Share

บทที่ 7 ตัวปัญหา

Penulis: BigM00N
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-17 16:43:45

เจียงฉิงฟางจ้องมองคนสกุลเฉินและคนสกุลเจียงด้วยสีหน้าเย็นชา ในความทรงจำของร่างนี้คนสกุลเจียงหาได้ดีต่อนางมากนัก ทุกคนในสกุลเจียงต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความงามของนางจะชักนำเภทภัยในมาสู่สกุลเจียง ส่วนในนิยายที่เจียงฉิงฟางเคยอ่านมา หลังเจียงฉิงฟางตายไปแล้วคนสกุลเจียงก็ได้ทอดทิ้งลูกน้อยทั้งสามของเจียงฉิงฟาง ปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดกันตามลำพัง จนทำให้พวกเขาเติบโตไปกลายเป็นตัวร้ายในนิยายที่มีจุดจบในตอนสุดท้ายที่สุดแสนจะอเนจอนาถ ดังนั้นสำหรับนางแล้วคนสกุลเจียงหาได้เป็นกลุ่มคนที่นางคิดจะให้ความสำคัญ

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้วันนี้ลมอะไรจึงได้หอบพวกท่านมาจนถึงที่นี่ได้” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้สีหน้าของคนสกุลเจียงพลันบึ้งตึงมากยิ่งขึ้น

“ฉิงเหยาไปตามพวกเรามาน่ะสิ นางบอกว่าเจ้าทำร้ายนางที่ร้านสกุลจี้แล้วยังคิดจะยั่วยวนสามีของนาง บอกให้พวกเรามาจัดการเจ้าให้นาง” คำพูดของเจียงโซ่วผู้เป็นบิดาทำให้เจียงฉิงฟางหัวเราะหึหึ ออกมา

“นางพูดพวกท่านก็เชื่อเช่นนั้นหรือ ทำไมจึงไม่สอบถามนางเล่าว่าเพราะเหตุใดข้าจึงได้ทำร้ายนาง ส่วนเรื่องการยั่วยวนพี่เขยของตนเองนั้นพวกท่านจงลืมไปได้เลย ต่อให้ข้าชั่วช้ามากเพียงใดความคิดที่จะยั่วยวนคนโง่สมองกลวงเช่นนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของข้า” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้ทั้งคนสกุลเจียงและคนสกุลเฉินจ้องมองนางด้วยโทสะ ส่วนเฉินอี้ในยามนี้ก็กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ

“เจียงฉิงฟาง ปากเจ้าเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่การกระทำของเจ้ากลับตรงกันข้าม หากเจ้าไม่ได้คิดจะยั่วยวนสามีของข้า แล้วเหตุใดเขาจึงได้มาอยู่ที่ตรงนี้ได้กันเล่า” คำถามของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางแค่นหัวเราะออกมา

“เช่นนั้นก็ต้องถามสามีของเจ้าแล้วว่ามาที่นี่ทำไม แต่สำหรับข้า ข้าขอยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดที่จะทำเรื่องที่ผิดธรรมเนียมและประเพณีอย่างเช่นการยั่วยวนสามีของเจ้า อย่างที่เจ้ากล่าวหาข้าอย่างแน่นอน” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจียงฉิงเหยาหันไปจ้องมองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ ส่วนเฉินอี้ก็รีบเอ่ยปากออกหน้าแทนเจียงฉิงฟางในทันที

“อย่าได้โทษฉิงฟางเลย เป็นข้าที่มาหานางเองแล้วก็เป็นความผิดของพวกท่านด้วยที่บังคับให้ข้าต้องแต่งงานกับฉิงเหยา ทั้งๆ ที่คนที่ข้าอยากจะแต่งงานด้วยก็คือฉิงฟาง” คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยามีใบหน้าเขียวคล้ำในทันที

“ท่านพูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร พวกเราแต่งงานกันมานานถึงเพียงนี้แล้ว ท่านยังกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้อีกหรือ” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เฉินอี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“เดิมทีข้าก็ไม่คิดว่าจะพูดออกมาหรอก แต่ยิ่งนานวันเจ้าก็ยิ่งทำตัวน่าเบื่อหน่าย แต่งงานมาตั้งหลายปียังไม่สามารถมีลูกให้ข้าเสียที แถมยังมักจะหาเรื่องทะเลาะกับข้าได้ทุกวี่วัน เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าหากคนที่ข้าแต่งงานด้วยในตอนนั้นคือฉิงฟาง ยามนี้ข้าก็อาจจะได้เป็นบิดาไปนานแล้ว” คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บช้ำ

“ท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี ส่วนเรื่องมีลูกท่านไม่คิดว่าเป็นเพราะความบกพร่องของตัวท่านเองบ้างหรือ” เจียงฉิงเหยาเอ่ยพลางหันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางที่ยังไม่ยอมเปิดประตูรั้วบ้านด้วยสายตาเจ็บช้ำแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ส่วนฉิงฟางผู้นี้ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าหากท่านแต่งงานกับนางแล้วนางจะเป็นภรรยาที่ดีให้ท่าน ท่านไม่รู้หรือไงว่าก่อนหน้านี้นางพึ่งจะหนีตามบุรุษผู้หนึ่งไป แต่เพราะเกิดเหตุที่ทำให้นางต้องจมลงไปในแม่น้ำเสียก่อน ยามนี้นางจึงต้องซมซานกลับมาเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกตามลำพังเช่นนี้” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางโต้ตอบกลับในทันที

“เจียงฉิงเหยาข้าแค่ตกลงไปในแม่น้ำ เจ้าจะกล่าวหาว่าข้าคิดจะหนีตามผู้อื่นไปไม่ได้นะ ส่วนเรื่องที่ว่าข้ายั่วยวนสามีของเจ้า ข้าขอปฏิเสธและขอยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ เพราะในความทรงจำของร่างนี้นางไม่เคยยั่วยวนเฉินอี้เลย เพราะหากนำเฉินอี้ไปเปรียบเทียบกับจ้าวถิงฟงและคนที่นางเคยคิดจะหนีตามไปด้วย เฉินอี้ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงบุรุษทั้งสองได้เลย

“อย่ามาทำพูดดี สตรีแพศยาเช่นเจ้าแค่อ้าปากข้าก็เห็นลิ้นไก่แล้ว” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน

“เจียงฉิงเหยา ตอนนั้นที่สกุลเฉินมาสู่ขอข้าที่สกุลเจียง เจ้าอยากได้การแต่งงานนี้จนตัวสั่นข้าก็ไม่เคยออกหน้ามาแย่งชิงกับเจ้า พอเจ้าแต่งงานไปแล้วแทนที่จะทำตัวดีๆ แต่กลับชอบพูดจาหาเรื่องข้า คิดว่าข้าริษยาเจ้าที่เจ้าได้แต่งงานเข้าบ้านสกุลเฉิน จวบจนข้าแต่งงานเข้าบ้านสกุลจ้าวมาแล้วเจ้าก็ยังไม่ยอมหยุด ยามนี้ยังพาคนของทั้งบ้านสามีของเจ้าและพาคนที่บ้านเดิมของพวกเรามาหาเรื่องข้าจนถึงที่นี่อีก หรือว่าเจ้าเห็นว่าคนเช่นข้าไม่มีสามีคอยปกป้องใช่ไหม เจ้าจึงได้พาคนมารุมรังแกข้าได้เช่นนี้ ข้าขอบอกกับเจ้าเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่ามาทางไหนก็จงกลับไปทางนั้นเลย” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเข่นนี้เจียงโซ่วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ

“ฉิงฟาง! นี่เจ้ากล้าไล่พวกข้าหรือ อย่าได้ลืมว่าพวกข้าคือญาติผู้ใหญ่ของเจ้านะ” คำพูดของเจียงโซ่วทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน

“ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่เคยปกป้องข้า คิดแต่จะหาผลประโยชน์จากข้า พอข้าหมดประโยชน์พึ่งพาไม่ได้แล้วก็เขี่ยข้าทิ้งราวกับขยะเก่าๆ พวกท่านที่เป็นเช่นนี้ยังจะให้ข้านับญาติอีกหรือ”

“ฉิงฟาง” ลู่เหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือเจียงฉิงฟางจ้องมองนางแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ

“ท่านแม่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาอีกแล้ว ตั้งแต่ข้ายังเด็กพวกท่านก็ยัดเยียดคำว่าตัวปัญหามาให้ข้า พูดกันว่าความงามของข้าจะนำความโชคร้ายมาให้สกุลเจียง ผู้อื่นพูดก็แล้วไป แต่พวกท่านที่เป็นบิดาและมารดากลับเห็นด้วยอย่างไม่คำนึงถึงจิตใจของลูกเช่นข้า ระหว่างข้ากับฉิงหร่วนทั้งท่านพ่อและท่านแม่มักจะเลือกที่เข้าข้างและช่วยเหลือนางก่อนแล้วปล่อยให้ข้าต้องเผชิญความลำบากตามลำพัง พวกท่านไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าข้าคนนี้ต่างหากที่ทำให้พวกท่านสามารถเชิดหน้าชูตาได้อย่างไม่น้อยหน้าผู้ใด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   ตอนพิเศษ คุณนายจ้าวและจอมเจ้าเล่ห์ทั้งสี่

    เจียงฉิงฟางโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงยาวนานหลายปี ในฐานะนักแสดงเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกอบโกยรางวัลอย่างมากมาย ในฐานะนักธุรกิจ ธุรกิจของเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บริษัทของเธอก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เธอที่เป็นทั้งผู้บริหารสูงสุดและหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักย่อมจะมีความภาคภูมิใจมากกว่าคนอื่น แน่นอนว่าเงินปันผลกำไรที่ได้รับก็ย่อมจะสูงกว่าคนอื่นไปด้วย เจียงฉิงฟางจึงไม่มีความกังวลด้านหน้าที่การงานและด้านทรัพย์สินเงินทองเลย“ฉันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องใช่ไหมคะ” เจียงฉิงฟางพูดกับสามีเมื่อพบว่าลูกแฝดทั้งสามของเธอไปก่อปัญหาที่โรงเรียนอีกแล้ว“ไม่ใช่ไม่ได้เรื่องหรอก แต่เป็นเพราะลูกๆ ของพวกเราได้รับความใส่ใจมากจนเกินไปต่างหาก” จ้าวถิงฟงพูดกับเธอพร้อมกับดึงร่างของเธอไปโอบกอดเอาไว้ ตอนนี้ทั้งเขาและเธอแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แถมตอนนี้ยังมีฝาแฝดทั้งสามที่คอยปั่นป่วนชีวิตอันราบเรียบของเขาและเธอก่อนหน้านี้จ้าวถิงฟงเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ในนิยายเรื่องนั้นเขียนถึงพ่อของตัวละครหลักที่มีชื่อเดียวกันกับเขา คนที่ไม่ได้ชื่นชอบการอ่านหนังสือที่ไร้สาระถึงกับอ่านนิยายเล่มนั้นจนจบ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 71 เคียงข้างกันตลอดไป

    เจียงฉิงฟางใช้ชีวิตปีแล้วปีเล่าอย่างมีความสุข บุตรชายคนโตจ้าวฉางเยี่ยนเป็นแม่ทัพน้อยผู้องอาจ เมื่อเติบใหญ่ก็ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูผู้งดงามจากจวนเสนาบดีลิ่วนามลิ่วเจียหราน ส่วนบุตรชายคนรองจ้าวฉางยวนได้เข้าสำนักราชบัณฑิต เป็นบัณฑิตหลวงผู้ทรงภูมิเมื่อเติบใหญ่ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูใหญ่จวนสกุลลู่นามลู่หลิง เป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ที่อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสของทั้งสองจวนมาโดยตลอดบุตรสาวคนเดียวอย่างจ้าวฉางหนิง ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของจวนได้รับราชโองการพระราชทานสมรสแต่งเข้าตำแหนักบูรพา ยามที่องค์ชายสามได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทสิ่งแรกที่กราบทูลขอจากฝ่าบาทก็คือการพระราชทานสมรสกับคุณหนูจวนแม่ทัพอย่างจ้าวฉางหนิง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ได้อยู่แล้วส่วนบุตรชายคนเล็กอย่างจ้าวฉางหยวนก็ได้แต่งกับบุตรสาวของจี้หยางจิ่ว จี้เซวียหลัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งจ้าวถิงฟงและเจียงฉิงฟางคาดไม่ถึงแต่ตอนที่บุตรชายคนเล็กมาขอให้พวกเขาส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลจี้ พวกเขาก็ต่างพากันยินดี จวนแม่ทัพสกุลจ้าวและจวนสกุลจี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ยามนี้เมื่อได้เกี่ยวดองเ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 70 ความสุขของตนเอง

    ความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรทำเจียงฉิงฟางแทบจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง ตายามที่ได้เห็นบุตรชายคนเล็กที่แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนดแต่ขนาดเนื้อตัวกลับใหญ่กว่าทารกทั่วไปความเจ็บปวดที่ได้รับก็ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่า“แข็งแรงดีทั้งแม่ทั้งลูก ขอท่านแม่ทัพอย่าได้กังวล” เสียงของลู่เหมยทำให้เจียงฉิงฟางได้สติ สตรีวัยกลางคนที่กำลังอุ้มบุตรชายคนเล็กคือลู่เหมยมารดาแท้ๆ ของร่างนี้ จ้าวถิงฟงที่นั่งจับมือนางอยู่ย่อมจะเห็นสายตาของนางเขาจึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านแม่ยายเป็นห่วงเจ้า ถึงอย่างไรตอนที่เจ้าคลอดลูกที่หมู่บ้านต้าหนิวนางก็เคยมาอยู่กับเจ้า อีกทั้งนางยังเป็นห่วงเจ้ามากข้าก็เลย...” จ้าวถิงฟงเอ่ยเพื่อแก้ตัว ยามที่เห็นว่าเจียงฉิงฟางต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดเขาก็ดูเหมือนว่าจะทำอันใดไม่ถูก พอลู่เหมยบอกว่านางเคยอยู่กับเจียงฉิงฟางตอนที่นางคลอดลูกแฝดทั้งสาม อีกทั้งเขาก็จำได้ว่าตอนคลอดครั้งนั้นลู่เหมยเคยช่วยเจียงฉิงฟางเอาไว้ได้จริงๆ เขาจึงยอมให้นางเข้ามาในห้องคลอดเป็นกรณีพิเศษ“แล้วคนอื่นๆ เล่า” เจียงฉิงฟางเอ่ยถามด้วยสีหน้าหนักอึ้ง จ้าวถิงฟงจึงได้เอ่ยกับนางตามตรง“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขามากวนใ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 69 คลอดก่อนกำหนด

    ร้านฮวาเซียงยังคงทำกำไรให้แก่เจียงฉิงฟางอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงหลังมานี้เจียงฉิงฟางจะไม่ได้คิดค้นสูตรเครื่องหอมกลิ่นใหม่ๆ ออกมา แต่เพราะจี้หยางจิ่วขยายร้านสาขามากขึ้นยอดขายและผลกำไรจึงมากขึ้นโดยที่เจียงฉิงฟางไม่ต้องทำอันใด นางเชื่อว่ายามนี้หากไม่นับท้องพระคลังหลวงและจี้หยางจิ่ว คนที่มีเงินมากที่สุดในเมืองหลวงย่อมจะต้องเป็นนาง“มีเงินมากหน่อยนับเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ควรใส่ใจมากที่สุดก็คือท้องจะต้องอิ่มเข้าไว้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางมอบถุงเงินให้แก่พ่อบ้านใหญ่สวีไปซื้อที่ดินสำหรับทำการเกษตรเพิ่ม“ขอฮูหยินโปรดวางใจ ที่ดินอีกหลายสิบหมู่ที่ข้าจะซื้อเพิ่มเป็นที่ดินที่ดีเหมาะแก่การเพาะปลูก คนงานที่ข้าว่าจ้างล้วนเป็นกลุ่มชาวบ้านยากจนที่ขยันขันแข็ง ข้าแจ้งกับพวกเขาแล้วว่าขอแค่พวกเขาสามารถทำให้ที่ดินของฮูหยินผลิดอกออกผล ฮูหยินย่อมจะไม่ตระหนี่กับพวกเขา หลังจากนี้ทุกครัวเรือนที่ทำงานให้ฮูหยินจะต้องหลุดพ้นจากความอดอยากกินอิ่มนอนอุ่นทุกครัวเรือนอย่างแน่นอน” เมื่อพ่อบ้านใหญ่สวีเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า“มีท่านคอยช่วยทำงานให้เช่นนี้ ข้าก็รู้สึกวางใจ” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางยิ้มออกมาคำพูดของนางทำ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 68 ไร้ซึ่งความกังวล

    เสิ่นไทเฮาทรงเอนพระวรกายอยู่บนแท่นพระบรรทมด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสงบ ยามนี้จวนชิ่งกั๋วกงไร้อำนาจอย่างแท้จริงแล้ว แม้ว่าคนของพระนางในราชสำนักจะเริ่มเหินห่างแต่คนในวังหลวงยังคงใช้งานได้ดังเดิม สิ่งที่พระนางทรงกำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่ก็คือจะทำอย่างให้อำนาจของจวนชิ่งกั๋วกงคืนกลับมาได้อีกครั้งเพียงเท่านั้น“ฉินซิงเหยาถูกคนขององค์ชายหกปลิดชีพไปแล้วเพคะ” เสียงรายงานของจางหมัวมัวทำให้เสิ่นไทเฮาทรงแย้มพระสรวลออกมา“เห็นทีว่าจะข้าจะเก็บอวิ๋นเอ๋อร์เอาไว้ไม่ได้แล้ว ขนาดคนอยู่ในคุกหลวงเขายังยื่นมือของตนเองลงไปจัดการได้ หากปล่อยเขาเอาไว้วันหน้าเขาอาจจะหันกลับมาทำร้ายข้าก็เป็นได้” เมื่อเสิ่นไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้จางหมัวมัวก็ขานรับแล้วหันไปสั่งนางข้าหลวงที่เคยวางยาในกำยานขององค์ชายหกหาวิธีทำให้คนในวังคิดว่าองค์ชายหกทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียดวงตาไม่ไหวจึงได้ปลิดชีพของตนในตำหนักอย่างเงียบเชียบ นางข้าหลวงรีบขานรับแล้วทำตามวิธีที่พวกนางเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในยามที่คิดจะกำจัดคนในตำหนักอันห่างไกลสุดท้ายองค์ชายหกก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงด้วยฝีมือของนางข้าหลวงของเสิ่นไทเฮา ความโปรดปรานที่พระนางมีต่อองค์

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 67 จุดจบของฉินซิงเหยา

    เสิ่นไทเฮาทรงประชวรจนหมดสติไป แม้ว่าจะมีเรื่องที่เคยขัดแย้งกันแต่ถึงอย่างไรพระนางก็คือพระมารดาผู้ให้กำเนิด เซียวฉีฮ่องเต้จึงทรงเสด็จไปที่ตำหนักโซ่วหัวด้วยพระองค์เอง เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นว่าพระราชมารดาทรงทุกข์พระทัยจนสุขภาพทรุดโทรม เซียวฉีฮ่องเต้ก็พระทัยอ่อนยกเลิกคำสั่งกักบริเวณพระราชมารดาในทันที“หม่อมฉันชรามากแล้วต่อให้ฝ่าบาททรงยกเลิกโทษกักบริเวณหม่อมฉันก็ไปที่ไหนไม่ได้หรอกเพคะ” เสิ่นไทเฮาทรงตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงอ่อนแอ แต่ถ้อยคำของพระนางก็ทำให้ในพระทัยของเซียวฉีฮ่องเต้พลันมืดครึ้มขึ้นมาอีกครั้ง“แล้วเสด็จแม่อยากให้ลูกทำเช่นไร หรือจะให้ลูกยกเลิกเรื่องการเนรเทศสกุลเสิ่นออกจากเมืองหลวง” เซียวฉีฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาด้วยสีพระพักตร์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ในฐานะที่เป็นพระราชมารดามีหรือที่เสิ่นไทเฮาจะทรงคาดเดาสีพระพักตร์ของเซียวฉีฮ่องเต้ไม่ได้ พระนางจึงรีบปฏิเสธในทันที“หม่อมฉันจะไปขอความเมตตาให้พวกเขาทำไมกันเล่าเพคะ พวกเขาทำให้ฝ่าบาททรงขุ่นเคืองพระทัยย่อมจะต้องได้รับโทษ เพียงแต่ยามนี้หญิงชราเช่นหม่อมฉันรู้สึกว้าเหว่อยู่บ้าง ในใจก็ย่อมจะคิดถึงลูกหลานที่เคยมาเยี่ยมเยียน” เมื่อพระนางตรัสออกมาเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status