LOGINบัวบุษยาประหลาดใจ สองวันนี้ ชีวิตเล่นตลก ทำให้เธอต้องเจอคนกวนประสาทติดๆ วันแรกเจอกันหมอนั่นก็แอบจับบั้นท้ายเธออ้างว่ากลัวเข็ม แต่วันนี้หนักกว่าเมื่อวาน
บัวบุษยาหัวใจกระตุก ยกมือขึ้นลูบแก้ม “คนบ้า อย่าให้เจออีกนะ จะฝังเข็มให้พูดไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง ไม่รู้จักหมอบัวซะแล้ว” เธอก็พูดไปแบบนั้นด้วยจรรยาบรรณแพทย์ ถึงจะโกรธ โมโห ไม่ชอบใจ หมอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนไข้
ที่สำคัญอาการของเขายังต้องฝังเข็มอีกหลายครั้ง อาทิตย์หน้า เขาเองก็ต้องมาฝังเข็มครั้งที่สอง ไม่รู้ว่าเจอกันครั้งหน้า เธอจะวางหน้ายังไง
“เกลียด เกลียดนาย ไอ้คนบ้า”
ร่างสวย สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เกล้าผมสูง เผยให้เห็นวงหน้ารูปไข่ สวย หวาน เดินมาหยุดข้างหลังหมอบัว พอเห็นอาการที่พี่หมอคนสวยยืนบ่นคนเดียว ‘นารา’ ก็กะพริบตาถี่ๆ เธอกับหมอบัวเป็นทั้งลูกพี่ลูกน้องกัน หมอบัวแก่กว่าเธอสองปี เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ นาราจบนิเทศศาสตร์ หลังเรียนจบไม่ได้ทำงานเบื้องหลังในวงการบันเทิงอย่างที่ปรารถนา แต่ชีวิตหันเหไปทำงานเป็นมัคคุเทศก์
“เกลียดใครคะพี่หมอ”
เสียงทักทายอันคุ้นเคยทำให้บัวบุษยาหันหลังกลับมามอง คนที่ยืนส่งยิ้มน่ารักมาให้คือเพื่อนกินหมูกระทะในวันนี้ที่นัดหมายกันไว้
“มาแล้วเหรอนารา”
“พี่หมอยืนบ่นอะไรคะ เมื่อกี้ นาราได้ยินว่า เกลียด เกลียด ไอ้คนบ้า พี่หมอว่าใคร” เพราะสาวฟรีแลนซ์ที่ตอนนี้กำลังกระเป๋าแบนเนื่องจากตกงานมาเกือบสามเดือนมองไปรอบๆ ตัวก็ไม่เห็นมีใครสักคน
บัวบุษยามองคนหน้าใสตรงหน้าและขมวดคิ้ว “พวกมาเฟีย นิสัยไม่ดีน่ะ”
นารายิ้มนิดๆ “สมัยนี้ยังมีอยู่อีกเหรอคะพวกมาเฟีย แต่นาราชอบนะ เคยอ่านในนิยาย พวกทรงโจร แต่โดนใจ”
“แต่พี่หมอไม่โดนใจ แต่โดนจับก้น” นึกถึงเรื่องนี้แล้วก็หน้าแดงไปหมด ไม่กล้าพูดต่อว่าเมื่อครู่โดนหอมแก้มด้วย
นาราฟังแล้วหน้าซีดรวบรวมสติถาม “จริงเหรอคะ แล้วพี่หมอไปข้องเกี่ยวกับคนพวกนี้ยังไง” เพราะเท่าที่เธอรู้จักพี่หมอบัว รายนี้ ชีวิตมีอยู่สองอย่างหลักๆ ไปโรงพยาบาลกับออกกำลังกายในสวนสาธารณะ
“หมอนั่นเป็นคนไข้ที่ท่านผู้อำนวยการฝากให้พี่ดูแล เอาเถอะ อย่าไปพูดถึงคนแบบนั้นเลย เดี๋ยวกินหมูกระทะไม่อร่อย”
“วันนี้ พี่หมอกินหมูกระทะอร่อยแน่ค่ะ”
บัวบุษยายิ้มแป้น “อย่าบอกนะว่านาราถูกหวย พี่หมอจะได้จัดชุดใหญ่” เธอก็แค่หยอกๆ เพราะเห็นใจเพื่อนรุ่นน้องที่ตอนนี้อาชีพฟรีแลนซ์กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยังไงก็คงต้องขอเป็นฝ่ายเลี้ยงเอง
“ก็วันนี้สิคะ คุณนายทองอยู่ หาคนมาเช่าบ้านอีกหลังได้แล้ว ราคาดีด้วย ก็เลยเป็นผลบุญในความอารมณ์ดี คุณนายทองอยู่เลยโอนมาให้กินขนมแสนนึง นาราเลยคิดว่าจะเลี้ยงหมูกระทะพี่หมอ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ตกงาน พี่หมอเลี้ยงนาราตลอดเลย”
“บ้านหลังนั้นมีคนเช่าแล้วเหรอ”
“ใช่แล้วค่ะ เห็นคุณแม่บอกว่าคนมาเช่าใจดีมาก เขาถูกใจจนจ่ายราคาเกินจากค่าเช่า แล้วบอกว่าอยากจะซื้อเลย แต่เป็นชาวต่างชาติ คงต้องไปหาเมียไทยก่อน” พูดจบสาวน้อยก็หัวเราะคิกๆ เธอไม่ได้ไปทำสัญญาด้วย เพราะเมื่อวานต้องพาแมวไปหาหมอและฉีดวัคซีน “นาราได้ยินแม่พูดว่า คนที่มาเช่าหน้าตาดีมาก แต่เขาไม่ค่อยยิ้ม ดูดุไปหน่อย”
บัวบุษยารู้จักบ้านหลังนั้นดี เพราะบ้านที่นาราพูดถึงคือบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของเธอ เป็นบ้านหลังแรกของพ่อและแม่ของนาราซึ่งเป็นเศรษฐีทางภาคเหนือมาซื้อเอาไว้ พอพ่อของนาราเสีย คุณป้าทองอยู่ มารดาของนาราคงคิดว่าบ้านหลังนี้ใหญ่เกินไปสำหรับการอยู่สองคน เนื่องจากนาราเองก็ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา สองแม่ลูกจึงซื้อบ้านที่มีขนาดเล็กกว่าที่ถัดจากบ้านหลังเดิมไปอีกสองซอยติดทะเลสาบและสวนสาธารณะของหมู่บ้านเช่นกัน
“หวังว่าเพื่อนบ้านใหม่ของพี่จะนิสัยดีนะ ไม่ใช่ดีแค่หน้าตา”
สองสาวเดินไปคุยไป จากนั้น บัวบุษยารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปที่ร้านหมูกระทะชื่อดังในละแวกนี้ สาวหุ่นบางทั้งคู่แต่เวลากินหมูกระทะเหมือนมีนางยักษ์เข้ามาสิงร่าง
1 สัปดาห์ถัดมา
หลายวันถัดมาที่จาคอบย้ายมาอยู่บ้านใหม่ เขากำลังวุ่นวายเกี่ยวกับเอกสารหลายอย่างเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ว่า อลันเป็นปู่ของน้องปลาวาฬรวมทั้งกระบวนการพิจารณาของศาล
โชคดีทีผู้ให้เช่าคุยง่าย เขาขอเปลี่ยนกระจกในบ้านเป็นกระจกกันกระสุนทุกบาน เจ้าของบ้านประหลาดใจ เกรงว่าเขาจะมีคู่อริที่ไหน แต่จาคอบก็เกลี้ยกล่อมให้สองแม่ลูกอนุญาต
หลังจากเจ้าของบ้านไปแล้วเขาคุยเรื่องหลานกับบิดาอยู่ครู่หนึ่ง การสนทนาจบลงเมื่อบิดาของเขาอยากเข้าบ้านไปพัก
จาคอบก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเขาได้ยินลูกน้องพูดว่า
“เอวา กูว่าสาวที่วิ่งอยู่ในสวนสาธารณะดูไปดูมาเหมือนหมอฝังเข็มของเจ้านาย”
หูของจาคอบไม่ได้ฟังการสนทนา เพราะสายตาคู่คมกำลังจ้องมองร่างระหงที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่บริเวณที่สวนหย่อม
“กูก็ว่าใช่ ไซซ์ใกล้เคียงแฟนกูมาก” จาคอบยิ้มพรายอย่างอารมณ์ดีแล้วขยับกายถอดเสื้อสูทโยนให้ลูกน้องรับไป
ส่วนสองหนุ่มบอดีการ์ดยืนงง ไม่รู้ว่าเจ้านายหนุ่มไปเป็นแฟนกับหมอสาวตอนไหน ดูท่าจะทึกทักเอาเอง
สวนหย่อมขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณมีต้นไม้ ดอกไม้ที่เขาไม่รู้จักชื่อ มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง รอบๆ ทำเป็นทางให้ลูกบ้านได้วิ่งออกกำลังกายรวมทั้งปั่นจักรยาน เขาชอบบ้านหลังนี้ตรงจุดนี้ด้วย เพราะอยู่ติดกับสวนหย่อม มองออกไปแล้วก็ให้สบายตา แต่จะสบายใจมากกว่านี้ถ้าสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง
จาคอบตกลงกับคนในสายอย่างรีบเร่งไม่ได้ซักถามเรื่องจะขอซื้อต่ออีก เพราะกลัวว่าร่างระหงที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่นั้นจะไปไกลสายตา
“เจ้านายจะไปไหนครับ”
“เรื่องของกู กูโตแล้ว ต้องรายงานมึงไหมนี่” จากนั้นก็ส่งสัญญาณว่าเขาไม่ต้องการการอารักขา
ถ้าพูดเล่นแบบนี้ แสดงว่าเจ้านายกำลังอารมณ์ดีมาก หากเงียบขรึมไม่พูดไม่ตอบนั่นละคือสิ่งที่น่ากลัว
บอดีการ์ดคนสนิทที่ถามขึ้นเมื่อครู่ พลางก้าวขาตามฉับๆ เพราะจู่ๆ เจ้านายก็หุนหันเดินมุ่งหน้าไปโดยไม่บอกกล่าวว่าจะไปทำอะไร แต่พอมองไปที่อีกฝั่งของสวน พวกเขาก็เข้าใจ
“พวกมึงว่างก็ไปดูต้นไม้ ไม่ต้องตามไปให้เกะกะ รออยู่ที่บ้านนี่แหละ แล้วจัดการเรื่องเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่จะมาส่งด้วย บ้านสวย วิวดี เพื่อนบ้านถูกใจ ตัดสินใจไม่ผิดเลยที่เลือกที่นี่ กูจะเอาบ้านหลังนี้โว้ย เพราะกูจะหาเมียชาวไทยได้เร็วๆ นี้”
บัวบุษยาประหลาดใจ สองวันนี้ ชีวิตเล่นตลก ทำให้เธอต้องเจอคนกวนประสาทติดๆ วันแรกเจอกันหมอนั่นก็แอบจับบั้นท้ายเธออ้างว่ากลัวเข็ม แต่วันนี้หนักกว่าเมื่อวานบัวบุษยาหัวใจกระตุก ยกมือขึ้นลูบแก้ม “คนบ้า อย่าให้เจออีกนะ จะฝังเข็มให้พูดไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง ไม่รู้จักหมอบัวซะแล้ว” เธอก็พูดไปแบบนั้นด้วยจรรยาบรรณแพทย์ ถึงจะโกรธ โมโห ไม่ชอบใจ หมอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนไข้ที่สำคัญอาการของเขายังต้องฝังเข็มอีกหลายครั้ง อาทิตย์หน้า เขาเองก็ต้องมาฝังเข็มครั้งที่สอง ไม่รู้ว่าเจอกันครั้งหน้า เธอจะวางหน้ายังไง“เกลียด เกลียดนาย ไอ้คนบ้า”ร่างสวย สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เกล้าผมสูง เผยให้เห็นวงหน้ารูปไข่ สวย หวาน เดินมาหยุดข้างหลังหมอบัว พอเห็นอาการที่พี่หมอคนสวยยืนบ่นคนเดียว ‘นารา’ ก็กะพริบตาถี่ๆ เธอกับหมอบัวเป็นทั้งลูกพี่ลูกน้องกัน หมอบัวแก่กว่าเธอสองปี เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ นาราจบนิเทศศาสตร์ หลังเรียนจบไม่ได้ทำงานเบื้องหลังในวงการบันเทิงอย่างที่ปรารถนา แต่ชีวิตหันเหไปทำงานเป็นมัคคุเทศก์“เกลียดใครคะพี่หมอ”เสียงทักทายอันคุ้นเคยทำให้บัวบุษยาหันหลังกลับมามอง คนที่ยืนส่งยิ้มน่ารักมาให้
ขวัญดาวก็ออกแรงดึงแย่งคืน “ฉันรีบ ลูกฉันหิวแล้ว จะพาไปกินนมค่ะ”“แน่ใจหรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”พ่อหนูน้อยกลับหัวเราะชอบใจเพราะรถเข็นนั้นถูกยื้อไปมา แล้วในที่สุด ชายฉกรรจ์ก็แย่งรถเข็นไปได้ คราวนี้ เจ้าหนูตัวกลมในรถเข็นสนุกใหญ่ ราวกับตื่นเต้นเร้าใจเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากขึ้นอีกอย่างไม่หยุด แถมยังปรบมือเหมือนถูกใจ ครั้งนี้ดังยาวจนทำให้ชายในชุดสูทสีดำยกยิ้มบางๆ“เจ้านายจะให้ผมจัดการพาคุณหนูไปด้วยเลยไหมครับ”จาคอปยกมือห้าม “ไม่ต้อง วันนี้ ฉันแค่อยากมาดูหน้าหลานเท่านั้นกลับกันเถอะ”เพราะบิดาของเขาตัวตั้งตัวตีที่อยากมาเจอหลาน ไปรอเสียอีกทาง แต่ให้ลูกน้องแอบถ่ายภาพและอัดคลิปน้องปลาวาฬเอาไว้หมดแล้ว ที่แด๊ดต้องระมัดระวังตัวมากเช่นนี้เพราะได้ข่าวว่าอริเก่าก็เดินทางมาเมืองไทยเช่นกัน ท่านไม่อยากเป็นตัวชี้เป้า แล้วทำให้หลานต้องตกอยู่ในอันตรายจาคอปมองหน้าหลาน แรกๆ ตั้งแต่บิดารับรู้ว่าลูกสาวที่จากไปให้กำเนิดสายเลือดของพวกเขาครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่คิดว่า เด็กคนนึ่งทำไมถึงเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่แย่งกันนัก แต่เวลานี้ เขาก้มลงมองหนุ่มน้อยน่ารัก ที่เจ้านั่นฉายความแสบออกมาตั้งแต่เล็ก ปลาวาฬมองหน้าเขา แล้
วันถัดมาอาการเห่อหลานชายตัวน้อยของคุณตากับคุณลุงยังหนุ่มและหล่อมาก ที่อยากเห็นหน้าหลาน แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปแย่งเพื่อขอเป็นผู้เลี้ยง เพราะรู้ว่าวิถีมาเฟียอันตรายแค่ไหน พวกเขาไม่อยากเอาหลานมาเสี่ยงในเมื่อประเมินแล้วว่าคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อแกดูแลแกได้อย่างดี ถึงเวลานี้ วิถีของมาเฟียได้เปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มหันมาจับธุรกิจสีขาว เบามือจากธุรกิจสีเทาแล้วแต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าศัตรูเก่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ การปล่อยให้น้องปลาวาฬอยู่กับญาติฝั่งพ่อที่ฐานะมั่นคง แต่ทางนั้นก็ไม่ได้กีดกันหากพวกเขาต้องการพบหลานคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายพอตกลงกันได้แล้วทำให้ทั้งจาคอปและบิดาตัดสินใจหาเช่าบ้านที่เมืองไทยอยู่สักระยะหนึ่ง ที่จริง จาคอปบอกบิดาว่าอยากซื้อบ้านทิ้งไว้สักหลัง เผื่อไว้ในอนาคตที่อยากจะมาก็จะได้มีบ้านพัก แต่ติดตรงที่ว่าบ้านหรูๆ ดีๆ สักหลังที่จะติดกับบ้านของหลานนั้นช่างหายาก‘เขามันกระเป๋าหนัก สายเป เงินถึง แต่เลือกเยอะนิดนึง’ข้อแรก เขาไม่อยากหาซื้อบ้านใหม่ให้ไกลจากบ้านของหลานชายนักเพราะไม่ชอบการเดินทาง ไม่ชอบเสียเวลาบนท้องถนนไปเปล่าๆข้อสอง เขายังโลกส่วนตัวสูงเกิน ไม่ชอ
“หมายความว่ายังไง” บัวบุษยากำลังลังเล เธอไม่เข้าใจความหมายของเขาสักนิด หากแต่ใบหน้าขาวเผือดทีละนิดของชายหนุ่มนั่นทำให้บัวบุษยาขมวดคิ้ว‘ตัวโตยังกับเสาไฟฟ้า มาร้องว่ากลัวเข็ม’“ผมไม่ชอบเข็ม” เขาทวนคำซ้ำอีกครั้ง บัวบุษยาเลยหยิบเข็มขึ้นมาให้เขาดูต่อหน้าจาคอปเบือนหน้าหนี พร้อมกับมือหนาที่วางลงบนสะโพกของเธอก็เกร็งแน่นขึ้น “หมอเอาเข็มออกไปห่างๆ ระยะสายตาของผมได้ไหม”“ตกลงคุณกลัวเข็มจริงๆ หรือคะ”“ผมไม่ชอบ ไม่ใช่กลัว”ยิ่งบัวบุษยายื่นเข็มมาตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จาคอปตัวเกร็งขึ้น “ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะกลัวเข็ม แล้วทำไมตอนแรกไม่บอกฉันคะ”“ผมแค่รู้สึกไม่ชอบมัน”เขายืนยันเสียงเข้ม คนอย่างเขาเคยกลัวอะไรด้วยเหรอ ในโลกนี้มีอะไรที่ทำให้คนอย่างจาคอป ออสตินกลัว ไม่มีหรอก แค่ไม่ชอบเท่านั้น“ถ้าคุณไม่หยิบมันขึ้นมาให้ผมเห็นต่อหน้าผมก็ไม่กลัว ถ้าคุณหมอจะรีบฝังเข็มก็รีบทำเข้าเถอะ อย่าพูดมาก”บัวบุษยากลอกตาไปมา ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตัวโตแบบเขาจะกลัวแค่เข็มเล่มเล็กๆ แต่ก็ดี ถ้าลองพูดมากอีก จะเอาเข็มมาขู่ให้หยุดพูด คุณหมอคนสวยถอนใจเฮือก เธอมองมือหนาของเขาที่ยังอยู่วางบนสะโพกด้วยสายตาไม่ชอบใจ“คุณจะจับสะโพกของฉั
เขาไม่เคยเห็นใครทำท่าทางหงุดหงิดได้น่ารักเหมือนหมอสาวตรงหน้า ตอนที่มือบางของคุณหมอหน้าหวานสัมผัสลงมาที่ข้อมือของเขานั้น จาคอปถึงกับอมยิ้มเพราะมือบางนั้นขาวละมุน เรียวยาว เล็บตัดตกแต่งอย่างประณีต อีกทั้งสัมผัสแผ่วเบาที่มือทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นแก้วที่เปราะบางจนคุณหมอกลัวว่ามันจะแตกหักง่ายบัวบุษยาคลึงตามเส้น แล้วถาม “รู้สึกเจ็บไหมคะ”“เจ็บครับ แต่รู้สึกปวดหนึบๆ ตุบๆ มากกว่า”คุณหมอคนสวยขมวดคิ้วแน่น “ปวดตุบๆ ตรงไหนคะ”“ตรง...” เขาหยุดถ้อยคำเหล่านั้นไว้ เดี๋ยวหมอสาวจะตกใจ“ก็ตรงข้อมือสิครับ แล้วคุณหมอคิดว่าผมจะปวดตุบๆ ตรงอวัยวะส่วนไหน” ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วสูงหน้านิ่งๆ แต่พูดจาวกวนได้ทุกคำ“ผมรู้สึกร้าวลงมาตั้งแต่ข้อมือ หัวไหล่ผมก็ปวด”บัวบุษยากดไปตามเส้นตรงหัวไหล่ไล่ลงมาตามข้อมือ แล้วเขาก็ทำสีหน้าเบ้ให้เธอเห็น“คุณใช้กล้ามเนื้อแขนมากเกินไปค่ะ น่าจะเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ผิดวิธี” บัวบุษยาสรุป “เดี๋ยวหมอจะให้ยาไปกินนะคะ ร่วมกับการฝังเข็ม คุณรู้จักการฝังเข็มใช่ไหมคะ มันเป็นการแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนาน ใช้ได้ผลดีเมื่อร่วมกับการรักษาสมัยใหม่”“ครับ” สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือเจ้าเข็มเล็กๆ นั
ทางเดินทอดยาวภายในอาคารสีขาวสะอาดตา มีเสียงเปียโนคลอเคล้าดังแว่วจากนักเล่นที่นั่งบรรเลงอยู่ตรงโถงกลางห้องกว้าง มีสวนหย่อมจัดอยู่โดยรอบตลอดไปจนถึงห้องตรวจ ถ้าไม่บอกว่าสถานที่แห่งนี้คือโรงพยาบาล ใครหลายคนคงคิดว่าเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวมากกว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวลงไปบนทางเดิน คนที่เดินนำหน้าสุดอยู่ในชุดสูทเรียบหรูสีเทา ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นตากันแดดสีดำแต่ไม่สามารถปกปิดความหล่อเหลาเอาไว้ได้เจ้าของความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร คือ ‘จาคอป ออสติน’ มาเฟียหนุ่มรูปงามที่สาวๆ ในโรงพยาบาลต่างเหลียวมองเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่เพียงความหล่อที่พกมาเต็มร้อย แต่เขามีขบวนติดตามที่เฝ้าอารักขาเกือบสิบคน นั่นเรียกสายตาสนใจจากคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่านี่คือโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดและแพงที่สุด การได้เห็นภาพของสุภาพบุรุษคนหนึ่งมีทีมบอดีการ์ดรายล้อมจึงไม่สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะที่โรงพยาบาลแห่งนี้มีแต่คนระดับเศรษฐีมาใช้บริการ อีกทั้งยังรับคนป่วยกระเป๋าหนักที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อมารักษาที่เมืองไทยโดยเฉพาะ เพราะต่างประเทศนั้นมีข้อจำกัดทางด้านการรักษามากกว่าเมืองไทย“มิสเตอร์ออ




![Vampire Queen | ราชินีแห่งรัตติกาล [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


