LOGINเสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นติดกันสามครั้ง ลูคัสที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายงานตัวเลขในแฟ้มเอกสารหนาเตอะขยับตัวลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของเลขาส่วนตัวที่นั่งรอรับคำสั่งอยู่ด้านหน้า
ลูคัสไม่พูดอะไร เพียงแค่กวาดสายตามองเอกสารชุดสุดท้ายที่เลขากำลังจัดเตรียม ก่อนจะพยักหน้าให้เบาๆ เป็นสัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี
เวลาบ่ายโมงตรง ลูคัสคว้าสูทตัวนอกมาสวมใส่ เขาเดินออกไปที่ลานจอดรถคาสิโนด้วยท่าทางเร่งรีบโดยมีลูกน้องสองคนเดินตามติดเป็นเงาตามตัว
คนขับรถเปิดประตูรถยุโรปคันหรูให้เจ้านายหนุ่ม ลูคัสก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำเดียว ตลอดเส้นทางที่รถวิ่งฝ่าการจราจรในกรุงเทพมหานคร ความเงียบภายในรถกลับดูน่าอึดอัดกว่าปกติสำหรับลูกน้องที่ทำหน้าที่อารักขา
พวกเขาจำได้ว่าเมื่อวานเจ้านายก็ทิ้งตารางงานช่วงบ่ายไปแบบนี้ และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่บอสใหญ่ดูจะให้ความสำคัญกับธุระที่ไม่มีใครกล้าถาม
รถคันเดิมจอดเทียบริมฟุตบาทหน้าร้านชานมร้านเดิม ลูคัสก้าวลงจากรถด้วยความรวดเร็ว เขาเดินดุ่มเข้าไปในร้านโดยไม่ได้สนใจสายตาของลูกค้าคนอื่นที่มองมาด้วยความเกรงใจ
ภายในร้านชานมบรรยากาศวันนี้ยังคงคึกคัก ไข่มุกกำลังง่วนอยู่กับการชงชาและรับออเดอร์ของลูกค้าที่ต่อแถวยาวเหยียด แต่ทันทีที่เสียงกริ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตา หญิงสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
เธอจำได้ว่านี่คือลูกค้าคิวที่สิบสองเมื่อวาน และดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะมาในเวลาเดิมเป๊ะๆ
ลูคัสเดินมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ เขาไม่ต้องรอให้ไข่มุกถามด้วยซ้ำ เพราะสายตาคมคริบจ้องมองเพียงแต่ใบหน้าของคนชงชาเท่านั้น
"รับชานมไข่มุกหวานร้อยเหมือนเดิมใช่ไหมคะ" ไข่มุกเอ่ยถามทันทีที่เห็นลูกค้าหนุ่มเดินเข้ามาหยุดหน้าเคาน์เตอร์ วันนี้เธอกดเครื่องคิดเงินรอไว้ก่อนที่เขาจะอ้าปากพูดเสียอีก
"ครับ แต่ความจริงผมไม่ได้ติดชานม" ลูคัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาคมทอดมองคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย
"ไม่ติดชานมแล้วมาซื้อหวานร้อยทุกวันทำไมคะ" ไข่มุกถามต่อขณะที่มือยังคงกดหน้าจอเพื่อพิมพ์ใบเสร็จ
"ผมติดคนชง"
ไข่มุกชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เธอดึงสติกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่เตรียมไว้รับมือลูกค้าทุกรูปแบบ
"มุกจีบแม่ค้าแบบนี้เมื่อวานก็เล่นไปแล้วนะคะ ทานหวานมากระวังเบาหวานถามหานะคะคุณลูกค้า"
"ถ้าเบาหวานถามหา คุณจะมาช่วยดูแลผมไหม" ลูคัสสวนกลับทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด
"ทางร้านมีแค่โปรโมชันสะสมแต้มแลกเครื่องดื่มฟรีค่ะ ไม่มีโปรโมชันแถมพยาบาลดูแลส่วนตัว" ไข่มุกตอบกลับอย่างฉะฉานพร้อมยื่นใบเสร็จรับเงินให้เขา "คิวที่สิบสอง รอเครื่องดื่มสักครู่นะคะ"
ลูคัสรับใบเสร็จมาถือไว้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ลูกน้องของเขาคงไม่มีวันได้เห็น เขาถอยไปยืนพิงผนังมุมเดิมเพื่อรอเครื่องดื่มและรอคอยที่จะได้มองหน้าคนชงต่อไป
ไข่มุกพยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมา เธอหันไปหยิบแก้วพลาสติกใสขึ้นมาเตรียมชงชาตามออเดอร์ ลูคัสเป็นลูกค้าที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต
ไม่ว่าเขาจะมีเบื้องหลังอะไรหรือเป็นมาเฟียคุมคาสิโนที่ไหนอย่างที่พวกเพื่อนในร้านซุบซิบกัน แต่ในฐานะลูกค้า เขาก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ลูคัสยืนมองไข่มุกอย่างใจเย็น เขาชอบจังหวะที่เธอกดเครื่องคิดเงิน ชอบเวลาที่เธอคอยบอกให้ลูกค้าคนอื่นรอคิวอย่างสุภาพ แม้แต่เหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมของเธอเขาก็ยังมองว่ามันดูน่าเอ็นดู
สำหรับลูคัส ผู้หญิงคนนี้มีความสดใสที่เขาสามารถสัมผัสได้แม้จะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
"คุณไม่ต้องมายืนจ้องมุกขนาดนี้ก็ได้ค่ะ" ไข่มุกเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังปิดฝาแก้วชานมให้แน่น "ถ้าไม่รีบไปทำงานก็นั่งรอที่โต๊ะได้นะคะ หรือถ้าเกรงใจร้านก็ไปนั่งรอในรถก็ได้ค่ะ"
"ผมเกรงใจคุณมากกว่า" ลูคัสตอบสั้นๆ ไม่ยอมขยับไปไหน
ไข่มุกไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอเพียงแค่หยิบแก้วชานมวางบนเคาน์เตอร์แล้วยื่นให้เขา "คิวที่สิบสอง หวานร้อยได้แล้วค่ะ"
ลูคัสรับแก้วชานมไปถือไว้ เขาจงใจขยับมือไปแตะหลังมือของเธออีกครั้งเป็นจังหวะสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากร้านไปพร้อมกับแก้วชานมในมือ ทิ้งให้ไข่มุกยืนงงอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพียงลำพัง
"เขาคงจะมาแบบนี้ทุกวันแน่ๆ" ไข่มุกพึมพำกับตัวเองขณะหยิบผ้ามาเช็ดเคาน์เตอร์ที่เขาเพิ่งเดินจากไป
วันนี้เขาก็ยังคงสั่งหวานร้อยเหมือนเดิม และก็ยังคงหยอดมุกเลี่ยนๆ แบบเดิมไม่เปลี่ยน ไม่รู้ว่าเขาว่างงานมากขนาดนั้นเลยหรือยังไงถึงได้มีเวลามาป่วนร้านชานมของเธอทุกวันตอนบ่ายโมงตรง
แม้ปากจะบ่นแบบนั้น แต่ใบหน้าของไข่มุกกลับขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเผลอยิ้มทุกครั้งที่เห็นใบหน้าดุๆ ของลูกค้าคิวที่สิบสองคนนี้
ลูคัสเดินกลับไปขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่หน้าร้าน เขาเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ ลูกน้องรีบเคลื่อนรถออกจากหน้าปากซอยทันที
"บอสครับ วันนี้เรามีประชุมกับทีมการตลาดต่อเลยไหมครับ" ลูกน้องถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
"มีอะไรก็ทำไปตามกำหนดการ" ลูคัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ เขายกแก้วชานมขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ความหวานร้อยที่เขาสั่งดูเหมือนจะอร่อยกว่าวันแรกที่เขาได้ลอง
เขาต้องวางแผนใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ได้มากกว่าแค่คอนแทกต์ร้านหรือสะสมแต้มผ่านไลน์ออฟฟิเชียล
มาเฟียหนุ่มอมยิ้มที่มุมปาก ในเมื่อเขาตั้งใจจะจีบคนชงแล้ว เขาก็ไม่คิดจะถอยกลับง่ายๆ ไม่ว่าคนชงจะปฏิเสธอย่างไร หรือจะมีกำแพงสูงแค่ไหน เขาก็พร้อมจะทำลายมันลงด้วยความหวานร้อยของชานมไข่มุกร้านนี้
ที่คาสิโนใหญ่ในเครือของลูคัส บรรยากาศช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่สำหรับลูคัสแล้ว ความวุ่นวายนั้นกลับดูเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการที่เขาได้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ร้านชานม
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าไลน์ออฟฟิเชียลของร้านชานมที่เขาเพิ่งแอดไว้เมื่อวาน เขาอ่านข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่เด้งขึ้นมาด้วยความรู้สึกขบขัน
ถ้าเขาแอดไลน์ไปส่วนตัว ไม่รู้ว่าคนชงคนนั้นจะโกรธเขาหรือเปล่า แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเขาเป็นมาเฟีย เขาก็ย่อมมีวิธีจีบสาวในแบบของเขาเอง
ลูคัสวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่กำลังวิ่งผ่านถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ในหัวของเขามีแต่ภาพรอยยิ้มหวานๆ ของแม่ค้าสาวที่ยืนถือป้ายโพรโมชันเมื่อวานนี้
เขาคงต้องหาทางทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้ ก่อนที่ความหวานร้อยของชานมจะเปลี่ยนเป็นความหวานอย่างอื่นที่เขากลังเฝ้ารอคอย
ไข่มุกเองก็คงไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังถูกมาเฟียหนุ่มหมายตาและตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเอาชนะใจเธอให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ร้านชานมไข่มุกเล็กๆ แห่งนี้คงจะกลายเป็นที่ที่ลูคัสต้องแวะเวียนมาทุกวัน เพื่อเติมเต็มความหวานร้อยที่เขาขาดหายไปในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และไข่มุกเอง ก็คงต้องเตรียมตัวรับมือกับลูกค้าคนนี้ที่ดูท่าจะเอาจริงกับการจีบเธอเสียเหลือเกิน
วันนี้ถือว่าจบลงไปอีกหนึ่งวันสำหรับร้านชานมแห่งใหม่ ไข่มุกถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะเก็บร้านเข้าที่เข้าทาง เธอหวังว่าพรุ่งนี้บ่ายโมงตรง ลูกค้าคนนั้นคงจะไม่มาสร้างความปั่นป่วนให้กับหัวใจของเธออีกครั้ง
ลูคัสหลับตาลงชั่วครู่ขณะที่รถเคลื่อนผ่านแยกไฟแดง เขาจินตนาการถึงวันที่ไข่มุกยอมรับคำจีบของเขา และวันที่เขาจะไม่ได้สั่งแค่ชานมหวานร้อย แต่เขาจะขอเป็นคนดูแลหัวใจของเธอตลอดไปตามที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเห็น
เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่ไข่มุกย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองร่วมกับลูคัส ชีวิตคู่ของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความรัก มาเฟียหนุ่มหน้าดุที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว ได้กลายร่างเป็นพ่อบ้านคลั่งรักอย่างสมบูรณ์แบบ ลูคัสยอมตื่นเช้ามาทำอาหารให้เธอทาน ยอมขับรถไปรับไปส่งที่ร้านชานมทุกวันจนลูกน้องในแก๊งต่างพากันลอบอมยิ้มและแซวบอสของตัวเองลับหลัง แต่ถึงอย่างนั้นลูคัสก็ไม่เคยสนใจ เขาสนแค่ยัยหนูชานมของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นทว่าภายใต้ความสุขสมบูรณ์แบบนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจของมาเฟียหนุ่ม ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในคืนที่บรรยากาศเป็นใจ ลูคัสเคยเกริ่นเรื่องการแต่งงานกับไข่มุกมาแล้วครั้งหนึ่งย้อนความทรงจำ วันนั้นทั้งสองคนกำลังนั่งดูทีวีและกอดก่ายกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ลูคัสลูบเรือนผมสีแดงอ่อนของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เมื่อไหร่ไข่มุกจะยอมใช้นามสกุลคาร์เตอร์ของเขาสักที คุณแม่ของเขาก็บ่นถามหาหลานและงานแต่งงานจนเขาแทบจะตอบคำถามไม่ทันแล้วในตอนนั้น ไข่มุกมีสีหน้าลำบากใจ หญิงสาวรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งและจับมือหนาของเขา
แสงแดดจ้าส่องผ่านม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงกว้าง ไข่มุกขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั่วทั้งร่างกายนุ่มนิ่ม ราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร หญิงสาวพยายามพลิกตัวแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเสียดสีที่จุดกึ่งกลางกาย เธอกะพริบตาปรับโฟกัสสายตา มองไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้องนอน ตัวเลขดิจิทัลบอกเวลาสิบสามนาฬิกาตรงไข่มุกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ วันนี้เธอตั้งใจจะเข้าไปเปิดร้านชานมตั้งแต่เช้า แต่ร่างกายกลับไม่รักดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากการโดนมาเฟียหนุ่มรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบเช้าโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแผดเสียงร้องดังขึ้น ไข่มุกพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่ท่อนแขนแกร่งของคนข้างกายกลับไวกว่า ลูคัสตื่นอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกล่ำสันและหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงาม เขาคว้าโทรศัพท์ของเธอไปดูหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่ขออนุญาต"คุณพ่อครับ วันนี้มุกคงเข้าร้านเลทหน่อยนะครับ พอดีเมื่อคืนค่อนข้างดึก ตอนนี้น้องยังนอนหลับอยู่
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของรถสปอร์ตยุโรปคันหรูดับลงเมื่อแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในโรงรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ร่างอวบอิ่มของไข่มุกก็ถูกตวัดอุ้มขึ้นพาดบ่ากว้างอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว"อ๊ะ! พี่ลูคัส ปล่อยมุกเลยนะ นิสัยไม่ดี ลักพาตัวกันชัดๆ" ไข่มุกแกล้งโวยวายเบาๆ หน้ามุ่ยด้วยความขัดใจ พร้อมกับกำปั้นเล็กที่ทุบลงบนแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งที่ทำตัวหน้ามึน อุ้มเธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่สนเสียงทัดทานลูคัสไม่ตอบโต้คำประท้วงนั้น เขากระชับอ้อมแขนรัดสะโพกผายแน่นขึ้น ฝ่ามือหนาตีลงบนก้นงอนเด้งเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชาต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าดุดันวาววับไปด้วยความหิวโหยที่สะสมมาหลายวัน ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้าสู่ห้องนอนกว้างขวางทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างนุ่มนิ่มถูกโยนลงบนฟูกนอนคิงไซส์ ทว่าความนุ่มของเตียงก็ทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บ ไข่มุกพยายามจะตะเกียกตะกายลุกหนีทันทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนอนนุ่ม แต่ความไวของมาเฟียหนุ่มนั้นเหนือกว่า ลูคัส
บรรยากาศภายในร้านชานมไข่มุกช่วงสายของวันธรรมดาค่อนข้างเงียบสงบ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่แวะมาซื้อเครื่องดื่มก่อนเข้างาน ทำให้ช่วงเวลานี้ไข่มุกพอจะมีเวลาว่างได้พักหายใจบ้างหญิงสาวร่างอวบกำลังยืนจัดเตรียมวัตถุดิบอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทว่าเธอกลับไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง เพราะมีร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งกำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวบางเอาไว้อย่างถือวิสาสะ คางสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดจางๆ วางเกยอยู่บนลาดไหล่มน"มุกย้ายไปอยู่กับพี่เถอะนะ ให้พี่นอนกอดหมอนข้างที่เพนต์เฮาส์คนเดียวทุกคืน พี่นอนไม่หลับเลย" ลูคัสออดอ้อนด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พลางฝังจมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่นของคนในอ้อมกอดไข่มุกส่ายหน้าเบาๆ มือเล็กยังคงง่วนอยู่กับการตักไข่มุกดิบลงไปต้มในหม้อ "ไม่ได้หรอกค่ะพี่ลูคัส พ่อกับแม่ท่านลงมาหาและพักอยู่ที่คอนโด มุกจะทิ้งพวกท่านไปอยู่กับพี่ได้ยังไงกันคะ ท่านอุตส่าห์มาอยู่ด้วยทั้งที มุกก็ต้องดูแลพวกท่านสิคะ"หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอกลับมาจากเวียดนาม พวกท่านก็ตัดสินใจอยู่พักผ่อนที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสักระยะ ทำให้พื้นที่ในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดถูกจับจองจนหมด ลูคัส
ช่วงบ่ายของวันหยุด บรรยากาศภายในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของไข่มุกเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ หญิงสาวร่างอวบในชุดเดรสดูเรียบร้อยน่ารักกำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าโซฟาห้องนั่งเล่น สองมือเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ ดวงตากลมโตคอยชะเง้อมองไปที่บานประตูห้องสลับกับนาฬิกาแขวนผนังแทบจะทุกๆ ห้านาทีตรงกันข้ามกับชายหนุ่มลูกครึ่งรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ลูคัสไม่ได้สวมชุดสูทสีดำสนิทที่ดูดุดันและน่าเกรงขามเหมือนเวลาไปทำงาน วันนี้เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสองเม็ดเพื่อให้ดูสุภาพและเข้าถึงง่าย ทว่าเสื้อผ้าธรรมดาเหล่านั้นก็ไม่อาจปิดบังออร่าความหล่อเหลาและบุคลิกที่ดูแพงของเขาเอาไว้ได้เลยที่มุมห้องด้านหนึ่ง เจสัน บอดี้การ์ดคนสนิทในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังยืนสงบนิ่ง สองมือถือถุงกระดาษแบรนด์เนมสุดหรูและกล่องไม้สลักลายปราณีตเอาไว้อย่างระมัดระวัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในการพิชิตใจว่าที่ครอบครัวของเจ้านาย"พี่ลูคัส มุกตื่นเต้นจนหายใจไม่ออกแล้วค่ะ พ่อกับแม่ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังขึ้นลิฟต์มาแล้ว ทำยังไงดีคะ" ไข่มุกหันมา
เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสามสัปดาห์นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนขยับสถานะอย่างเป็นทางการ ชีวิตประจำวันของไข่มุกและลูคัสเริ่มปรับเข้าหากันอย่างลงตัวมากขึ้น หญิงสาวกลับไปดูแลร้านชานมไข่มุกของเธอตามปกติ ในขณะที่ชายหนุ่มก็กลับไปเคลียร์เอกสารและดูแลความเรียบร้อยที่คาสิโนแม้ลูคัสจะคลั่งรักและอยากให้ไข่มุกย้ายข้าวของมาอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์แบบถาวร แต่หญิงสาวร่างอวบก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธเพราะความเกรงใจและหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง สุดท้ายคนเอาแต่ใจจึงต้องยอมพบกันครึ่งทางด้วยการผลัดกันไปนอนค้างคืน บางวันลูคัสก็หอบเสื้อผ้าไปนอนเบียดกับเธอที่คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัด ส่วนบางวันไข่มุกก็เป็นฝ่ายยอมมานอนค้างที่เพนต์เฮาส์สุดหรูของเขา เป็นการใช้ชีวิตคู่ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขที่ค่อยๆ เติมเต็มซึ่งกันและกันช่วงสายของวันหยุดพักผ่อน ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของเพนต์เฮาส์ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงบทสนทนาจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนโซฟาบุหนังตัวนุ่ม ร่างอวบอิ่มของไข่มุกกำลังนอนหนุนตักแกร่งของลูคัสแทนหมอนใบโต ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่กับเนื







