ANMELDENวันถัดมา
อาการเห่อหลานชายตัวน้อยของคุณตากับคุณลุงยังหนุ่มและหล่อมาก ที่อยากเห็นหน้าหลาน แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปแย่งเพื่อขอเป็นผู้เลี้ยง เพราะรู้ว่าวิถีมาเฟียอันตรายแค่ไหน พวกเขาไม่อยากเอาหลานมาเสี่ยง
ในเมื่อประเมินแล้วว่าคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อแกดูแลแกได้อย่างดี ถึงเวลานี้ วิถีของมาเฟียได้เปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มหันมาจับธุรกิจสีขาว เบามือจากธุรกิจสีเทาแล้วแต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าศัตรูเก่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ การปล่อยให้น้องปลาวาฬอยู่กับญาติฝั่งพ่อที่ฐานะมั่นคง แต่ทางนั้นก็ไม่ได้กีดกันหากพวกเขาต้องการพบหลานคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
พอตกลงกันได้แล้วทำให้ทั้งจาคอปและบิดาตัดสินใจหาเช่าบ้านที่เมืองไทยอยู่สักระยะหนึ่ง ที่จริง จาคอปบอกบิดาว่าอยากซื้อบ้านทิ้งไว้สักหลัง เผื่อไว้ในอนาคตที่อยากจะมาก็จะได้มีบ้านพัก แต่ติดตรงที่ว่าบ้านหรูๆ ดีๆ สักหลังที่จะติดกับบ้านของหลานนั้นช่างหายาก
‘เขามันกระเป๋าหนัก สายเป เงินถึง แต่เลือกเยอะนิดนึง’
ข้อแรก เขาไม่อยากหาซื้อบ้านใหม่ให้ไกลจากบ้านของหลานชายนักเพราะไม่ชอบการเดินทาง ไม่ชอบเสียเวลาบนท้องถนนไปเปล่าๆ
ข้อสอง เขายังโลกส่วนตัวสูงเกิน ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบให้ใครมาส่อง ไม่ชอบให้ใครมามอง ยกเว้นสาวๆ พอรับได้
ดังนั้นหลังจากปรึกษาหารือกับบิดาแล้ว จาคอปจึงให้เลขาฯ ส่วนตัวหาบ้านที่ใกล้กับที่พักของหลาน เขาเคยไปดูแล้วพบว่าบรรยากาศเงียบสงบน่าอยู่ ดูมีความเป็นส่วนตัว
หมู่บ้านนันทนาวิลล่าคือตัวเลือกที่ดีที่สุด หมู่บ้านระดับลักซัวรี่ ราคาบ้านระดับเกือบยี่สิบล้านบาทขึ้นไป สาธารณูปโภคกับเพื่อนบ้านก็น่าจะดีตามไปด้วย นั่นคือสิ่งที่จาคอปคิดและบอกกับบิดา
“แด๊ดถูกใจบ้านหลังนี้ไหมครับ” จาคอปถามบิดา หลังจากพาท่านเดินตรวจดูรอบๆ บ้าน
“บ้านหลังใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ครบ ที่สำคัญยังดูใหม่และสะอาดด้วย แด๊ดถูกใจนะจาคอป แล้วเราล่ะ”
“ผมก็ชอบบรรยากาศ ดูสงบ ไม่วุ่นวาย งั้นผมจะได้ตกลงเช่า ที่จริง ผมจะซื้อแต่เขาไม่ขาย”
“ลองถามเขาดูอีกครั้ง ถ้าเราให้ราคาดี เขาน่าจะขาย”
“ไว้ผมจะลองถามอีกที แต่ตอนนี้ เราคงต้องเช่าไปก่อนนะครับ”
‘อลัน ออสติน’ จึงไม่ได้ตอบโต้อะไรกับลูกชายอีก เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่สำคัญตอนนี้ หากแต่ตอนนี้ เขาอยากพักผ่อนแล้ว สองพ่อลูกจึงพากันกลับไปยังคอนโดฯ ที่เช่าไว้กลางกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถแอบไปส่องดูพฤติกรรมของหลานได้เช่นกัน
มาเฟียเฒ่าหันมาบอกลูกชาย “วันนี้ เราไปดูปลาวาฬกันไหม”
จากการแอบไปส่องหลานมาเพียงสองวัน มาเฟียเฒ่าก็คิดถึงทารกตัวกลม แก้มเป็นก้อน ที่ดวงตาและเสียงหัวเราะของแก มันทำให้โลกเทาๆ ของมาเฟียเฒ่าดูสว่างวาบขึ้นมาทันที เขาไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เรียกว่า
‘กำลังเห่อหลานใช่หรือเปล่า’
“แด๊ดอยากไปก็ไปสิครับ แต่ทำไมพวกเราไม่เข้าไปขอพบหลานตรงๆ แด๊ดจะได้อุ้มหลาน ตอนนี้ พวกเราเริ่มจะดูเหมือนแก๊งลักเด็กเข้าไปทุกที” นอกจากไปแอบซุ่มดู บางที แด๊ดก็ใช้พวกบอดีการ์ดซุ่มถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ดู
“แกก็รู้พวกเรามันเหมือนวัตถุอันตราย ไปอยู่ใกล้หลานบ่อยๆ คงไม่ดี แด๊ดห่วงหลานน่ะ”
จาคอปนั่งรถคนละคันกับบิดา รถคันหรูที่มีอลันนั่งอยู่เบาะหลังเคลื่อนที่ผ่านไปไกลแล้ว แต่ระหว่างนี้ จาคอปยังยืนคุยโทรศัพท์กับเจ้าของบ้านเพื่อตกลงค่าเช่าบ้านและวันเข้าอยู่
“ผมจาคอปครับ ตกลงว่าจะเช่าระยะเวลาหกดือน”
“ได้ค่ะ เราจะนัดเซ็นสัญญากันเมื่อไหร่ดีคะ”
“ผมพร้อมเสมอครับ พรุ่งนี้ก็ดี” เขาสบายใจที่ได้บ้านหลังใหญ่เอาไว้ไห้แด๊ดกับตัวเขามาพัก ในช่วงเวลาแบบนี้ บิดาคงไม่อยากกลับบ้านเกิดเพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาท่านก็เอาแต่พูดถึงเรื่อง
‘น้องปลาวาฬ’
หลานชายเพียงคนเดียวซึ่งเกิดจากน้องสาวของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากได้ข้อสรุปเรื่องบ้านแล้ว ร่างสูงเดินอาจๆ ไปที่รถยนต์หรูซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล
อีกฟากหนึ่ง ขวัญดาวชวนเตชัสและพี่เลี้ยงของน้องปลาวาฬพาเด็กน้อยร่างกลม อารมณ์ดี ออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ไม่เจอหลายวัน เด็กน้อยดูมีพัฒนาการขึ้นมาก เธอคิดว่าฟังไม่ผิด
“หม่ำ หม่ำ” ทารกน้อยเงยหน้าขึ้นมองขวัญดาว แล้วสิ่งยิ้มหวานให้ แกเริ่มพูดคำว่าหม่ำๆ ได้แล้ว
“เก่งจังเลยค่ะ”
เป็นเพราะขวัญดาวก้มมองพ่อหนูน้อยตลอดจึงไม่ทันสังเกตว่าที่ทางเดินข้างหน้านั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินสวนมา ด้วยสัญชาตญาณ ขวัญดาวพยายามเข็นรถหลบ พลางขมวดคิ้วมอง เพราะว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินมากันนั้นไม่เหมือนนักธุรกิจอย่างที่เธอเข้าใจ มองเผินๆ นั้นใช่ แต่ถ้าหากมองอย่างพิจารณาแล้ว ดูเหมือนกลุ่มมาเฟียที่เคยดูในภาพยนตร์สไตล์เจ้าพ่อไม่มีผิด
หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเองว่าคงดูหนังมากเกินไป เจ้าพ่อมาเฟียที่ไหนจะมาเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะแบบนี้ พวกนั้นควรจะเดินอยู่ในบ่อนกาสิโนมากกว่า
ขวัญดาวตกใจที่เห็นพวกนั้นมองปลาวาฬ ทว่ายังพยายามรักษาท่าทีให้สงบ รอดูท่าทีของอีกฝ่ายว่าจะเอาอย่างไร จากนั้นก็ตัดสินใจเร่งเข็นรถผ่านกลุ่มชายฉกรรจ์ไปอย่างรวดเร็ว ทว่าชายที่เหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นกลับเดินมาขวางทางรถเข็นของเธอเข้า
“คุณผู้หญิงจะรีบไปไหนครับ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูมากเลยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ แกเป็นลูกชายฉันเอง”
ท่าทางดุดันของคนพวกนั้นทำให้ขวัญดาวตัวลีบลง ผิดกับเด็กในรถเข็น ทารกน้อยร้อยล้านอย่างน้องปลาวาฬผงกหัวขึ้นมามองผู้คนมากมายที่มามุงดูแก จากนั้น ทุกคนแม้แต่ขวัญดาวก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นแกจ้องเขม็งพวกกลุ่มชายฉกรรจ์เหมือนไม่พอใจ แล้วตะเบ็งเสียงใส่
“แอ้ แอ้”
ทว่าเป็นเสียงเข้ม จนคนพวกนั้นมองคุณหนูของพวกเขาด้วยความตกใจ
“เจ้านายน้อยคงจะไม่พอใจ”
คำพูดของผู้ชายตัวโตที่เหมือนเป็นคนต่างชาติทำให้ขวัญดาวประหลาดใจ แล้วขนลุกเกรียวด้วยความหวาดกลัว เธอมองหาเตชัส ทว่า เขาก็ยังไม่กลับมา ถ้าหากคนกลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพจะทำอย่างไร แล้วทำไมถึงเรียกปลาวาฬว่าเจ้านายน้อย
“เอ่อ...ขอตัวก่อนนะคะ”
ขวัญดาวหาทางออกแล้วรีบเข็นรถเด็กไปทันที ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นไปทั่วร่าง ถ้าหากเด็กน้อยหรือเธอเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร เธอภาวนาขอให้เตชัสผ่านมาทางนี้ไวๆ
หญิงสาวพยายามจะเลี่ยงไปอีกทาง แต่มือของชายคนหนึ่งที่สูงหล่อ หน้าตาดีที่สุด ยึดรถเข็นเอาไว้ “อย่าเพิ่งไปครับ คุณผู้หญิง”
“งั้นตกลง ผมเอาชุดนี้ เดี๋ยวส่งไปที่บ้านของผมตามที่อยู่นี้ แล้วก็ส่งใบรับประกันไปพร้อมกันด้วยเลยนะครับ”จาคอบรีบจัดแจงบอกพนักงานทันที เขาเห็นสายตาตะลึงค้างของบัวบุษยาแล้วกลัวว่าจะเปลี่ยนใจขอคืนเครื่องเพชรกับพนักงาน วันนี้เป็นวันเกิดเมียทั้งที คนเป็นสามีจึงอยากทำอะไรพิเศษให้ ของขวัญแค่ห้าสิบล้านบาทไม่ได้แพงสำหรับเขาเลย แต่บัวบุษยาทำให้เขารู้สึกว่าเหมือนตัวเองทำผิดอย่างไรอย่างนั้นที่ซื้อของมีค่าให้เมีย“คุณจาคอบคะ มันแพงมาก บัวไม่อยากได้แล้ว แพงเว่อร์วัง ซื้อบ้านได้สิบหลัง”“อย่าคิดมากครับบัว ผมมีเมียแค่คนเดียว บัวเป็นเมียรักของผม ขอแค่บัวชอบก็พอแล้ว อีกอย่าง ผมตัดสินใจซื้อไปแล้วด้วย”จาคอบบอกพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ จากนั้นก็ประคองร่างเมียให้ลุกขึ้นยืน เพื่อเลี่ยงไม่ให้บัวบุษยาหันไปยกเลิกคำสั่งซื้อกับพนักงาน“เซอร์ไพรส์มากเลยนะคะเนี่ย ของขวัญที่แพงที่สุดในชีวิตเลย”ชายหนุ่มยกยิ้ม มองสบตาเมียสาว “ยังไม่จบเซอร์ไพรส์ครับ เราจะไปที่บ้านหลังหนึ่งกัน”“บ้านหลังไหนกันคะ
“อะไรนะ!” อย่าบอกนะว่าสามีมาเฟียของเธอจะเริ่มออกลาย“ทำไมเงียบไปคะพี่หมอบัว”“นารามองผิดคนหรือเปล่าจ๊ะ” เธอพยายามคิดในแง่ดีไว้“ไม่ผิดค่ะ หล่อทะลุแว่นขนาดนั้นมีแต่คุณจาคอบ สามีพี่หมอบัว นาราจำไม่ผิด”นารายืนยันด้วยการส่งรูปที่ถ่ายไว้ไปในไลน์ให้บัวบุษยาดูทันที ทำให้คนท้องกัดปากแน่น เธอไม่เชื่อว่าจาคอบจะนอกใจ แต่ว่าก็อยากตามไปดูให้รู้แน่เมื่อตกลงกับนาราได้แล้ว บัวบุษยาจึงขับรถออกไปยังห้างสรรพสินค้าที่สาวรุ่นน้องบอกทันที พอลงจากรถ ตรงเข้าไปในห้างสรรพสินค้า บัวบุษยาก็พบว่านารารออยู่ก่อนแล้ว“ทางนี้ค่ะพี่หมอบัว”“นาราแน่ใจนะ”“แน่ใจค่ะ”บัวบุษยารู้สึกลังเล ไม่อยากเชื่อเลยว่าจาคอบจะนอกใจเธอ หากแต่ก็ไม่คิดจะโกรธเขา เพราะของแบบนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง เมื่อนาราพาเดินมาถึงหน้าร้านแห่งหนึ่ง บัวบุษยาก็ต้องกระตุกมือรุ่นน้องสาวคนสวยเอาไว้“นารา นี่มันไม่ใช่ร้านอาหารนี่จ๊ะ”“เขาเปลี่ย
เธอยิ้มน้อยๆ ให้สามี “ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ว่าบัวลาออกจากการเป็นหมอแล้ว อย่าให้บัวต้องว่างงานมากกว่านี้เลยนะคะ ถ้าจะถนอมเมียจนเป็นไข่ในหิน วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย บัวเฉาแย่ แค่ชงกาแฟ ทำอาหาร และดูแลคุณเล็กๆ น้อยๆ เอง ไม่ใช่งานหนักค่ะ”“ผมชอบให้บัวอยู่บ้านสบายๆ บัวไม่ชอบหรือครับ มีแต่ผู้หญิงคนอื่นเขาชอบการชี้นิ้วนั่งเป็นคุณนายทั้งนั้น”“ไม่ชอบค่ะ บัวอยากดูแลเอาใจคุณบ้างนี่คะ เดี๋ยวเผื่อคุณไปติดใจสาวนอกบ้านแล้วบัวจะทำยังไง ยิ่งบัวกำลังท้องอยู่ด้วย”จาคอบมองเมียสาวอย่างเอ็นดู สายตาเชื่อมหวาน “โธ่ บัว ยังกลัวอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้ในสายตาของผมก็มีแต่บัวคนเดียว สาวที่ไหนไม่เคยอยู่ในสายตาของผมทั้งนั้น”บัวบุษยาซ่อนยิ้ม แล้วแสร้งทำหน้านิ่งเดินไปนั่งที่โซฟา “ว่าได้หรือคะ คุณยังหนุ่มแน่น แถมหล่อ รวย สาวๆ ก็ต้องชอบ” ไม่ว่าเธอพาจาคอบไปร่วมงานไหน ต้องมีสาวๆ ยื่นนามบัตรให้เขามาทุกครั้ง สามีเนื้อหอมแบบนี้จะไม่ให้เธอหวงก็คงไม่ได้“เอาแบบนี้ดีไหมครับ บัวไปที่ทำงานของผมตอนเช้าทุกวัน จะได้ไม่มีสาวที่ไหนกล้ามาย
ร่างสูงใหญ่ หล่อจัด เป็นขวัญใจแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู กำลังนั่งคอยหมอฝังเข็มของตัวเองที่โซฟาสีเทาในห้องรอพบแพทย์ จาคอบมองอย่างหงุดหงิด ปกติมีเพียงเขาที่มาพบแพทย์และมีดอกไม้ในมือ ดวงตาเขียวอมฟ้าเหลือบมองช่อดอกไม้ในมือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สูสีกัน ทว่า ชายคนนั้นแต่งกายด้วยชุดโต๊ปสีครีม หน้าตาก็ดูดี มีราศีราวกับพวกเจ้าชายอาหรับ คนนี้ก็เข้ามารอนั่งพบแพทย์นานพอๆ กับเขา แล้วเหลือบสายตาไปมองช่อดอกไม้ของตัวเองบ่อยๆ‘มันเอาดอกไม้มาทำไมวะ’จาคอบจึงเกิดความสงสัย เดาว่าผู้ชายอาหรับคนนี้เป็นผู้ป่วยที่นัดพบแพทย์เหมือนกัน แต่การพกช่อดอกไม้มาด้วยคืออะไร การมาพบแพทย์ตามนัดไม่จำเป็นต้องมีดอกไม้ คนที่ปกติไม่ค่อยจะเปิดปากพูดกับใครก่อนหากไม่สนิทจริงจึงเป็นฝ่ายรุก ขณะดวงตาคมมองไปที่ช่อดอกไม้“คุณมารอพบแพทย์เหรอครับ”‘อับราฮิม’ มหาเศรษฐีแห่งตะวันออกกลาง เจ้าพ่อวงการน้ำมันดิบ พยักหน้าอย่างไว้เชิง“ครับผมรอพบแพทย์” ก่อนจะก้มมองดอกไม้ราคาแพงในมือที่ยังสวยหวานน้อยกว่าหน้าหมอบัวอับราฮิ
หลังจากนั้นไม่นาน จาคอบก็รีบเข้าไปภายในคอนโดฯ เป้าหมาย และขึ้นไปยังห้องที่ได้รับพิกัดมาจากลูกน้องเมื่อเข้าไปข้างใน มีตำรวจกลุ่มหนึ่งรออยู่แล้ว สายลับสาวที่ยอมเอาตัวแลกเป็นนางบำเรอของไอ้ราฟาเอลโล่ ส่งหลานชายคืนให้เขา ปลาวาฬโผเข้าหาจาคอบทันทีเมื่อเห็นหน้า“แอ้ แอ้”“เจ้าแสบหลานลุง ลุงห่วงเรามากรู้ไหม หลานรัก”ชายหนุ่มอุ้มหลานพลางเขย่าร่างอ้วนกลมเบาๆ ก้มจูบหน้าผากแกด้วยความรัก ก่อนจะขอตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล พาปลาวาฬว่ายกลับไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าอยู่กับตัวเองเตชัสและขวัญดาวรีบวิ่งเข้ามารับปลาวาฬทันที เมื่อเห็นจาคอบก้าวลงมาจากรถและอุ้มปลาวาฬ ที่สีหน้าร่าเริงแจ่มใส ราวกับว่า วันนี้ แกได้ไปเล่นสนุกมา“ปลาวาฬ เป็นยังไงบ้างลูก”พอเห็นว่าแกปลอดภัย ร่างกายไม่ได้มีร่องรอย ขวัญดาวและเตชัสก็สบายใจ แล้วรีบหันไปกล่าวขอบคุณจาคอบอีกครั้ง พร้อมกับย้ำว่า ต่อไป พวกเขาจะระมัดระวังในการดูแลปลาวาฬยิ่งกว่าเดิม ทำให้มาเฟียหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาได้บ้างจาคอบคุยกับสองสามีภรรยาอีกสักพักจึงบอกลาท
จาคอบเดินเข้ามาในโกดังร้างพลางสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย รถของอเล็กซานโดรถูกกั้นไม่ให้เข้ามาถึงตรงนี้ พวกมันสั่งให้เขาขับรถเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มยิ้มเยาะ คิดว่ากลัวหรือไง คนอย่างเขาถ้าไม่แน่จริงไม่มาหรอก อยากจะบอกออกไปว่า มันคิดผิดที่จับหลานชายเขาไป และอีกไม่ถึงชั่วโมง พวกมันจะรู้ว่ากำลังเล่นกับมัจจุราชอยู่ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ภายในมีแต่ชั้นวางของเปล่าๆ ไม่มีสิ่งสินค้าหลงเหลืออยู่ บอกให้รู้ว่าปล่อยรกร้างมานานหลายปีแล้ว เขาจึงตะโกนก้องออกไปอย่างคนที่ไม่หวาดหวั่นเป็นการท้าทายอีกฝ่ายซึ่งๆ หน้า“ไอ้หน้าตัวเมีย ราฟาเอลโล่ กูมาแล้ว มึงมุดหัวอยู่ที่ไหน ออกมาสิวะ ไอ้เศษสวะ!!”มีเงาร่างหนึ่งซุ่มซ่อนอยู่ในมุมมืด ทำท่าจะยกปืนเล็งมา แต่จาคอบหูตาไว คะเนจากรูปร่างแล้วคาดว่าเป็นคู่แค้น ชายหนุ่มเอียงตัวนิดหนึ่งหลีกวิถีกระสุนที่อาจยิงมาตอนไหนก็ได้ แล้วชิงจังหวะลั่นไกก่อนเปรี้ยง!!“ไอ้หมาบ้าจาคอบ มึงไม่ห่วงชีวิตหลานมึงหรือไงวะ!!”เจ้าพ่อค้ายาเดือดจัด ขยับร่างไปหลบ
“กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู มึงไม่ต้องอยากมาเป็นพ่อพระตอนนี้ ในอดีต พวกมึงก็เคยทำเรื่องระยำไม่ต่างจากกลุ่มของกู แต่พออยากมาเป็นคนดี แล้วก็เสือกพาตำรวจมากวาดล้างกูด้วย”“กลุ่มของกูไม่เคยขายยา” จาคอบส่งเสียงกร้าวใส่ทันควัน“แต่ก็ขายอาวุธ ฆ่าคนไม่ต่างกันละว้า
เตชัสส่งยิ้มให้คุณตาและลุงของปลาวาฬ “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะรัก และดูแลแกอย่างดี ถึงอย่างไร หากพวกคุณคิดถึงแก ก็สามารถไปพบแกได้ทันที ตามที่เราได้ตกลงกันไว้”“ครับ” จาคอบยิ้มเล็กๆ แล้วมองหลานชายที่อะไรบางอย่างบอกเขาว่า โตขึ้นเจ้าหมอนี่ท่าจะแสบใช่เล่น เขาเห็น
ชายหนุ่มอมยิ้มที่ทำเมียรักเขิน สมใจเขาแล้วเพราะได้เมียเป็นหมอแบบที่ฝันไว้ พอมองเห็นจุดสีแดงที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีเทาอ่อนก็ยิ่งเน้นย้ำว่าเขาได้ครอบครองอัญมณีที่ล้ำค่าก็ยิ่งภูมิใจ และจะไม่ปล่อยบัวบุษยาให้หลุดมือเป็นอันขาด“ถ้าเขิน ผมไม่พูดแซวก็ได้ แต่เราต่ออีกยกดีไหมนะ นะครับ” จา
บัวบุษยาสะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงสิ่งแปลกปลอมที่กำลังสอดแทรกเข้าไป แต่ก็ต้องวาบหวามไปพร้อมกัน เมื่อนิ้วร้ายค่อยๆ ไล้วนกับช่องทางคับแคบของเธออย่างคนที่ชำนาญเส้นทางดี ความรู้สึกหวานแหลมพุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง ทั้งเสียดเสียว ทั้งทรมานจนร่างกายบิดเร่าไม่รู้ทิศทาง“พอก่อนเถอะค่ะจาคอบ”







