LOGINขวัญดาวก็ออกแรงดึงแย่งคืน “ฉันรีบ ลูกฉันหิวแล้ว จะพาไปกินนมค่ะ”
“แน่ใจหรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”
พ่อหนูน้อยกลับหัวเราะชอบใจเพราะรถเข็นนั้นถูกยื้อไปมา แล้วในที่สุด ชายฉกรรจ์ก็แย่งรถเข็นไปได้ คราวนี้ เจ้าหนูตัวกลมในรถเข็นสนุกใหญ่ ราวกับตื่นเต้นเร้าใจ
เสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากขึ้นอีกอย่างไม่หยุด แถมยังปรบมือเหมือนถูกใจ ครั้งนี้ดังยาวจนทำให้ชายในชุดสูทสีดำยกยิ้มบางๆ
“เจ้านายจะให้ผมจัดการพาคุณหนูไปด้วยเลยไหมครับ”
จาคอปยกมือห้าม “ไม่ต้อง วันนี้ ฉันแค่อยากมาดูหน้าหลานเท่านั้นกลับกันเถอะ”
เพราะบิดาของเขาตัวตั้งตัวตีที่อยากมาเจอหลาน ไปรอเสียอีกทาง แต่ให้ลูกน้องแอบถ่ายภาพและอัดคลิปน้องปลาวาฬเอาไว้หมดแล้ว ที่แด๊ดต้องระมัดระวังตัวมากเช่นนี้เพราะได้ข่าวว่าอริเก่าก็เดินทางมาเมืองไทยเช่นกัน ท่านไม่อยากเป็นตัวชี้เป้า แล้วทำให้หลานต้องตกอยู่ในอันตราย
จาคอปมองหน้าหลาน แรกๆ ตั้งแต่บิดารับรู้ว่าลูกสาวที่จากไปให้กำเนิดสายเลือดของพวกเขาครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่คิดว่า เด็กคนนึ่งทำไมถึงเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่แย่งกันนัก แต่เวลานี้ เขาก้มลงมองหนุ่มน้อยน่ารัก ที่เจ้านั่นฉายความแสบออกมาตั้งแต่เล็ก ปลาวาฬมองหน้าเขา แล้วในจังหวะนั้น จาคอปแทบไม่อยากเชื่อสายตา เจ้าตัวแสบมันแลบลิ้นใส่เขา
ทำให้คนที่ไม่เคยชอบเด็กเลยสักนิดแล้วยังยิ้มยากสุดๆ ผลิยิ้มออกมาได้ คราวนี้ จาคอปหมุนตัวเดินไปขวางหน้ารถเข็นไว้อีกครั้งด้วยตัวเอง
“คุณจะทำอะไรคะ ถอยไปนะ”
“ไม่ต้องกลัวไปครับ ผมแค่เห็นว่าพ่อหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาน่ารัก บ้านนี้ดีเอ็นเอดีนะ” เขามองหน้าขวัญดาว
ขวัญดาวทำหน้างุนงง อีตาคนนี้ดูแปลกๆ ขณะที่เหล่าบอดีการ์ดที่เดินตามมาด้านหลังอมยิ้มที่เจ้านายอวยหลานไม่พอ ยังอวยสาวสวยด้วย ทั้งที่ปกติเจ้านายหนุ่มขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่พูดน้อยและเฉียบขาดในทุกคำที่หลุดจากปาก
“ขอโทษนะคะ ฉันต้องรีบพาเด็กกลับแล้วค่ะ ลูกฉันหิวนม หลบไปค่ะ”
วันนี้ จาคอปพูดจาสุภาพที่สุด “แต่ผมอยากดูหน้าเด็กคนนี้ต่ออีกนิด รบกวนรอสักครู่ได้ไหม”
เสียงเข้มดุนั้นทำให้ขวัญดาวทำตัวไม่ถูก รู้สึกผิดที่พาปลาวาฬลงมาเดินเล่นจนโชคร้ายมาเจอคนกลุ่มนี้เข้า
คนที่มีศักดิ์เป็นลุงมองหลานชายแท้ๆ ด้วยสายตาเพ่งพินิจ หน้าตาของพ่อหนุ่มน้อยเหมือนคนเป็นพ่อมากกว่าคนเป็นแม่ มีเพียงเค้าโครงหน้าเท่านั้นที่เหมือนกับคริสตี้ น้องสาวของเขา น่าเสียดายที่เธออายุสั้นเลยไม่เห็นว่าลูกชายของตัวเองนั้นหน้าตาดีมาก
มือหนาที่ในอดีตเคยจับแต่ปืนยกขึ้นจับมือน้อยป้อมๆ เบาๆ เจ้าปลาวาฬสบตากับเขาแล้วไม่แสดงปฏิกิริยากรี๊ดใส่เหมือนคนอื่นๆ
ปลาวาฬเอียงคอมองจาคอป แล้วขยับปากเหมือนคุยด้วย “แอ้ แอ้” ส่วนหนึ่งคงเพราะมีสายเลือดเดียวกัน
จาคอปวางมือหลานชายลงที่เดิมเพราะไม่อยากให้เด็กและสาวน้อยตรงหน้าตกใจไปมากกว่านี้ แค่ได้เห็นเพื่อนำไปตัดสินใจอะไรบางอย่างก็เพียงพอแล้ว และเท่าที่เห็นผู้หญิงคนนี้ก็ดูรักและห่วงใยหลานชายเขามากทีเดียว
ร่างสูงลุกขึ้น ริมฝีปากยกยิ้มอย่างที่น้อยคนจะได้เห็น เจ้าหนุ่มน้อยในรถเข็นก็เหมือนจะรู้จึงส่งยิ้มกลับไปให้อย่างเอาใจ ไม่เพียงแค่นั้นยังแลบลิ้นใส่อีกด้วย ทำให้คนที่มีใบหน้ายิ้มยากถึงกับยิ้มกว้างออกมาด้วยความชอบใจ
“ไอ้แสบ กล้าแลบลิ้นใส่ฉัน ไม่รู้หรือไงว่าฉันน่ะเป็นใคร”
“เอิ๊กๆ”
เจ้าหนูหัวเราะพลางยกมือไขว่คว้าจะเล่นด้วย แต่ว่าขวัญดาวที่ยืนจับรถเข็นไว้มั่นแล้วพร้อมจะปกป้องปลาวาฬตัวอ้วนทุกวิถีทางพูดขึ้นเสียงสั่น
“เด็กร้อนแล้วค่ะคุณ ฉันต้องพาลูกกลับแล้ว เดี๋ยวสามีจะรอนาน”
ร่างสูงหันไปสบตากับพี่เลี้ยงสาวอย่างแอบเสียดาย แล้วหันกลับมามองหลานชายแท้ๆ ก่อนจะก้าวหลบให้เป็นเชิงอนุญาตให้ผ่านไปได้ ใจจริง เขาเข้ามาดูหลาน แล้วจะอุ้มเจ้าลูกหมูปลาวาฬไปให้แด๊ดกอดให้ชื่นใจหน่อย แต่หากทำแบบนั้น ทุกคนคงตกใจ รอให้แด๊ดกับทางญาติฝ่ายพ่อของปลาวาฬเคลียร์กันได้ลงตัวก่อน
วันนี้ จาคอปพาบิดาไปดูบ้าน แล้วยังต้องพาท่านมาซุ่มดูหลาน ป่านนี้ แด๊ดคงให้คนอัดคลิปและแอบถ่ายภาพหลานได้มากพอแล้ว เจ้าพ่อหนุ่มพาร่างสูงผึ่งผายก้าวอาดๆ เดินนำหน้าลูกน้องมือดีหลายคน โดยมีสายตาของผู้คนที่มาเดินเล่นในสวนสาธารณะมองมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียวกันจนเขารำคาญต้องไล่ลูกน้องไปเดินไกลๆ
“พวกมึง ไปเดินไกลๆ กูหน่อยไป ขี้เกียจตกเป็นเป้าสายตา” เจ้าพ่อหนุ่มบอกลูกน้อง จากนั้นผู้ติดตามก็กระจายตัวห่างออกไป แต่ทั้งหมดก็รู้ดีว่าจุดมุ่งหมายอยู่บริเวณทางออกของสวนสาธารณะ ซึ่งมีมาเฟียเฒ่าผู้มีอิทธิพลคับวงการมาเฟียรอพวกเขาอยู่ที่นั่น
แสงแดดรำไรที่ส่องผ่านต้นไม้ใหญ่ทำให้คุณหมอสาวร่างเล็กที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจอยากออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ นานๆ บัวบุษยา จะมีเวรพักเสียที ปกติ เธอจะชอบวิ่งและออกกำลังกายที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน แต่วันนี้นัดกับรุ่นน้องที่ทำอาชีพฟรีแลนซ์กำลังมีปัญหาเครียดเพราะพิษเศรษฐกิจกับโรคระบาดทำให้สายการบินต้องหยุดชะงัก อาชีพมัคคุเทศก์จึงว่างมาก รุ่นน้องสาวจึงนัดให้มาเจอกันที่นี่หลังออกกำลังกายเอาไขมันออกเสร็จ วันนี้ เธอคงรับไขมันเข้าร่างกายเยอะ เพราะจะได้กินหมูกระทะของโปรด
ดวงตาและใบหน้าสวยแต่มีแววจริงจังอยู่ตลอดมองไปยังก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ใกล้สระน้ำ มันมีหน้ากว้างพอที่จะให้เธอไปยืนทรงตัวบนนั้นได้ เธอถอนหายใจพรืดยาว รู้สึกเหงาเล็กน้อยที่ต้องมาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะคนเดียว
คุณหมอคนสวยยิ้มอ่อนหลับตาพริ้มกางแขนรับอ้อมกอดของสายลมที่พัดมาพอดี ลมโชยมาวูบหนึ่งช่วยซับเหงื่อเม็ดโตที่ไหลซึมไปตามหน้าผากกลมมน ยกเกล้าขึ้นเป็นหางม้า แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ ก้อนหินที่เธอยืนอยู่นั้นมันเกิดการเคลื่อนไหวโยกไปมา
“ระวัง!” เสียงเข้มจัดตะโกนขึ้น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ว้าย!” หมอสาวหน้าสวยกรีดร้องเสียงหลง
ใบหน้าเชิดรั้นผงะด้วยความตกใจ พร้อมกับใบหน้าคมที่ย่างสามขุมเข้ามารับร่างเล็กเอาไว้ได้พอดีจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอเรียวระหง ทว่าพอทั้งคู่สบตาก็ได้เห็นหน้ากันชัดๆ
“คุณหมอฝังเข็มคนเมื่อวานนี่เอง”
“คุณนี่เอง! คนตัวโตที่กลัวเข็มเล่มเล็กๆ” ต่างคนต่างผละออกจากกัน
“ผมไม่ได้กลัวเข็ม แค่ไม่ชอบ”
“เมื่อวานหมอแกล้งผม แถมเข็มให้อีกหนึ่งชุดใหญ่ วันนี้อยู่นอกโรงพยาบาล ผมก็มีของตอบแทนหมอเหมือนกัน“
“มะ มะ ไม่ต้อง ฉันเกรงใจน่ะ จะรีบไปด้วย” บัวบุษยาหน้าซีด เธอพยายามจะขืนตัวและสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากอกแกร่ง แต่กลับถูกคนตัวสูงรัดไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
“จะรีบไปไหน คืนนี้ผมว่าง เมื่อวานหมอฝังเข็มให้ผมตั้งสี่สิบเล่ม วันนี้ ผมเลยอยากคืนเข็มให้หมอสักเล่มหนึ่ง แต่เข็มของผมทั้งยาวทั้งใหญ่ สนใจไหมครับ”
คุณหมอสาวโสดอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ จรรยาบรรณของแพทย์ทำให้เธอปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยไม่ได้ แต่ทำไมเธอถึงดวงซวยต้องมาเป็นแพทย์ฝังเข็มรักษาอาการให้พวกมาเฟียด้วย
“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร หมอมีเข็มเยอะแล้ว คุณเก็บเข็มเล่มเดียวของคุณไว้เถอะ แล้วปล่อยหมอได้แล้วนะคะ หมอมีธุระ” คุณหมอสาวสะบัดหน้าพรืดอย่างหัวเสียแกมตกใจ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเจ้าพ่อมาเฟียตัวเอ้มาเดินอยู่ในสวนสาธารณะ
“ปล่อยก็ได้ แต่ก่อนปล่อยหมอ ผมขอฝังรอยจูบไว้เป็นที่ระลึกที่แก้มหมอสักที แล้วจะถือว่าเรื่องที่หมอแกล้งผมไม่เคยเกิดขึ้น”
จาคอปไม่ได้พูดเปล่า ดวงตาที่ปกติมักจะฉายแววคมดุ เวลานี้ดูกรุ้มกริ่มขึ้นมาแวบหนึ่ง แล้วก้มลงขโมยหอมแก้มหมอสาวไปหนึ่งฟอดใหญ่เป็นการลงโทษเบาๆ ที่เมื่อวานเธอจงใจแกล้งเขา
บัวบุษยาถูกผู้ชายหอมแก้มเป็นครั้งแรก แล้วคนที่หอมแก้มเธอยังเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียอีกด้วย เธออยากตบเขากลับไปสักฉาด ทว่าถ้าทำแบบนั้นไม่รู้จะโดนอะไรกลับมา อาจจะไม่คุ้ม ร่างเล็กจึงเปลี่ยนเป็นถอยหลังแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว
“ร้ายจริงๆ แต่นึกว่าจะแน่กว่านี้ หึหึ” จาคอปยกมือลูบต้นคอ ส่ายศีรษะไปมา แล้วหัวเราะในลำคอ จากนั้นก็เดินไปยังจุดที่นัดพบกับบิดา
“งั้นตกลง ผมเอาชุดนี้ เดี๋ยวส่งไปที่บ้านของผมตามที่อยู่นี้ แล้วก็ส่งใบรับประกันไปพร้อมกันด้วยเลยนะครับ”จาคอบรีบจัดแจงบอกพนักงานทันที เขาเห็นสายตาตะลึงค้างของบัวบุษยาแล้วกลัวว่าจะเปลี่ยนใจขอคืนเครื่องเพชรกับพนักงาน วันนี้เป็นวันเกิดเมียทั้งที คนเป็นสามีจึงอยากทำอะไรพิเศษให้ ของขวัญแค่ห้าสิบล้านบาทไม่ได้แพงสำหรับเขาเลย แต่บัวบุษยาทำให้เขารู้สึกว่าเหมือนตัวเองทำผิดอย่างไรอย่างนั้นที่ซื้อของมีค่าให้เมีย“คุณจาคอบคะ มันแพงมาก บัวไม่อยากได้แล้ว แพงเว่อร์วัง ซื้อบ้านได้สิบหลัง”“อย่าคิดมากครับบัว ผมมีเมียแค่คนเดียว บัวเป็นเมียรักของผม ขอแค่บัวชอบก็พอแล้ว อีกอย่าง ผมตัดสินใจซื้อไปแล้วด้วย”จาคอบบอกพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ จากนั้นก็ประคองร่างเมียให้ลุกขึ้นยืน เพื่อเลี่ยงไม่ให้บัวบุษยาหันไปยกเลิกคำสั่งซื้อกับพนักงาน“เซอร์ไพรส์มากเลยนะคะเนี่ย ของขวัญที่แพงที่สุดในชีวิตเลย”ชายหนุ่มยกยิ้ม มองสบตาเมียสาว “ยังไม่จบเซอร์ไพรส์ครับ เราจะไปที่บ้านหลังหนึ่งกัน”“บ้านหลังไหนกันคะ
“อะไรนะ!” อย่าบอกนะว่าสามีมาเฟียของเธอจะเริ่มออกลาย“ทำไมเงียบไปคะพี่หมอบัว”“นารามองผิดคนหรือเปล่าจ๊ะ” เธอพยายามคิดในแง่ดีไว้“ไม่ผิดค่ะ หล่อทะลุแว่นขนาดนั้นมีแต่คุณจาคอบ สามีพี่หมอบัว นาราจำไม่ผิด”นารายืนยันด้วยการส่งรูปที่ถ่ายไว้ไปในไลน์ให้บัวบุษยาดูทันที ทำให้คนท้องกัดปากแน่น เธอไม่เชื่อว่าจาคอบจะนอกใจ แต่ว่าก็อยากตามไปดูให้รู้แน่เมื่อตกลงกับนาราได้แล้ว บัวบุษยาจึงขับรถออกไปยังห้างสรรพสินค้าที่สาวรุ่นน้องบอกทันที พอลงจากรถ ตรงเข้าไปในห้างสรรพสินค้า บัวบุษยาก็พบว่านารารออยู่ก่อนแล้ว“ทางนี้ค่ะพี่หมอบัว”“นาราแน่ใจนะ”“แน่ใจค่ะ”บัวบุษยารู้สึกลังเล ไม่อยากเชื่อเลยว่าจาคอบจะนอกใจเธอ หากแต่ก็ไม่คิดจะโกรธเขา เพราะของแบบนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง เมื่อนาราพาเดินมาถึงหน้าร้านแห่งหนึ่ง บัวบุษยาก็ต้องกระตุกมือรุ่นน้องสาวคนสวยเอาไว้“นารา นี่มันไม่ใช่ร้านอาหารนี่จ๊ะ”“เขาเปลี่ย
เธอยิ้มน้อยๆ ให้สามี “ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ว่าบัวลาออกจากการเป็นหมอแล้ว อย่าให้บัวต้องว่างงานมากกว่านี้เลยนะคะ ถ้าจะถนอมเมียจนเป็นไข่ในหิน วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย บัวเฉาแย่ แค่ชงกาแฟ ทำอาหาร และดูแลคุณเล็กๆ น้อยๆ เอง ไม่ใช่งานหนักค่ะ”“ผมชอบให้บัวอยู่บ้านสบายๆ บัวไม่ชอบหรือครับ มีแต่ผู้หญิงคนอื่นเขาชอบการชี้นิ้วนั่งเป็นคุณนายทั้งนั้น”“ไม่ชอบค่ะ บัวอยากดูแลเอาใจคุณบ้างนี่คะ เดี๋ยวเผื่อคุณไปติดใจสาวนอกบ้านแล้วบัวจะทำยังไง ยิ่งบัวกำลังท้องอยู่ด้วย”จาคอบมองเมียสาวอย่างเอ็นดู สายตาเชื่อมหวาน “โธ่ บัว ยังกลัวอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้ในสายตาของผมก็มีแต่บัวคนเดียว สาวที่ไหนไม่เคยอยู่ในสายตาของผมทั้งนั้น”บัวบุษยาซ่อนยิ้ม แล้วแสร้งทำหน้านิ่งเดินไปนั่งที่โซฟา “ว่าได้หรือคะ คุณยังหนุ่มแน่น แถมหล่อ รวย สาวๆ ก็ต้องชอบ” ไม่ว่าเธอพาจาคอบไปร่วมงานไหน ต้องมีสาวๆ ยื่นนามบัตรให้เขามาทุกครั้ง สามีเนื้อหอมแบบนี้จะไม่ให้เธอหวงก็คงไม่ได้“เอาแบบนี้ดีไหมครับ บัวไปที่ทำงานของผมตอนเช้าทุกวัน จะได้ไม่มีสาวที่ไหนกล้ามาย
ร่างสูงใหญ่ หล่อจัด เป็นขวัญใจแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู กำลังนั่งคอยหมอฝังเข็มของตัวเองที่โซฟาสีเทาในห้องรอพบแพทย์ จาคอบมองอย่างหงุดหงิด ปกติมีเพียงเขาที่มาพบแพทย์และมีดอกไม้ในมือ ดวงตาเขียวอมฟ้าเหลือบมองช่อดอกไม้ในมือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สูสีกัน ทว่า ชายคนนั้นแต่งกายด้วยชุดโต๊ปสีครีม หน้าตาก็ดูดี มีราศีราวกับพวกเจ้าชายอาหรับ คนนี้ก็เข้ามารอนั่งพบแพทย์นานพอๆ กับเขา แล้วเหลือบสายตาไปมองช่อดอกไม้ของตัวเองบ่อยๆ‘มันเอาดอกไม้มาทำไมวะ’จาคอบจึงเกิดความสงสัย เดาว่าผู้ชายอาหรับคนนี้เป็นผู้ป่วยที่นัดพบแพทย์เหมือนกัน แต่การพกช่อดอกไม้มาด้วยคืออะไร การมาพบแพทย์ตามนัดไม่จำเป็นต้องมีดอกไม้ คนที่ปกติไม่ค่อยจะเปิดปากพูดกับใครก่อนหากไม่สนิทจริงจึงเป็นฝ่ายรุก ขณะดวงตาคมมองไปที่ช่อดอกไม้“คุณมารอพบแพทย์เหรอครับ”‘อับราฮิม’ มหาเศรษฐีแห่งตะวันออกกลาง เจ้าพ่อวงการน้ำมันดิบ พยักหน้าอย่างไว้เชิง“ครับผมรอพบแพทย์” ก่อนจะก้มมองดอกไม้ราคาแพงในมือที่ยังสวยหวานน้อยกว่าหน้าหมอบัวอับราฮิ
หลังจากนั้นไม่นาน จาคอบก็รีบเข้าไปภายในคอนโดฯ เป้าหมาย และขึ้นไปยังห้องที่ได้รับพิกัดมาจากลูกน้องเมื่อเข้าไปข้างใน มีตำรวจกลุ่มหนึ่งรออยู่แล้ว สายลับสาวที่ยอมเอาตัวแลกเป็นนางบำเรอของไอ้ราฟาเอลโล่ ส่งหลานชายคืนให้เขา ปลาวาฬโผเข้าหาจาคอบทันทีเมื่อเห็นหน้า“แอ้ แอ้”“เจ้าแสบหลานลุง ลุงห่วงเรามากรู้ไหม หลานรัก”ชายหนุ่มอุ้มหลานพลางเขย่าร่างอ้วนกลมเบาๆ ก้มจูบหน้าผากแกด้วยความรัก ก่อนจะขอตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล พาปลาวาฬว่ายกลับไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าอยู่กับตัวเองเตชัสและขวัญดาวรีบวิ่งเข้ามารับปลาวาฬทันที เมื่อเห็นจาคอบก้าวลงมาจากรถและอุ้มปลาวาฬ ที่สีหน้าร่าเริงแจ่มใส ราวกับว่า วันนี้ แกได้ไปเล่นสนุกมา“ปลาวาฬ เป็นยังไงบ้างลูก”พอเห็นว่าแกปลอดภัย ร่างกายไม่ได้มีร่องรอย ขวัญดาวและเตชัสก็สบายใจ แล้วรีบหันไปกล่าวขอบคุณจาคอบอีกครั้ง พร้อมกับย้ำว่า ต่อไป พวกเขาจะระมัดระวังในการดูแลปลาวาฬยิ่งกว่าเดิม ทำให้มาเฟียหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาได้บ้างจาคอบคุยกับสองสามีภรรยาอีกสักพักจึงบอกลาท
จาคอบเดินเข้ามาในโกดังร้างพลางสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย รถของอเล็กซานโดรถูกกั้นไม่ให้เข้ามาถึงตรงนี้ พวกมันสั่งให้เขาขับรถเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มยิ้มเยาะ คิดว่ากลัวหรือไง คนอย่างเขาถ้าไม่แน่จริงไม่มาหรอก อยากจะบอกออกไปว่า มันคิดผิดที่จับหลานชายเขาไป และอีกไม่ถึงชั่วโมง พวกมันจะรู้ว่ากำลังเล่นกับมัจจุราชอยู่ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ภายในมีแต่ชั้นวางของเปล่าๆ ไม่มีสิ่งสินค้าหลงเหลืออยู่ บอกให้รู้ว่าปล่อยรกร้างมานานหลายปีแล้ว เขาจึงตะโกนก้องออกไปอย่างคนที่ไม่หวาดหวั่นเป็นการท้าทายอีกฝ่ายซึ่งๆ หน้า“ไอ้หน้าตัวเมีย ราฟาเอลโล่ กูมาแล้ว มึงมุดหัวอยู่ที่ไหน ออกมาสิวะ ไอ้เศษสวะ!!”มีเงาร่างหนึ่งซุ่มซ่อนอยู่ในมุมมืด ทำท่าจะยกปืนเล็งมา แต่จาคอบหูตาไว คะเนจากรูปร่างแล้วคาดว่าเป็นคู่แค้น ชายหนุ่มเอียงตัวนิดหนึ่งหลีกวิถีกระสุนที่อาจยิงมาตอนไหนก็ได้ แล้วชิงจังหวะลั่นไกก่อนเปรี้ยง!!“ไอ้หมาบ้าจาคอบ มึงไม่ห่วงชีวิตหลานมึงหรือไงวะ!!”เจ้าพ่อค้ายาเดือดจัด ขยับร่างไปหลบ
“กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู มึงไม่ต้องอยากมาเป็นพ่อพระตอนนี้ ในอดีต พวกมึงก็เคยทำเรื่องระยำไม่ต่างจากกลุ่มของกู แต่พออยากมาเป็นคนดี แล้วก็เสือกพาตำรวจมากวาดล้างกูด้วย”“กลุ่มของกูไม่เคยขายยา” จาคอบส่งเสียงกร้าวใส่ทันควัน“แต่ก็ขายอาวุธ ฆ่าคนไม่ต่างกันละว้า
เตชัสส่งยิ้มให้คุณตาและลุงของปลาวาฬ “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะรัก และดูแลแกอย่างดี ถึงอย่างไร หากพวกคุณคิดถึงแก ก็สามารถไปพบแกได้ทันที ตามที่เราได้ตกลงกันไว้”“ครับ” จาคอบยิ้มเล็กๆ แล้วมองหลานชายที่อะไรบางอย่างบอกเขาว่า โตขึ้นเจ้าหมอนี่ท่าจะแสบใช่เล่น เขาเห็น
ชายหนุ่มอมยิ้มที่ทำเมียรักเขิน สมใจเขาแล้วเพราะได้เมียเป็นหมอแบบที่ฝันไว้ พอมองเห็นจุดสีแดงที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีเทาอ่อนก็ยิ่งเน้นย้ำว่าเขาได้ครอบครองอัญมณีที่ล้ำค่าก็ยิ่งภูมิใจ และจะไม่ปล่อยบัวบุษยาให้หลุดมือเป็นอันขาด“ถ้าเขิน ผมไม่พูดแซวก็ได้ แต่เราต่ออีกยกดีไหมนะ นะครับ” จา
บัวบุษยาสะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงสิ่งแปลกปลอมที่กำลังสอดแทรกเข้าไป แต่ก็ต้องวาบหวามไปพร้อมกัน เมื่อนิ้วร้ายค่อยๆ ไล้วนกับช่องทางคับแคบของเธออย่างคนที่ชำนาญเส้นทางดี ความรู้สึกหวานแหลมพุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง ทั้งเสียดเสียว ทั้งทรมานจนร่างกายบิดเร่าไม่รู้ทิศทาง“พอก่อนเถอะค่ะจาคอบ”







