LOGINเช้าวันรุ่งขึ้นเจียงฉิงฟางก็กลายเป็นที่เอ่ยถึงของชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ถูกเอ่ยถึงในทางที่เลวร้ายดังเช่นเมื่อก่อน แต่นางกลับถูกเอ่ยถึงด้วยความเวทนาและสงสารแทน
“ข้าละอายจริงๆ ที่ใช้สกุลเดียวกันกับพวกเขา ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องเลี้ยงดูลูกสามคนตามลำพัง แต่กลับถูกคนตั้งหลายคนรุมรังแก ท่านหัวหน้าหมู่บ้านก็ช่างใจจืดใจดำยืนดูเหตุการณ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเฉยชา เสียแรงที่ทุกคนในหมู่บ้านให้ความนับหน้าถือตา”
“นั่นน่ะสิ! ข้ายังได้ยินมาอีกนะว่าเพราะเขารังเกียจที่สะใภ้บ้านจ้าวมีหน้าตางดงามมากเกินไปจึงเลือกญาติผู้พี่ของนางให้แต่งเข้าไปเป็นสะใภ้ในบ้านของตนเองแทน คิดไม่ถึงว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านจะเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบถึงเพียงนี้”
“คนบ้านเจียงก็ไม่ต่างกัน พอเห็นว่าสะใภ้บ้านจ้าวไร้สามีคอยดูแลและขาดที่พึ่งพิงก็รีบตัดขาดกับนางโดยไม่สนใจสายสัมพันธ์ทางสายเลือด พวกเขาคงจะเกรงกันว่าวันหน้านางจะพาลูกๆ ไปขอความช่วยเหลือและกลายเป็นภาระที่สลัดไม่หลุดของพวกเขา ช่างใจดำเสียจริง” คำพูดของคนในหมู่บ้านทำให้ทั้งบ้านสกุลเฉินและบ้านสกุลเจียงรู้สึกอับอายขายหน้า ยิ่งพวกเขาออกมาแก้ไขข่าวลือก็ยิ่งทำให้ข่าวลือในทางที่เลวร้ายยิ่งโหมกระหน่ำ ทำให้พวกเขาไม่คิดจะออกมาแก้ไขข่าวลือที่ชาวบ้านเหล่านั้นพากันเอ่ยถึงอีก ทำได้แค่เพียงต้องยอมกล้ำกลืนแบกรับคำติฉินนินทาเอาไว้ทั้งที่ใจไม่อยากจะยอมรับ
“พวกเจ้าบอกกับแม่มาว่าคนที่ปล่อยข่าวลือคือพวกเจ้าใช่ไหม” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กๆ ส่ายหน้า แต่เมื่อเห็นว่าในมือของนางมีไม้เรียวขนาดเหมาะมือพวกเขาก็รีบยอมรับด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อยในทันที
“เป็นพวกข้าเอง พวกข้ารู้สึกไม่พอใจที่คนเหล่านั้นพากันมารุมรังแกท่านแม่” คำพูดของจ้าวฉางเยี่ยนทำให้เจียงฉิงฟางเพ่งมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิในทันที
“แม่เคยบอกกับพวกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามเอาเรื่องในบ้านไปพูดเพื่อแลกเงิน แล้วนี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่ คิดจะต่อต้านคำพูดของแม่อยู่หรือ”
“แต่พวกข้าไม่ได้นำเรื่องในบ้านไปพูดเพื่อแลกเงินนะเจ้าคะ พวกข้านำเรื่องที่เกิดขึ้นนอกบ้านไปเล่าให้ผู้อื่นฟังต่างหาก อีกทั้งครั้งนี้พวกข้าไม่ได้เก็บเงินจากท่านป้าเฉินดังนั้นจะพูดว่าพวกข้าเอาเรื่องในบ้านไปพูดเพื่อแลกเงินไม่ได้” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนทำให้เจียงฉิงฟางได้แต่ทอดถอนใจออกมา
“ท่านแม่! ต่อให้พวกข้าไม่ได้นำเรื่องราวไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง ท่านป้าเฉินก็จะต้องนำไปพูดให้ผู้อื่นฟังอยู่ดี ท่านแม่อย่าได้ลืมสิขอรับว่าบ้านของท่านป้าเฉินอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของพวกเรานี่เอง” คำพูดของจ้าวฉางยวนทำให้เจียงฉิงฟางหาถ้อยคำมาโต้แย้งไม่ออกแล้วสุดท้ายนางจึงได้เอ่ยกับบุตรชายและบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“เช่นนั้นแม่จะเพิ่มข้อห้ามให้พวกเจ้าอีกสักหนึ่งข้อ ต่อไปห้ามพวกเจ้าติฉินนินทาผู้อื่นอีกทั้งยังห้ามปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของผู้อื่นเช่นนี้อีก” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวฉางเยี่ยนก็เอ่ยลอยๆ ขึ้นมาว่า
“เท่าที่ข้ารู้ ยามนี้คนเกือบทั้งหมู่บ้านรู้เรื่องที่เมืองเทียนเฟิงมีเหมืองทองแล้ว” คำพูดของจ้าวฉางเยี่ยนทำให้เจียงฉิงฟางนิ่งอึ้งไป แล้วสุดท้ายนางจึงได้เอ่ยแก้ตัวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะหนักแน่นดังเช่นเมื่อครู่นี้แล้ว
“... แม่ผิดเองที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกเจ้าไม่ได้ แต่พวกเจ้าเชื่อแม่เถิดว่าการปล่อยข่าวที่ไม่ดีเพื่อทำร้ายผู้อื่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง สาเหตุที่แม่ปล่อยข่าวเรื่องเหมืองทองเป็นเพราะแม่มั่นใจว่าที่เมืองเทียนเฟิงมีเหมืองทองจริงๆ หากทุกคนไปที่นั่นก็จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็นิ่งงันไปแล้วก็เป็นจ้าวฉางเยี่ยนที่เอ่ยถามเจียงฉิงฟางออกมาตามตรง
“แล้วท่านแม่ไม่คิดจะไปหาเงินที่เมืองเทียนเฟิงแล้วหรือ” คำถามของบุตรชายทำให้เจียงฉิงฟางนิ่งงันไปครู่หนึ่งเพื่อที่จะหาคำตอบ เด็กน้อยทั้งสามมีความคิดอ่านไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าผู้ใหญ่ที่โตแล้วเช่นนี้ทำให้นางต้องคิดหาคำตอบที่เหมาะสมนานพอสมควร
“เดิมทีแม่ก็คิดถึงแต่ความมั่งคั่งจึงได้ทอดทิ้งพวกเจ้าไป แต่ตอนที่กำลังจะตายแม่ก็เอาแต่คิดว่าหากไม่มีแม่แล้วพวกเจ้าจะอยู่กันตามลำพังได้ไหม” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาเพื่อปิดบังความเห็นแก่ตัวที่สุดแสนจะโหดร้ายของเจียงฉิงฟางที่ในนิยายเคยบรรยายเอาไว้
“ยามนี้แม่คิดได้แล้ว ขอแค่เพียงพวกเราได้อยู่อย่างพร้อมหน้า เรื่องความมั่งคั่งเหล่านั้นแม่จะต้องพยายามทำให้กลายเป็นความมั่งคั่งของครอบครัวของพวกเราให้ได้” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาพลางคิดคำนวณอยู่ในใจ
นางจำได้ว่านางเอกที่อยู่ในนิยายเรื่องนี้ทำเครื่องหอมและสบู่ขายจนร่ำรวย นางจึงคิดว่าตัวนางเองก็น่าจะทำได้ ก่อนที่นางจะทะลุมิติเข้ามานางเคยลงเรียนวิธีการทำสบู่แบบโบราณ อีกทั้งยังเคยเรียนการปรุงเครื่องหอมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ดังนั้นการทำสบู่และเครื่องหอมจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง สาเหตุที่นางเอกในนิยายสามารถค้าขายจนร่ำรวยได้เป็นเพราะนางเอกทำสบู่หอมวางขายในราคาถูกเป็นเจ้าแรกๆ ในเมื่อยามนี้นางเอกของนิยายเรื่องนี้ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ดังนั้นคนที่วางขายสบู่หอมในราคาถูกคนแรกก็ควรจะเป็นนาง
‘ต้องขอโทษด้วยนะ ฉินซิงเหยา ฉันไม่อยากจะเป็นแค่ตัวประกอบธรรมดาทั่วไปอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นฉันคงต้องรีบลงมือแย่งชิงความร่ำรวยจากเธอไปก่อนเสียแล้ว’ เจียงฉิงฟางคิดอยู่ในใจพลางเริ่มวางแผนการอยู่ในใจว่านางจะทำสบู่หอมด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดไหนเป็นกลิ่นแรกดี
ดอกไม้ที่เจียงฉิงฟางนำมาสกัดกลิ่นหอมออกเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องหอมและนำมาทำเป็นสบู่หอมก็คือดอกกุ้ย กลิ่นหอมอันโดดเด่นเมื่อนำมาปรุงแต่งเพิ่มอย่างพิถีพิถันก็ทำให้ความหอมยิ่งติดทนนานและมีความหอมละมุนมากยิ่งขึ้น
“ท่านแม่ สตรีในหมู่บ้านของพวกเราแค่เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่ก็ยังปะชุนแล้วปะชุนอีก ท่านแม่คิดว่าพวกนางจะยอมจ่ายเงินมาซื้อเครื่องหอมและสบู่หอมของท่านหรือ” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยถามออกมาพลางมองดูธูปหอมที่มารดาของเขาทำ ยังมีสิ่งที่ท่านแม่ของเขาเรียกว่าน้ำหอมและสบู่อีก แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะหอมและดูน่าใช้แต่เขาก็ยังคงคิดว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่น่าจะขายได้
“แรกๆ พวกนางอาจจะไม่ยอมซื้อ แต่ก็ใช่ว่าต่อไปจะไม่ซื้อ พวกเจ้าอย่าลืมไปช่วยกันเก็บดอกอิงฮวามาให้แม่ กลิ่นต่อไปที่แม่จะทำก็คือดอกอิงฮวา” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข ทุกวันนี้หลังจากที่นางเว้นว่างจากการปลูกผัก เลี้ยงไก่และทำอาหารให้ตนเองและเด็กๆ กิน นางก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ลองผิดลองถูกทำทั้งธูปหอม น้ำหอมสกัดเข้มข้น แล้วก็ลองทำสบู่หอม ในที่สุดนางก็สามารถทำทั้งสามอย่างได้สำเร็จ ยามนี้ก็เหลือแค่เพียงนำออกไปเปิดตลาดเพียงเท่านั้น
จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย
หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง
ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ
เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน
เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ
สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย






![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
