Share

บทที่ 5

Author: เกาะลอยน้ำ
เซิ่นหรูซวงขยุ้มผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด ในตอนนั้นเองที่เหยียนเหวินอินคว้าไหล่ของเธอไว้ พลางทำสีหน้าจริงจัง ราวกับจะบังคับคาดคั้น

"แกไม่รู้หรือไงว่าคนตระกูลซิงไม่มีใครมองเห็นหัวพวกเราเลยแม้แต่คนเดียว พวกคนรับใช้ก็เหมือนกัน มีแต่สายตาดูถูกกันทั้งนั้น แม่ฝากความหวังไว้ที่แกแล้วนะ อยากให้แกเชิดหน้าชูตาได้!"

ชาติก่อน เซิ่นหรูซวงฟังเรื่องพวกนี้จนเบื่อ ต่อให้ฟังอีกก็ไม่มีทางสะเทือนใจอีกแล้ว

"แม่คะ หนูบอกแล้วไงว่า หนูไม่มีทาง..."

"เซิ่นหรูซวง เหยียนเหวินอิน พวกเธอสองคนฝันกลางวันอะไรกันอยู่เหรอ?"

จู่ ๆ เสียงของหญิงสาวที่ทั้งออดอ้อนและเอาแต่ใจก็ดังแทรกเข้ามาในหูของทั้งสองคน เมื่อมองไปที่ประตู สีหน้าของเหยียนเหวินอินก็เปลี่ยนไปทันที แล้วรีบพูดด้วยท่าทางประจบประแจง

"คุณหนูคะ กลับมาแล้วหรือคะ"

เซิ่นหรูซวงเงียบไปสักพัก ก่อนจะแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือของเหยียนเหวินอินมา และกำลังจะยัดมันกลับไปใต้เตียง แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ

ซิงฟานโหรว ลูกพี่ลูกน้องของซิงจือเหยียน และเป็นหลานสาวแท้ ๆ เพียงคนเดียวของคุณปู่ซิง

เธอเติบโตมาด้วยความเอาใจใส่ของทุกคน มีท่าทางสง่างามสูงศักดิ์

ซิงฟานโหรวมองเธอจากมุมที่สูงกว่าด้วยสายตาที่เซิ่นหรูซวงคุ้นเคยดี

"ถ้าฉันไม่กลับมา พวกเธอคงคิดจะทำให้ตระกูลซิงวุ่นวายไปหมดเลยใช่ไหม?"

"เซิ่นหรูซวง พี่ชายของฉันไม่ได้บอกเธอให้รู้หรือไง?" บนใบหน้าอันงดงามของซิงฟานโหรวมีรอยยิ้มเยาะหยัน "พี่ชายของฉันให้เธออยู่ให้ห่างจากเขา แต่เธอนี่ช่างไร้ยางอายจริง ๆ ชอบตามติดพี่ชายของฉันอยู่เรื่อย แม้แต่ตอนที่เขาไปทำงานก็ยังจะตามไปด้วย"

เซิ่นหรูซวงยืนขึ้นด้วยท่าทางปกติ มองตรงไปยังซิงฟานโหรว น้ำเสียงของเธอดูสงบนิ่ง

"คุณหนูซิงคะ ที่นี่คือห้องของฉัน กรุณาออกไปด้วยค่ะ"

สีหน้าของซิงฟานโหรวเผยการเย้ยหยันยิ่งขึ้นไปอีก ราวกับว่าเธอได้ยินเรื่องตลกอะไรบางอย่าง

"เซิ่นหรูซวง เธออย่าคิดว่าอยู่ที่นี่นาน ๆ แล้วที่นี่จะกลายเป็นบ้านของเธอ" ซิงฟานโหรวหัวเราะเยาะ "เธอดูให้ดี ๆ ที่นี่คือบ้านตระกูลซิง ไม่ใช่บ้านของเธอ ตราบใดที่ฉันต้องการ ฉันจะไปที่ไหนในบ้านนี้ก็ได้"

แววตาของเซิ่นหรูซวงเย็นลงเล็กน้อย "แต่สำหรับคุณปู่ซิงแล้ว ที่นี่คือห้องของฉันค่ะ"

ซิงฟานโหรวมีสีหน้าขุ่นเคือง "เธอกล้าเถียงฉันและยังกล้าเอาคุณปู่มาขู่ฉันอีกเหรอ? เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่"

ในชาติที่แล้ว เซิ่นหรูซวงจะทำทุกอย่างเพื่อเอาใจทุกคนในตระกูลซิงเพื่อให้ซิงจือเหยียนชอบเธอ ซึ่งรวมถึงซิงฟานโหรวที่เอาแต่ใจด้วย

ไม่ว่าซิงฟานโหรวจะพูดอะไร เธอก็จะเห็นด้วยทั้งหมด

แม้ว่าซิงฟานโหรวจะหาเรื่องเธอเพื่อช่วยเว่ยอวิ่นลู่ เธอก็ทนรับไว้

ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่เธอโต้ตอบซิงฟานโหรว

เป็นความรู้สึกที่สะใจ ที่ได้เห็นซิงฟานโหรวไม่พอใจ

เซิ่นหรูซวงกำลังจะหันตัวเดินจากไป แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาในบริเวณสวนหน้าบ้าน ทันใดนั้น ซิงฟานโหรวก็หัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ

"เอาเถอะ เซิ่นหรูซวง เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าทำไมเธอถึงอยากตามพี่ชายฉันไป ฉันบอกได้เลยว่า แผนของเธอไม่สำเร็จหรอก"

จู่ ๆ ซิงฟานโหรวก็ผลักเธอออก แล้วเดินไปที่ขอบหน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่าง

"พี่คะ! พี่ลู่ลู่ มาแล้วเหรอคะ!"

ห้องของเซิ่นหรูซวงอยู่ที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ ทำให้เสียงจากสวนหน้าบ้านเล็ดลอดเข้ามาได้เบา ๆ

เธอได้ยินเสียงที่ห่างหายไปนานของเว่ยอวิ่นลู่ ยังคงสง่างามและสุภาพเช่นชาติก่อน มีความเยือกเย็นปนน่าหลงใหล เป็นแบบที่ซิงจือเหยียนชอบพอดี

"ฟานโหรว พี่เอาของขวัญมาให้ ลงมาดูสิ"

เสียงของซิงจือเหยียนไม่ดังไม่เบา แต่พอที่เธอจะได้ยินถึงความตามใจที่อยู่ในน้ำเสียงนั้น

"ใส่ส้นสูงก็เดินช้า ๆ หน่อย อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม"

หัวใจของเซิ่นหรูซวงเต้นช้าลงเล็กน้อย

เว่ยอวิ่นลู่มาถึงบ้านตระกูลซิงเร็วกว่าที่คิด

ในชาติก่อน ซิงจือเหยียนต้องไปรับเว่ยอวิ่นลู่ที่เมืองฮัวชุยเองถึงจะพาเธอกลับมาที่บ้านตระกูลซิง

แต่ครั้งนี้ เธอกลับมาถึงบ้านตระกูลซิงเร็วกว่านั้นมาก

เธอกำมือแน่น จ้องมองเว่ยอวิ่นลู่อย่างไม่กะพริบตา

เว่ยอวิ่นลู่คือตัวการที่ทำให้ลูกสาวแท้ ๆ ของเธอต้องตาย

เมื่อเห็นเว่ยอวิ่นลู่ยิ้มแย้มราวกับดอกไม้บาน เซิ่นหรูซวงก็รู้สึกเกลียดชังจนน่าตกใจ เกลียดจนลืมหายใจ ในสมองมีแต่ภาพของกั่วกั่วที่สิ้นใจในอ้อมกอดของเธอ

เว่ยอวิ่นลู่ยอมรับเองว่าอุบัติเหตุรถยนต์ที่พรากชีวิตกั่วกั่วไปนั้นเป็นฝีมือของเธอเอง

กั่วกั่วตัวเล็กและแข็งแรงขนาดนั้น กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของเว่ยอวิ่นลู่ในวัยเพียงห้าขวบ แม้แต่หลุมฝังศพก็ยังไม่มี

แต่เว่ยอวิ่นลู่และลูกชายของเธอกลับได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง

หลังจากซิงฟานโหรวตอบเว่ยอวิ่นลู่ เธอก็หันมามองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย

“เซิ่นหรูซวง พี่ลู่ลู่มาแล้ว ลงไปเจอกับฉันไหม?”

เซิ่นหรูซวงหัวเราะเยาะ

แน่นอนว่าต้องไปเจอ

เธอจะต้องเป็นคนทำให้ผู้หญิงคนนี้ชดใช้ในสิ่งที่สมควรได้รับด้วยมือของเธอเอง!

เธอยืนอยู่ในห้องรับแขก มองซิงจือเหยียนลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูของเว่ยอวิ่นลู่เข้ามาในบ้าน ดวงตาสีดำเรียวยาวจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเว่ยอวิ่นลู่ที่กำลังพุ่งเข้าหาซิงฟานโหรวอย่างเงียบ ๆ และอ่อนโยน

เว่ยอวิ่นลู่รับถุงของขวัญมาจากมือของซิงจือเหยียน แล้วยื่นให้ซิงฟานโหรวและคุณปู่ซิง

"ฟานโหรว นี่คือของขวัญที่พี่ซื้อให้เธอและคุณปู่ซิง ดูสิว่าชอบไหม?"

ซิงฟานโหรวกรีดร้องเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความประหลาดใจ “พี่ลู่ลู่ รู้ได้ไงว่าหนูอยากได้สร้อยเส้นนี้มาตลอดเลย”

เว่ยอวิ่นลู่ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับลูบศีรษะของเธอ

คุณปู่ซิงมองดูผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพในถุง "ไหน ๆ ก็มาแล้วก็อยู่ให้สบายนะ ฉันมีธุระต้องไปก่อน"

เว่ยอวิ่นลู่ยิ้มอย่างเขินอาย "ขอบคุณค่ะคุณปู่ซิง"

จากนั้น เว่ยอวิ่นลู่ก็ยืนข้างกายซิงจือเหยียน กุมแขนเขาไว้ราวกับเพิ่งจะเห็นเซิ่นหรูซวง เธอมองไปที่เซิ่นหรูซวงพร้อมกับยิ้มอย่างสุภาพและเหินห่าง:

"ขอโทษนะคะคุณเซิ่น ฉันไม่ได้เตรียมของขวัญของคุณไว้ หวังว่าคงไม่โกรธนะคะ"

สีหน้าของเซิ่นหรูซวงเป็นปกติ เธอไม่ได้ตอบคำถามของเว่ยอวิ่นลู่ "ไม่มีอะไรแล้ว งั้นฉันขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะ"

ก่อนที่เว่ยอวิ่นลู่จะทันได้แสดงความคิดเห็นอะไร เธอก็เห็นสีหน้าของซิงจือเหยียนเปลี่ยนเป็นขุ่นมัวทันที

ซิงฟานโหรวเดินเข้ามาพร้อมกับหัวเราะเยาะ “เซิ่นหรูซวง นี่เธอหมายความว่าไง? พี่ลู่ลู่มาบ้านฉัน เธอทำตัวไร้มารยาทแบบนี้ได้ยังไง?”

เฉินหรูซวงมองเธออย่างใจเย็น "ไม่ได้ทำค่ะ ฉันยินดีต้อนรับมากเลย"

ซิงฟานโหรวหัวเราะเยาะ "เธอจะเสแสร้งไปทำไม?"

"ฟานโหรว" เว่ยอวิ่นลู่ทำสีหน้าลำบากใจและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่เป็นไรหรอก คุณเซิ่นเป็นคนในครอบครัวซิง เธออยากไปไหนก็ไปเถอะ"

"จะว่าไปแล้วฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ" เว่ยอวิ่นลู่กอดแขนของซิงจือเหยียนและมองเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความละอายใจและขอโทษ "เพราะฉันคิดถึงจือเหยียนมาก เลยมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คุณเซิ่นคงไม่ถือสานะคะ?"

ซิงฟานโหรวพูดอย่างหยิ่งผยอง "เธอเป็นคนในครอบครัวซิงที่ไหนกัน ที่นี่ไม่มีที่ให้เธอหรอก คุณปู่ฉันยอมรับเธอไว้ได้ก็บุญแล้ว ที่นี่นอกจากคุณปู่แล้ว ไม่มีใครเห็นเธออยู่ในสายตาหรอก"

"พี่ลู่ลู่ อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะ ไม่ต้องสนใจผู้หญิงขี้อิจฉาแบบนี้หรอก"

เว่ยอวิ่นลู่ลดสายตาลง มุมปากเผยรอยยิ้มประหลาดขึ้นมา เธอยิ่งขยับเข้าใกล้ซิงจือเหยียนมากขึ้น แล้วพูดเบา ๆ ว่า "พูดแบบนี้ มันจะไม่แรงไปหน่อยเหรอ?"

ซิงฟานโหรวพูดอย่างมั่นใจว่า "จะเป็นอะไรได้ล่ะ ถ้าเธอรู้จักอยู่เฉย ๆ ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออกไปแน่ ไม่ช้าก็เร็ว"

ซิงฟานโหรวเพ่งมองใบหน้าอันสงบนิ่งของเซิ่นหรูซวง หวังจะเห็นความเศร้าที่แสดงออกถึงความน้อยใจ ความเจ็บปวด ที่ถูกรังเกียจและดูแคลนบนใบหน้าของเธอ

แต่น่าเสียดาย ที่เซิ่นหรูซวงยังคงมีท่าทีนิ่งเฉย ราวกับไม่เห็นเธอและคำพูดของเธออยู่ในสายตาเลย และไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

ในใจซิงฟานโหรวเต็มไปด้วยความอัดอั้น อยากจะเห็นสีหน้าเศร้าของเซิ่นหรูซวงให้ได้

"พี่คะ ขอแค่พี่กับพี่ลู่ลู่รักกันดี คนที่คิดจะทำลายความรู้สึกของพวกพี่ หนูจะไม่ปล่อยไว้แน่ พี่ว่าหนูทำดีไหมคะ?"

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เซิ่นหรูซวงจึงหันไปมองซิงจือเหยียน

สายตาของซิงจือเหยียนไม่ได้จับจ้องที่เธอ เขาเพียงก้มเปลือกตาลง วางมือบนไหล่ของเว่ยอวิ่นลู่ พร้อมพูดด้วยเสียงทุ้มลึก

"ฉันจะพาเธอไปที่ห้อง"

ซิงจือเหยียนไม่ได้ตอบคำถามของซิงฟานโหรว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ กลับเหมือนเป็นการยอมรับเสียมากกว่า

เป็นการยอมรับว่าเขาจะไม่อนุญาตให้เซิ่นหรูซวงล่วงเกินเว่ยอวิ่นลู่

ทันใดนั้น ใบหน้าของซิงฟานโหรวก็เผยรอยยิ้มผู้ชนะออกมา

เว่ยอวิ่นลู่ยิ้มออกมาอย่างพอใจในที่สุด "อืม ได้สิ"

เซิ่นหรูซวงชาชินกับปฏิกิริยาของซิงจือเหยียนมานานแล้ว

เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ละสายตา แล้วก้าวขึ้นบันไดไป

สายตาของซิงจือเหยียนชะงักไปชั่วขณะ ตอนที่มองเว่ยหยุนลู่

เว่ยอวิ่นลู่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "มีอะไรเหรอคะ?"

เพียงชั่วอึดใจ แววตาของซิงจือเหยียนพลันเย็นเยียบขึ้น แม้น้ำเสียงของเขาจะยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม

"ไม่มีอะไร ไปเถอะ"
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 745

    แววตาของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในใจและความสับสนเคว้งคว้างที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่นหรูซวง ถึงได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยอย่างเด่นชัด“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอบคุณฉัน และไม่ต้องการได้ยินคำขอโทษจากเธอ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร ก็นึกถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลู่ลู่จะจากไป ฉันดันไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้อยู่ฝั่งลู่ลู่ ตอนที่เธอตายไปจะเกลียดฉันหรือเปล่า? จะโทษฉันไหม? เรื่องพวกนี้ฉันไม่มีทางรู้เลย หลายวันมานี้ฉันก็ได้แต่ทรมานใจอยู่ตลอดเวลา”กู้เหยียนหลี่กุมขมับ “ฉันถึงขั้น ถึงขั้นนึกเสียใจที่ไปพบเติ้งโหย่วกัง ฉันรักลู่ลู่ขนาดนั้น ทั้งที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอตลอดชีวิต ทำไมฉันถึง...”นับเป็นครั้งแรกที่เซิ่นหรูซวงถึงกับพูดไม่ออก แววตาของเธอหม่นแสงลงไปในทันทีคนทั้งสองต่างจ้องมองกันและกันด้วยความเงียบงันกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำราวกับเลือดจ้องเขม็งไปที่เซิ่นหรูซวง ใบหน้าที่ซูบผอมและซีดเผือดทำให้เขาดูแก่ขึ้นอีกสิบกว่าปี อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแหบพร่าและสั่นเครื

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 744

    สีหน้าของสือเหยาบูดบึ้งกว่าเดิมในพริบตา ทำให้ตำรวจต้องเหลือบมองมาทางเธออยู่หลายครั้งข้อเท็จจริงทุกอย่างตรงตามที่เฉินจื่อเหยาสารภาพไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เซิ่นหรูซวงนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยายามเข้าหากู้เหยียนหลี่อยู่หลายครั้งเพื่อสืบเรื่องของเติ้งโหย่วกังถ้าเป็นตามที่ว่ามาจริง กู้เหยียนหลี่ต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปทั้งที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเด็นเรื่องการเข้ามอบตัว ทางเราเองก็ได้สอบถามแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็คือ เขาอยากจะมอบตัวตอนไหน มันก็เรื่องของเขา”ตำรวจแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อพูดถึงคำพูดของเฉินจื่อเหยา “สรุปใจความจากคำพูดของเฉินจื่อเหยาก็คือ เขาแค่อยากจะรอดูตำรวจวุ่นวายจนหัวหมุนเพื่อตามหาตัวเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและสะใจ ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็เลยอยากจะมามอบตัว เขาบอกว่าอย่างไรแล้วตำรวจก็ต้องตามสืบจนเจอตัวเขาอยู่ดี แทนที่จะรอให้ถูกจับ สู้มามอบตัวก่อนเพื่อขอลดโทษจะดีกว่า”ในเชิงตรรกะแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ดูผิดปกติเลยสักนิดตำรวจพูดเสริม “ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างแน่นหนา เบื้องบนเองก็สั่งการลงมาให้ทางเราสรุปปิดคดีได้เลย”เซิ่นห

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 743

    “เฉินจื่อเหยามามอบตัวแล้ว เขาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์รถชนทั้งสองครั้ง รวมถึงคดีลักพาตัวคุณเซิ่นเป็นฝีมือของเขาเอง โดยเขาเริ่มจากการถอนเงินสดจำนวนมากออกจากธนาคาร แล้วนำไปส่งมอบให้คนขับรถที่ก่อเหตุทั้งสองคนรวมถึงกลุ่มโจรลักพาตัวด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้พวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนและลักพาตัวคุณเซิ่น พวกเขาระวังตัวมาก หลังจากได้รับเงินก้อนนั้นมาแล้วก็ไม่ได้นำไปฝากเข้าธนาคารทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเราตรวจไม่พบเบาะแสความเชื่อมโยงใด ๆ ผ่านเส้นทางการเงินเลย”“ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย และทางเราได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นตามคำให้การจนพบเงินสดก้อนใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของคนขับรถคู่กรณีทั้งสองคนจริง ๆ ส่วนพวกโจรลักพาตัวอีกสองคนนั้นเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ต่างจังหวัด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะตามหาเจอ”“ทางเรายังได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของเฉินจื่อเหยา พบว่ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุจริง นอกจากนี้เขายังระบุสถานที่ที่ใช้ส่งมอบเงินกันโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และยืนยันได้ว่าสิ่งท

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 742

    ตอนที่ตำรวจโทรเข้ามา การประชุมก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เซิ่นหรูซวงตั้งใจว่าจะโทรกลับหลังจากประชุมจบเซิ่นหรูซวงสั่งให้เลขารีบประสานงานไปยังผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เกมกระต่ายนักเดินทาง เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งออกแถลงการณ์โดยด่วนที่สุดหลังจากปิดการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทันที ส่วนเซิ่นหรูซวงก็ได้โทรกลับไปยังเบอร์ของสถานีตำรวจปลายสายรับสายแทบจะในทันที “คุณเซิ่น”เซิ่นหรูซวงตอบว่า “ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อสักครู่ฉันประชุมอยู่ จึงไม่ได้รับสาย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของตำรวจเริ่มจริงจังขึ้นมา “คุณเซิ่น เกี่ยวกับคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นกับคุณและคุณกู้เหยียนหลี่ ตอนนี้มีคนเดินทางมามอบตัวแล้วครับ”เซิ่นหรูซวงชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นใครหรือคะ?”ตำรวจพูดต่อว่า “เฉินจื่อเหยา ลูกชายของเฉินฉวนหมิน ก็คือเฉินฉวนหมินที่คุณรู้จักนั่นแหละครับ เฉินจื่อเหยาเดินทางมามอบตัวแล้ว และเขาก็สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขาเป็นคนบงการให้คนไปทำเองครับ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้วแน่น ความตกตะลึงฉายชัดออกมาในแววตา

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 741

    เจียงเสี่ยวชุนพูดเสริมว่า “ทั้งตระกูลซิงและตระกูลเว่ยต่างก็ปิดข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเว่ยอวิ่นลู่ ไม่มีหลุดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันได้ยินคนวงในกระซิบกันว่าเถ้ากระดูกของเว่ยอวิ่นลู่ถูกฝังไว้ที่สุสานเฉิงตงแล้ว ซึ่งเป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษส่วนใหญ่ของตระกูลเว่ย งานศพก็จัดแบบเรียบง่าย มีแขกมาร่วมงานแค่ไม่กี่คน ไม่มีการป่าวประกาศอะไร คาดว่าคงไม่อยากให้คนภายนอกรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยอวิ่นลู่กับเติ้งโหย่วกังน่ะ”“แถมฉันยังได้ยินว่า แม่ของเว่ยอวิ่นลู่ร้องไห้จนเป็นลมไปสองรอบในงานศพด้วยนะ...”เซิ่นหรูซวงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย “ค่ะ เข้าใจแล้ว”สือเหยามองออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เธอยังมีเรื่องสงสัยอีกใช่ไหม?”เซิ่นหรูซวงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่มีหลักฐาน”เมื่อไม่มีคนพูดอะไรอีก เซิ่นหรูซวงก็พูดต่อว่า “กลับกันก่อนได้เลยนะ”ไม่ใช่แค่ทางตำรวจที่กำลังตามสืบเรื่องคนขับรถชนในอุบัติเหตุหลายครั้งที่ผ่านมาและกลุ่มโจรลักพาตัวเท่านั้น ทางเซิ่นหรูซวงกับสือเหยาเองก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกันร่างกายของเซิ่นหรูซวงยังไม่หายดี แต่ก็จะไปทำง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 740

    เจียงเสี่ยวชุนไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์และเกี่ยวข้องโดยตรง จึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ของเซิ่นหรูซวงได้อย่างแท้จริง และทำได้เพียงเงียบโชคดีที่สือเหยานำอาหารกลับมาแล้ว กลิ่นหอมของอาหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องและขจัดบรรยากาศที่หนักอึ้งออกไปทันทีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซิ่นหรูซวงพยายามหาโอกาสพูดคุยกับกู้เหยียนหลี่และซิงจือเหยียนอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นเลยเซิ่นหรูซวงถึงกับเคยขอให้สือเหยาพาเธอออกไปตามหา แต่คนของตระกูลเว่ยได้ออกไปจากโรงพยาบาลตั้งนานแล้ว พวกเขารับศพของเว่ยอวิ่นลู่ออกไปแล้วกู้เหยียนหลี่กับซิงจือเหยียนเองก็ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่เงา หากตามที่พยาบาลบอก กู้เหยียนหลี่ออกจากโรงพยาบาลในวันที่ร่างของเว่ยอวิ่นลู่ถูกรับตัวไปเซิ่นหรูซวงเคยไปที่ห้องพักผู้ป่วยของกู้เหยียนหลี่ แล้วก็มองผู้ป่วยคนอื่นที่เข้ามาพักด้วยความเหม่อลอยถ้าเป็นไปได้ เซิ่นหรูซวงคิดอยากจะพูดคุยกับเขาต่อหน้าแต่เห็นได้ชัดว่า ตั้งแต่กู้เหยียนหลี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และออกไปจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอหรือบางทีเขาอาจกำลังนึกเสียใจภายหลัง

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 576

    สีหน้าของอวี๋จื่อฉีชะงักค้างไปวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติแล้วพูดกลบเกลื่อนว่า “ใช่ค่ะ ในวงการเปียโนระดับประเทศตอนนี้ คงไม่มีใครมาสั่นคลอนตำแหน่งของเว่ยอวิ่นลู่ได้แล้วล่ะมั้งคะ อีกอย่างฐานแฟนคลับของเธอก็หนาแน่นมาก ใคร ๆ ต่างก็เป็นแฟนคลับของเธอทั้งนั้น ซึ่งฉัน

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 594

    เซิ่นหรูซวงไม่เกรงใจเลยสักนิด “คุณก็ทราบดีอยู่แล้ว ฉันอยากได้ลิขสิทธิ์เกมสร้างเมืองมาตลอด”“ถ้าหากฉันชนะ ฉันต้องการให้คุณขายลิขสิทธิ์เกมสร้างเมืองให้กับฉัน ขายให้กับเหออวี้”เว่ยอวิ่นลู่กำหมัดแน่น จู่ ๆ เธอก็พูดแทรกบทสนทนา “คุณรีโอคะ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินลงทุนเลยค่ะ คุณก็ทราบดีว่าถ้าฉันไ

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 584

    สือเหยากัดฟันกรอด “งั้นเธอรีบเดินห่างไปเลยนะ”เซิ่นหรูซวงพูด “หา?”ซิงจือเหยียนก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างกะทันหัน “กำลังคุยกับใคร?”เสียงของซิงจือเหยียนดังเข้าสู่ปลายสายอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยสือเหยาดูเหมือนหัวเสียอย่างยิ่ง “เซิ่นหรูซวง เธอรีบเดินห่างไปสิ”เดิมทีเซิ่นหรูซวงก็ไม่คิดอยากสนท

  • มรสุมรัก CEO ซาตาน   บทที่ 596

    ทันทีที่เสียงเปียโนดังขึ้น เซิ่นหรูซวงก็รู้ได้ทันทีว่าทุกอย่างลงล็อกพอดีสุดท้ายแล้วเว่ยอวิ่นลู่ก็ยังคงเลือกบรรเลงบทเพลงเปียโนที่แต่งโดยอวี๋จื่อฉีมาบรรเลงหากมองจากมุมมองที่ยุติธรรมแล้ว ระดับชั้นของบทเพลงเปียโนที่อวี๋จื่อฉีแต่งขึ้นนั้นถือว่าทักษะสูงมาก ท่วงทำนองที่หนักแน่นและผ่อนสลับกันไปมานั้น จำ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status