Beranda / LGBTQ+ / มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg) / บทที่ 5 สะใภ้ตัวจริง

Share

บทที่ 5 สะใภ้ตัวจริง

last update Tanggal publikasi: 2025-01-12 14:48:36

บทที่ 5

สะใภ้ตัวจริง

            ช่วงเวลาที่สุดแสนจะกลัดกลุ้มได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขากลับไปในช่วงค่ำของวันนั้น ส่วนผมนั่งร้องไห้อยู่ในห้องนานหลายชั่วโมงกว่าจะทำใจได้ สรุปว่าผมมาทำอะไรที่นี่ มาขายตัวหรือมาเป็นเมียหลอก ๆ หรือมาเป็นสะใภ้หลอก ๆ เริ่มไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน

            คุณนายวิมลให้คนมาเรียกลงไปที่ห้องรับแขก ผมจึงต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หากทว่าดวงตายังคงแดงก่ำมิอาจปกปิดได้ ลงมาถึงแล้วก็เห็นท่านนั่งอ่านนิยายวายเรื่องโปรดรออยู่ก่อนแล้ว จึงยกมือไหว้แล้วนั่งลงบนโซฟา ก้มหน้าก้มตาไม่อยากให้ท่านมองเห็นร่องรอยของการร้องไห้มา

            “เป็นยังไงบ้าง”

            “ไม่เป็นไรครับคุณแม่” น้ำเสียงของผมสั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ว่าจะไม่ร้องแล้วนะแต่พอมีคนมาสะกิดความรู้สึกนั้นอีกทีก็ต้องอ่อนแออีกครั้ง

            “ฉันขอโทษที่ทำอย่างนั้นลงไป ฉันแค่อยากให้เธอกับนาธานผูกพันกัน ทุกอย่างมันจะได้ง่ายขึ้น”

            “คุณแม่ต้องการแค่นั้นเองเหรอครับ ไม่ห่วงความรู้สึกผมเลยเหรอครับ ผมขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเสียตัวให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ไม่เคยรักเลยด้วยซ้ำและไม่คิดจะรักด้วย”

            “เธออยากได้อะไรฉันจะให้เธอหมดทุกอย่าง ขอแค่ทำงานนี้ให้สำเร็จ”

            “ผมขอไม่ทำแล้วได้ไหมครับ ผมเกลียดเขา”

            “เกลียดฉันด้วยไหม?”

            “ไม่ได้เกลียดครับ แต่แอบน้อยใจที่คุณแม่เอาแต่ใจจนทำให้ผมต้องอยู่ในสภาพนี้” เอ่ยพลางปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มไปด้วย

            “เข้ามานั่งใกล้ ๆ ฉันสิ” ท่านกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปนั่งใกล้ ๆ จึงต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย ถึงแม้ภายในใจจะยังคงขุ่นเคืองอยู่บ้าง

            “ผม ฮึก เสียใจ คุณนาธานเขาใจร้ายเหลือเกิน ไม่อ่อนโยน ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ผมเสียใจที่เขาเป็นคนแรกของผม”

            เมื่อเห็นผมร้องไห้ร้องห่มท่านก็โอบกอดเพื่อให้กำลังใจ “หากจะโทษใครก็มาโทษที่ฉันเถอะ ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับเรื่องอย่างนี้ ฉันตั้งใจวางยาพวกเธอทั้งคู่เพื่อให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ฉันจะรับผิดชอบด้วยการให้เธอเป็นสะใภ้ตัวจริง”

            ได้ยินอย่างนั้นผมก็ตกใจยกใหญ่ เบิกตาแล้วผละตัวออกมามองหน้าท่าน จู่ ๆ จะมาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ทำผมไม่คิดจะพิศวาสเลยด้วยซ้ำ ส่วนผมเองก็ไม่มีทางมองเขาในแง่ดี ไม่มีทางยอมตกล่องปล่องชิ้นด้วยแน่ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็เกินพอ

            “ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมจะถือซะว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ผมจะทำงานให้คุณแม่จนเสร็จแล้วก็จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ถือซะว่าสิ่งที่เสียไปชดใช้หนี้ให้เขาก็แล้วกัน”

            “แต่ฉันอยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ตัวจริงจริง ๆ นะ ฉันว่าเธอดีกว่าแม่นางเอกนั่นตั้งเยอะ”

            “แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับคุณแม่ คุณนาธานไม่ได้รักผม ผมเองก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน เราเป็นผู้ชายด้วยกัน เอาตามนี้เถอะนะครับ ไม่ต้องพูดถึงมันอีก แล้วทำภารกิจต่อให้จบ”

            “น่าเสียดายจริง ๆ เธอเป็นสะใภ้ในอุดมคติของฉันเลยนะ แต่ก็ช่างเถอะฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่การเสียพรหมจรรย์ในครั้งนี้ฉันจะไม่ให้เสียเปล่า ฉันคิดไว้แล้วว่าจะซื้อบ้านให้ครอบครัวเธอหลังหนึ่งโอนให้เป็นชื่อเธอ หลังจากจบงานนี้แล้วเธอจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือหากอยากทำงานกับฉันต่อก็ไม่ว่าฉันยินดีต้อนรับเธอเสมอ”

            “ขอบพระคุณครับคุณแม่ แต่บ้านหลังหนึ่งราคาไม่ใช่น้อย ๆ มันไม่มากไปหน่อยเหรอครับ”

            “ไม่มากไปหรอกเมื่อเทียบกับสิ่งที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งต้องเสียไป เอาเป็นว่าฉันจะเอาแบบมาให้เธอเลือกก็แล้วกัน ถูกใจหลังไหนก็บอกมาได้เลย”

            “ขอบพระคุณครับคุณแม่” ถึงไม่ได้เห็นแก่เงินขนาดนั้น แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าเงินเท่านั้นที่จะบันดาลดลทุกสิ่งให้เกิดขึ้นได้ เมื่อเสียไปแล้วก็ต้องตักตวงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจะไม่ยอมเสียเปรียบฝ่ายเดียวแน่

            “นับจากนี้เธอต้องเป็นฝ่ายรุก ฉันจะให้คนขับรถไปส่งที่ทำงานของนาธาน ไปประกาศศักดาว่าเธอเป็นใคร”

            “มันจะดีเหรอครับ”

            “ดีสิ ฉันคิดไตร่ตรองดีแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะเสียเปรียบแม่นั่น”

            ว่าแล้วท่านก็ยื่นแท็บเล็ดมาให้ดูอะไรบางอย่าง เมื่อมองดูที่หน้าจอซึ่งท่านได้เปิดเอาไว้มันคือข่าวซุบซิบบันเทิง พาดหัวว่านางเอกสาวซอนย่ากำลังซุ่มคบกับนักธุรกิจหนุ่มหล่อชื่อดัง ควงคู่กันไปเที่ยวสองต่อสองอยู่บ่อยครั้ง ภาพที่ปาปารัซซี่ถ่ายมาได้ถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็พอดูออกว่าคือคุณนาธาน

            “ไม่แปลกนี่ครับคุณแม่เพราะเขาเป็นแฟนกัน”

            “แปลกสิ เพราะฉันไม่ชอบขี้หน้าแม่นั่น เตรียมตัวให้พร้อม เพราะนอกจากเธอจะไปเยือนออฟฟิศของตานาธานแล้ว ยังต้องไปเดินแบบการกุศลที่สมาคมด้วย ฉันรู้ว่าแม่นางเอกนั่นจะไปเดินด้วย”

            “ผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลยนะครับ”

            “ไม่เคยก็ต้องเคย ฉันจะจ้างครูมาสอนเดินแบบให้เอง”

            “ก็ได้ครับ”

            ผมต้องก้มหน้ารับบัญชาอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ ทุกอย่างที่คุณนายวิมลให้ทำล้วนแต่ทำให้เขาเกิดความสงสัยทั้งสิ้น จะต้องหาคำแก้ตัวยังไงให้เอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง ที่สำคัญจะทำยังไงให้สองคนนั้นเลิกกันได้โดยที่ผมไม่ถูกจับได้ว่าเป็นผู้ต้องหา

*-*-*-*-*-*

            วันนี้นับเป็นวันแรกที่ผมได้ออกมาจากรั้วคฤหาสน์แอนเดสัน ทำตัวเชิด ๆ นั่งรถหรู มีคนขับรถส่วนตัว ชีวิตพลิกผันเพียงชั่วข้ามคืนแต่อีกไม่นานก็คงกลับไปเป็นไอ้บิวของแม่เหมือนเดิมแล้ว

            ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองคือออฟฟิศของคุณนาธาน เขาทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ในประเทศก็เป็นธุรกิจประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านการเงินอื่น ๆ ส่วนนอกประเทศเป็นหุ้นส่วนของบ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ ทำให้เป็นคนมีหน้ามีตา รู้จักและสนิทสนมกับคนมีสีเสริมบารมีให้ยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นมาเฟียก็ย่อมได้

            คุณนายวิมลบอกว่าเขาอยู่ชั้นสามสิบของตึก ผมภาวนาขอให้เขาไม่อยู่ที่นั่นจะได้มีข้ออ้างกลับไปบอกคุณนายวิมล แต่แล้วความฝันของผมมันก็สูญสลายไป เพราะเมื่อเปิดประตูเข้าไปในนั้นก็เห็นเขายืนสั่งงานลูกน้องอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นผมทุกคนก็มองเป็นตาเดียวกัน ทำได้เพียงยิ้มพลางโบกมือทักทาย ก่อนเขาจะเดินทำหน้าดุเข้ามาหาแล้วคว้ามือออกมาจากห้องนั้นทันที

            “ดะ...เดี๋ยว จะพาผมไปไหนครับ”

            “เธอมาที่นี่ทำไม! ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

            “ก็คุณแม่ให้ผมเอาขนมมาให้คุณ ท่านทำเองกับมือเลยนะ” ผมยิ้มพลางยื่นถุงขนมที่คุณนายวิมลฝากมาให้ลูกชาย เพื่อจะได้มีข้ออ้างมาที่นี่

            เขาวางสายตาไว้ที่ถุงขนมก่อนเลื่อนสายตามาที่ใบหน้าผม เห็นแววตาดุดันก็รู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ต้องยิ้มสู้เข้าไว้เพราะเขาไม่น่าจะทำอะไรผมต่อหน้าลูกน้องแน่

            “ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดฝากอะไรมาให้ลูกชาย แต่วันนี้กลับส่งเธอมา มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่า” แววตาที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นแววตาอันมีเล่ห์เหลี่ยม เท้าใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ผมจึงต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ ด้วยความกลัว

“มะ...ไม่มีอะไรจริง ๆ เอาให้คุณแล้วผมก็จะกลับ”

“ฉันเป็นนายจ้างเธอนะลืมไปแล้วเหรอ หรือว่าคุณแม่ให้เธอมากกว่านั้นอีก”

“ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับคุณนาธาน ผมจะกล้าโกหกคุณได้ยังไง”

กล่าวด้วยความลนลานแล้วหมุนตัวจะหนีไป แต่ตรงหน้ามันคือบันไดน่ะสิ ผมเบิกตาด้วยความตกใจเพราะร่างกำลังจะร่วงลงไปแล้ว หลับตาปี๋นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว บรรพบุรุษจากทุกภพทุกชาติให้มารวมตัวกันช่วยผมด้วย!

            “ยัยซุ่มซ่าม!”

            คิดว่าตัวเองตายไปแล้วแน่ ๆ แต่ยังคงได้ยินเสียงคุณนาธานอยู่ใกล้มาก ตอนนี้ผมคงอยู่ในนรกขุมที่ร้อยแปดแน่นอน ไม่นะ! ตายแล้วยังต้องมาเจอเขาอีกหรือนี่

            “ลืมตาได้แล้ว”

            “คุณนาธาน ผมยังไม่ตายใช่ไหม”

            “ก็เออน่ะสิ”

            ตอนนี้เขาโอบกอดผมเอาไว้แน่นขนัดราวกับเป็นห่วงมาก เราจ้องตากันจู่ ๆ ภาพในวันวานก็ฉายในหัวอีกครั้ง ใบหน้าผมร้อนระอุขึ้นมาก่อนจะรีบหลบสายตาแล้วเบนหน้าหนี

            “นาธานคะ”

            เสียงหวาน ๆ ของใครบางคนดังขึ้นเราทั้งคู่จึงหันไปมอง ไม่น่าเชื่อว่าซอนย่าจะมาอยู่ตรงนี้แล้ว เมื่อเห็นว่าแฟนสาวมาพบเข้าคุณนาธานก็รีบผลักตัวผมให้ออกห่างทันที

            “ไม่มีอะไรครับซอนย่า เด็กนี่เอาขนมมาส่งน่ะ อ่ะนี่ขนมฝีมือคุณแม่ท่านเอามาฝากซอนย่าน่ะ”

            “จริงเหรอคะ ยังไงก็ฝากขอบคุณคุณแม่ด้วยนะคะ”

            เธอยิ้มด้วยความดีใจอย่างลืมตัว ก่อนเงยขึ้นมามองหน้าผม รอยยิ้มบนใบหน้างามเจื่อนลงทันที สีหน้าและสายตาของนางร้ายเริ่มทำงานทันที

            “ส่งแล้วก็กลับไปสิ ยืนบื้ออยู่ได้”

            “เธอกลับไปได้แล้ว” คุณนาธานผสมโรงอีกเสียง ราวกับผมเป็นตัวน่ารังเกียจซะเหลือเกิน

            ยังไม่ได้ทันพูดอะไรเขาก็โอบไหล่นางเอกสาวกลับเข้าไปในออฟฟิศเสียแล้ว ทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น กำลังคิดว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ ไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรเลย แถมยังมาเสียท่าให้กับศัตรูอีกด้วย หากคุณนายรู้เข้ามีหวังโดนเอ็ดใหญ่แน่

*-*-*-*-*-*-*

            ช่วงหลายวันที่ผ่านมาคุณนายให้ครูมาสอนเดินแบบที่บ้านอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กะว่าจะให้ผมไปเป็นนายแบบมืออาชีพหรืออย่างไรกัน วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเรียน เรียน แล้วก็เรียน ทำเอาแทบไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นเลย ส่วนคุณนาธานไม่เคยโผล่หน้ามาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันที่จะต้องไปร่วมงานเดินแบบผ้าไทยและเครื่องเพชรมูลค่านับร้อยล้านของคุณหญิงคุณนายทั่วฟ้าเมืองไทย

            วันนี้เราเดินทางมายังโรงแรมที่จัดงานก่อนเวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้ผมมาซ้อมเดินแบบบนเวทีจริง ผมพยายามมองหาซอนย่าแต่ไม่พบว่านางมาซ้อมในวันนี้ด้วย จึงแอบกระซิบถามนายแบบและนางแบบที่ซ้อมด้วยกันทราบว่านางไม่เคยมาซ้อมเพราะเป็นงานอยู่แล้ว อีกอย่างหากไม่เดินในชุดฟินนาเล่นางจะไม่รับเด็ดขาด

            ซ้อมเดินบนเวทีจนเริ่มเข้าใจลำดับขั้นตอนของงานแล้วก็มาแต่งหน้า ในระหว่างช่างกำลังช่วยแต่งหน้าให้คุณนายวิมลก็เดินเข้ามาทักทายทุกคน ดูเหมือนว่าคนจะรู้จักและให้ความเคารพนับถือไม่น้อย เพราะคุณนายเป็นไฮโซชื่อดัง แต่คนอื่นยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร

            “สวัสดีค่ะคุณวิมล” พี่ช่างแต่งหน้ารีบยกมือไหว้แล้วทำการละเลงหน้าผมต่อ

            “สวัสดีจ้ะ วันนี้จัดเต็มให้ลูกสะใภ้ฉันหน่อยนะจ๊ะ”

            “อ้าว! นี่ลูกสะใภ้คุณวิมลหรอกเหรอคะ ฉันเข้าใจว่าเป็นคุณซอนย่าซะอีก ไม่นึกเลยว่าคุณนาธานจะมีรสนิยมดีอย่างนี้ หายากนะคะที่แม่สามีรับลูกสะใภ้ที่เป็นผู้ชายได้”

            “ข่าวก็ลงอะไรไปเรื่อยนั่นล่ะ ลูกชายฉันมันก็พ่อปลาไหล แต่จริง ๆ แล้วคนที่เป็นตัวจริงคือหนูบิวนี่ล่ะ ตานาธานพามาฝากเนื้อฝากตัวกับฉันถึงที่บ้านจะไม่ใช่ตัวจริงได้ยังไงล่ะ”

            คุณนายวิมลเอาแต่ยกยอปอปั้นผมยกใหญ่ ทำได้เพียงยิ้มรับอย่างจำใจ แต่อีกใจก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่มีคนเห็นความสำคัญของตัวเองอย่างนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ละครฉากหนึ่งก็เถอะ

            “แม่ไปแล้วนะหนูบิว ยังไงก็สู้ ๆ นะ”

            “ขอบคุณครับคุณแม่”

            ผมยิ้มให้ก่อนท่านจะเดินออกไปจากห้องแต่งตัว นั่งให้พี่ช่างแต่งหน้าสะบัดแปรงต่อไป ตอนนี้ผมเป็นเป้าสายตาของทุกคนในห้องแต่งตัวอย่างช่วยไม่ได้

            “ทำไมไม่ยอมบอกว่าน้องเป็นสะใภ้คุณวิมล ปล่อยให้พี่เข้าใจว่าเป็นนายแบบหน้าใหม่มาเสียนาน”

            “ทำไมต้องบอกด้วยครับพี่ ผมว่ามันก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น วันนี้ผมก็มาเดินแบบเหมือนคนอื่นนี่นา”

            “สำคัญสิ เศรษฐินีไฮโซที่ใครต่างก็อยากได้เป็นแม่สามีแต่จู่ ๆ ก็มาเปิดตัวน้องซะงั้น แสดงว่าน้องต้องถูกใจคุณวิมลมากแน่ ๆ ตอนนี้ใคร ๆ ก็เข้าใจว่าซอนย่าคือตัวจริงของคุณนาธาน เชื่อว่าพรุ่งนี้เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศแน่”

            “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

            “ไม่เชื่อคอยดูละกันค่ะ”

            เราคุยกันไปเรื่อยอย่างถูกคอจนกระทั่งแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ไปแต่งตัวตามชุดที่ได้ถูกกำหนดไว้ให้ ยิ่งใกล้ถึงเวลาที่จะต้องออกไปหน้าเวทีภายในห้องแต่งตัวก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น แม้จะเคยเรียนจากครูสอนเดินแบบมาอย่างเข้มข้นแต่ผมก็ยังตื่นเต้นเพราะนี่คืองานแรก เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองหน้าตาดีขึ้นเป็นกอง ส่องกระจกแล้วยิ้มพลางคิดในใจว่านี่คือผมจริง ๆ หรือ

            ใกล้จะถึงเวลาเริ่มงานก็เห็นซอนย่าเข้ามาพร้อมผู้จัดการ นางแต่งหน้าทำผมมาพร้อมก่อนแล้วและเพิ่งมาสวมใส่ชุดที่นี่ ยอมรับว่าการเป็นดาราดังทำให้มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น มีคนเอาอกเอาใจให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ บังเอิญว่าเราเดินสวนทางกันผมจึงยิ้มทักทายตามมารยาทแต่กลับโดนเมินเสียอย่างนั้น รอยยิ้มจริงใจเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจื่อน รู้สึกเสียหน้าเป็นบ้าเลยล่ะ

            “แกคงสำคัญตัวเองผิดไป” เอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง

ในตอนนั้นพี่ช่างแต่งหน้าคนเดิมได้เดินเข้ามาเติมหน้าให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกไปหน้าเวที จู่ ๆ แกก็พูดประโยคที่ทำเอาซอนย่าต้องหันมาสนใจผม

            “วันนี้น้องบิวน่ารักมากกก เหมาะสมกับการเป็นสะใภ้ตัวจริงของตระกูลแอนเดสันทุกประการค่ะ คุณวิมลอุตส่าห์มาฝากฝังด้วยตัวเองขนาดนี้พี่เลยฟาดหน้าให้ฉ่ำ ๆ ไปเลย วันนี้น้องบิวต้องเฉิดฉายบนเวทีแน่นอนค่ะเชื่อพี่” ดูเหมือนว่าพี่แกตั้งใจให้ซอนย่าได้ยิน

            เมื่อพี่ช่างแต่งหน้าพูดประโยคนั้นจบผมก็ส่งสายตาไปมองซอนย่าเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของนาง แต่ดูเหมือนว่าสายตาที่มองมานั้นช่างน่ากลัวเหลือเดิน ยิ่งกว่าที่ผมเจอในออฟฟิศวันนั้นเสียอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 30 อวสาน

    บทที่ 30อวสาน สี่ปีผ่านไป... เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นประสบการณ์ชีวิต อาจจะมีทั้งดีและร้ายปะปนกันไป ซึ่งได้สั่งสอนให้เราเรียนรู้และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีสติ หากทว่าในบางช่วงเวลาชีวิตของคนเรามักดิ่งลงเหวจนมิอาจปีนป่ายขึ้นมาได้ ต้องทนทุกข์เพราะความคิดด้านมืดของตัวเอง เหมือนเช่นที่ซอนย่าต้องกลายเป็นนางเอกตกอับ ต้องถูกจำคุกในข้อหาจ้างวานฆ่า รับผลกรรมในเรือนจำพร้อมกับคุณคณิน สี่ปีให้หลังชีวิตของผมวุ่นวายมากเพราะบัตเตอร์เติบโตและเข้าเรียนชั้นอนุบาลแล้ว เด็กคนนี้ทั้งดื้อทั้งซน ผิดแปลกจากเมื่อตอนเป็นทารกซึ่งเลี้ยงง่ายมาก แต่ความดื้อความซนกลับทำให้คนเป็นพ่อชอบใจนักแล พาลูกเล่นอะไรที่มันโลดโผน ชอบใช้กำลัง ผมกลัวเหลือเกินว่าโตขึ้นมาจะเป็นนักเลงหัวไม้ ต่อยตีกับคนอื่นไปทั่ว เชื่อแล้วว่าล

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 29 กระต่ายน้อย

    บทที่ 29กระต่ายน้อย วันเวลาผันผ่านมาจนถึงหกเดือนแล้ว ชีวิตผมเริ่มเข้าร่องเข้ารอย ส่วนคุณนาธานยังคงเป็นหัวหน้าสมาคมอีธาร์เช่นเคย แต่เขาน่าเกรงขามและมีความโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิมเสียอีก นั่นเพราะหลังจากได้เปิดตัวผมแล้วมีสมาชิกกลุ่มหนึ่งต่อต้านในความรักของเรา คิดว่าเขาไม่เหมาะจะเป็นหัวหน้าสมาคม การเป็นคนที่น่ากลัวกว่าเดิมมีส่วนทำให้อำนาจที่อยู่ในมือแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไม่มีคนกล้าต่อต้านเขาแม้แต่น้อย ใช่ว่าผมจะชอบให้เขาเป็นแบบนี้ อยากให้คุณนาธานมีชีวิตที่ผ่อนคลายบ้าง เขาต้องแบกรับทุกอย่างมาโดยตลอด เมื่อกลับมาที่บ้านผมจึงอยากทำให้เขามีความสุขที่สุด ไม่ต้องตีสีหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลา บางวันอารมณ์เสียมาจากที่ทำงาน เป็นหน้าที่ของผมต้องทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ตาหนูก็โตวันโตคืน โชคดีที่แกเป็นเด็กร่าเริง เลี้ยงง่าย เป็นข

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 28 ไม่บ่นสักคำ

    บทที่ 28ไม่บ่นสักคำ “โห่ ฮี่โห่ ฮี่โห่ ฮี่โห่ ฮี่โหยยย ฮิ้ววว” หลังจากเสียงนำขบวนจบลงแล้วก็มีเสียงกลองยาวดังขึ้นทันที วันนี้คฤหาสน์แอนเดสันครึกครื้นเป็นพิเศษ ผมกับแม่อยู่ที่ระเบียงกำลังยืนชมขบวนแห่ขันหมากซึ่งตั้งขบวนอยู่หน้ารั้วบ้าน กำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ๆ โดยมีคุณนายวิมลและป้าสร้อยเดินเคียงข้างเจ้าบ่าวเข้ามา วันนี้คุณนาธานสวมใส่ชุดเจ้าบ่าวซึ่งเป็นชุดไทยประยุกต์ ดูหล่อและมีเสน่ห์มาก เห็นแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่กำลังจะได้แต่งงานกับเขา ถึงจะมีเวลาเตรียมงานแค่ไม่กี่วันแต่ทุกอย่างออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ลืมบอกไปว่าวันนี้คุณอั๋นรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ส่วนคุณกายเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย “หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะไอ้บิว จากนี้ฉ

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 27 ห้ามใจอ่อนกับใครอีก

    บทที่ 27ห้ามใจอ่อนกับใครอีก “คุณนาธาน! คุณยังไม่ตาย ฮึก...” “นาธานลูกแม่ ฮือ...แม่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” ผมกับคุณนายวิมลต่างก็เอ่ยด้วยความดีใจ รอยยิ้มและน้ำตาปรากฏขึ้นมาพร้อมกัน ไม่เคยมีเรื่องใดทำให้ผมรู้สึกยินดีมากเท่านี้มาก่อน ตอนนี้เป็นอิสระจากบอดี้การ์ดพวกนั้นแล้วเพราะกลัวคุณนาธานจะส่งลูกตะกั่วมาเอาชีวิต ผมรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดเขาด้วยความดีใจ “คนใจร้าย ทำเอาผมแทบจะเป็นบ้าเลยรู้ไหม ฮือ...” “ไม่เอาไม่ร้อง ฉันกลับมาแล้ว” มือหนึ่งของเขายังคงถือปืนสั้น ส่วนอีกมือโอบกอดผมเอาไว้ ลูบเบา ๆ ที่กลางแผ่นหลัง&

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 26 เมียข้าใครอย่าแตะ

    บทที่ 26เมียข้าใครอย่าแตะ ข่าวร้ายในวันนั้นสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้พวกเราเป็นอย่างยิ่ง ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศพที่ถูกไฟคลอกอยู่ในรถคือคุณนาธานจริง ๆ วันที่รู้ข่าวคุณนายวิมลเป็นลมล้มพับจนต้องหามส่งโรงพยาบาล ส่วนผมนั่งรถไปยังโรงพยาบาลใกล้กับที่เกิดเหตุ กู้ภัยส่งร่างของเขาไปชันสูตรที่นั่น แม้ร้องไห้เสียใจจนไม่มีกะจิตกะใจทำสิ่งใด แต่ผมก็ฝืนตัวเองไปให้เห็นกับตาว่าเป็นเขาจริง ๆ ผมขอร้องคุณหมอตรวจดีเอ็นเอเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเขาจริง แต่เมื่อได้รับของจากเจ้าหน้าที่ซึ่งเก็บมาได้จากจุดเกิดเหตุก็ทำให้ต้องล้มเลิกความคิด มันคือของใช้ส่วนตัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นแหวน สร้อย นาฬิกา ของพวกนี้เขาไม่เคยถอดไว้ที่ไหนเลย ไม่มีอะไรจะต้องสงสัยอีกต่อไปแล้ว ยืนทำใจอยู่นานกว่าจะกล้าส่งมือไปเปิดผ้าคลุมศพ เพียงได้เห็นน้ำตามันก็ไหลหลั่ง ผมรีบปิดมันเพราะสภาพศพดูไม่ได้เลยจริง ๆ ภาพนี้คงติดตาผมไปจนวันตาย

  • มาเฟียกับเมียรับจ้าง (Mpreg)   บทที่ 25 ข่าวร้าย

    บทที่ 25ข่าวร้าย หัวใจของผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้ว่าตาหนูหายตัวไป เราทั้งหมดรีบเดินเข้าไปยังห้องนอนของผม อู่เปลว่างเปล่าไร้เงาของเด็กทารกซึ่งนอนหลับอยู่ เป็นความชะล่าใจของพวกเราเพราะคิดว่าภายในบ้านคงไม่มีใครกล้า แม่กับป้าสร้อยกินข้าวอยู่ในห้องครัว ผมกับคุณนายวิมลสนทนากันอยู่ในห้องนั่งเล่น ใครกันที่กล้าบังอาจลักพาตัวลูกชายผมไป “ตาหนูลูกแม่ ฮือ...” “ตาหนูหลานย่า ใครกันที่มันบังอาจเข้ามาลักพาตัวหลานฉันถึงในนี้!” คุณนายวิมลตะโกนดังก้องไปทั่วทั้งบ้านด้วยความโกรธขั้นสุด ผมทรุดตัวลงนั่งด้วยความเสียใจ เป็นห่วงลูกชายว่าจะโดนคนพวกนั้นทำอะไรบ้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status