Masuk“ขอบคุณมากนะปก ที่จริงไม่เห็นต้องขับรถตามมาส่งเราเลย”
หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ เพื่อนๆ ของเธอก็ชวนไปร้องคาราโอเกะต่อ เธอเผลอติดลมเพลินจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีก็สองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว
“ไม่ให้ขับตามได้ไง อย่าลืมสิว่าวันนี้เหมยดื่มไวน์ไปหลายแก้วเลยนะ ขืนเราปล่อยให้เหมยขับกลับคนเดียว มีหวังเป็นห่วงแย่”
คณานางยิ้มให้เพื่อนสนิท ปรมัตถ์แสนดีกับเธอเสมอ “ขอบใจนะ ปกเองก็กลับบ้านได้แล้ว ขับรถกลับดีๆ ด้วย ถึงแล้วไลน์บอกเราด้วยนะ”
“ครับผม แต่เดี๋ยวเรารอให้เหมยขับรถเข้าบ้านก่อน แล้วเราค่อยกลับ อยากเห็นว่าเหมยของเราปลอดภัยจริงๆ”
ปกติปรมัตถ์ไม่เคยพูดอะไรเช่นนี้กับคณานาง ด้วยกลัวว่าจะทำให้เจ้าหล่อนอึดอัดจนตีตัวออกห่าง แต่คงเพราะแอลกอฮอล์ที่วิ่งพล่านอยู่ในสายเลือดกระมัง ถึงทำให้คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนที่ตัวเองแอบรัก ถึงได้ อ้าปากพูดอะไรแบบนั้นออกไป
แม้จะรู้สึกตะหงิดใจกับคำพูดของปรมัตถ์ แต่กระนั้นคณานางก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะรู้ดีว่าพื้นฐานนิสัยของชายหนุ่มเป็นคนดี เขาคงปฏิบัติเช่นนี้กับทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่เธอ
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวนี้เยอะนะเรา” เธอย่นจมูกใส่คนตัวสูง
ปรมัตถ์เห็นท่าทางน่ารักๆ ของหญิงสาวแล้วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปโคลงศีรษะของเจ้าหล่อน “มันเขี้ยวจริงโว้ย ไปๆ เอารถเข้าบ้านแล้วล็อกรั้วให้เรียบร้อย ปกจะรออยู่ตรงนี้”
“ได้ค่ะคุณปกป้อง สั่งเก่งจริงวุ้ย”
หากเป็นคนอื่นมอง คงมองว่าคนทั้งคู่หยอกล้อกันตามประสาคู่รัก มันคงน่ารักน่าเอ็นดูมากในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับอิชย์.. ไม่!
ภาพตรงหน้ามันยิ่งกว่าหอกแหลมที่พุ่งมาทิ่มแทงกลางหัวใจ ร่างกายกำยำแน่นหนั่นสั่นเทาด้วยว่าโกรธจัด เขาผลักประตูให้เปิดออกแล้วพาตัวเองลงจากรถ อิชย์กระแทกปิดประตูรถเสียงดัง
แน่นอน! เขาต้องการให้ไอ้เด็กหน้าอ่อนนั่นหันมาสนใจ และมันได้ผล ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตา หล่อเหลา ผิวขาวสะอาด มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าคงไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นคณานางคงไม่คั่วด้วยหรอก
เรียวปากบางแสยะยิ้ม อิชย์เดินตรงดิ่งไปยังจุดที่ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะมันคือบริเวณหน้าบ้านที่มีชื่อเขาเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรม
แม้ว่าอิชย์จะเคยสั่งให้คณานางปิดปากเงียบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง แต่วันนี้ตัวเขาเองต้องการประกาศให้ไอ้หนุ่มนักศึกษานั่นรู้ว่าคณานางเป็นของใคร
อิชย์เดินดุ่มตรงไปยังปรมัตถ์ด้วยใจฮึกห้าว เพียงแค่คิดถึงตอนที่ตัวเขาได้พูดตอกหน้าไอ้บ้านั่นว่าคณานางมีเขาเป็นเจ้าของ อารมณ์เดือดดาลก็พลันมลายหายไป เหลือเพียงความสะใจที่ก่อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความสัมพันธ์ลับๆ ปกปิดแค่กับสังคมคนรอบข้างเขาก็พอ ส่วนคนวงนอกอย่างไอ้หน้าอ่อนนั่น อิชย์คิดว่าเขาสมควรบอกให้มันรู้ จะได้เลิกยุ่งกับของของเขาเสียที
ปรมัตถ์ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ เขามองชายหนุ่มที่เดินตรงมาทางที่ตัวเองยืนอยู่แล้วจำได้ทันทีว่าวันนี้เห็นผู้ชายคนนี้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับคีรติที่ร้านอาหาร และยังจำได้อีกว่าเมื่อไม่นานมานี้ ลูกพี่ลูกน้องของเขาพึ่งเอารูปถ่ายของนายแพทย์อิชย์ให้มาอวด พร้อมแนะนำว่าเป็นชายคนรักของเธอ แล้วทำไมตอนนี้อิชย์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ บ้านเขาอยู่แถวนี้งั้นหรือ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
“กลับบ้านได้แล้วค่ะคุณปกขา อิฉันปลอดภัยสบายหายห่วงแล้วค่ะ” เธอพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสนิท เพราะมัวแต่มองปรมัตถ์ จึงไม่เห็นสายตาอีกคู่ที่มองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เหมย! ไปไหนมา ทำไมกลับมาเอาป่านนี้” เขาตะคอกถามหญิงสาว
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







