FAZER LOGIN“หมายความว่ายังไง” บัวบุษยากำลังลังเล เธอไม่เข้าใจความหมายของเขาสักนิด หากแต่ใบหน้าขาวเผือดทีละนิดของชายหนุ่มนั่นทำให้บัวบุษยาขมวดคิ้ว
‘ตัวโตยังกับเสาไฟฟ้า มาร้องว่ากลัวเข็ม’
“ผมไม่ชอบเข็ม” เขาทวนคำซ้ำอีกครั้ง บัวบุษยาเลยหยิบเข็มขึ้นมาให้เขาดูต่อหน้า
จาคอปเบือนหน้าหนี พร้อมกับมือหนาที่วางลงบนสะโพกของเธอก็เกร็งแน่นขึ้น “หมอเอาเข็มออกไปห่างๆ ระยะสายตาของผมได้ไหม”
“ตกลงคุณกลัวเข็มจริงๆ หรือคะ”
“ผมไม่ชอบ ไม่ใช่กลัว”
ยิ่งบัวบุษยายื่นเข็มมาตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จาคอปตัวเกร็งขึ้น “ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะกลัวเข็ม แล้วทำไมตอนแรกไม่บอกฉันคะ”
“ผมแค่รู้สึกไม่ชอบมัน”
เขายืนยันเสียงเข้ม คนอย่างเขาเคยกลัวอะไรด้วยเหรอ ในโลกนี้มีอะไรที่ทำให้คนอย่างจาคอป ออสตินกลัว ไม่มีหรอก แค่ไม่ชอบเท่านั้น
“ถ้าคุณไม่หยิบมันขึ้นมาให้ผมเห็นต่อหน้าผมก็ไม่กลัว ถ้าคุณหมอจะรีบฝังเข็มก็รีบทำเข้าเถอะ อย่าพูดมาก”
บัวบุษยากลอกตาไปมา ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตัวโตแบบเขาจะกลัวแค่เข็มเล่มเล็กๆ แต่ก็ดี ถ้าลองพูดมากอีก จะเอาเข็มมาขู่ให้หยุดพูด คุณหมอคนสวยถอนใจเฮือก เธอมองมือหนาของเขาที่ยังอยู่วางบนสะโพกด้วยสายตาไม่ชอบใจ
“คุณจะจับสะโพกของฉันทำไม มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด”
“ทำไมจะช่วยไม่ได้ล่ะครับ อย่างน้อยถ้าผมตกใจ ผมก็จะได้บีบลงไป หมอจะได้รู้ว่าผมรู้สึกยังไงอยู่”
‘ไอ้คนโรคจิต’
“บ้าไปแล้ว ถ้ากลัวแบบนี้ก็ไม่ต้องรักษากันแล้ว หมอไม่อนุญาตให้คุณจับสะโพกไว้แบบนี้ มันเข้าข่ายอนาจาร คุกคามค่ะ”
“แต่ผมอยากรักษา”
“ถ้าอยากรักษา คุณก็ต้องข่มความกลัวไว้ให้ได้ ไม่ใช่การจับสะโพกหมอแบบนี้อีก เข็มเล่มเล็กๆ คุณจะกลัวทำไมคะ ถ้าหากคุณบอกว่าคุณเคยจับปืนมาก่อน”
จาคอประบายลมหายใจหนักๆ ออกมา เขาไม่ชอบปลายแหลมของเข็ม เพราะมันเคยเกือบทิ่มดวงตาของเขามาก่อน ตอนที่ถูกคู่อริจับตัวไป พวกมันจะทำลายดวงตาของเขา ตั้งแต่นั้น ชายหนุ่มเลยไม่ชอบปลายแหลมของเข็ม
บัวบุษยาเพ่งมองคนไข้ตรงหน้า เขาไม่ได้แกล้งหลอกจับสะโพกเธอ เพราะใบหน้าที่ดูเครียดขึงบอกว่าตัวเขาเองกำลังพยายามอย่างหนักที่จะรับการรักษาด้วยการฝังเข็มต่อ
“คุณพร้อมไหมคะ”
“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม แค่เข็มเล่มเล็กนิดเดียว ไม่อย่างนั้น คุณหมอคงดูถูกผมเอาได้ว่าใจเสาะ” จาคอปตอบเสียงหนักแน่น แล้วพยักหน้าให้หมอทำการรักษาต่อ
“งั้นหมอเริ่มการรักษาต่อนะคะ” บัวบุษยามองคนไข้อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทางเกร็งๆ อีกจึงเริ่มทำการรักษาต่อไปกระทั่งจบ
เมื่อเสร็จสิ้นการรักษา คุณหมอสาวก็ระบายลมหายใจออกมา เพราะภาระหน้าที่ที่แสนเครียดเกร็งนี้ได้เสร็จสิ้นลงเสียที
ความจริงการรักษาคนไข้ไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่สิ่งที่ยากคือแววตากรุ้มกริ่มที่คอยส่งมาให้อยู่ตลอด จนเธออยากจะเลิกรักษาแล้วเดินหนีจากห้องดื้อๆ
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวออกไปรอด้านนอกเพื่อรอรับยาได้เลยนะคะ”
บัวบุษยาทำท่าจะผละออกไป หากแต่ร่างถูกรั้งไว้ด้วยมือหนา จนเซถลาเข้าไปอยู่อ้อมกอดเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม หญิงสาวเบิกตาโพลง เนื้อตึงแน่นของเขาเสียดสีกับตัวของเธอจนรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกไฟช็อร์ต
“ปล่อยนะ ไอ้คนลามก!” บัวบุษยาไม่พูดเปล่าแต่ดิ้นรนจนหลุดจากมือหนา ฝ่ามือบางฟาดลงไปบนซีกแก้มของคนที่นั่งมองมาอย่างจัง
เผียะ
“หมอตบผมทำไม”
“ยังจะถามอีก คุณจะลวนลามฉัน”
“ผมลวนลามตรงไหน ผมจะบอกว่าหมอลืมเก็บเข็มไปอีกชุดหนึ่ง นั่นไงวางอยู่ตรงนั้น” เขาชี้มือไปทำให้บัวบุษยาหันไปมองตามแล้วต้องหน้าเสีย
“แต่ถึงยังไงก็ไม่ควรกอดฉันแบบนั้น ถ้าจะบอกก็บอกดีๆ ไม่ใช่ถือโอกาส”
จาคอปไหวไหล่อย่างไม่แคร์ เพราะเขาอยากแกล้งคุณหมอคนสวยนิดๆ หน่อยๆ อยากรู้ว่าร่างเล็กนั่นจะนุ่มนิ่มปานใด และตอนนี้ได้สัมผัสแล้วว่าคุณหมอคนสวยนั้นน่ากอดน่าฟัดไปทั้งตัว
“ผมขอโทษอีกครั้งก็ได้”
“เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะค่ะ แล้วนอนพักก่อน พอครบกำหนดเวลา พยาบาบาลจะมาเอาเข็มออก จากนั้นออกไปรอรับยาด้านนอกได้แล้ว พยาบาลจะเรียกรถเข็นขึ้นมาพาคุณไปนั่งรอตรงจุดรับยาเอง”
บัวบุษยานึกอะไรขึ้นมาได้ เมื่อมองหน้ามาเฟียวายร้าย ยอมรับอยู่ในใจ ว่าเขาดูหล่อเหลาเร้าใจ แต่มือไวมาก คุณหมอสาวก้มมองเข็มอีกชุดในมือแล้วยิ้มเล็กน้อย ปกติเธอไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนี้ ไม่เคยมาตรร้ายต่อคนไข้ที่มารักษาแต่วันนี้ขอทีเถอะ
“นอนตะแคงลงค่ะ ต้องขอบคุณมากที่คุณเรียกหมอเอาไว้ นอกจากหมอจะลืมเข็ม หมอลืมฝังเข็มให้คุณอีกชุดใหญ่”
คนตัวโตเริ่มหน้าเสีย “ที่แขน หลัง ไหล่ คอ ของผมก็หลายเข็มแล้ว” แต่เขาก็ยอมนอนลง
คุณหมอเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญในการฝังเข็ม รู้ดีว่า จุดไหนอันตราย หรือไม่อันตราย เธอดูจากประวัติเขามีอาการนอนหลับไม่ลึก ตื่นง่ายกลางดึก แม้โรคนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการมารักษา แต่เธอจะช่วยละกัน
บัวบุษยาเลือกฝังเข็มลงไปอีกหลายจุด ได้ยินเสียงผู้ชายตัวใหญ่ร้องซี๊ดเบาๆ เข็มในมืออีกสามเล่มสุดท้ายปักลงที่จุด เน่ยกวน ไท่ซี ที่จุดเจว๋อินซู เสร็จแล้วยิ้มพราย
“เสร็จแล้วค่ะ เข็มชุดนี้หมอแถมให้ คืนนี้คุณจะได้นอนหลับสบาย หลับลึก ไม่ต้องตื่นกลางดึก”
คนถูกแถมเข็มชุดใหญ่กัดฟันกรอด ยัยหมอตัวแสบ รู้ว่าเขาไม่ชอบเข็มเลยจงใจแกล้ง แต่เข็มแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
“ผมหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ คุณหมอคนสวย มีน้ำใจ ฝังเข็มให้ผมตั้งหลายจุด
‘เจอครั้งเดียวก็แย่แล้ว’
บัวบุษยายืนข่มอารมณ์ ท่องไว้ว่าเขาคือคนป่วย
“ถ้าเจอกันรอบหน้าผมจะฝังคืนให้หมอบ้าง” เขารู้ว่าถูกแกล้ง เดี๋ยวจะเอาให้หน้าแดงจนร้องไม่ออก
“ฝัง”บัวบุษยาทวนคำ “คุณจะฝังอะไรให้หมอคะ”
“ฝังรักของผมลงบนหัวใจหมอไงครับ”
บัวบุษยาทำหน้าปูเลี่ยน
‘นึกถึงจรรยาบรรณแพทย์ไว้ เขาคือคนป่วย อย่าโกรธคนป่วย อย่าคิดอยากฆ่าคนป่วย’
จากนั้นรีบเดินให้พ้ห้องตรวจเพราะเริ่มรู้สึกปวดประสาต จากนั้นไปสั่งพยาบาลว่าอีกครึ่งชั่วโมงให้เก็บเข็มออกจากร่างกายคนไข้
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ฟากบัวบุษยาก็ผ่อนลมหายใจที่เขากับทีมบอดีการ์ดถูกเจ้าหน้าที่พาไปรับยาแล้ว เธอพยายามไม่นึกถึงสัมผัสเร่าร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แค่เพียงแวบเดียวที่ร่างกายได้สัมผัสกับเขา มันก็ทำให้เธอสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คุณหมอคนสวยพยายามสะบัดศีรษะขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนออกไปเพื่อจะได้รอรับคนป่วยรายต่อไป
บัวบุษยาประหลาดใจ สองวันนี้ ชีวิตเล่นตลก ทำให้เธอต้องเจอคนกวนประสาทติดๆ วันแรกเจอกันหมอนั่นก็แอบจับบั้นท้ายเธออ้างว่ากลัวเข็ม แต่วันนี้หนักกว่าเมื่อวานบัวบุษยาหัวใจกระตุก ยกมือขึ้นลูบแก้ม “คนบ้า อย่าให้เจออีกนะ จะฝังเข็มให้พูดไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง ไม่รู้จักหมอบัวซะแล้ว” เธอก็พูดไปแบบนั้นด้วยจรรยาบรรณแพทย์ ถึงจะโกรธ โมโห ไม่ชอบใจ หมอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนไข้ที่สำคัญอาการของเขายังต้องฝังเข็มอีกหลายครั้ง อาทิตย์หน้า เขาเองก็ต้องมาฝังเข็มครั้งที่สอง ไม่รู้ว่าเจอกันครั้งหน้า เธอจะวางหน้ายังไง“เกลียด เกลียดนาย ไอ้คนบ้า”ร่างสวย สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เกล้าผมสูง เผยให้เห็นวงหน้ารูปไข่ สวย หวาน เดินมาหยุดข้างหลังหมอบัว พอเห็นอาการที่พี่หมอคนสวยยืนบ่นคนเดียว ‘นารา’ ก็กะพริบตาถี่ๆ เธอกับหมอบัวเป็นทั้งลูกพี่ลูกน้องกัน หมอบัวแก่กว่าเธอสองปี เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ นาราจบนิเทศศาสตร์ หลังเรียนจบไม่ได้ทำงานเบื้องหลังในวงการบันเทิงอย่างที่ปรารถนา แต่ชีวิตหันเหไปทำงานเป็นมัคคุเทศก์“เกลียดใครคะพี่หมอ”เสียงทักทายอันคุ้นเคยทำให้บัวบุษยาหันหลังกลับมามอง คนที่ยืนส่งยิ้มน่ารักมาให้
ขวัญดาวก็ออกแรงดึงแย่งคืน “ฉันรีบ ลูกฉันหิวแล้ว จะพาไปกินนมค่ะ”“แน่ใจหรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”พ่อหนูน้อยกลับหัวเราะชอบใจเพราะรถเข็นนั้นถูกยื้อไปมา แล้วในที่สุด ชายฉกรรจ์ก็แย่งรถเข็นไปได้ คราวนี้ เจ้าหนูตัวกลมในรถเข็นสนุกใหญ่ ราวกับตื่นเต้นเร้าใจเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากขึ้นอีกอย่างไม่หยุด แถมยังปรบมือเหมือนถูกใจ ครั้งนี้ดังยาวจนทำให้ชายในชุดสูทสีดำยกยิ้มบางๆ“เจ้านายจะให้ผมจัดการพาคุณหนูไปด้วยเลยไหมครับ”จาคอปยกมือห้าม “ไม่ต้อง วันนี้ ฉันแค่อยากมาดูหน้าหลานเท่านั้นกลับกันเถอะ”เพราะบิดาของเขาตัวตั้งตัวตีที่อยากมาเจอหลาน ไปรอเสียอีกทาง แต่ให้ลูกน้องแอบถ่ายภาพและอัดคลิปน้องปลาวาฬเอาไว้หมดแล้ว ที่แด๊ดต้องระมัดระวังตัวมากเช่นนี้เพราะได้ข่าวว่าอริเก่าก็เดินทางมาเมืองไทยเช่นกัน ท่านไม่อยากเป็นตัวชี้เป้า แล้วทำให้หลานต้องตกอยู่ในอันตรายจาคอปมองหน้าหลาน แรกๆ ตั้งแต่บิดารับรู้ว่าลูกสาวที่จากไปให้กำเนิดสายเลือดของพวกเขาครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่คิดว่า เด็กคนนึ่งทำไมถึงเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่แย่งกันนัก แต่เวลานี้ เขาก้มลงมองหนุ่มน้อยน่ารัก ที่เจ้านั่นฉายความแสบออกมาตั้งแต่เล็ก ปลาวาฬมองหน้าเขา แล้
วันถัดมาอาการเห่อหลานชายตัวน้อยของคุณตากับคุณลุงยังหนุ่มและหล่อมาก ที่อยากเห็นหน้าหลาน แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปแย่งเพื่อขอเป็นผู้เลี้ยง เพราะรู้ว่าวิถีมาเฟียอันตรายแค่ไหน พวกเขาไม่อยากเอาหลานมาเสี่ยงในเมื่อประเมินแล้วว่าคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อแกดูแลแกได้อย่างดี ถึงเวลานี้ วิถีของมาเฟียได้เปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มหันมาจับธุรกิจสีขาว เบามือจากธุรกิจสีเทาแล้วแต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าศัตรูเก่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ การปล่อยให้น้องปลาวาฬอยู่กับญาติฝั่งพ่อที่ฐานะมั่นคง แต่ทางนั้นก็ไม่ได้กีดกันหากพวกเขาต้องการพบหลานคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายพอตกลงกันได้แล้วทำให้ทั้งจาคอปและบิดาตัดสินใจหาเช่าบ้านที่เมืองไทยอยู่สักระยะหนึ่ง ที่จริง จาคอปบอกบิดาว่าอยากซื้อบ้านทิ้งไว้สักหลัง เผื่อไว้ในอนาคตที่อยากจะมาก็จะได้มีบ้านพัก แต่ติดตรงที่ว่าบ้านหรูๆ ดีๆ สักหลังที่จะติดกับบ้านของหลานนั้นช่างหายาก‘เขามันกระเป๋าหนัก สายเป เงินถึง แต่เลือกเยอะนิดนึง’ข้อแรก เขาไม่อยากหาซื้อบ้านใหม่ให้ไกลจากบ้านของหลานชายนักเพราะไม่ชอบการเดินทาง ไม่ชอบเสียเวลาบนท้องถนนไปเปล่าๆข้อสอง เขายังโลกส่วนตัวสูงเกิน ไม่ชอ
“หมายความว่ายังไง” บัวบุษยากำลังลังเล เธอไม่เข้าใจความหมายของเขาสักนิด หากแต่ใบหน้าขาวเผือดทีละนิดของชายหนุ่มนั่นทำให้บัวบุษยาขมวดคิ้ว‘ตัวโตยังกับเสาไฟฟ้า มาร้องว่ากลัวเข็ม’“ผมไม่ชอบเข็ม” เขาทวนคำซ้ำอีกครั้ง บัวบุษยาเลยหยิบเข็มขึ้นมาให้เขาดูต่อหน้าจาคอปเบือนหน้าหนี พร้อมกับมือหนาที่วางลงบนสะโพกของเธอก็เกร็งแน่นขึ้น “หมอเอาเข็มออกไปห่างๆ ระยะสายตาของผมได้ไหม”“ตกลงคุณกลัวเข็มจริงๆ หรือคะ”“ผมไม่ชอบ ไม่ใช่กลัว”ยิ่งบัวบุษยายื่นเข็มมาตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จาคอปตัวเกร็งขึ้น “ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะกลัวเข็ม แล้วทำไมตอนแรกไม่บอกฉันคะ”“ผมแค่รู้สึกไม่ชอบมัน”เขายืนยันเสียงเข้ม คนอย่างเขาเคยกลัวอะไรด้วยเหรอ ในโลกนี้มีอะไรที่ทำให้คนอย่างจาคอป ออสตินกลัว ไม่มีหรอก แค่ไม่ชอบเท่านั้น“ถ้าคุณไม่หยิบมันขึ้นมาให้ผมเห็นต่อหน้าผมก็ไม่กลัว ถ้าคุณหมอจะรีบฝังเข็มก็รีบทำเข้าเถอะ อย่าพูดมาก”บัวบุษยากลอกตาไปมา ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตัวโตแบบเขาจะกลัวแค่เข็มเล่มเล็กๆ แต่ก็ดี ถ้าลองพูดมากอีก จะเอาเข็มมาขู่ให้หยุดพูด คุณหมอคนสวยถอนใจเฮือก เธอมองมือหนาของเขาที่ยังอยู่วางบนสะโพกด้วยสายตาไม่ชอบใจ“คุณจะจับสะโพกของฉั
เขาไม่เคยเห็นใครทำท่าทางหงุดหงิดได้น่ารักเหมือนหมอสาวตรงหน้า ตอนที่มือบางของคุณหมอหน้าหวานสัมผัสลงมาที่ข้อมือของเขานั้น จาคอปถึงกับอมยิ้มเพราะมือบางนั้นขาวละมุน เรียวยาว เล็บตัดตกแต่งอย่างประณีต อีกทั้งสัมผัสแผ่วเบาที่มือทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นแก้วที่เปราะบางจนคุณหมอกลัวว่ามันจะแตกหักง่ายบัวบุษยาคลึงตามเส้น แล้วถาม “รู้สึกเจ็บไหมคะ”“เจ็บครับ แต่รู้สึกปวดหนึบๆ ตุบๆ มากกว่า”คุณหมอคนสวยขมวดคิ้วแน่น “ปวดตุบๆ ตรงไหนคะ”“ตรง...” เขาหยุดถ้อยคำเหล่านั้นไว้ เดี๋ยวหมอสาวจะตกใจ“ก็ตรงข้อมือสิครับ แล้วคุณหมอคิดว่าผมจะปวดตุบๆ ตรงอวัยวะส่วนไหน” ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วสูงหน้านิ่งๆ แต่พูดจาวกวนได้ทุกคำ“ผมรู้สึกร้าวลงมาตั้งแต่ข้อมือ หัวไหล่ผมก็ปวด”บัวบุษยากดไปตามเส้นตรงหัวไหล่ไล่ลงมาตามข้อมือ แล้วเขาก็ทำสีหน้าเบ้ให้เธอเห็น“คุณใช้กล้ามเนื้อแขนมากเกินไปค่ะ น่าจะเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ผิดวิธี” บัวบุษยาสรุป “เดี๋ยวหมอจะให้ยาไปกินนะคะ ร่วมกับการฝังเข็ม คุณรู้จักการฝังเข็มใช่ไหมคะ มันเป็นการแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนาน ใช้ได้ผลดีเมื่อร่วมกับการรักษาสมัยใหม่”“ครับ” สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือเจ้าเข็มเล็กๆ นั
ทางเดินทอดยาวภายในอาคารสีขาวสะอาดตา มีเสียงเปียโนคลอเคล้าดังแว่วจากนักเล่นที่นั่งบรรเลงอยู่ตรงโถงกลางห้องกว้าง มีสวนหย่อมจัดอยู่โดยรอบตลอดไปจนถึงห้องตรวจ ถ้าไม่บอกว่าสถานที่แห่งนี้คือโรงพยาบาล ใครหลายคนคงคิดว่าเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวมากกว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวลงไปบนทางเดิน คนที่เดินนำหน้าสุดอยู่ในชุดสูทเรียบหรูสีเทา ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นตากันแดดสีดำแต่ไม่สามารถปกปิดความหล่อเหลาเอาไว้ได้เจ้าของความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร คือ ‘จาคอป ออสติน’ มาเฟียหนุ่มรูปงามที่สาวๆ ในโรงพยาบาลต่างเหลียวมองเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่เพียงความหล่อที่พกมาเต็มร้อย แต่เขามีขบวนติดตามที่เฝ้าอารักขาเกือบสิบคน นั่นเรียกสายตาสนใจจากคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่านี่คือโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดและแพงที่สุด การได้เห็นภาพของสุภาพบุรุษคนหนึ่งมีทีมบอดีการ์ดรายล้อมจึงไม่สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะที่โรงพยาบาลแห่งนี้มีแต่คนระดับเศรษฐีมาใช้บริการ อีกทั้งยังรับคนป่วยกระเป๋าหนักที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อมารักษาที่เมืองไทยโดยเฉพาะ เพราะต่างประเทศนั้นมีข้อจำกัดทางด้านการรักษามากกว่าเมืองไทย“มิสเตอร์ออ







