Share

บทที่ 7 ตัวปัญหา

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-17 16:43:45

เจียงฉิงฟางจ้องมองคนสกุลเฉินและคนสกุลเจียงด้วยสีหน้าเย็นชา ในความทรงจำของร่างนี้คนสกุลเจียงหาได้ดีต่อนางมากนัก ทุกคนในสกุลเจียงต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความงามของนางจะชักนำเภทภัยในมาสู่สกุลเจียง ส่วนในนิยายที่เจียงฉิงฟางเคยอ่านมา หลังเจียงฉิงฟางตายไปแล้วคนสกุลเจียงก็ได้ทอดทิ้งลูกน้อยทั้งสามของเจียงฉิงฟาง ปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดกันตามลำพัง จนทำให้พวกเขาเติบโตไปกลายเป็นตัวร้ายในนิยายที่มีจุดจบในตอนสุดท้ายที่สุดแสนจะอเนจอนาถ ดังนั้นสำหรับนางแล้วคนสกุลเจียงหาได้เป็นกลุ่มคนที่นางคิดจะให้ความสำคัญ

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้วันนี้ลมอะไรจึงได้หอบพวกท่านมาจนถึงที่นี่ได้” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้สีหน้าของคนสกุลเจียงพลันบึ้งตึงมากยิ่งขึ้น

“ฉิงเหยาไปตามพวกเรามาน่ะสิ นางบอกว่าเจ้าทำร้ายนางที่ร้านสกุลจี้แล้วยังคิดจะยั่วยวนสามีของนาง บอกให้พวกเรามาจัดการเจ้าให้นาง” คำพูดของเจียงโซ่วผู้เป็นบิดาทำให้เจียงฉิงฟางหัวเราะหึหึ ออกมา

“นางพูดพวกท่านก็เชื่อเช่นนั้นหรือ ทำไมจึงไม่สอบถามนางเล่าว่าเพราะเหตุใดข้าจึงได้ทำร้ายนาง ส่วนเรื่องการยั่วยวนพี่เขยของตนเองนั้นพวกท่านจงลืมไปได้เลย ต่อให้ข้าชั่วช้ามากเพียงใดความคิดที่จะยั่วยวนคนโง่สมองกลวงเช่นนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของข้า” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้ทั้งคนสกุลเจียงและคนสกุลเฉินจ้องมองนางด้วยโทสะ ส่วนเฉินอี้ในยามนี้ก็กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ

“เจียงฉิงฟาง ปากเจ้าเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่การกระทำของเจ้ากลับตรงกันข้าม หากเจ้าไม่ได้คิดจะยั่วยวนสามีของข้า แล้วเหตุใดเขาจึงได้มาอยู่ที่ตรงนี้ได้กันเล่า” คำถามของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางแค่นหัวเราะออกมา

“เช่นนั้นก็ต้องถามสามีของเจ้าแล้วว่ามาที่นี่ทำไม แต่สำหรับข้า ข้าขอยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดที่จะทำเรื่องที่ผิดธรรมเนียมและประเพณีอย่างเช่นการยั่วยวนสามีของเจ้า อย่างที่เจ้ากล่าวหาข้าอย่างแน่นอน” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจียงฉิงเหยาหันไปจ้องมองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ ส่วนเฉินอี้ก็รีบเอ่ยปากออกหน้าแทนเจียงฉิงฟางในทันที

“อย่าได้โทษฉิงฟางเลย เป็นข้าที่มาหานางเองแล้วก็เป็นความผิดของพวกท่านด้วยที่บังคับให้ข้าต้องแต่งงานกับฉิงเหยา ทั้งๆ ที่คนที่ข้าอยากจะแต่งงานด้วยก็คือฉิงฟาง” คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยามีใบหน้าเขียวคล้ำในทันที

“ท่านพูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร พวกเราแต่งงานกันมานานถึงเพียงนี้แล้ว ท่านยังกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้อีกหรือ” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เฉินอี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“เดิมทีข้าก็ไม่คิดว่าจะพูดออกมาหรอก แต่ยิ่งนานวันเจ้าก็ยิ่งทำตัวน่าเบื่อหน่าย แต่งงานมาตั้งหลายปียังไม่สามารถมีลูกให้ข้าเสียที แถมยังมักจะหาเรื่องทะเลาะกับข้าได้ทุกวี่วัน เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าหากคนที่ข้าแต่งงานด้วยในตอนนั้นคือฉิงฟาง ยามนี้ข้าก็อาจจะได้เป็นบิดาไปนานแล้ว” คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บช้ำ

“ท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี ส่วนเรื่องมีลูกท่านไม่คิดว่าเป็นเพราะความบกพร่องของตัวท่านเองบ้างหรือ” เจียงฉิงเหยาเอ่ยพลางหันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางที่ยังไม่ยอมเปิดประตูรั้วบ้านด้วยสายตาเจ็บช้ำแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ส่วนฉิงฟางผู้นี้ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าหากท่านแต่งงานกับนางแล้วนางจะเป็นภรรยาที่ดีให้ท่าน ท่านไม่รู้หรือไงว่าก่อนหน้านี้นางพึ่งจะหนีตามบุรุษผู้หนึ่งไป แต่เพราะเกิดเหตุที่ทำให้นางต้องจมลงไปในแม่น้ำเสียก่อน ยามนี้นางจึงต้องซมซานกลับมาเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกตามลำพังเช่นนี้” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางโต้ตอบกลับในทันที

“เจียงฉิงเหยาข้าแค่ตกลงไปในแม่น้ำ เจ้าจะกล่าวหาว่าข้าคิดจะหนีตามผู้อื่นไปไม่ได้นะ ส่วนเรื่องที่ว่าข้ายั่วยวนสามีของเจ้า ข้าขอปฏิเสธและขอยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ เพราะในความทรงจำของร่างนี้นางไม่เคยยั่วยวนเฉินอี้เลย เพราะหากนำเฉินอี้ไปเปรียบเทียบกับจ้าวถิงฟงและคนที่นางเคยคิดจะหนีตามไปด้วย เฉินอี้ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงบุรุษทั้งสองได้เลย

“อย่ามาทำพูดดี สตรีแพศยาเช่นเจ้าแค่อ้าปากข้าก็เห็นลิ้นไก่แล้ว” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน

“เจียงฉิงเหยา ตอนนั้นที่สกุลเฉินมาสู่ขอข้าที่สกุลเจียง เจ้าอยากได้การแต่งงานนี้จนตัวสั่นข้าก็ไม่เคยออกหน้ามาแย่งชิงกับเจ้า พอเจ้าแต่งงานไปแล้วแทนที่จะทำตัวดีๆ แต่กลับชอบพูดจาหาเรื่องข้า คิดว่าข้าริษยาเจ้าที่เจ้าได้แต่งงานเข้าบ้านสกุลเฉิน จวบจนข้าแต่งงานเข้าบ้านสกุลจ้าวมาแล้วเจ้าก็ยังไม่ยอมหยุด ยามนี้ยังพาคนของทั้งบ้านสามีของเจ้าและพาคนที่บ้านเดิมของพวกเรามาหาเรื่องข้าจนถึงที่นี่อีก หรือว่าเจ้าเห็นว่าคนเช่นข้าไม่มีสามีคอยปกป้องใช่ไหม เจ้าจึงได้พาคนมารุมรังแกข้าได้เช่นนี้ ข้าขอบอกกับเจ้าเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่ามาทางไหนก็จงกลับไปทางนั้นเลย” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเข่นนี้เจียงโซ่วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ

“ฉิงฟาง! นี่เจ้ากล้าไล่พวกข้าหรือ อย่าได้ลืมว่าพวกข้าคือญาติผู้ใหญ่ของเจ้านะ” คำพูดของเจียงโซ่วทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน

“ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่เคยปกป้องข้า คิดแต่จะหาผลประโยชน์จากข้า พอข้าหมดประโยชน์พึ่งพาไม่ได้แล้วก็เขี่ยข้าทิ้งราวกับขยะเก่าๆ พวกท่านที่เป็นเช่นนี้ยังจะให้ข้านับญาติอีกหรือ”

“ฉิงฟาง” ลู่เหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือเจียงฉิงฟางจ้องมองนางแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ

“ท่านแม่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาอีกแล้ว ตั้งแต่ข้ายังเด็กพวกท่านก็ยัดเยียดคำว่าตัวปัญหามาให้ข้า พูดกันว่าความงามของข้าจะนำความโชคร้ายมาให้สกุลเจียง ผู้อื่นพูดก็แล้วไป แต่พวกท่านที่เป็นบิดาและมารดากลับเห็นด้วยอย่างไม่คำนึงถึงจิตใจของลูกเช่นข้า ระหว่างข้ากับฉิงหร่วนทั้งท่านพ่อและท่านแม่มักจะเลือกที่เข้าข้างและช่วยเหลือนางก่อนแล้วปล่อยให้ข้าต้องเผชิญความลำบากตามลำพัง พวกท่านไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าข้าคนนี้ต่างหากที่ทำให้พวกท่านสามารถเชิดหน้าชูตาได้อย่างไม่น้อยหน้าผู้ใด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status