เข้าสู่ระบบความฉลาดและเฉลียวทำให้ปรมัตถ์เลือกเก็บงำความสงสัยรวมทั้งเรื่องที่ว่าเขานั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของทันตแพทย์หญิงคีรติเอาไว้เงียบๆ แต่ถึงอย่างไรชายหนุ่มไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปแน่นอน เขาต้องหาทางรู้ความจริงแล้วช่วยดึงคณานางออกมาจากอิชย์ให้ได้ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้
“ขอบคุณนะที่มาส่ง.. เมีย เอ๊ย! เหมยของผม วันนี้ดึกแล้ว บ้านเราไม่สะดวกรับแขก คุณคงไม่ว่าอะไรนะถ้าผมจะเชิญคุณกลับ”
สถานะที่อิชย์พยายามย้ำชัดให้รู้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธจนอยากกระชากผู้ชายตรงหน้ามาชกเสียให้เข็ด ทั้ง สีหน้าและแววตาของอิชย์ มันดูไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด กลางวันอยู่กับคีรติ ตกกลางคืนมาหาผู้หญิงอีกคน ผู้ชายคนนี้สารเลวจนเขาไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ไอ้ชั่วเอ้ย!
ปรมัตถ์สบถในใจ
ปรมัตถ์พยายามอดทนไม่สวนอิชย์กลับ สำหรับเขาแล้วการใช้กำลังไม่ใช่ทางออก “ไม่เป็นไรหรอกครับ เหมยเป็นเพื่อนสนิทผม เรื่องแค่นี้ผมทำให้ได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้ก็ดึกมากอย่างที่คุณว่า คงไม่ดีนักหากปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ขับรถกลับคนเดียว เพราะอันตรายมักจะอยู่รอบตัวเราเสมอ ว่าไหมครับคุณหมออิชย์” ปรมัตถ์พูดจบแล้วส่งยิ้มบางเบาให้คนตรงหน้า
คิ้วหนากระตุกเมื่อได้ยินปรมัตถ์เรียกชื่อตัวเอง ความสงสัยก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไอ้หน้าอ่อนนี่รู้จักชื่อเขาได้ยังไง อิชย์ค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่ได้มาจากการบอกเล่าของคณานางอย่างแน่นอน เพราะเขาย้ำเตือนเจ้าหล่อนเสมอว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนห้ามบอกให้ใครล่วงรู้ และเธอก็เป็นเด็กดีทำตามคำสั่งตลอดมา
“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ” เขาถามเสียงเครียด ที่กล้าเปิดเผยสถานะของตัวเองกับคณานาง ก็เพราะคิดว่าปรมัตถ์ไม่ใช่คนในแวดวง แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงกลับเกิดขึ้น ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าเขา.. พลาด
ปรมัตถ์แสยะยิ้มอย่างที่อิชย์ชอบทำ “ครับ ผมรู้จักคุณ พอดีผมรู้จักคนที่รู้จักคุณน่ะครับ เขาเคยเอารูปคุณให้ผมดู”
“ใคร?”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ดวงตาที่เคยแสดงออกชัดว่าสาแก่ใจกลายเป็นเครียดเขม็ง ปรมัตถ์เห็นร่องรอยความหวาดหวั่นในสายตาคู่นั้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขารู้อะไรได้หลายอย่าง
“ผมว่าตอนนี้ก็ดึกแล้ว คงไม่รบกวนคุณกับเหมย ขอตัวกลับก่อนนะครับ” เขาหันหลังแล้วเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ชายหนุ่มไม่แม้แต่กล่าวลาคณานาง ด้วยว่ายังทำใจกับเรื่องราวที่รับรู้ไม่ได้ เขาขอเวลาสักพัก เมื่อตั้งหลักได้ เขาจะกลับมาเป็นปกป้องคนเดิมของเหมยอีกครั้ง แต่เวลานี้.. ยังไม่พร้อมจริงๆ
ปริศนาที่ปรมัตถ์ทิ้งไว้ สร้างความกังวลใจให้อิชย์ไม่น้อย แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการที่เห็นคณานางมีผู้ชายมาส่งถึงบ้าน
“มานี่!” มือใหญ่บีบต้นแขนคณานางเต็มแรงตามอารมณ์โทสะที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาลากคนตัวเล็กเข้าบ้านเพื่อสะสางทุกอย่าง
เจ้าของร่างเล็กเจ็บจนใบหน้าบิดเบ้ คณานางพยายามขืนตัวเองให้หลุดพ้นจากชายหนุ่ม “ปล่อยเหมยนะพี่อิชย์ เหมยเจ็บ!”
“แค่นี้เจ็บเหรอ ทีไปทำตัวระริกระรี้กับไอ้หมอนั่น เหมยไม่คิดบ้างเหรอว่าพี่จะรู้สึกยังไง เหมยหยามพี่มากเลยรู้มั้ย กล้าดียังไงพาผู้ชายคนอื่นมาถึงที่นี่” อิชย์ใช้สองมือจับแขนหญิงสาวแล้วเขย่าตัวเจ้าหล่อนอย่างแรงตามอารมณ์อย่างลืมตัว “ตอบ!”
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







