LOGIN“สะใภ้บ้านจ้าว ดูเหมือนว่าช่วงนี้เจ้าจะงดงามขึ้นมากเลยนะ ผิวกายก็ดูเหมือนว่าจะขาวผ่องมากยิ่งขึ้น พอเข้าใกล้ก็หอมกรุ่นดุจดอกไม้” เสียงเอ่ยถามของป้าเฉินทำให้บรรดาเพื่อนบ้านที่นั่งซักผ้าในลำธารด้วยกันหันมามองด้วยความสนอกสนใจในทันที
“ช่วงนี้ข้าทำสบู่หอมมาใช้ร่างกายก็เลยขาวผ่องขึ้น ยังมีน้ำหอมที่ช่วยให้ร่างกายมีกลิ่นหอม วันหน้าข้าคิดว่าจะลองทำน้ำมันบำรุงผิว ผิวกายของข้าก็คงจะนุ่มนวลและหอมกรุ่นมากยิ่งขึ้น” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ก็มีเสียงเย้ยหยันจากคนของบ้านเจียงขึ้นมาในทันที
“เจียงฉิงฟาง! เจ้านี่ช่างดีเสียจริง ไม่ต้องทำงานหนักในไร่นา วันทั้งวันสนใจแต่เรื่องความงามและการประทินผิว นี่เจ้ากำลังคิดจะไปยั่วยวนบุรุษที่ไหนอีก” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางที่ซักผ้าเสร็จแล้วขยับกายลุกขึ้นพลางยกตะกร้าใส่ผ้าที่ซักเสร็จแล้วขึ้นมา
“ข้าจะยั่วยวนบุรุษอื่นไปทำไม ในเมื่อสามีของข้าก็ยังอยู่ แม้ว่ายามนี้เขาจะไม่อยู่ที่นี่แต่ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องกลับมาแน่ คนที่ควรจะคิดถึงเรื่องความงามและการประทินผิวควรจะเป็นเจ้านะ เฉินอี้ร่ำร้องจะหย่าขาดกับเจ้าทุกวันจนเจ้าต้องหนีมาหลบอยู่ที่บ้านเดิมเช่นนี้ เจียงฉิงเหยาในฐานะที่พวกเราเคยเติบโตมาในบ้านเดียวกัน ข้าจะขอแนะนำเจ้าสักอย่างว่าหากข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่ยื้อเขาเอาไว้รีบหย่าขาดไปเสีย แล้วหาสามีใหม่ที่มีใจให้น่าจะเป็นการดีกว่า” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงเหยาก็เหวี่ยงไม้ตีผ้าทิ้งในทันที
“เจ้าจะได้ลงเอยกับสามีของข้าใช่ไหมเล่า” คำพูดและท่าทีของเจียงฉิงเหยาทำให้ทุกคนที่อยู่ในลำธารจ้องมองพวกนางด้วยความสนอกสนใจในทันที
“ข้าเคยบอกกับเจ้าแล้ว ว่าข้าไม่เคยคิดจะสนใจสามีของเจ้าเลยสักนิด คนอย่างข้าสิ่งหนึ่งที่ยึดถือมาโดยตลอดก็คือจะไม่มีทางแย่งชิงบุรุษของผู้อื่นมาเป็นของตนอย่างเด็ดขาด” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งตัวของนางและเจ้าของร่างนี้สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือจะไม่ยอมแย่งชิงบุรุษของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง สาเหตุที่เจ้าของร่างนี้ตกลงไปในน้ำก็เพราะความยึดมั่นในข้อนี้ ส่วนบุรุษที่ทำให้นางตกน้ำผู้นั้นยามนี้เขาคงจะคิดว่านางตายไปแล้ว
“บุรุษที่มีใจโลเลข้าจะไม่เอาตัวไปข้องเกี่ยวให้เสียเวลา ส่วนสาเหตุที่ข้าชอบแต่งกายงดงาม สนใจรูปโฉมและพิถีพิถันในการประทินผิว จัดแต่งทรงผม และใส่ใจการเลือกเครื่องแต่งกายล้วนทำเพื่อตนเองทั้งนั้นหาได้ทำเพื่อบุรุษอย่างที่ผู้อื่นเข้าใจ” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจียงฉิงเหยาแค่นเสียงในลำคอแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงถากถางในทันที
“เพื่อตนเองหรือ ข้ามองไม่เห็นว่านอกจากจะแต่งตัวเพื่อยั่วยวนบุรุษแล้วข้าไม่เห็นว่าเจ้าจะทำเพื่อตนเองตรงไหน” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางแค่นหัวเราะแล้วเอ่ยออกมาในทันที
“ผู้หญิงเรา ทั้งงานในบ้านและงานในสวนในไร่ล้วนต้องทำ ความเหน็ดเหนื่อยที่ได้รับมีมากมายกว่าที่ผู้อื่นจะเข้าใจ ผู้ชายทำงานนอกบ้านต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมากกว่าก็จริง แต่เมื่อกลับถึงบ้านพวกเขาก็ได้พักผ่อนแล้ว แต่ผู้หญิงอย่างพวกเรากว่าจะได้พักก็แค่เพียงเวลานอนเท่านั้น ดังนั้นเราก็ควรจะหาวิธีผ่อนคลายให้ตนเองบ้าง กลิ่นหอมเหล่านี้หาได้ใช้ยั่วยวนผู้ใด แต่เอาไว้เพื่อผ่อนคลายจิตใจของตนเองต่างหาก” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้หญิงสาวชาวบ้านบริเวณนั้นต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เมื่อเจียงฉิงฟางเห็นว่ามีคนคล้อยตามคำพูดของนางหลายคนแล้ว นางจึงดึงห่อผ้าเล็กๆ ออกมา ในห่อผ้ามีสบู่หอมก้อนเล็กๆ ที่นางทำออกมาสำหรับใช้แจกจ่ายเพื่อเป็นสบู่สำหรับทดลองใช้อยู่หลายก้อน ช่วงนี้การที่นางหอบผ้ามาซักที่ลำธารทุกวันทั้งๆ ที่จะซักล้างในลานบ้านก็ได้เป็นเพราะนางมีเป้าหมาย นอกจากจะไม่ต้องเปลืองกำลังตักน้ำในลำธารเข้าบ้านให้เปลืองแรง นางยังต้องการที่จะทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับหญิงชาวบ้านในหมู่บ้านให้มากขึ้นด้วย ยามนี้นางคิดว่าจังหวะเหมาะที่จะซื้อใจจึงได้นำสบู่ก้อนขนาดเล็กออกมาแจกจ่ายให้บรรดาสตรีที่นั่งซักผ้าอยู่ด้านข้าง
“นี่คือสบู่หอมที่ข้าทำเอง นอกจากจะใช้ชำระล้างร่างกายแล้วข้ายังนำมาใช้ซักผ้าอีกด้วย” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางมอบสบู่หอมให้กับคนที่นั่งซักผ้าอยู่ใกล้เคียงคนละก้อนจนครบทุกคน แน่นอนว่านางไม่ได้มอบสบู่ในมือให้กับกลุ่มของเจียงฉิงเหยาที่อยู่ห่างออกไป
“หอมจริงๆ ข้าก็กำลังจะสอบถามเจ้าอยู่พอดีว่าเจ้าใช้อะไรซักผ้า ผ้าของเจ้าจึงทั้งมีฟองเยอะและหอมกรุ่น” คำพูดของป้าเฉินทำให้บรรดาสตรีคนอื่นๆ ต่างส่งเสียงถามออกมาเช่นเดียวกัน
“นี่คือสบู่หอม ข้าทำเลียนแบบถั่วถูขี้ไคลที่ผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงและคนในวังหลวงใช้ชำระร่างกาย แต่ข้าใช้วิธีการพิเศษทำให้มันมีฟองและมีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น พวกเจ้าลองนำไปล้างมือดูสินอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้วยังชำระล้างคราบสกปรกได้ดีอีกด้วย” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจียงฉิงเหยาร้องเฮอะ! ออกมา
“เจ้าเคยเข้าเมืองหลวงด้วยหรือจึงได้รู้ว่าชนชั้นสูงและคนในวังเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร”
“แม้ว่าจะไม่เคยไปแต่ก็เคยได้ยินคนเขาเอ่ยถึง ข้าก็เลยลองทำบ้างอาจจะไม่เหมือนถั่วถูขี้ไคลที่ผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงใช้ แต่ข้าก็คิดว่าคงจะไม่ต่างกันมากนักขอแค่ช่วยขจัดคราบบนร่างกายและขจัดคราบบนเสื้อผ้าได้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว มิใช่หรือ” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้บรรดาหญิงชาวบ้านก็พยักหน้าและลองใช้ดูแล้วก็เอ่ยออกมาว่า
“ขจัดคราบสกปรกได้ดีจริงๆ ด้วย”
“เจ้าสิ่งนี้ทำอย่างไรเจ้าบอกป้าได้ไหม” ป้าเฉินเอ่ยถามออกมาด้วยสายตาแวววาว เจียงฉิงฟางจึงได้ส่ายหน้า
“ข้าไม่สามารถบอกวิธีทำให้คนอื่นรู้ได้ เพราะข้าตั้งใจจะทำขายหาเงินเล็กๆ น้อยมาเลี้ยงดูลูกและตนเอง หากท่านป้าเฉินชอบก็แค่มาซื้อสบู่หอมของข้าก็พอ รับรองว่าข้าจะลดราคาให้พวกท่านเป็นกรณีพิเศษ” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ท่านป้าเฉินก็พยักหน้าในทันที
“ย่อมได้ เจ้าคงจะไม่รู้ว่าช่วงนี้ท่านลุงเฉินของเจ้าสามารถหารายได้เข้าบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ” ป้าเฉินเอ่ยพลางยิ้มออกมา หลังจากรู้เรื่องการขุดค้นพบทองในเมืองเทียนเฟิงลุงเฉินก็ตัดสินใจไปที่เมืองเทียนเฟิงเพื่อหาลู่ทางทำกิน ยามนี้เขาเข้าไปเป็นลูกหาบให้แก่คณะขุนนางที่นั่นสามารถหาเงินเข้ากระเป๋าแล้วส่งกลับบ้านได้เป็นจำนวนมากทำให้ป้าเฉินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก และนางก็ไม่ลืมว่าคนที่บอกช่องทางทำกินนี้ให้แก่นางก็คือเจียงฉิงฟาง
“ข้าจะเริ่มนำไปขายที่ตลาดในวันพรุ่งนี้ หากพวกท่านชอบก็อย่าลืมไปช่วยซื้อสบู่หอมของข้ากันด้วยเล่า” เมื่อเอ่ยจบเจียงฉิงฟางก็เดินจากไปทิ้งให้หญิงชาวบ้านพูดคุยเรื่องสบู่หอมที่นางแจกจ่ายให้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ทำขายหรือ ชิ! ใครจะยอมใช้เงินที่หามาอย่างยากลำบากซื้อของที่ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องได้กันเล่า” เจียงฉิงเหยาเอ่ยออกมาโดยไม่สังเกตสีหน้าของบรรดาสหายที่อยู่ข้างกายที่ในยามนี้กำลังให้ความสนใจสบู่หอมในมือของบรรดาสตรีที่เจียงฉิงฟางพึ่งจะแจกจ่ายไปให้
จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย
หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง
ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ
เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน
เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ
สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย







