นหรูซวงมองตามเสียงนั้นไป เธอก็เห็นเยี่ยนเสี่ยวไกวกับเยี่ยนอวี้เจ๋อ ซึ่งเยี่ยนเสี่ยวไกวนั่งอยู่บนม้านั่งยาวของโรงพยาบาล เด็กน้อยก้มหน้าก้มตา หมุนตุ๊กตาตัวเล็กที่ติดอยู่บนเสื้อไปมาอย่างเหงา ๆ ส่วนเยี่ยนอวี้เจ๋อนั้นนั่งอยู่ด้านข้าง เขาคอยพูดจาปลอบโยนเด
“ไม่คิดว่าตัวเองกำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง?”กู้เหยียนหลี่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง เดินก้าวไปหยุดตรงหน้าเซิ่นหรูซวง เขาโน้มตัวลงมองเธอด้วยสายตาดูแคลน“เซิ่นหรูซวง ระหว่างเรามันก็แค่หมอกับญาติคนไข้เท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ถ้าคิดจะเชิญฉันไปตรวจคนอื่นล่ะก็ บอกเลยว่าเธอยังไม่ใหญ่พอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย”ใบหน้าของเซิ่นหรูซวงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่กู้เหยียนหลี่กลับมองทะลุสีหน้าไร้อารมณ์นั้น จนเห็นร่องรอยของความอับอายและการไม่ยอมจำนนเด่นชัดออกมา และภาพนั้นเองที่ทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาด้วยความสะใจกู้เหยียนหลี่ยืดตัวตรง ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันกว่าสิบเซนติเมตร ทำให้กู้เหยียนหลี่มองลงมาที่เธอจากตำแหน่งที่เหนือกว่า“เธอยังเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ไม่พัฒนาขึ้นเลยนะ ทำให้คนรู้สึกรำคาญเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”เซิ่นหรูซวงยังคงสงบนิ่งในใจ ดวงตาคู่กลมโตใสกระจ่างจ้องลึกเข้าไปในตาของกู้เหยียนหลี่และถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พูดจบหรือยัง?”กู้เหยียนหลี่แสยะยิ้มมุมปาก “คุณจะเถียงฉันหรือ?”เซิ่นหรูซวงพูด “คุณเรียนจบปริญญาเอกด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยเจี้ยนหลุนมาใช่ไหม?”กู้เหยียนหลี่แค
เซิ่นหรูซวงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ต้องมีวิธีอยู่แล้ว”อวี๋จื่อฉียกมุมปาก “เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เว่ยอวิ่นลู่มาหาฉัน ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะกลายมาเป็นแบบนี้ และไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนไม่มีสามัญสำนึกได้ถึงขนาดนี้”เซิ่นหรูซวงไม่พูดอะไร รอยยิ้มของอวี๋จื่อฉีดูฝืนและจืดจาง “คุณนี่ดูนิ่งสงบและเยือกเย็นตลอดเวลาเลยนะคะ”เซิ่นหรูซวงหมุนแก้วกาแฟในมือไปมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “โลกยังไม่แตกสลาย ทำใจให้สบายเถอะค่ะ”อวี๋จื่อฉีก้มหน้า “ก็จริงค่ะ”เซิ่นหรูซวงลุกขึ้นยืนและเอามือล้วงกระเป๋า “ช่วงนี้คุณตั้งใจทำงานไปก่อน ถ้ามีอะไรฉันจะแจ้งคุณเอง อย่ามัวแต่คิดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลยค่ะ”อวี๋จื่อฉีลุกขึ้นยืนพรวด “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงช่วยฉันขนาดนี้?”เซิ่นหรูซวงยิ้มอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คุณคิดว่าฉันกำลังช่วยคุณอยู่หรือคะ?”อวี๋จื่อฉีอึ้งไปครู่หนึ่ง “ไม่ใช่หรือคะ?”เซิ่นหรูซวงส่ายหน้า “เปล่าเลย ระหว่างเราอย่างมากก็แค่เรียกได้ว่ามีศัตรูคนเดียวกันเท่านั้นเอง”เนื่องจากเจียงเสี่ยวชุนยังติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เมื่อคืนนี้ตอนที่รู้ข่าวว่าคุณยายเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอก็ยังไม่สาม





![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
