Share

บทที่ 6 วิ่งโร่มาเอาเรื่อง

Penulis: BigM00N
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-17 16:43:20

เจียงฉิงฟางพาเด็กๆ เดินซื้อของกินของใช้เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งแล้วจึงได้พาเด็กๆ กลับบ้าน แน่นอนว่านางไม่ลืมที่จะซื้อเมล็ดผักและลูกไก่อีกหลายตัวแล้วนำกลับบ้าน

“ท่านแม่ เหตุใดพวกเราจึงไม่ซื้อตัวที่ใหญ่กว่านี้เล่าไก่ตัวเล็กถึงเพียงนี้ต่อให้มีหลายตัวก็ยากที่จะทำให้อิ่มท้อง” คำพูดของจ้าวฉางยวนทำให้เจียงฉิงฟางหัวเราะออกมาในทันที

“แม่ไม่ได้ซื้อพวกมันมาทำอาหาร แต่จะเลี้ยงพวกมันเอาไว้เพื่อให้พวกเจ้ามีไข่ไก่กินทุกวันต่างหาก” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันไปมองหน้ากัน

“อีกตั้งนานกว่าแม่ไก่จะออกไข่”

“แล้วถ้ามันไม่ออกไข่เลยล่ะ”

“ข้าไม่เคยเห็นท่านแม่คิดจะเลี้ยงไก่มาก่อนเลย”

จ้าวฉางหนิง จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยออกมาคนละประโยคตามลำดับ เจียงฉิงฟางไม่เพียงไม่โกรธอีกทั้งยังตอบคำถามของพวกเขาทีละประโยคเช่นเดียวกัน

“เชื่อแม่เถิดว่าสำหรับเด็กน้อยอย่างพวกเจ้าไม่นับว่านานหรอก”

“ถ้าพวกมันไม่ออกไข่ พวกเราก็แค่จับพวกมันมาถอนขนแล้วต้มกินเพียงเท่านั้น ถึงยามนั้นพวกมันก็คงจะตัวใหญ่เพียงพอที่จะต้มกินแล้ว”

“ไม่เคยเลี้ยงให้พวกเจ้าเห็นก็ใช่ว่าจะเลี้ยงไม่เป็น” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กทั้งสามพยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกันในทันที

“ท่านแม่เปลี่ยนไป!”

“พวกเจ้าอยากจะให้แม่กลับไปเป็นเช่นเมื่อก่อนก็ได้นะ เสื้อผ้าที่ร้านผ้าสกุลจี้เอามาส่งพวกเราก็แค่ส่งคืนกลับไป ลูกไก่พวกนี้ก็แค่นำกลับไปขายคืน ส่วนเมล็ดผักเหล่านี้ก็แค่นำไปมอบให้ท่านตาและท่านยายของพวกเจ้าเพียงเท่านี้ก็สิ้นเรื่องแล้ว ยังไม่นับว่าให้แม่กลับไปทุบตีพวกเจ้าเช่นเดิม แถมยังลงโทษพวกเจ้าด้วยการทำให้พวกเจ้าอดข้าวอดน้ำพวกเจ้าชอบแบบนั้นใช่หรือไม่” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็เอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันในทันที

“ไม่!”

“ดี! ในเมื่อแม่ยอมปรับเปลี่ยนตนเองแล้วพวกเจ้าเองก็เช่นเดียวกัน ต่อไปนี้ห้ามดื้อ ห้ามเถียง ที่สำคัญห้ามออกนอกบ้านไปรังแกผู้อื่น อ้อ! แล้วก็ห้ามเอาเรื่องในบ้านไปพูดเพื่อแลกเงินด้วย” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็พยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เจียงฉิงฟางจึงได้ยิ้มพาพวกเขากลับบ้าน

เมื่อไปถึงบ้านแล้วสิ่งแรกที่นางทำก็คือหากรงขังลูกไก่เอาไว้ก่อน ให้น้ำและอาหารพวกมันแล้วจึงได้ทำอาหารง่ายๆ ให้เด็กๆ กิน นางรู้สึกเหนื่อยมากจึงทำแค่เพียงบะหมี่ให้ตนเองและเด็กน้อยทั้งสามคนละชาม ยามที่คนจากร้านสกุลจี้นำเสื้อผ้ามาส่งให้พวกนางแม่ลูกก็กินอาหารเย็นใกล้จะเสร็จแล้ว เจียงฉิงฟางตรวจสอบเสื้อผ้าที่ได้รับอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วจึงได้ตกรางวัลให้แก่คนที่นำเสื้อผ้ามาส่งให้ เมื่อคนจากร้านสกุลจี้กลับไปแล้วนางจึงได้กลับมานั่งกินบะหมี่ที่ยังเหลืออยู่ของตนเองต่อจนหมดชาม

“ทำไมเย็นนี้พวกเจ้าจึงไม่ออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนๆ เล่า” เจียงฉิงฟางถามเด็กๆ เมื่อเห็นว่าพวกเขากินบะหมี่จนหมดชามแล้ว

“ท่านแม่ทำงานเพียงคนเดียวพวกข้าก็เลยคิดว่าอยู่รอช่วยท่านจะดีกว่า หากท่านต้องการความช่วยเหลือพวกข้าจะได้ช่วยท่านแม่ได้” เป็นจ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยออกมา ระหว่างที่เอ่ยเขาก็เก็บชามบะหมี่ของตนเองของน้องชายและน้องสาวแล้วจึงเก็บชามของเจียงฉิงฟางเพื่อเตรียมนำไปล้าง

“อันที่จริงพวกเจ้าก็มีนิสัยที่ไม่เลวเลย โดยเฉพาะเจ้าฉางเยี่ยน เจ้าเป็นพี่ชายที่ดูแลน้องๆ ได้ดีมาก ทั้งที่น้องๆ เกิดทีหลังเจ้าไม่ถึงครึ่งก้านธูปเสียด้วยซ้ำ” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยทั้งสามช่วยกันเก็บล้างและทำความสะอาดจานชามโดยไม่ต้องออกคำสั่ง

“แล้วก่อนหน้านี้ท่านแม่เห็นว่าพวกข้าเป็นคนเลวหรือ” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยถามออกมาพลางจ้องมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา เจียงฉิงฟางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วจึงได้ทอดถอนใจออกมา

“เด็กเช่นพวกเจ้าดุจผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์ เป็นผู้ใหญ่เช่นข้านี่เองที่เป็นคนที่ทำให้พวกเจ้าต้องแปดเปื้อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสะทกสะท้อนใจ ทำให้จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ท่านแม่ คงมิใช่ว่าศีรษะของท่านแม่จมน้ำนานเกินไปหรอกนะ ท่านจึงได้พูดจาแปลกประหลาดออกมาเช่นนี้” คำถามของเด็กน้อยตรงหน้าทำให้เจียงฉิงฟางนิ่งงั้นไปครู่หนึ่งแล้วจึงได้หัวเราะพรืดออกมาเมื่อคิดได้ว่ายามนี้นางกำลังถูกเด็กชายต่อว่าด้วยถ้อยคำที่คล้ายๆ กับที่นางต่อว่าเจียงฉิงเหยาเข้าเสียแล้ว

“นั่นสินะ ในหัวของแม่อาจจะมีน้ำเข้าไปมากจนเกินไปจริงๆ ก็เลยทำให้ความคิดความอ่านที่เคยว่างเปล่าพลันตื่นรู้ขึ้นมา” เจียงฉิงฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแล้วจึงได้เอ่ยกับเด็กน้อยทั้งสามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“วันหน้าแม่จะพยายามเป็นแม่ที่ดีให้แก่พวกเจ้า จะพยายามสอนแต่สิ่งที่ดีๆ ให้พวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างดีและมีความสุขในท้ายที่สุด” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงง แต่แล้วก็ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจมีแค่เพียงจ้าวฉางเยี่ยนที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี

“ขอแค่ท่านแม่ไม่ตีข้าและน้องๆ อีก พวกข้าก็พอใจแล้ว”

“ตกลง! ต่อไปนี้แม่จะไม่ตีพวกเจ้าอีก ขอแค่พวกเจ้าเป็นเด็กดีแม่รับรองว่านอกจากจะไม่ตีพวกเจ้าแล้วยังจะคอยดูแลพวกเจ้าให้ดีไม่ปล่อยให้พวกเจ้าต้องเผชิญกับความหิว ความหนาวและจะไม่ทิ้งพวกเจ้าให้อยู่ตามลำพังโดยไม่มีแม่คอยดูแลอีก” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กทั้งสามก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี พวกเขาไม่รู้หรอกว่าคำว่าเด็กดีของมารดาพวกเขาต้องทำเช่นไรบ้าง แต่ขอแค่มารดาดีต่อพวกเขาชีวิตของพวกเขาจะต้องมีความสุขมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

สี่แม่ลูกกำลังเตรียมตัวจะเข้านอนก็พลันมีเสียงคนร้องเรียกจากด้านนอกของรั้วบ้าน เจียงฉิงฟางคิดถึงเรื่องที่นางพึ่งจะทำร้ายร่างกายของเจียงฉิงเหยาไป นางจึงได้หันไปกำชับกับลูกๆ ของนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“พวกเจ้าอยู่แต่ในบ้านนะ” เมื่อเอ่ยจบนางก็เดินไปหยิบมีดสั้นด้ามเล็กที่มีขนาดกำลังเหมาะมือซุกซ่อนเอาไว้ใต้ชายแขนเสื้อ แล้วเดินออกไปหน้าบ้านแล้วเพ่งมองไปนอกประตูรั้ว

“ฉิงฟาง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ฉิงเหยาไปหาเรื่องเจ้าเช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของคนที่อยู่ด้านนอกทำให้เจียงฉิงฟางขมวดคิ้ว ร่างนี้สามารถจดจำเสียงนี้ได้ เป็นเสียงของเฉนอี้ผู้เป็นบุตรชายคนโตของท่านหัวหน้าหมู่บ้านและเป็นสามีของเจียงฉิงเหยา

“พี่เขยค่ำมืดแล้วท่านมาทำอะไรที่นี่” นางเอ่ยถามโดยไม่ยอมเดินไปเปิดประตูรั้วให้เขาเข้ามาเฉนอี้หันไปมองทางรั้วบ้านของท่านลุงและท่านป้าเฉินซึ่งญาติของเขาแล้วจึงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

“ข้าเป็นห่วงเจ้าก็เลยมาดูว่าฉิงเหยาได้ทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า” คำตอบของเขาทำให้เจียงฉิงฟางแค่นเสียงในลำคอออกมา

“ท่านกลับไปดูแลภรรยาของท่านเถิด หากนางรู้ว่าท่านวิ่งโร่มาที่นี่เพื่อมาสอบถามความปลอดภัยของข้า นางจะต้องวิ่งโร่มาหาเรื่องข้าอีกเป็นแน่” คำพูดของเจียงฉิงฟางยังไม่ทันจะจบประโยคดีก็มีเสียงของเจียงฉิงเหยาดังแทรกขึ้นมาก่อน

“ใช่แล้ว! ข้ากำลังวิ่งโร่มาเอาเรื่องเจ้าจริงๆ นั่นแหละ” น้ำเสียงของเจียงฉิงเหยาเต็มไปด้วยโทสะ คนที่ติดตามนางมากนอกจากจะมีหัวหน้าหมู่บ้านแล้วยังมีภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้าน เจียงฝูผู้เป็นท่านลุงใหญ่ของเจียงฉิงฟางและป้าสะใภ้ของเจียงฉิงฟาง เจียงโซ่วผู้เป็นบิดาของเจียงฉิงฟางและลู่เหมยมารดาผู้เจ็บออดๆ แอดๆ อยู่เสมอของเจียงฉิงฟาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   ตอนพิเศษ คุณนายจ้าวและจอมเจ้าเล่ห์ทั้งสี่

    เจียงฉิงฟางโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงยาวนานหลายปี ในฐานะนักแสดงเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกอบโกยรางวัลอย่างมากมาย ในฐานะนักธุรกิจ ธุรกิจของเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บริษัทของเธอก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เธอที่เป็นทั้งผู้บริหารสูงสุดและหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักย่อมจะมีความภาคภูมิใจมากกว่าคนอื่น แน่นอนว่าเงินปันผลกำไรที่ได้รับก็ย่อมจะสูงกว่าคนอื่นไปด้วย เจียงฉิงฟางจึงไม่มีความกังวลด้านหน้าที่การงานและด้านทรัพย์สินเงินทองเลย“ฉันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องใช่ไหมคะ” เจียงฉิงฟางพูดกับสามีเมื่อพบว่าลูกแฝดทั้งสามของเธอไปก่อปัญหาที่โรงเรียนอีกแล้ว“ไม่ใช่ไม่ได้เรื่องหรอก แต่เป็นเพราะลูกๆ ของพวกเราได้รับความใส่ใจมากจนเกินไปต่างหาก” จ้าวถิงฟงพูดกับเธอพร้อมกับดึงร่างของเธอไปโอบกอดเอาไว้ ตอนนี้ทั้งเขาและเธอแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แถมตอนนี้ยังมีฝาแฝดทั้งสามที่คอยปั่นป่วนชีวิตอันราบเรียบของเขาและเธอก่อนหน้านี้จ้าวถิงฟงเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ในนิยายเรื่องนั้นเขียนถึงพ่อของตัวละครหลักที่มีชื่อเดียวกันกับเขา คนที่ไม่ได้ชื่นชอบการอ่านหนังสือที่ไร้สาระถึงกับอ่านนิยายเล่มนั้นจนจบ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 71 เคียงข้างกันตลอดไป

    เจียงฉิงฟางใช้ชีวิตปีแล้วปีเล่าอย่างมีความสุข บุตรชายคนโตจ้าวฉางเยี่ยนเป็นแม่ทัพน้อยผู้องอาจ เมื่อเติบใหญ่ก็ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูผู้งดงามจากจวนเสนาบดีลิ่วนามลิ่วเจียหราน ส่วนบุตรชายคนรองจ้าวฉางยวนได้เข้าสำนักราชบัณฑิต เป็นบัณฑิตหลวงผู้ทรงภูมิเมื่อเติบใหญ่ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูใหญ่จวนสกุลลู่นามลู่หลิง เป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ที่อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสของทั้งสองจวนมาโดยตลอดบุตรสาวคนเดียวอย่างจ้าวฉางหนิง ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของจวนได้รับราชโองการพระราชทานสมรสแต่งเข้าตำแหนักบูรพา ยามที่องค์ชายสามได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทสิ่งแรกที่กราบทูลขอจากฝ่าบาทก็คือการพระราชทานสมรสกับคุณหนูจวนแม่ทัพอย่างจ้าวฉางหนิง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ได้อยู่แล้วส่วนบุตรชายคนเล็กอย่างจ้าวฉางหยวนก็ได้แต่งกับบุตรสาวของจี้หยางจิ่ว จี้เซวียหลัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งจ้าวถิงฟงและเจียงฉิงฟางคาดไม่ถึงแต่ตอนที่บุตรชายคนเล็กมาขอให้พวกเขาส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลจี้ พวกเขาก็ต่างพากันยินดี จวนแม่ทัพสกุลจ้าวและจวนสกุลจี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ยามนี้เมื่อได้เกี่ยวดองเ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 70 ความสุขของตนเอง

    ความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรทำเจียงฉิงฟางแทบจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง ตายามที่ได้เห็นบุตรชายคนเล็กที่แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนดแต่ขนาดเนื้อตัวกลับใหญ่กว่าทารกทั่วไปความเจ็บปวดที่ได้รับก็ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่า“แข็งแรงดีทั้งแม่ทั้งลูก ขอท่านแม่ทัพอย่าได้กังวล” เสียงของลู่เหมยทำให้เจียงฉิงฟางได้สติ สตรีวัยกลางคนที่กำลังอุ้มบุตรชายคนเล็กคือลู่เหมยมารดาแท้ๆ ของร่างนี้ จ้าวถิงฟงที่นั่งจับมือนางอยู่ย่อมจะเห็นสายตาของนางเขาจึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านแม่ยายเป็นห่วงเจ้า ถึงอย่างไรตอนที่เจ้าคลอดลูกที่หมู่บ้านต้าหนิวนางก็เคยมาอยู่กับเจ้า อีกทั้งนางยังเป็นห่วงเจ้ามากข้าก็เลย...” จ้าวถิงฟงเอ่ยเพื่อแก้ตัว ยามที่เห็นว่าเจียงฉิงฟางต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดเขาก็ดูเหมือนว่าจะทำอันใดไม่ถูก พอลู่เหมยบอกว่านางเคยอยู่กับเจียงฉิงฟางตอนที่นางคลอดลูกแฝดทั้งสาม อีกทั้งเขาก็จำได้ว่าตอนคลอดครั้งนั้นลู่เหมยเคยช่วยเจียงฉิงฟางเอาไว้ได้จริงๆ เขาจึงยอมให้นางเข้ามาในห้องคลอดเป็นกรณีพิเศษ“แล้วคนอื่นๆ เล่า” เจียงฉิงฟางเอ่ยถามด้วยสีหน้าหนักอึ้ง จ้าวถิงฟงจึงได้เอ่ยกับนางตามตรง“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขามากวนใ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 69 คลอดก่อนกำหนด

    ร้านฮวาเซียงยังคงทำกำไรให้แก่เจียงฉิงฟางอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงหลังมานี้เจียงฉิงฟางจะไม่ได้คิดค้นสูตรเครื่องหอมกลิ่นใหม่ๆ ออกมา แต่เพราะจี้หยางจิ่วขยายร้านสาขามากขึ้นยอดขายและผลกำไรจึงมากขึ้นโดยที่เจียงฉิงฟางไม่ต้องทำอันใด นางเชื่อว่ายามนี้หากไม่นับท้องพระคลังหลวงและจี้หยางจิ่ว คนที่มีเงินมากที่สุดในเมืองหลวงย่อมจะต้องเป็นนาง“มีเงินมากหน่อยนับเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ควรใส่ใจมากที่สุดก็คือท้องจะต้องอิ่มเข้าไว้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางมอบถุงเงินให้แก่พ่อบ้านใหญ่สวีไปซื้อที่ดินสำหรับทำการเกษตรเพิ่ม“ขอฮูหยินโปรดวางใจ ที่ดินอีกหลายสิบหมู่ที่ข้าจะซื้อเพิ่มเป็นที่ดินที่ดีเหมาะแก่การเพาะปลูก คนงานที่ข้าว่าจ้างล้วนเป็นกลุ่มชาวบ้านยากจนที่ขยันขันแข็ง ข้าแจ้งกับพวกเขาแล้วว่าขอแค่พวกเขาสามารถทำให้ที่ดินของฮูหยินผลิดอกออกผล ฮูหยินย่อมจะไม่ตระหนี่กับพวกเขา หลังจากนี้ทุกครัวเรือนที่ทำงานให้ฮูหยินจะต้องหลุดพ้นจากความอดอยากกินอิ่มนอนอุ่นทุกครัวเรือนอย่างแน่นอน” เมื่อพ่อบ้านใหญ่สวีเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า“มีท่านคอยช่วยทำงานให้เช่นนี้ ข้าก็รู้สึกวางใจ” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางยิ้มออกมาคำพูดของนางทำ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 68 ไร้ซึ่งความกังวล

    เสิ่นไทเฮาทรงเอนพระวรกายอยู่บนแท่นพระบรรทมด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสงบ ยามนี้จวนชิ่งกั๋วกงไร้อำนาจอย่างแท้จริงแล้ว แม้ว่าคนของพระนางในราชสำนักจะเริ่มเหินห่างแต่คนในวังหลวงยังคงใช้งานได้ดังเดิม สิ่งที่พระนางทรงกำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่ก็คือจะทำอย่างให้อำนาจของจวนชิ่งกั๋วกงคืนกลับมาได้อีกครั้งเพียงเท่านั้น“ฉินซิงเหยาถูกคนขององค์ชายหกปลิดชีพไปแล้วเพคะ” เสียงรายงานของจางหมัวมัวทำให้เสิ่นไทเฮาทรงแย้มพระสรวลออกมา“เห็นทีว่าจะข้าจะเก็บอวิ๋นเอ๋อร์เอาไว้ไม่ได้แล้ว ขนาดคนอยู่ในคุกหลวงเขายังยื่นมือของตนเองลงไปจัดการได้ หากปล่อยเขาเอาไว้วันหน้าเขาอาจจะหันกลับมาทำร้ายข้าก็เป็นได้” เมื่อเสิ่นไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้จางหมัวมัวก็ขานรับแล้วหันไปสั่งนางข้าหลวงที่เคยวางยาในกำยานขององค์ชายหกหาวิธีทำให้คนในวังคิดว่าองค์ชายหกทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียดวงตาไม่ไหวจึงได้ปลิดชีพของตนในตำหนักอย่างเงียบเชียบ นางข้าหลวงรีบขานรับแล้วทำตามวิธีที่พวกนางเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในยามที่คิดจะกำจัดคนในตำหนักอันห่างไกลสุดท้ายองค์ชายหกก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงด้วยฝีมือของนางข้าหลวงของเสิ่นไทเฮา ความโปรดปรานที่พระนางมีต่อองค์

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 67 จุดจบของฉินซิงเหยา

    เสิ่นไทเฮาทรงประชวรจนหมดสติไป แม้ว่าจะมีเรื่องที่เคยขัดแย้งกันแต่ถึงอย่างไรพระนางก็คือพระมารดาผู้ให้กำเนิด เซียวฉีฮ่องเต้จึงทรงเสด็จไปที่ตำหนักโซ่วหัวด้วยพระองค์เอง เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นว่าพระราชมารดาทรงทุกข์พระทัยจนสุขภาพทรุดโทรม เซียวฉีฮ่องเต้ก็พระทัยอ่อนยกเลิกคำสั่งกักบริเวณพระราชมารดาในทันที“หม่อมฉันชรามากแล้วต่อให้ฝ่าบาททรงยกเลิกโทษกักบริเวณหม่อมฉันก็ไปที่ไหนไม่ได้หรอกเพคะ” เสิ่นไทเฮาทรงตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงอ่อนแอ แต่ถ้อยคำของพระนางก็ทำให้ในพระทัยของเซียวฉีฮ่องเต้พลันมืดครึ้มขึ้นมาอีกครั้ง“แล้วเสด็จแม่อยากให้ลูกทำเช่นไร หรือจะให้ลูกยกเลิกเรื่องการเนรเทศสกุลเสิ่นออกจากเมืองหลวง” เซียวฉีฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาด้วยสีพระพักตร์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ในฐานะที่เป็นพระราชมารดามีหรือที่เสิ่นไทเฮาจะทรงคาดเดาสีพระพักตร์ของเซียวฉีฮ่องเต้ไม่ได้ พระนางจึงรีบปฏิเสธในทันที“หม่อมฉันจะไปขอความเมตตาให้พวกเขาทำไมกันเล่าเพคะ พวกเขาทำให้ฝ่าบาททรงขุ่นเคืองพระทัยย่อมจะต้องได้รับโทษ เพียงแต่ยามนี้หญิงชราเช่นหม่อมฉันรู้สึกว้าเหว่อยู่บ้าง ในใจก็ย่อมจะคิดถึงลูกหลานที่เคยมาเยี่ยมเยียน” เมื่อพระนางตรัสออกมาเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status