Share

บทที่ 13

Penulis: โมเนโต้
“มีเกียรติ? ฮ่า ๆ ถ้าคุณไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแบบนี้ฉันก็คงจะเชื่อ!”

เซซิเลียยิ้มเยาะแล้วถามว่า “ในนั้นมีทั้งหมดกี่ชุด จากลักษณะของมันน่าจะซื้อให้กับเซเลน่าใช่มั้ย? ฉันเดาว่ารวมทั้งหมดน่าจะเป็นหมื่นเหรียญ!”

เซซิเลียแสดงความคิดเห็นของเธออกมา จู่ ๆ เธอก็หยิบมันออกมาจากถุง “เป็นไปไม่ได้ พระเจ้า! นี่คือ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ทั่วโลก! ชุดนี้ราคาเกินแสน! เป็นรุนใหม่ล่าสุดจากแบรนด์นี้

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หลายคนในครอบครัวเทย์เลอร์ก็มีสีหน้าตกใจ

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถซื้อชุดนั้นได้ แต่ก็แปลกที่เฟนด์สามาถซื้อมันได้

ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ใช่นาฬิการะดับไฮเอนด์ หรือชิ้นส่วนของหยก แต่เป็นเพียงชุดเดรส ต่อให้เป็นคนที่มาจากตระกูลเทย์เลอร์ ก็ยังต้องคิดอยู่ก่อนที่จะจ่ายเงินหลายแสนเหรียญ

“ใส่ชุดกลับเข้าไป ฉันไม่อยากให้มือสกปรกคุณ จับถูกชุดของเซเลน่า!”

เมื่อเห็นเธอเอาชุดออกมา สีหน้าของเฟนด์ก็คล้ำลงเมื่อเขาเจอเธอ

เซซิเลียแปลกใจจากนั้นเธอจึงนำกลับเข้าไปในกระเป๋า ในไม่ช้าเธอก็เริ่มยิ้ม “ฮิ ๆ ฉันรู้แล้ว คุณต้องซื้อของปลอมมาแน่ ๆ แต่มันดูเหมือนจริงมาก ฉันเกือบจะเชื่อแล้วเชียว”

คนอื่น ๆ ก็คิดตามกัน “ถูกต้อง พวกเขาจะสามารถซื้อของแบรนด์เนมพวกนี้ได้ยังไง? น่าตลกสิ้นดี จะเป็นอะไรได้อีกนอกจากงานก๊อปเกรดเอ?

“เซซิเลีย มันจะแท้หรือไม่ของมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอใช่หรือไม่” นี่คือของขวัญจากสามี สำหรับฉันตราบใดที่มันมาจากเขาฉันจะชอบมันโดยไม่คำนึงถึงว่ามันจะต้องแท้หรือไม่ก็ตาม!”

เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ถูกใจที่เธอพูดเซเลน่าตอบอย่างประชดประชันว่า “ต่างจากบางคนที่ไม่มีแฟนแม้จะอายุมากแล้ว เป็นไปได้ไหมที่เธออิจฉาฉัน”

“เธอ…”

เซซิเลียถูกยั่วโมโห แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของเธอจะไม่เลวร้าย แต่เธอก็ไม่มีแฟน คำพูดของเซเลน่าทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

จากนั้นเธอก็เยาะเย้ยกลับ “เหอะ ฉันน่ะเหรอที่อิจฉาเธอ? ฉันควรจะอิจฉาคนที่ถูกไล่ออกจากครอบครัวเทย์เลอร์เหมือนขยะหรือไม่? ฉันไม่มีแฟนเพราะฉันต้องการหาคนรวย ไม่เหมือนคนบางคนราคาถูกซะจนทำได้แค่แต่งงานกับเด็กส่งของ”

เซซิเลียได้เพิ่มเชื้อไฟเข้าไปมากขึ้น “ยิ่งไปกว่านั้นพิธีแต่งงานที่ขาดแม้กระทั่งของขวัญวันหมั้น เป็นเรื่องที่น่าละอายสำหรับตระกูลเทย์เลอร์ของเรา”

“แล้วถ้าฉันเต็มใจล่ะ? มันไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ นี่เป็นทางเลือกของฉันเอง!”

เซเลน่ากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดจนเกือบจะทำลายบุคลิกที่เป็นกุลสตรีของเธอ

“แน่นอนแน่นอน บางคนมีความสุขกับความเสื่อมถอยเราจะทำอย่างไรกับมันได้”

เซซิเลียยักไหล่ “ความยากลำบากแบบนั้นเป็นสิ่งที่คนอย่างฉันจะไม่มีวันได้เจอ”

“พอ!”

ในที่สุดนายใหญ่เทย์เลอร์ก็คำรามอย่างหมดความอดทน

ผู้เฒ่าอายุมากพอสมควร แต่การปรากฏตัวของเขาทำให้ห้องเงียบลงทันที

เขาเดินไปหาเฟนด์ ดูเขาอย่างระมัดระวัง ด้วยเหตุผลบางอย่างเขารู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่เขายืนอยู่ที่นั่นก็ทำให้เกิดออร่าที่ไม่ควรล้อเล่นด้วย

เขายังเป็นชายหนุ่มคนเดิมที่ขอเงินหนึ่งล้านเหรียญเพื่อรักษาโรคของแม่เมื่อห้าปีก่อนหรือไม่?

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดขึ้นมา “บอกฉันสิฉันควรจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อปล่อยให้เซเลน่าอยู่คนเดียวแล้วเลิกยุ่งกับเธอซะ”

นายใหญ่รู้ดีถึงความหลงใหลในตัวของเซเลน่า การที่เซเลน่าปฏิเสธการหย่าร้างนั่นเป็นเพราะลูก

อย่างไรก็ตามในเวลานี้เขาสามารถเข้าใกล้เฟนด์ได้

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซเลน่า ขมวดคิ้มทันทีและจ้อมมองไปที่เฟนด์อย่างกังวล

ท้ายที่สุดอำนาจของเงินมันทำให้ยากที่จะพูด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ แต่ระหว่างพวกเขาก็แทบไม่มีความรู้สึกใด ๆ

เฟนด์นิ่งเงียบไป ‘เงิน? ฮ่า ๆ ตอนนี้ฉันพร้อมที่จะดูแลสิ่งเหล่านั้นแล้วหรือยัง?

นอกจากนี้เมื่อห้าปีก่อนหากไม่ใช่เพราะเขาอยากจะช่วยแม่ของเขา เขาจะไม่มีวันขอเงินใครสักคนด้วยเงินเพียงหนึ่งล้านเหรียญ

“นายใหญ่ ผมกลัวว่าคุณจะผิดหวัง เซเลน่าเป็นผู้หญิงของผม สำหรับผม เธอและลูกต้องทนทุกข์ทรมานกับความยากลำบากมาตบอดห้าปี เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะทิ้งพวกเขาไป!” เฟนด์ตอบอย่างแน่แน่วและแฝงไปด้วยรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นหัวใจของเซเลน่า ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น ห้าปีที่ผ่านมาของการรอคอยไม่ได้ไร้ประโยชน์

นายใหญ่หยิบเช็คออกมาอย่างรวดเร็วแล้วเซ็นชื่อของเขา จากนั้นยื่นให้เฟนด์ “ครอบครัวเทย์เลอร์ของเรา ไม่ยินดีที่จะให้เธอมาเป็นลูกเขย ในตอนนั้นเธอเคยสัญญาว่าแกล้งแต่งงานกับเซเลน่าเพื่อแย่งชิงตำแหน่งของอีวานในสนามรบ ครั้งนี้ฉันไม่ได้ฆ่าเธอเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเธอกับเซเลน่า และไคลี ยังไงซะเธอก็ต้องออกไป!”

“เขียนจำนวนเท่าไหร่อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ! คุณสามารถกดเงินสดได้ที่ธนาคารใดก็ได้ในอาณาเขตกลาง นอกจากนี้ฉันสามารถปล่อยให้เรื่องของเธอที่เอาชนะอีวานได้ให้จบไป!”

อาจกล่าวได้ว่าจากมุมมองของนายใหญ่เทย์เลอร์ เขาได้ประนีประนอมครั้งใหญ่แล้ว

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอีวานก็โกรธมาก เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “คุณปู่เราสามารถฆ่าเขาได้ เขาหักแขนของผม...”

“หุบปาก!”

ใครจะไปคิดว่านายใหญ่เทย์เลอร์ จะหันกลับมาตวาดเขา “อีวาน แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกทำอะไรไว้บ้าง ความลับของแกคืออะไร? แกรู้แค่ว่าฉันสุขภาพย่ำแย่ไม่เคยออกไปนอกบ้านใช่ไหม? ฉันซูส เทย์เลอร์ ถึงจะแก่แต่ตาฉันไม่ได้บอด นับตั้งแต่ที่แกมีตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัท เรามีผลงานลดลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ฉันเหนื่อยจนฉันขี้เกียจจะด่าแก!”

นายใหญ่พูดต่อว่า “ฉันไม่ใส่ใจที่แกจะทำต่อเซเลน่ายังไง เพราะฉันก็โกรธที่เธอให้กำเนิดลูกของเขา แต่ยังไงก็ตามไคลี เธออายุเพียงแค่สี่ขวบ แกกล้าเอาขนมปังที่แกเหยียบแล้วให้เธอกินได้ยังไง ฉันแทบจะไม่อยากจินตนาการถึงเหตุการณ์เช่นนี้!”

“พ่อ ที่ว่าจะยอมให้เฟนด์จะเอาชนะอีวานได้ เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหม นอกจากสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อหาที่ว่างเปล่าไม่มีหลักฐาน ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะโกหกก็ได้

ธีโอดอร์ เทย์เลอร์ เจ้านายของตระกูลเทย์เลอร์และพ่อของอีวานพูดแทรกขึ้นในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า

“เป็นอย่างนั้นเหรอ? แกกล้าที่จะให้ฉันตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อดูว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ไหม”

คำพูดของนายใหญ่ปิดปากลูกชายของเขาทันที จากนั้นเขากล่าวเสริมว่า “แกมีส่วนสำคัญพฤติกรรมของอีวานในการชอบมั่วสุมกับผู้หญิงที่น่าสงสัยพวกนั้น เขาอยู่ภายใต้การดูแลของแก เราเป็นเพียงชนชั้นสูงขั้นที่สาม ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้เรามาถึงจุดนี้ แกไม่กลัวหรอว่าวันนึงครอบครัวเทย์เลอร์จะพังพินาศลง ด้วยน้ำมือของลูกชายแก”

“คุณปู่ จะเป็นไปได้อย่างไร ผมออกไปดื่มเพื่อพบปะลูกค้าสำหรับงานของเรา!”

อีวานหัวเราะขึ้นมาจากนั้นเขาเอ่ยว่า “บริษัทของเราค่อนข้างไปได้ดีในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ปู่ต้องเชื่อมั้นในตัวผม ปีนี้เราจะทำกำไรมหาศาลเพื่อชดเชยความสูญเสียที่ผ่านมา”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวใจของเฟนด์ก็รู้สึกดีขึ้นมาก

ดูเหมือนว่านายใหญ่เทย์เลอร์ จะไล่เซเลน่าออกไปเนื่องจากความรำคาญของเขาที่เซเลน่าแต่งงานกับคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเช่นเขา

ตลอดระยะเวลาห้าปีผ่านไป ความโกรธของเขาส่วนใหญ่คงจะบรรเทาลง นอกจากนี้เขาอาจติดตามสถานการณ์ของเซเลน่า และไคลีอยู่ตลอด สรุปแล้วนายใหญ่ยังคงดูแลหลานสาวของเขา

“เซ็นชื่อที่นี่ เขียนจำนวนตัวเลขเท่าที่เธอต้องการ! ด้วยเหตุผลนี้จึงไม่มีข้อแม้!
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2455

    ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะโอสถของเขา ทั้งสองคนจะทำอะไรตามต้องการก็ย่อมได้ สิ่งนั้นไม่กระทบอะไรกับเขาเลย“ถึงฉันจะดูแคลนหมอนี่ แต่เขาก็ยังกล้าเสมอ เขาก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง เขาน่าจะผ่านสองขั้นตอนแรกได้อย่างไม่มีปัญหา” เกรย์สันพูดอย่างชัดเจนรูดี้มองไปที่เกรย์สันด้วยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าแล้วตอบว่า "นายดูมั่นใจกับหมอนี่มากเลยนะ ฉันจะคิดว่าทุกครั้งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไปถึงขั้นที่สองก่อนที่เขาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าล้มเหลวขึ้นมา เด็กสารเลวคนนี้จะสู้หน้าเราได้ยังไง”เกรย์สันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่าความโกรธของรูดี้ที่มีต่อเฟนด์นั้นลึกซึ้งกว่าของเขามากดวงตาของรูดี้ลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดเฟนด์มากเพียงใดเกรย์สันหัวเราะอย่างเย็นชา "แล้วมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าเขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ถ้าเขาสามารถควบรวมอักขระทางยาได้ถึงร้อยเม็ดเขาก็น่าจะมาถึงระดับนั้น"หลังจากที่ทั้งสองพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา พวกเขาก็ปิดปากเงียบพร้อม ๆ กับการมองดูเฟนด์โดยไม่พูดอะไรพวกเขามอง

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2454

    ผู้อาวุโสฮอร์สท์กระแอมเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดต่อ “หลังจากที่เธอบ่มเพาะโอสถได้สำเร็จแล้ว ให้นำโอสถมาให้ฉันตรวจสอบ พวกเธอจะมีเวลาในการทดสอบทั้งสิ้นแปดชั่วโมง ถ้าเธอไม่สามารถบ่มเพาะโอสถได้ภายในแปดชั่วโมง ก็จะแปลว่าไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นอย่าได้ช้าเกินไป”พวกเขาทั้งสามพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน หลังจากผู้อาวุโสฮอร์สท์ให้คำแนะนำแล้ว เขาก็จัดให้มีคนงานสองสามคนคอยเป็นคนตรวจ มีผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหลังทั้งสามคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดหลังจากนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็หันกลับมาและไปหาผู้สอบคนอื่น ๆ รูดี้หรี่ตาลง ขณะที่เขาเหลือบมองเฟนด์และพูดว่า "ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะโอสถระดับหกคือขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนแรกก็ไม่ง่ายเช่นกัน ถ้านายรู้ว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเลย ของพวกนี้ล้วนมีราคาค่างวด ต่อให้นายจะขายตัวเองเป็นทาสก็ยังไม่พอให้ซื้อของพวกนี้!”เฟนด์ถอนหายใจออกเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเบื่อเกินกว่าจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายคนนั้นและทุกสิ่งที่จะออกมาจากปากเขา ถึงโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2453

    เกรย์สันหรี่ตาลงขณะที่เขามองเฟนด์ด้วยความโกรธเช่นกัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดูเหมือนว่าวันนี้ นายจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องขายหน้าให้กับตัวเองเท่านั้น"หลังจากพูดจบเกรย์สันก็หันหลังกลับและเงียบไป เสียงความขัดแย้งหยุดลง และทุกคนรอบ ๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันผู้อาวุโสฮอร์สท์มองเฟนด์อย่างมีความหมาย ราวกับว่าเขามองเฟนด์ในมุมมองที่ต่างออกไป ทันใดนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็อยากรู้เรื่องของเฟนด์อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะนั้นเขาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เมื่อเขาเห็นว่าทุกคนได้จับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็โบกมือแล้วพูดว่า "มากับฉัน!"ทุกคนติดตามผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปเป็นกลุ่ม ๆ ผู้อาวุโสฮอร์สท์เข้าไปในเรือวิญญาณ ภายในเรือเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรีบร้อนพวกเขาเดินตามหลังผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปอย่างใกล้ชิด เดินลัดเลาะไปตามทางก่อนจะมาถึงห้องกว้างขวางในที่สุด ห้องกว้างขวางมากจนเรียกได้ว่าห้องโถงเลยทีเดียวทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีของโอสถที่หนาแน่นรอบ ๆ บรรยากาศ พื้นที่ในห้องนี้ใหญ่เกินพอสำหรับพวกเขาแปดสิบคนเฟนด์ประเมินสถานการณ์เล็กน้อย ห้องนี้ใหญ่พอที่จะรองรับคน

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2452

    พวกเขาถาโถมข้อกล่าวหาและดูหมิ่นมามากเกินไป ถึงเขาจะไม่อยากโต้เถียงกับคนพวกนี้ แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ อยู่วันยันค่ำเขามองเข้าไปในดวงตาของรูดี้ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับเขาเป็นเพียงแมลงในสายตาของรูดี้เฟนด์หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วนายได้ยินเสียงสุนัขที่เห่าดังที่สุดแล้วหรือยังล่ะ?”คำพูดเหล่านั้นสามารถเยาะเย้ยทุกคนที่นั่นได้สำเร็จ เขาเปรียบเทียบกิลเบิร์ตกับสุนัขและเย้ยหยันทุกคนที่ฟังสุนัขตัวนั้นเห่า มันทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปกิลเบิร์ตเกือบจะลืมความโกรธของตัวเองไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่ออะไรด้วยซ้ำว่าเฟนด์จะสามารถขจัดคำดูถูกดูแคลนทั้งหมดลงได้ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นกิลเบิร์ตหันกลับมาจ้องมองเฟนด์ด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธเขาอยากจะตะโกนกลับแต่ถูกรองเหรัญญิกปรามไว้ "ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบแล้วสินะ!"ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็ทำให้กิลเบิร์ตไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก กิลเบิร์ตตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ทำให้รองเหรัญญิกขุ่นเคืองอย่างหนักหากเขายังคงยืนกรานที่จะต่อปากต่อคำกับเฟนด์ รองเหรัญญิกอาจจะดึงเขาออกไปจริง ๆ แล้วเขาจะ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2451

    “สมองหมอนั่นจะต้องมีอะไรผิดปกติจริง ๆ นั่นแหละ เขาคิดจริง ๆ หรือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับอีกสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แค่เพราะไปยืนอยู่กลุ่มเดียวกัน? นั่นน่าจะตลกมากเกินไปหน่อยนะ…”“ฉันนึกว่าการทดสอบจะเข้มงวดและจริงจังเสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำเอาฉันขำจนปวดท้องเลยล่ะ…”แอนดรูว์ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกอับอาย รองเหรัญญิกโกรธจนตัวสั่นหลังจากได้ยินคำพูดของกิลเบิร์ต เขานึกอยากจะพุ่งตัวไปไปตบกิลเบิร์ตสักสองสามครั้งกิลเบิร์ตเพิกเฉยต่อชื่อเสียงของวิมานโอสถอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาแทบอยากจะมุดดินหนี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นความอัปยศอดสูที่วิมานโอสถไม่อาจจำกัดทิ้งได้รองเหรัญญิกตะโกนออกไปว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้! นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ถ้าไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบ ก็ไสหัวไปซะ!"รองเหรัญญิกโกรธมาก ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูอดสูอย่างไม่น่าเชื่อ เขายังคิดจะฆ่ากิลเบิร์ตให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้นก็ทำให้กิลเบิร์ตตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดไปถึงกระนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะถอนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมา เขากระแอมเบา ๆ ก่อนที่จะรีบหันศีรษะไปซ้ายทีขวาที อย่างไม่กล้

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2450

    ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ารองเหรัญญิกว่าโอสถระดับหกหมายถึงสิ่งใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิมานโอสถรับบัณฑิตมาจำนวนนับไม่ถ้วน แต่มีไม่มากนักที่จะได้กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกจริง ๆคอนสแตนซ์ยิ้มอย่างมีความหมายขณะที่เขาเอ่ยถาม "รองเหรัญญิกคนนี้มีความสามารถหลากหลายจริง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิมานโอสถจะมีอัจฉริยะกับเขาด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"ริมฝีปากของรองเหรัญญิกกระตุก เขาต้องการอธิบายตัวเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าเฟนด์ไม่สามารถสกัดโอสถระดับหกได้ และมีเพียงพรสวรรค์ในการสร้างอักขระทางยาเท่านั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ และทุกคนคงจะหัวเราะเยาะวิมานโอสถเป็นแน่แต่ถ้าเขายังคงดื้อรั้นต่อไป พอถึงเวลาต้องบ่มเพาะโอสถ เฟนด์ก็จะเปิดเผยความจริงข้อนั้นออกมา เมื่อนั้นความอัปยศอดสูก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเขาถึงกับมือสั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกำแพงอีกสองด้าน ทุกคนคิดว่ารองเหรัญญิกกำลังวางแผนที่จะใช้ความเงียบเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นกับตาว่ารองเหรัญญิกไม่ตอบอะไรออกมาแต่ทว่าคอนสแตนซ์คล้ายกับจะไม่เ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1684

    เฟนด์และคนอื่น ๆ เตรียมที่จะพักผ่อนในขณะที่ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงหลังจากจัดให้มีคนสองสามคนผลัดกันเฝ้ายามแล้ว แนชและคนอื่น ๆ ก็เริ่มฝึก ไม่มีใครปล่อยให้โอกาสนี้เสียเปล่าเนื่องจากในป่าผืนนี้อันตรายและแม้แต่สัตว์อสูรที่อยู่ระดับเทพสูงสุด นอกจากนั้น ในบริเวณนั้นยังมีพลังฉีที่เข้มข้น และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1678

    เซเลน่ารู้สึกประทับใจเมื่อเห็นท่าทีร้อนใจของดาเนียลล่า เธอสัมผัสได้เลยว่าดาเนียลล่าชื่นชอบเฟนด์เพียงใดและเป็นเด็กดีที่มีจิตใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริงเซเลน่ายิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “อย่ากังวล ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ยังไงไคลี่ก็ยังรอให้ฉันกลับบ้าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อที่

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1632

    ฮึ่ม!เมื่อวางลูกบอลหินลูกแรกลงในรูนั้นม่านป้องกันสีฟ้าก็สั่นจนสังเกตได้ และสีของหน้าจอก็เข้มมาหขึ้น“มีบางอย่างเกิดขึ้น! มีดูได้ผลจริง ๆ! ฮ่า ฮ่า… เยี่ยมมาก! พวกปรมาจารย์ที่เข้าไปในม่านป้องกันสีฟ้านี้จะต้องมีสิ่งที่ดีกว่าข้างนอกนี้แน่ มิฉะนั้นพวกเขาคงพากันออกมาแล้ว” หนึ่งในนั้นหัวเราะอย่างร่าเริงขณะท

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 1728

    อาเธอร์ขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเขาไม่อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใจอะไรได้เขาพูดขึ้นหลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง “นั่นเป็นจำนวนที่มาก และแม้ว่าพวกคุณหลายคนจะเสียชีวิตไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมากกว่าหลักร้อยหรือหลักพัน แต่ก็ยังถือว่ามีกันมากอยู่ดี ถ้ามีแค่พวกคุณ เราจะสามารถแจ้งหัวหน้าป้อมปร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status