Masukลมเหนือเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากแต่งตัวเสร็จเขาก็โทรหาเอื้องฟ้าอีก ทว่าก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเคย แช็ตถามว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่อ่าน เขาไม่อาจรอให้ครบหนึ่งชั่วโมง แต่จะให้เวลาอีกสิบนาทีเท่านั้นในขณะที่นั่งลงบนเตียงด้วยสีหน้าฉุนเฉียว ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เขาคิดว่าเป็นเธอแน่ๆ จึงเปิดอ่านอย่างไม่สบอารมณ์ข้อความที่เธอส่งมาในช่องแช็ตยาวมาก และยังส่งมาแบบถี่ๆ คล้ายกับว่าพิมพ์ไว้รอแล้ว เหลือแค่ก็อปวางเมื่อถึงเวลา‘ถึงพี่ลมเหนือ เอื้องขอโทษสำหรับทุกเรื่องนะคะ ขอโทษที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย แต่ต่อจากนี้ไป พี่ลมเหนือก็จะได้อยู่อย่างสบายใจแล้ว เพราะจะไม่มีเอื้องมาคอยรบกวนใจอีกแล้ว’‘ญาติฝั่งแม่ของเอื้องที่อยู่ต่างจังหวัด เขาจะพาเอื้องไปอยู่ด้วยและให้สัญญาว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี พี่ลมเหนือไม่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีของเอื้องนะคะ เพราะเดี๋ยวก็จะมีคนโอนให้แทน เขาเป็นลุงของเอื้องเอง’‘ฝากบอกคุณลุงปรานต์ด้วยนะคะว่าไม่ต้องเป็นห่วง เอื้องเรียกท่านว่าคุณลุงเพราะเรายังไม่ได้จดทะเบียนเป็นพ่อลูกบุญธรรมกันตามกฎหมาย พี่ลมเหนือน่าจะสบายใจมากขึ้นถ้ารู้ว่าเอื้องยังเป็นคนนอกเหมือนเดิม’‘ฝากขอบคุณและขอโท
คนฟังก้มหน้าลงด้วยแววตาเศร้าหมอง สิ่งที่พัทรินพูดมานั้นไม่ผิดไปเลยสักนิด รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร ทว่ากลับคิดไม่ซื่อกับเขา ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องบุญธรรมตามกฎหมายก็เถอะ แต่ทางผู้ใหญ่ก็ให้นับถือกันแบบนี้ไปแล้ว“ถ้าพี่เป็นน้องแล้วรู้ตัวว่าถูกเกลียดมากขนาดนี้นะ พี่คงจะหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ก็มีแต่จะทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง แต่ถ้ายังหน้าด้าน ฝันอยากเป็นเมียของพี่ลมเหนือต่อไป ก็สุดแล้วแต่น้องเถอะ” พัทรินบอกเพียงเท่านั้นก็เดินไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ริมถนนเอื้องฟ้ามองตามหลังรุ่นพี่ก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบแก้มอย่างไม่หยุดหย่อน หรือเธอจะเป็นตัวปัญหาจริงๆ ลำพังแค่ถูกลมเหนือเกลียดก็ยังพอใช้ชีวิตต่อไปได้ แต่นี่ยังถูกคุณย่าชบาเกลียดตามไปด้วย แล้วถ้าคุณลุงปรานต์กับพี่นทีหลงเข้าใจผิดไปอีกคน เธอคงไม่มีที่ยืนอย่างแน่นอนคืนนั้นเอื้องฟ้ารอให้ลมเหนือกลับมาเพราะอยากถามเขาว่าอาการของคุณย่าเป็นอย่างไร จะให้โทรไปถามนที ใจก็ไม่กล้าอีก จึงได้แต่นั่งกอดเข่ารออยู่หน้าบ้าน จนกระทั่งเห็นแสงไฟจากรถยนต์สาดส่องเข้ามาถึงลุกไปดู เขาให้คนขับรถมาส่งชายหนุ่มลงจากรถด้วยสีหน้าบึ้งต
ในโรงพยาบาลเอกชนลมเหนือรู้จากพัทรินแล้วว่าคุณย่ารับรู้อะไรมา ตอนแรกท่านยังไม่มีอาการหายใจไม่สะดวกเพราะมีคนคอยปลอบอยู่ตลอด ทว่าหลังจากเอื้องฟ้าเข้ามาแล้วท่านเอ่ยปากไล่ออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไป จึงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นตอนนี้หญิงสาวก็ยังตามมาที่โรงพยาบาล เธอนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะเป็นห่วงหญิงชรามาก เป็นห่วงจนมือไม้สั่นตามไปหมด และเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ดื้อดึง หากยอมไปตั้งแต่ครั้งแรกที่ท่านไล่ อาการก็คงไม่รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลลมเหนือทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายคนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนว่า “กลับไปพักผ่อนซะ เธออยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”“เอื้องขออยู่ต่ออีกนิดได้ไหมคะ เอื้องเป็นห่วงคุณย่า อย่างน้อยขอแค่ได้รู้ว่าท่านปลอดภัยแล้วก็ยังดี”“บอกให้กลับก็กลับสิ ถ้าคุณย่าเห็นหน้าเธอแล้วเป็นอะไรขึ้นมาอีกจะทำยังไง เธอจะรับผิดชอบไหวไหม” เขาพูดด้วยความโมโห และโกรธคนที่เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณย่าด้วย พยายามปิดบังมาตลอด และคิดว่าจะปิดบังไปเรื่อยๆ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะน้ำตาของเอื้องฟ้าไหลล้นออกจากเบ้าตาราวกับเด็กที่ถูกดุด้วยถ้
“อย่าบอกนะว่าแกชอบเขา ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอบฉันมา” เธอจับไหล่ทั้งสองข้างของเพื่อนอย่างคาดคั้น“ฉันจะชอบเขาหรือเปล่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก”“ถ้าแกไม่ยอมรับ งั้นฉันขอนะ” รดาพูดหยั่งเชิง“ฉันชอบเขา ชอบมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม”คำตอบนี้ทำให้รดาชะงักไป เธอปล่อยมือจากไหล่เพื่อนแล้วถอยหลังหนึ่งก้าว “แกชอบเขานานแล้ว…”“ใช่ ฉันไม่รู้ว่าแกพูดจริงหรือพูดเล่น แต่คนนี้ฉันขอ อย่ายุ่งกับเขา” พัทรินพูดเน้นสี่คำสุดท้ายเพื่อให้เพื่อนรู้ว่าเธอจริงจังมาก และพร้อมสู้เช่นกันถ้าอีกฝ่ายคิดจะแข่งกับเธอ“แล้วถ้าเขาเลือกฉันล่ะ”“แกรู้จักพี่ลมเหนือดีแล้วเหรอถึงคิดว่าเขาจะเลือกแก เขาไม่เหมือนผู้ชายที่แกเคยคบมาหรอกนะ”“เขาต้องเลือกฉันแน่ถ้าแกยอมหลีกทางให้” รดาพูดอย่างมั่นใจ ใครจะว่าเธออยากได้ผู้ชายจนตัวสั่นก็ว่าไปเถอะ เพราะเธอรู้ตัวดีว่าทำเพื่อเงิน และยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่บอกใครไม่ได้“แล้วทำไมฉันต้องหลีกทางให้แก ในเมื่อฉันมาก่อน รู้จักเขาก่อน” พัทรินตอบกลับไปด้วยแววตาแน่วนิ่ง พลางคิดในใจว่าถ้าผู้หญิงที่คุณย่าอยากได้เป็นหลานสะใภ้คือเธอจริงๆ มีหรือที่จะยกโอกาสนี้ให้กับคนอื่น เธอเองก็มีความรู้สึกรักโลภโกรธห
ช่วงบ่ายรดาขอตัวกลับ แต่เพราะพ่อปรานต์โทรมาบอกลมเหนือว่าให้ไปดูคุณย่าที่มีอาการเวียนหัวมาตั้งแต่ตอนเที่ยง เธอจึงอาสาขับรถพาไป เขาก็ไม่ปฏิเสธหญิงสาวแวะซื้อกระเช้ารังนกและอาหารเสริมบำรุงร่างกายไว้ให้ผู้สูงอายุ ซึ่งนี่คือการไปเยือนบ้านอัครินทร์เดชาเป็นครั้งที่สองของเธอ จากที่เคยไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดปลายฝนเมื่อสามปีก่อน น่าเสียดายตรงที่ตอนนั้นลมเหนือไม่ได้อยู่บ้าน เธอจึงไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขา แต่การมาเจอกันตอนนี้ก็ไม่ถือว่าสายเกินไปเมื่อไปถึงก็พบว่าหญิงชราอาการดีขึ้นแล้ว หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันได้ไม่นาน ลมเหนือก็ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกเพราะพี่ชายโทรมา ทำให้เขาอดที่จะบ่นให้พี่ไม่ได้ว่า ‘ไม่อยากให้น้องทำงาน แต่ก็หางานมาให้น้องทำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้’นทียังติดประชุมอยู่กับพ่อ แต่ได้รับข่าวจากลูกน้องว่าในไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง กำลังพบกับปัญหาเรื่องผู้ว่าจ้างขอแก้ไขแบบ โดยที่ไม่คำนึงว่าหน้างานจะทำได้หรือไม่ ในฐานะที่น้องเป็นวิศวกรจึงอยากให้ไปช่วยเคลียร์ เขาจึงจำเป็นต้องทิ้งให้รดาอยู่กับคุณย่า โดยให้คนที่บ้านขับรถพาไป“หนูดารู้สึกยังไงกับพี่เขาเหรอ” หญิงชราเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ก
สีหน้าเอื้องฟ้าดูไม่สดชื่นคล้ายคนเป็นไข้ ลำพังกายคงไม่เป็นไร แต่ใจกลับห่อเหี่ยวตามไปด้วยเมื่อเห็นภาพที่ชวนให้เจ็บลึกไปถึงทรวง เธอค่อยๆ หันหลังเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบน พลางคิดในใจว่าเขากับพี่เหมาะสมกันจริงๆ เหมาะสมจนเธอไม่มีอะไรสู้ได้ทางด้านลมเหนือ หลังจากกินข้าวใกล้จะหมดจาน ผู้ช่วยก็โทรมาพอดี เขาจึงขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก รดามองคนตัวสูงที่เดินจากไป เมื่อมองจังหวะการย่างก้าวของเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าเมื่อวานยังดีกว่านี้อยู่เลย พอมาวันนี้กลับเดินกะเผลกหนักว่าเดิม ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมาเมื่อเขาเดินออกไปจนลับตาแล้ว เธอจึงถือวิสาสะเอื้อมมือไปหยิบถุงยามาดู จนรู้ว่ามันคือยาคุมฉุกเฉิน…คำถามแรกคือ… เขาซื้อมาให้ใคร?หรือว่าซื้อมาให้เอื้องฟ้า?ขณะนั้นแม่บ้านถือจานผลไม้เข้ามาวางไว้บนโต๊ะพอดี เธอจึงเอ่ยถามอย่างร้อนรน “ป้าคะ ยัยเอื้องนอนอยู่ห้องไหน”คนถูกถามเงียบไปชั่วขณะ“ดาเป็นพี่สาวของยัยเอื้องค่ะ พี่สาวแท้ๆ เลย ดาแค่อยากไปดูว่าน้องสบายดีหรือเปล่า”“อ้อ… หนูเอื้องพักอยู่ชั้นบนจ้ะ ห้องอยู่ทางซ้ายมือ”“งั้นดาขอขึ้นไปดูน้องแป๊บหนึ่งนะคะ” พูดจบก็เดินจากไปทันทีเพราะใจร้อนจนแทบจะทนไม่ได้เรื่องที่ฝากค







