Share

บทที่ 17

Penulis: โมเนโต้
ขณะที่เจมส์ได้ฟังสิ่งที่พนักงานพูด เขาก็ไม่สามารถกลั้นหัวเราะอย่างขมขื่นได้ “เทพเจ้าแห่งสงครามอยู่เหนือการควบคุมของเราและมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น” เขากล่าว “ไม่ต้องพูดถึง นี่คือเทพเจ้าแห่งสงครามหญิง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบและไม่ชอบอะไร!”

เขาหยุดพูดเมื่อหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เขากล่าวต่อว่า “ฉันกลัวว่าผู้อิทธิพลส่วนมากไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการพูดเยินยอให้แก่เทพแห่งสงคราม เมื่อเธอกลับมา โชคดีที่เราได้เรียนรู้จากการต่อสู้ของเธอในวันนี้มากมายและดูเหมือนว่าผู้อิทธิพลอื่น ๆ จะไม่รู้อะไรเลย”

ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเขาพยักหน้าและพูดว่า "ของขวัญที่เราส่งไปให้ เทพเจ้าแห่งสงครามลาน่า เธอรับหรือไม่"

“เฮ้อ ... ก็ยังไม่เลว เธอยอมรับการต้อนรับที่เราจัดให้เธอ แต่สำหรับเงินมันต่างกัน เธอไม่ได้สนใจมันเลย!”

เจมส์หัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “ลาน่าดูเหมือนจะไม่ชอบเวลาที่มีคนพยายามประจบเธอ ไม่ต้องพูดถึงเราเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องหว่านล้อมเธออย่างไร”

ชายวัยกลางคนยังคงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็แปล่งประกายในขณะที่เขาพูดว่า “นายท่านคนคุณหมายถึงตั้งแต่ตอนนั้นคือเฟนด์ เขาคนนั้นค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับลาน่า สิ่งที่เราต้องทำก็แค่เพียงแค่พูดถึงเฟนด์เท่านั้น ในทางกลับกันนี่จะเป็นวิธีการประจบเทพแห่งสงครามทางอ้อม ดังนั้นถ้าหากเทพแห่งสงครามให้การสนับสนุนแก่ตระกูลเดรกของเรา ในอนาคตสิ่งนี้จะไม่ทำให้ธุรกิจของเรามั่นคงมากขึ้นหรือ?”

เจมส์พยักหน้าช้า ๆ และตอบว่า “ใช่ เด็กน้อยคนนั้นสามารถขึ้นรถคันเดียวกันกับลาน่าได้ เมื่อพวกเขากลับมา สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยเฟนด์ เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังดึงดูดลาน่าด้วย!”

“เยี่ยมไปเลย!”

เขาตั้งชื่อเล่นให้ชายวัยกลางคนนี้ว่า สเปกเตอร์เฟซ และเขาได้เป็นหนึ่งในสามผู้พิทักษ์หลักในตระกูลเดรก ด้วยรอยยิ้มที่ฝังอยู่บนใบหน้าของเขา จากนั้นเขาก็พูดว่า “อืม เทพแห่งสงครามคนนี้เป็นผู้หญิง และจากที่ฉันเห็น เธอเคี้ยวไม่ไม่ง่ายเลย...” เจมส์ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำพูดนั้น “สเปกเตอร์เฟซ” เขาเริ่ม“ คุณไม่คิดที่จะทำให้เธอเป็นผู้หญิงของคุณตอนนี้ใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นควรเก็บความคิดเหล่านั้นไว้กับตัวเองดีที่สุด หากคุณทำให้เธอขุ่นเคืองและเทพแห่งสงครามจะโกรธเพียงตระกูลเดรกของเราเท่านั้น แต่เมืองทั้งหมดจะกลายเป็นทะเลแห่งเลือดภายในคืนเดียว!”

สเปกเตอร์เฟซ หัวเราะอย่างขมขื่นขณะที่เขาพูดว่า “นายท่านผมจะกล้าคิดแบบนั้นได้ยังไง? นอกจากนี้ สเปกเตอร์เฟซ ไม่ใช่คนประเภทที่จะเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิงเพียงเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตของตัวเองแน่นอนใช่ไหม? ผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเองคือคนที่สเปกเตอร์เฟซจะเป็นคนแรกที่ดูถูก!”

เมื่อกล่าวคำพูดนั้นสเปกเตอร์เฟซ ก็อธิบายว่า “ที่ผมหมายถึงคือตอนนี้เฟนด์ไม่ใช่ผู้ชายของลาน่าหรอกเหรอ? บางทีอาจจะมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด! นอกจากนี้พวกเขายังรู้จักกันมานานมากแล้วตั้งแต่เข้าร่วมสงครามและพวกเขาเจอกันบ่อยมาก...”

“ฮ่า ๆ...มีความเป็นไปได้มาก เมื่อสังเกตจากพฤติกรรมของทั้งคู่ ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะมีใบหน้าเย็นชาเหมือนกัน พวกเขาสามารถจุดประกายความโรแมนติกต่อกันได้หรือไม่นะ?”

เจมส์หัวเราะเบา ๆ และหลังจากนั้นก็พูดต่อ “ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ลองดูสิ ไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นคนในทีมของลาน่าหรือไม่ เราต้องรีบเข้าหาพวกเขา สิ่งนี้จะทำให้ความผูกพันของเรากับเทพแห่งสงครามแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น!”

"ไม่มีปัญหา เมื่อเร็ว ๆ นี้ทหารผ่านศึกจำนวนมากกำลังจะเกษียณอายุกลับมาในเมืองของเรา นอกจากนี้ยังมีทหารระดับสูงและประสบความสำเร็จในหมู่พวกเขา ไปเยี่ยมพวกเขาและให้มองหาเพื่อนหรือคนรู้จักกับเฟนด์”

สเปกเตอร์เฟซ พยักหน้าตามเขาพูดว่า “ตอนที่เจ้านายพูดถึงเรื่องนี้ผมเริ่มสนใจเจ้าเด็กนั่นแล้ว! ผมหวังว่าเขาจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง!”

“ฮ่า ๆ ดี! ฉันจะรอข่าวดี!”

เจมส์พูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ

ในขณะนี้ ภายในห้องหนึ่งในบ้านตระกูลคลาร์ก เคนกำลังเดือดดาล เขาจ้องไปที่แดนยืนอยู่ตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยวและตะคอกว่า “นี่มันหมายความว่ายังไงแดน? ทำไมคุณไม่สอนบทเรียนให้ไอ้เด็กเหลือขอเฟนด์ล่ะ ไม่เพียงแค่นั้น แต่แกกลับพาฉันกลับด้วย แกมีความคิดบ้างไหมว่ามันทำให้ฉันอับอายหรือไม่”

ในขณะที่เขาพูดเขาชี้ไปที่ปากของเขาและพูดว่า “ดูสิฟันของฉันถูกทุบจนหมดแล้ว ไอ้เสารเลว! อีกนานแค่ไหนที่ เคน คลาร์กคนนี้ต้องทนพบกับความอัปยศอดสูเช่นนี้!”

“นายหนุ่มคนนี้ ไม่ได้เป็นผู้ชายเรียบง่ายอย่างที่คิด ฉันคงไม่เหมาะกับเขา!”

แดนขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เขาสังหารมังกรดำ ผมได้รับการบอกเล่าจากพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พวกเขาไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรลงไปบ้างในตอนนั้น!”

“นั่นเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม? เราไม่มีกล้องวงจรปิด? ทำไมเราถึงไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร”

หลังจากที่เคนได้ยินสิ่งที่เขาพูดสีหน้าของเขาก็ไม่เชื่อ

“ผมได้ไปตรวจสอบแล้วและยังทำให้ภาพช้าลงทั้งหมดนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย!”

แดนหัวเราะเบา ๆ และกล่าวเสริมว่า “แต่เรารู้ว่าเขาถูกเจาะเข้าไประหว่างคิ้วโดยตรง เราพบเข็มเงินที่บางมากบนเสาในเวลานั้น ยิ่งไปกว่านั้นเข็มเงินถูกแทงทะลุเสาอย่างสมบูรณ์ มีเพียงหนึ่งถึงสองมิลลิเมตรที่เผยออกมากให้เห็นจากเสาหิน!”

เคนเจ้านายหนุ่มหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ล้อเล่นใช่ไหม? แกกำลังบอกฉันว่าหลังจากที่คนคนหนึ่งถูกเจาะศีรษะมันก็ทะลุเสาหินด้วยและสิ่งที่เหลืออยู่ก็เผยออกมาด้านนอกเล็กน้อย? ช่างเป็นความเร็วที่เหลือเชื่อและความแข็งแกร่งที่บ้าเกินไป!

“นิ้วนี้ของฉัน ฉันแพ้พนันให้เขาและฉันก็ตัดมันออกไป! คนนี้น่ากลัวเกินไป! เจ้านายไม่ควรล่วงเกินชายหนุ่มคนนี้ คุณเข้าใจไหม”

แดนยกมือขึ้นและพูดว่า “การงัดข้อกับเขาทำให้รู้สึกเหมือนฉันเป็นเพียงแค่มดเมื่อเทียบกับเขาที่เต็มไปด้วยพละกำลัง”

“นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม มีใครที่มีอำนาจในโลกนี้? คุณมีพลังเหลือเชื่ออยู่แล้ว เขาจะมีพลังมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับคุณ”

เคนตะลึงไปหมด ถ้าเป็นเช่นนั้นการได้เซเลน่าจะเป็นแค่ความฝันหรือไม่?

“ใช่นี่เป็นครั้งแรกสำหรับฉันที่ได้พบใครบางคนที่มีพลังมหาศาลขนาดนี้!”

แดนเสียใจ และไปอย่างรวดเร็ว

นายน้อยเคนนั่งลงบนพื้นหลังจากที่แดนออกไป ช่วงเวลาที่เขาคิดถึงเซเลน่าที่งดงาม หัวใจของเขารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

“ไอ้เวร ฉันไม่เชื่อ พวกเราตระกูลคลาร์กเป็นตระกูลใหญ่อันดับสองของเมืองนี้ มันจะยากแค่จะจับตัวผู้หญิงเพียงคนเดียวไม่ได้?”

เคนกำหมัดแน่นในขณะที่แววแห่งความมุ่งมั่นฉายแววมุ่งมั่นในดวงตา เขากล่าวว่า“ เซเลน่า เทย์เลอร์ ฉันจะทำทุกอย่างให้เธอมานอนบนเตียงของฉันอย่างเชื่อฟัง!”

ในขณะนี้เฟนด์ เซเลน่าและคนอื่น ๆ ได้ออกจากบ้านของตระกูลเทเลอร์แล้ว

“เฟนด์ สิ่งเหล่านั้นเป็นคำพูดที่แกพูดก่อนหน้านี้ด้วยตัวแกเอง ฉันไม่สนใจอะไร ถ้าแกไม่หาเงินสิบล้านเหรียญให้ฉันในวันเกิดอายุครบรอบเจ็ดสิบปีการเป็นลูกเขยของตระกูลเรามันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!”

เมื่อพวกเขาเพิ่งออกจากประตู ฟีโอน่าไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้พูดอย่างโกรธ ๆ ได้ว่า “คุณได้เห็นแล้วว่าเซเลน่าของเราพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เหมือนอย่างเคย แม้แต่นายน้อยวิลสันก็ยังพูดเอง สิ่งที่เซเลน่าต้องทำคือก้มหัวให้เงินห้าสิบล้านเหรียญจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา”

“ไม่ต้องกังวลนะแม่ ทุกสิ่งที่ เฟนด์ วู๊ด พูดขึ้นได้ดึงฉันออกจากความสิ้นหวังได้ง่ายดาย”

เฟนด์หัวเราะอย่างขมขื่นขณะมองไปที่คู่สามีภรรยาสูงอายุ จากนั้นเขากล่าวเสริมว่า “ถูกต้องแม่และพ่อ คุณทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างประหยัดในช่วงห้าปีที่ผ่านมาดังนั้นขอพาพวกคุณออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่สักสองสามชุดในเวลานี้ มันเป็นสิ่งเล็กน้อยจากผมในฐานะลูกเขย!”

“ลืมมันซะ ฉันกลัวว่าเสื้อผ้าราคาถูกที่แกซื้อจะทำให้ฉันอับอายคนในสังคม จะดีกว่าแกจะไม่ซื้ออะไรให้ฉันมากไปกว่าการไส่หัวไป ฉันใส่แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนม!”

ฟีโอน่าสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่อยู่ในมือเซเลน่า เธอคว้ามันทันทีก่อนที่เธอจะเดินไปที่ทะเลสาบใกล้ ๆ ไม่ไกลจากที่นั่นและโยนมันลงไปทันที “เธอไม่ควรคุณค่าในตัวเองแบบนี้หรอกเธอตะคอก” “เธอเป็นผู้หญิงของตระกูลเทย์เลอร์ เราต้องรักษาความภาคภูมิใจแม้ว่าเราจะยากจน แต่ของเลียนแบบนั้นเป็นสิ่งที่มาไม่คู่ควรจะสวมใส่!”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2455

    ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะโอสถของเขา ทั้งสองคนจะทำอะไรตามต้องการก็ย่อมได้ สิ่งนั้นไม่กระทบอะไรกับเขาเลย“ถึงฉันจะดูแคลนหมอนี่ แต่เขาก็ยังกล้าเสมอ เขาก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง เขาน่าจะผ่านสองขั้นตอนแรกได้อย่างไม่มีปัญหา” เกรย์สันพูดอย่างชัดเจนรูดี้มองไปที่เกรย์สันด้วยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าแล้วตอบว่า "นายดูมั่นใจกับหมอนี่มากเลยนะ ฉันจะคิดว่าทุกครั้งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไปถึงขั้นที่สองก่อนที่เขาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าล้มเหลวขึ้นมา เด็กสารเลวคนนี้จะสู้หน้าเราได้ยังไง”เกรย์สันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่าความโกรธของรูดี้ที่มีต่อเฟนด์นั้นลึกซึ้งกว่าของเขามากดวงตาของรูดี้ลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดเฟนด์มากเพียงใดเกรย์สันหัวเราะอย่างเย็นชา "แล้วมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าเขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ถ้าเขาสามารถควบรวมอักขระทางยาได้ถึงร้อยเม็ดเขาก็น่าจะมาถึงระดับนั้น"หลังจากที่ทั้งสองพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา พวกเขาก็ปิดปากเงียบพร้อม ๆ กับการมองดูเฟนด์โดยไม่พูดอะไรพวกเขามอง

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2454

    ผู้อาวุโสฮอร์สท์กระแอมเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดต่อ “หลังจากที่เธอบ่มเพาะโอสถได้สำเร็จแล้ว ให้นำโอสถมาให้ฉันตรวจสอบ พวกเธอจะมีเวลาในการทดสอบทั้งสิ้นแปดชั่วโมง ถ้าเธอไม่สามารถบ่มเพาะโอสถได้ภายในแปดชั่วโมง ก็จะแปลว่าไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นอย่าได้ช้าเกินไป”พวกเขาทั้งสามพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน หลังจากผู้อาวุโสฮอร์สท์ให้คำแนะนำแล้ว เขาก็จัดให้มีคนงานสองสามคนคอยเป็นคนตรวจ มีผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหลังทั้งสามคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดหลังจากนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็หันกลับมาและไปหาผู้สอบคนอื่น ๆ รูดี้หรี่ตาลง ขณะที่เขาเหลือบมองเฟนด์และพูดว่า "ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะโอสถระดับหกคือขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนแรกก็ไม่ง่ายเช่นกัน ถ้านายรู้ว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเลย ของพวกนี้ล้วนมีราคาค่างวด ต่อให้นายจะขายตัวเองเป็นทาสก็ยังไม่พอให้ซื้อของพวกนี้!”เฟนด์ถอนหายใจออกเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเบื่อเกินกว่าจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายคนนั้นและทุกสิ่งที่จะออกมาจากปากเขา ถึงโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2453

    เกรย์สันหรี่ตาลงขณะที่เขามองเฟนด์ด้วยความโกรธเช่นกัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดูเหมือนว่าวันนี้ นายจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องขายหน้าให้กับตัวเองเท่านั้น"หลังจากพูดจบเกรย์สันก็หันหลังกลับและเงียบไป เสียงความขัดแย้งหยุดลง และทุกคนรอบ ๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันผู้อาวุโสฮอร์สท์มองเฟนด์อย่างมีความหมาย ราวกับว่าเขามองเฟนด์ในมุมมองที่ต่างออกไป ทันใดนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็อยากรู้เรื่องของเฟนด์อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะนั้นเขาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เมื่อเขาเห็นว่าทุกคนได้จับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็โบกมือแล้วพูดว่า "มากับฉัน!"ทุกคนติดตามผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปเป็นกลุ่ม ๆ ผู้อาวุโสฮอร์สท์เข้าไปในเรือวิญญาณ ภายในเรือเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรีบร้อนพวกเขาเดินตามหลังผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปอย่างใกล้ชิด เดินลัดเลาะไปตามทางก่อนจะมาถึงห้องกว้างขวางในที่สุด ห้องกว้างขวางมากจนเรียกได้ว่าห้องโถงเลยทีเดียวทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีของโอสถที่หนาแน่นรอบ ๆ บรรยากาศ พื้นที่ในห้องนี้ใหญ่เกินพอสำหรับพวกเขาแปดสิบคนเฟนด์ประเมินสถานการณ์เล็กน้อย ห้องนี้ใหญ่พอที่จะรองรับคน

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2452

    พวกเขาถาโถมข้อกล่าวหาและดูหมิ่นมามากเกินไป ถึงเขาจะไม่อยากโต้เถียงกับคนพวกนี้ แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ อยู่วันยันค่ำเขามองเข้าไปในดวงตาของรูดี้ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับเขาเป็นเพียงแมลงในสายตาของรูดี้เฟนด์หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วนายได้ยินเสียงสุนัขที่เห่าดังที่สุดแล้วหรือยังล่ะ?”คำพูดเหล่านั้นสามารถเยาะเย้ยทุกคนที่นั่นได้สำเร็จ เขาเปรียบเทียบกิลเบิร์ตกับสุนัขและเย้ยหยันทุกคนที่ฟังสุนัขตัวนั้นเห่า มันทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปกิลเบิร์ตเกือบจะลืมความโกรธของตัวเองไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่ออะไรด้วยซ้ำว่าเฟนด์จะสามารถขจัดคำดูถูกดูแคลนทั้งหมดลงได้ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นกิลเบิร์ตหันกลับมาจ้องมองเฟนด์ด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธเขาอยากจะตะโกนกลับแต่ถูกรองเหรัญญิกปรามไว้ "ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบแล้วสินะ!"ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็ทำให้กิลเบิร์ตไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก กิลเบิร์ตตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ทำให้รองเหรัญญิกขุ่นเคืองอย่างหนักหากเขายังคงยืนกรานที่จะต่อปากต่อคำกับเฟนด์ รองเหรัญญิกอาจจะดึงเขาออกไปจริง ๆ แล้วเขาจะ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2451

    “สมองหมอนั่นจะต้องมีอะไรผิดปกติจริง ๆ นั่นแหละ เขาคิดจริง ๆ หรือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับอีกสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แค่เพราะไปยืนอยู่กลุ่มเดียวกัน? นั่นน่าจะตลกมากเกินไปหน่อยนะ…”“ฉันนึกว่าการทดสอบจะเข้มงวดและจริงจังเสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำเอาฉันขำจนปวดท้องเลยล่ะ…”แอนดรูว์ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกอับอาย รองเหรัญญิกโกรธจนตัวสั่นหลังจากได้ยินคำพูดของกิลเบิร์ต เขานึกอยากจะพุ่งตัวไปไปตบกิลเบิร์ตสักสองสามครั้งกิลเบิร์ตเพิกเฉยต่อชื่อเสียงของวิมานโอสถอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาแทบอยากจะมุดดินหนี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นความอัปยศอดสูที่วิมานโอสถไม่อาจจำกัดทิ้งได้รองเหรัญญิกตะโกนออกไปว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้! นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ถ้าไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบ ก็ไสหัวไปซะ!"รองเหรัญญิกโกรธมาก ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูอดสูอย่างไม่น่าเชื่อ เขายังคิดจะฆ่ากิลเบิร์ตให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้นก็ทำให้กิลเบิร์ตตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดไปถึงกระนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะถอนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมา เขากระแอมเบา ๆ ก่อนที่จะรีบหันศีรษะไปซ้ายทีขวาที อย่างไม่กล้

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2450

    ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ารองเหรัญญิกว่าโอสถระดับหกหมายถึงสิ่งใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิมานโอสถรับบัณฑิตมาจำนวนนับไม่ถ้วน แต่มีไม่มากนักที่จะได้กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกจริง ๆคอนสแตนซ์ยิ้มอย่างมีความหมายขณะที่เขาเอ่ยถาม "รองเหรัญญิกคนนี้มีความสามารถหลากหลายจริง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิมานโอสถจะมีอัจฉริยะกับเขาด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"ริมฝีปากของรองเหรัญญิกกระตุก เขาต้องการอธิบายตัวเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าเฟนด์ไม่สามารถสกัดโอสถระดับหกได้ และมีเพียงพรสวรรค์ในการสร้างอักขระทางยาเท่านั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ และทุกคนคงจะหัวเราะเยาะวิมานโอสถเป็นแน่แต่ถ้าเขายังคงดื้อรั้นต่อไป พอถึงเวลาต้องบ่มเพาะโอสถ เฟนด์ก็จะเปิดเผยความจริงข้อนั้นออกมา เมื่อนั้นความอัปยศอดสูก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเขาถึงกับมือสั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกำแพงอีกสองด้าน ทุกคนคิดว่ารองเหรัญญิกกำลังวางแผนที่จะใช้ความเงียบเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นกับตาว่ารองเหรัญญิกไม่ตอบอะไรออกมาแต่ทว่าคอนสแตนซ์คล้ายกับจะไม่เ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 906

    “เมืองนางแอ่น?” ธีโอดอร์ตกใจเมื่อรู้จุดหมายปลายทาง เขาไม่คิดว่าเฟนด์จะตัดสินใจมุ่งหน้าไปทางเหนือ ไปทางเมืองจิน เมืองนางแอ่นนั้นอยู่ใกล้กับเมืองจิน! ตระกูลแลมเบิร์ตเป็นตระกูลที่โด่งดังในเมืองจิน พวกเขาจะเอาตัวเองไปเสิร์ฟบนจาน ถ้าพวกเขาไปมุ่งหน้าไปที่นั่น “เอาจริงเหรอ? เฟนด์ มันจะดีกว่าไหมถ้าเราหนีไปใ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 896

    เฟนด์ตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินสิ่งที่ลาน่าพูด “เธอพูดจริงเหรอ? เกล็ดมังกร?” เขาถามอย่างตื่นเต้น “มันคือเกล็ดมังกรจริง ๆ เหรอ?” “ใช่แล้ว! ฉันใช้เวลานานมากในการติดตามข่าวลือของมัน แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าใครรู้เรื่องนี้บ้าง ที่สำคัญคือมันเกิดขึ้นแล้ว!” ลาน่าก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน “มันคงจะวิเศษมากถ้าคุณได้สิ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 883

    “หมอนั่นเป็นแค่หมอจริง ๆ รึเปล่า?” อีวานเดินออกมาจากเกาะพร้อมกับซีน่า เธอคิด ก่อนจะจุดไฟเผาเกาะทั้งเกาะ“เราจะทิ้งร่องรอยอะไรไว้ไม่ได้ ไม่งั้น นายท่านตระกูลคลาร์ก กับนายท่านตระกูลฮิวโก้จะต้องตามผมมาแน่ ๆ หลังจากที่อ่านข้อความบนมือถือของพวกเขา!” อีวานคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดต่อ “ถ้าพวกเ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 908

    “ฉันว่าแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน! ตราบใดที่มีอาหารดี ๆ และมีที่ให้ฉันนอน ฉันก็พอใจแล้ว!”ลาน่ายอมรับคำแนะนำของเฟนด์พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข นั่นทำให้ทุกคนประหลาดใจ“ท่านลาน่า ท่านเป็นเทพีสงครามที่เรียกร้องน้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา!”อีกด้าน สกายเลอร์กลับหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างร่าเริงสุด ๆ“จริงสิ เรื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status