Masukหลายปีที่ผ่านมาเธออยู่กับคำถามคาใจที่ว่า 'ทำไมเขาต้องดีกับผู้หญิงทุกคนแต่ร้ายกับเธอ เธอไปทำอะไรให้เขาถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก' การเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มิอาจได้ครอบครองหัวใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทำให้อ้อนรัก โอลิวิเยร์ อยู่อย่างเจ็บปวดเสมอมา แต่กระนั้นก็ยังหวังลึกๆ ว่าสักวันเขาจะมองเห็นค่า หากแต่เซซาเร รุกฆาต โอลิวิเยร์ กลับดับฝันทุกอย่างด้วยการแสดงท่าทีรังเกียจและชิงชังอย่างเปิดเผย ต่อให้ ‘กาฝาก’ อย่างเธอขยับจากฐานะหลานสาวนอกไส้ที่เขาไม่เคยเหลือบแลมาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเขาก็ไม่คิดจะแยแสอยู่ดี การถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงจืดชืดเป็นแม่ชีทำให้เซซาเรออกอาการต่อต้าน และพร้อมที่จะผลักไสเธอออกไปจากชีวิตทุกขณะจิต หากแต่เมื่อแม่ ‘เมียตีทะเบียน’ หยามน้ำหน้าด้วยการเป็นฝ่ายขอหย่า จอมวายร้ายก็แทบจะอาละวาดลั่น และประกาศว่าเธอจะไสหัวไปไหนก็เชิญ แต่ต้องหลังจากที่ทำ ‘หน้าที่เมีย’ สมบูรณ์แล้วเท่านั้น! “ฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ” “ผู้หญิงจอมร้ายกาจมากเล่ห์อย่างเธอจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น” “คุณจะทำอะไร”
Lihat lebih banyakตอนแรกเซซาเรคิดว่าไอ้หมอหน้าอ่อนนั่นแค่อยากจะกวนประสาทเขา จึงตกปากรับคำว่าจะมาทานข้าวเย็นด้วย แต่ที่ไหนได้มันดันมาจริงๆ “เอาล่ะ…ย่าว่าเราย้ายไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า ป่านนี้แม่บ้านคงจัดกับข้าวกับปลาใกล้จะเสร็จแล้วมั้ง มาพ่อเซต ชวนแขกของเรามากินข้าวด้วยกัน”ครั้นสนทนากันพอหอมปากหอมคอคนแก่ก็เอ่ยขึ้น รายหลังสุดนางสอางค์ไม่ได้อยากจะเชื้อเชิญนักหรอก แต่ด้วยความที่เป็นเจ้าบ้านจึงไม่อาจไปไล่ตะเพิดแขกเป็นเด็กๆ ทำได้เพียงลอบสังเกตการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ หากมีอะไรเกินพอดีก็อาจจะต้องมีการตักเตือนกันบ้าง หลังจากจูงมือหนูน้อยอัปสรสวรรค์เดินไปยังโต๊ะอาหารตามหลังผู้เป็นย่าซึ่งมีคุณหมอหนุ่มประคองทุกย่างก้าว อ้อนรักก็ขอตัวไปในครัวเพื่อยกอาหารออกมาช่วยแม่บ้าน เสร็จแล้วก็เดินไปล้างมือในห้องน้ำ ครั้นจะหมุนตัวกลับเข้าไปยังโต๊ะอาหาร ร่างอ้อนแอ้นก็ชนเข้ากับใครบางคนตรงหน้าห้องน้ำ “อุ๊ย!” เสียงหวานใสหลุดอุทานด้วยความตกใจ วินาทีถัดมาดวงตากลมโตก็มองสำรวจแผ่นอกกว้างตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือสามีของเธอ “หึ…ขวัญอ่อนจริงเชียว” น้ำเสียงห้าวห้วนมีแววเหน็บแนมในทีจนคนฟังเผลอชักสีหน้าด้ว
เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนตัวเองถูกสามีจูบอย่างดูดดื่ม คราแรกนั้นคนเย็นชาหน้าตายจดๆ จ้องๆ ปากเธออยู่ ก่อนจะวูบหน้าลงมาหาคล้ายหมดสิ้นความอดทนผสมเก็บกด จากนั้นก็บดขยี้เรียวปากสีกุหลาบอย่างเร่าร้อนประหนึ่งอดอยากปากแห้งมาแรมปี ความร้อนแรงระคนตะกละตะกลามในแรกเริ่มเดิมทีค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่ม ละมุนละไม และอ่อนหวาน จนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นอย่างเธอคล้อยตาม ยอมเผยอกลีบปากอวบอิ่มแยกแย้มให้ภมรหนุ่มได้เชยชิมความหวานซ่านทรวงจากภายในกระพุ้งแก้มอิ่มอุ่น กว่าพ่อหนุ่มจอมฉกฉวยจะยอมผละห่างก็เมื่อเธอนั้นดิ้นรนขัดขืน เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสูบลมหายใจออกไปจากร่างเสียสิ้น ในความทรงจำอันเลือนลางนั้นเธอเหมือนได้ยินอีกฝ่ายพึมพำปลอบประโลมให้หลับ แล้วก้มลงจุมพิตเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนเป็นการส่งท้าย สรุปทั้งหมดทั้งมวลมันไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นหรือ? สาวหวานรำพันในอกด้วยความกระดากอายสุดฤทธิ์ ใบหน้าสวยหวานแดงแจ๋ แค่คิดว่าโดนอีกฝ่ายขโมยจูบอย่างดูดดื่มเธอก็จั๊กจี้หัวใจเสียแล้ว จากนั้นอ้อนรักก็สะบัดศีรษะขับไล่ความฟุ้งซ่าน แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนด้วยท่าทางเร่งรีบ ห
“ส่งหลานมาสิ”ความใกล้ชิดแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้อ้อนรักทำอะไรไม่ถูก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้เป็นสามีเอ่ยอะไรออกมาบ้าง มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนหน้าไม่อายช้อนฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าใต้รักแร้ของเธอ แล้วยกร่างเพรียวระหงให้ยืนขึ้น ก่อนจะอ้าแขนรับหลานสาวที่โผเข้าหา “อ้าว…มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปเตรียมข้าวเช้าให้คนดีสิ กินข้าวแล้วจะได้กินยา หรือว่าอยากนั่งตักผัวเหมือนหลาน” วาจาเรียบๆ ในตอนท้ายทำให้แก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อ “คนบ้า! ฉันเปล่าเสียหน่อย” แม่คนขี้อายค้อนน้อยๆ ก่อนจะหันไปเอ่ยขอตัวกับคุณหมอหนุ่ม โดยไม่ลืมที่จะชักชวนให้อีกฝ่ายมาทานข้าวเย็นด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์สละเวลามาตรวจอาการของหลานสาวถึงไร่ คราแรกนั้นปรเมศตั้งใจจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าพอเห็นสายตาดุกร้าวของเซซาเรเขากลับเลิกคิ้วท้าทาย แล้วตอบตกลงอย่างหน้าตาเฉย ครั้นอ้อนรักเตรียมอาหารเช้าให้หลานเสร็จปรเมศก็กลับไปเสียแล้ว เธอป้อนข้าวให้เด็กอ้วนช่างกินขณะเงี่ยหูฟังบทสนทนาของสามีกับเพชรพริ้งที่นั่งอยู่ตรงชานเรือน เสียงหัวร่อต่อกระซิกทำให้สาวหวานปวดแปลบในอกอย่างมิอาจห้ามได้ ทว่ากลับต้องข่มใจและเตือ
วันนี้อ้อนรักไม่ได้ออกไปตรวจงานในไร่ตั้งแต่เช้าตรู่เช่นเคย เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้ตอนเกือบเที่ยงคืนผู้เป็นย่ามาเคาะประตูห้องนอน แล้ววานให้เธอไปเช็ดตัวลดไข้ให้หนูน้อยอัปสรสวรรค์ซึ่งมีอาการไข้ขึ้นในเวลากลางดึก อ้อนรักทำหน้างงนิดๆ ที่หลานตัวน้อยไปนอนกับคนเป็นย่า ก่อนที่คนแก่จะเฉลยว่าตอนประมาณสามทุ่มท่านได้ให้สาวใช้ไปเอาเหลนมานอนด้วย เพราะนึกสงสารหลานเขยที่อยากจะเข้าหอกับหลานสาว หลังจากเฝ้าเช็ดตัวให้คนไข้ตัวน้อยจนไข้ลดอ้อนรักก็นอนกอดร่างจ้ำม่ำแล้วผล็อยหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีในตอนสายๆ เมื่อหนูน้อยอัปสรสวรรค์ขยับตัวยุกยิก ก่อนที่เธอจะใช้หลังมืออังหน้าผากของหลานสาว แล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะอุณหภูมิในร่างกายของเด็กอ้วนลดลงจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว หากแต่ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ครั้นคิดได้ดังนั้นเธอจึงโทรศัพท์ไปหานายแพทย์ปรเมศ จิรกุล แล้ววานให้อีกฝ่ายมาตรวจอาการของหลานสาวที่ไร่ จากนั้นก็เช็ดตัวและใส่เสื้อผ้าให้คนที่พอตื่นมาก็อ้อนขอดูการ์ตูนพี่มินเนี่ยน ครั้นจะพาหลานสาวตัวน้อยที่อยู่ในชุดน่ารักออกจากห้องเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ก้มลงมองหน้าจอมือถือแล้วทำหน้างงๆ ที่คนโทร
Ulasan-ulasan