INICIAR SESIÓN
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท
ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้องก่อนที่เขาจะเข้ามาพักในคืนนี้ “เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที...งานเร่งรีบแบบนี้ขออย่ามีมาบ่อยๆเลย...รับมือไม่ไหวจริงๆ...” ฝ้ายพนักงานสาวเอ่ยบ่นไปแบบเหนื่อยๆ “ฉันก็ว่างั้นแหละ...ดูท่าแขกที่จะเข้ามาพักคืนนี้คงจะเป็นคนสำคัญน่าดู ไม่งั้นคงไม่เคลียร์ห้องพักให้แขกคนนี้แบบส่วนตัวแบบนี้แน่...พี่ลินดารู้ไหมคะว่าแขกที่จะเข้าพักคืนนี้คือใคร เป็นพวกนักการเมืองคนใหญ่คนโตเหรอคะพี่” นิกพูดเสริมไป “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูรายชื่อแขกที่จะเข้าพักจากพี่หนุ่มเลย เขาบอกให้พี่รีบมาจัดการย้ายแขกลงไปใช้ล่างแล้วเชคห้องพักแค่นั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเรามาทำงานก็รู้เองแหละ...พี่ว่าพวกเราไปสแกนบัตรออกงานกันดีกว่า....จะได้ออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน....” ลินดาบอกกับรุ่นน้องทั้งสองของเธอ “ดีค่ะ เพราะทำโอทีตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนนี่จะสามทุ่มแล้ว ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยเนี่ย พี่ลินดาจะไปกับพวกเราไหมคะ หรือว่าพี่หมอบีมมารับคะ” ฝ้ายถามหัวหน้างานของเธอ เพราะปกติแฟนของลินดาจะมารับเธอกลับบ้านตลอด “คืนนี้แฟนพี่เขาอยู่เวรแทนเพื่อนที่โรงพยาบาลน่ะ พี่เอารถมาเอง เดี๋ยวพวกเราไปรถพี่กันก็ได้ วันนี้พี่เลี้ยงเอง..” ลินดาบอกไปตามตรง เพราะแฟนของเธอไปเข้าเวรแทนเพื่อนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ “พี่ลินดานี่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ พวกเรานี่โชคดีจริงๆที่มีหัวหน้าดีๆแบบพี่...สงสัยต้องให้พี่หมอบีมอยู่เวรดึกๆบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ” นิกพูดชมไปแบบดีใจ เพราะไปกินข้าวกับลินดาทีไรก็เลี้ยงข้าวพวกเธอตลอด “เกรงใจพี่ลินดาเขาบ้างเถอะแกน่ะ เขาพาไปเราไปเลี้ยงบ่อยแล้วนะ...ฝ้ายว่าครั้งนี้ให้เราสองคนเลี้ยงพี่ลินดาดีกว่านะคะ..” ฝ้ายบอกเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องแค่นี้เอง...ไม่ต้องคิดมาก พวกเราไปกันเถอะ พี่หิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย ป่ะ..” ลินดาบอกไปก็เดินนำสองสาวไปทันที สองสาวก็เดินตามไปด้วยรอยยิ้ม ลินดาและสองสาวก็ไปเอากระเป๋าที่ห้องพนักงาน แล้วพวกเธอก็พากันสแกนออกงาน จากนั้นก็พากันไปที่รถแล้วมุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่พวกเธอจะไปทานกันในคืนนี้ “กริ้งๆ....กริ้งๆ...พี่ขอรับสายแปปนะ...” เสียงโทรศัพท์ของลินดาดังขึ้น เธอก็กดรับสายแฟนหนุ่มที่โทรเข้ามาหาตรงปุ่มที่พวงมาลัย “ฮัลโหล....เลิกงานหรือยังครับ..” บีมเอ่ยถามแฟนสาวของเขาที่คบกันมาห้าปีด้วยเสียงอ่อนโยน จนฝ้ายและนิกที่นั่งอยู่ในรถได้แต่อมยิ้มกันอย่างอิจฉาเลย “เลิกแล้วค่ะพี่บีม...ตอนนี้หนูกำลังไปทานข้าวกับน้องที่ทำงานค่ะ...พี่บีมถึงโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ...” ลินดาตอบไปก็เอ่ยถามแฟนหนุ่มทันที “ยังเลยครับพี่กำลังขับรถไปนี่แหละ...อีกสิบนาทีก็น่าจะถึงแล้วล่ะ พี่เลยโทรหาลินดาก่อน...เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องไปตรวจเวรรอบดึก กว่าจะว่างเราก็คงจะนอนแล้วล่ะ...แล้วนี่จะไปกินข้าวกันที่ไหน” บีมบอกไป “ก็ร้านแถวๆโรงแรมนี่แหละค่ะ กินเสร็จแล้วจะแวะไปสองน้องๆเขาแล้วก็กลับบ้านเลยค่ะ..” ลินดาบอกไป “โอเคครับ งั้นถ้าถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ...ขับรถดีๆนะครับ...พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ..” บีมบอกไปแบบเป็นห่วงเธอ เพราะปกติเวลาเธอเลิกงานดึกๆเขาจะเป็นคนไปรับเธอตลอด แต่อาทิตย์นี้เขาเข้าเวรแทนเพื่อนจึงไม่สามารถที่จะปลีกตัวไปรับเธอได้ “ค่ะพี่บีม...พี่ก็ขับรถดีๆนะคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วก็บอกหนูด้วยนะคะ...” ลินดาบอกไปแบบเป็นห่วงเขาเช่นกัน “ครับ...พี่รักหนูนะ....แล้วเจอกันครับ...” บีมบอกไปเหมือนทุกครั้งที่เขาโทรหาเธอ “รักเหมือนกันค่ะ...บ้ายบายค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบอายๆ เพราะในรถมีสองสาวนั่งอยู่ด้วย เธอก็ตอบไปแบบเบาๆ ก่อนจะกดวางสายของแฟนหนุ่มไป “หวานกันสุดๆเลยอ่ะพี่ลินดา...บอกเคล็ดลับหน่อยได้ไหมคะว่าคบกันยังไงให้คลั่งรักกันขนาดนี้น่ะ ฝ้ายจะได้เอาไปใช้กับแฟนฝ้ายบ้าง...” ฝ้ายพูดแซวไปด้วยรอยยิ้มเขินๆ เพราะเห็นแล้วก็อิจฉาจริงๆ “จริงด้วยค่ะ พี่ลินดาคบกับพี่หมอบีมมาตั้งห้าปีแล้ว ยังรักกันหวานฉ่ำอยู่เลย มีเคล็ดลับอะไรบอกพวกเราหน่อยสิคะพี่” นิกพูดเสริมไปอีกคนอย่างอยากรู้ “พี่ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเลย...ก็คบกันแบบคนปกติทั่วไปนั่นแหละ...พวกพี่ก็มีทะเลาะกันบ้างไม่ได้รักกันหวานฉ่ำแบบนี้ตลอดสักหน่อย” ลินดาบอกไปด้วยรอยยิ้มขำๆ “แต่พี่ลินดาก็ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะที่มีแฟนแบบพี่หมอบีมน่ะ...คิดดูสิคะจะมีผู้ชายที่ไหนมาใส่ใจคอยดูแลพี่ดีขนาดนี้อ่ะ...เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาแย่งไปนะคะ ของดีๆแลไอเทมแบบนี้หายากจะตาย” นิกพูดไปเพราะคิดว่าลินดาโชคดีมากๆ “พี่หมอบีมคลั่งรักพี่ลินดาขนาดนี้ต่อให้มีคนอยากจะแย่ง ฉันว่าก็ไม่สำเร็จหรอก...ใช่ไหมคะพี่ลินดา” ฝ้ายพูดเสริมไปตามความคิดของเธอ “เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายไหมล่ะ พี่ตอบไม่ได้หรอกว่าใครจะแย่งเขาไปจากพี่ได้ไหม...เพราะถ้าเขามีคนอื่นพี่ก็ไม่คิดที่จะคบกับเขาต่อ...ต่อให้พี่จะรักเขาแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์กับพี่ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักของพี่เหมือนกัน..แต่ดีนะที่พี่บีมเขาไม่เจ้าชู้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพี่...” ลินดาบอกไปแบบเด็ดขาด เพราะถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์คบไปก็เสียใจเปล่า “พี่ลินดาเป็นคนดี พี่ก็ควรจะได้เจอคนรักดีๆแบบพี่หมอบีมนี่แหละค่ะ..” ฝ้ายพูดไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นสามสาวก็นั่งพูดคุยกันไปเรื่องต่างๆนาจนถึงร้านข้าว สามสาวก็พากันลงรถแล้วไปสั่งอาหารทานอย่างหิวโหย เพราะพวกเธอต้องรีบเคลียร์แขกที่เข้าพักย้ายไปอีกชั้น ทำให้พวกเธอไม่มีเวลาที่จะกินข้าวกันเลย สามสาวก็กินกันแบบจัดเต็มมากๆ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เวลา 18.00 น จูหลงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องทำงานของเขาก็มองประตูที่เปิดออก พร้อมกับลูกชายของเขาที่เดินเข้ามา “ตอนนี้หยางอี้มันถึงไทยหรือยัง...” จูหลงถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ถึงแล้วครับพ่อ ตอนนี้หยางอี้มันอยู่ที่คลับของเพื่อนคนไทยของมันครับ พ่อจะให้คนของเราจัดการเก็บมันเลยไหมครับ” เจ๋อหรานบอกไปก็ถามทันที เพราะพ่อของเขาจ้องจะเล่นงานลู่หยางอี้มานานแล้ว และตอนนี้โอกาสของพวกเขาก็มาถึง เมื่อมันเดินทางไปประเทศไทย “อืม...จะรออะไรล่ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะฉะนั้นเราจะรีรอไม่ได้ เก็บมันซะ แล้วสั่งคนของเราให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้มีเรื่องสืบสาวมาถึงฉันได้...” จูหลงบอกไปแบบรอบคอบ “ครับทพ่อ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ...” เจ๋อหรานบอกผู้เป็นพ่อไป “อืมดีมาก....แล้วเรื่องนี้อย่าให้น้องสาวของแกรู้ล่ะ เดี๋ยวจะมาทำแผนของฉันเสียอีก...” จูหลงกำชับลูกชายของเขา เพราะลูกสาวของเขาแอบชอบลู่หยางอี้อยู่ ดังนั้นจะให้ลูกสาวของเขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด “ครับพ่อ...เรื่องนี้ผมจะไม่ให้จี้ซินรู้แน่นอนครับ งั้นผมจะบอกให้ลูกน้องของผมจัดการมันเลยนะครับ...” เจ๋อหรานบอกไปอย่างรู้ดีว่า เรื่องนี้จะให้จี้ซินน้องสาวของเขารู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอมีใจให้หยางอี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงขั้นเคยมาขอร้องพ่อให้หมั้นหมายกับหยางอี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทางนั้นกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้น้องสาวของเขาเสียใจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำให้น้องสาวเลิกชอบหยางอี้ไปได้เลย “อืม....ไปเถอะ” จูหลงพยักหน้าตอบรับไป จากนั้นเจ๋อหรานก็พยักทำความเคารพผู้เป็นพ่อ แล้วเขาก็เดินออกไปทันที “..ถ้าแกไม่ให้ลูกชายแกเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจของเรา ฉันก็คงไม่ทำแบบนี้ อย่าโทษที่ฉันใจร้ายกับแกเลยนะไห่หมิง......” จูหลงพูดพึงไห่หมิงที่เป็นเพื่อนของเขา เพราะตั้งแต่หยางอี้เข้ามาบริหารแทนลู่ไห่หมิงผู้เป็นพ่อ มันก็เข้ามาแทรกแซงธุรกิจของไห่หมิงทุกอย่าง รวมถึงธุรกิจที่ไห่หมิงลงทุนร่วมกับเขามาตั้งแต่หนุ่มๆด้วย นั่นก็คือธุรกิจผิดกฏหมายต่างๆที่เขาบริหารอยู่ หยางอี้ก็ต้องการถอนตัวออกไปพร้อมกับเงินมหาศาล ซึ่งเขายอมไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด“ตอนนี้ผมต้องหลบซ่อนตัวไปก่อน ผมไปกับคุณไม่ได้” หยางอี้บอกเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยน“เฮ้อ...แบบนี้มันก็เหมือนกับว่าเราแอบคบกันเลยนะคะ จะออกไปไหนมาไหนด้วยกันก็ไม่ได้” ลินดาพูดออกไปด้วยสีหน้าเซ็งๆ“อดทนหน่อยนะ ไว้ผมจัดการเรื่องพวกนี้จบผมจะพาคุณไปไหนมาไหนแบบเปิดเผยเลย แต่ช่วงนี้เราต้องระวังไว้ก่อน โดยเฉพาะตอนอยู่ข้างนอก เราจะต้องห่างเหินกันหน่อย ไม่งั้นมันจะอันตรายกับคุณเข้าใจไหมลินดา” หยางอี้บอกเธอไปด้วยเสียงอ่อน เพราะไม่อยากให้เธอน้อยใจที่เขาทำแบบนี้“ฉันเข้าใจค่ะ คุณย้ำกับฉันไม่รู้กี่รอบแล้วนะคะ ถ้าคุณกลัวขนาดนี้ก็ไม่ต้องพาฉันออกไปไหนหรอกค่ะ ฉันอยู่ในกรงทองของคุณก็ได้ค่ะ” ลินดาประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมทำแบบนี้เพราะผมห่วงคุณนะ ผมไม่อยากให้ใครมาทำร้ายผู้หญิงที่ผมชอบ ผมให้อสระคุณเต็มที่เลย แต่ต่อหน้าคนอื่นคุณอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงของผมก็เท่านั้น” หยางอี้บอกไปแบบจริงจัง“คุณพูดแบบนี้งั้นต่อหน้าคนอื่นฉันต้องอยู่ในฐานะอะไรคะ..” ลินดาถามเขาไปแบบอยากรู้“ต่อหน้าคนอื่น ผมจะให้คุณอยู่ที่นี่ในฐานะแฟนของซูหาน เพราะเวลาที่คุณไปไหนมาไหนกับผม จะได้ไม่มีใครสงสัย” หยางอี้บอกไปแบบคิดมาดีแล้ว เพ
“จี้ซิน....ลูกมาตั้งแต่เมื่อไหร่” จูหลงก็ทำหน้าตกใจ แล้วมองลูกสาวแบบหนักใจเลยเพราะลูกสาวของเขาชอบหยางอี้มาก “หนูจะมาเมื่อไหร่มันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่พ่อกับพี่ฆ่าพี่หยางอี้ทำไมคะ พ่อก็รู้ว่าหนูชอบเขา แต่ทำไมพ่อถึงทำแบบนี้คะ ทำไม...” จี้ซินเข้าไปต่อว่าพ่อและพี่ชายด้วยความเสียใจก่อนจะร้องไห้ออกมา“พ่อจำเป็นต้องทำ หยางอี้มันจะถอนตัวจากธุรกิจที่ทำด้วยกัน พ่อเลยต้องเก็บมันก่อนที่มันจะถอนตัวออกไป พ่อลูกว่าลูกชอบหยางอี้มานาน แต่ลืมมันไปซะเถอะ..” จูหลงบอกลูกสาวไปแบบปลอบใจ“จะให้หนูลืมยังไงคะ ในเมื่อพ่อเป็นคนสั่งฆ่าคนที่หนูรักน่ะ พ่อกับพี่ใจร้ายมากเลยนะคะ...หนูไม่คิดเลยว่าพ่อกับพี่จะฆ่าพี่หยางอี้ได้ลงคอ” จี้ซินพูดด้วยความเสียใจ “หยุดร้องไห้คร่ำครวญน่ารำคาญได้แล้วจี้ซิน...ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก หยางอี้มันตายแล้วเราก็หาผู้ชายคนใหม่สิ จะไปอาลัยอาวอนมันให้ได้อะไรขึ้นมา...” เจ๋อหรานว่าใส่น้องสาวแบบอดไม่ได้“นี่พี่กล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงคะ พี่หยางอี้เขาเป็นเพื่อนกับพี่มาตั้งแต่เด็กๆเลยนะคะ” จี้ซินพูดไปแบบอดไม่ได้“แล้วไง ในเมื่อมันคิดที่จะถอนตัวจากธุรกิจของเราพี่ก็ปล่อยมันไว้ไม่ได้ เรารู้แล้วก
“หึ...ต่อให้เราจะแต่งงานกันเพราะอะไรก็ช่าง พี่ก็จะต้องเป็นเมียของผม และผมจะไม่ให้พี่เข้าใกล้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้นรวมถึงไอ้ซูหานนี่ด้วย..ถ้าพี่กล้าขัดคำสั่งของผมล่ะก็ ผมจะกระแทกหอยพี่ให้พังเลย ไม่เชื่อก็คอยดู” ซ่งเฉินพูดบอกไปด้วยสีหน้าดุดัน“ไอ้เด็กบ้า กระแทกหอยบ้านนายสิ ใครจะให้นายทำกันยะ...ฝันไปเถอะ” ลู่หลิงได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงอย่างเอียงอาย ก่อนจะว่าเขาไป“เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วพี่จะห้ามอะไรผมได้ ยังไงพี่ก็ต้องเป็นเมียของผมอยู่วันยังค่ำ ไม่ต้องไปถึงฝันหรอก จะเอาตอนนี้ก็ยังได้...พรึบ...ปัง...” ซ่งเฉินพูดจบก็ขึ้นไปนั่งบนรถกับเธอแล้วปิดประตูดังปัง“นายจะทำอะไรน่ะ อย่าแม้แต่จะคิดนะซ่งเฉิน ไม่งั้นฉันจะเกลียดนายจริงๆด้วย” ลู่หลิงมองด้วยความหวาดกลัว เธอก็บอกเขาไปทันที“หึ...ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นกลัวผม ทีเมื่อกี้อยู่กับซูหานผมไม่เห็นพี่จะกลัวเลยนะ” ซ่งเฉินพูดประชุดไปแบบอดไม่ได้“ทำไมฉันต้องกลัวด้วยในเมื่อฉันคุยกับซูหานแบบปกติ ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีกันสักหน่อย แต่นายน่ะมันไม่ใช่ นายคิดลามกกับฉัน” ลู่หลิงต่อว่าซ่งเฉินไป“ก็มันน่าคิดไหมล่ะ...พี่ออกจะสวยขยี้ใจผมซะขนาดนี้น่ะ ผมเห็นแล้วจะของขึ้นมันก็
“ขึ้นมาคุยกับฉันบนรถ...ฉันไม่อยากให้ใครมาได้ยินเราคุยเรื่องนี้กัน...” ลู่หลิงเดินออกมาแล้วรถของเธอก็จอดรออยู่ เธอก็บอกซูหานทันที “ครับคุณหนูใหญ่...งั้นเชิญเลยครับ” ซูหานก็ตอบรับแบบเข้าใจ แล้วเขาก็เชิญเธอขึ้นไปก่อน แล้วเขาก็ตามขึ้นไปนั่งข้างๆเพราะเป็นที่นั่งแบบวีไอพีคนล่ะเบาะกันอยู่แล้ว“นายสองคนลงไปก่อน...” ลู่หลิงก็ไล่ลูกน้องทั้งสองคนที่นั่งด้านหน้าออกไป ทั้งสองก็รีบลงจากรถทันที“ตอนนี้มีแค่ฉันกับนายแล้วซูหาน ทีนี้ก็พูดเรื่องหยางอี้และผู้หญิงคนนั้นให้ฉันฟังหน่อย ห้ามโกหก ไม่อย่างนั้นฉันจะสั่งให้พ่อนายจัดการนายซะ” ลู่หลิงพูดบอกไปด้วยสีหน้าดุๆ“ครับๆ ผมจะกล้าโกหกกับคุณหนูใหญ่ได้ยังไงล่ะครับ...อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่คุณลินดาเขาช่วยเจ้านายแล้วจ้านายก็ชอบเธอมากเลย แม้กระทั่งเธอมีแฟนแล้วแต่เจ้านายก็ยังชอบและอยากได้มาเป็นผู้หญิงของตัวเอง...แต่ว่าคุณลินดาไม่ได้สนใจนายเลยครับ และเธอก็รักแฟนเธอมากเลยด้วย” ซูหานเริ่มอธิบายไป“รักแฟนมาก แล้วทำไมเลิกกับแฟนมาอยู่กับหยางอี้ได้ล่ะ แบบนี้ไม่น่าจะรักแฟนอะไรหรอก พอรู้ว่าหยางอี้รวยก็สลัดแฟนทิ้งแล้วมาจับน้องชายฉันล่ะสิไม่ว่า แล้วน้องชายฉัน
หยางอี้ก็มองลินดาตอบพี่สาวแบบจดจ้อง เพราะเขาพึ่งรู้ว่าเธอคิดกับเขาแค่นี้ นี่เธอไม่คิดจะใจอ่อนชอบเขาบ้างเลยหรือไง ที่ผ่านมาเธอไม่หวั่นไหวกับเขาบ้างเลยเหรอ เขาทำดีกับเธอขนาดนี้ หยางอี้มองเธอแล้วคิดในใจอย่างอดไม่ได้“หึ เห็นนั่งเงียบๆฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะใจกล้าพูดขนาดนี้ ในเมื่อเธออยู่กับน้องชายฉันเพราะเซ็กส์แล้วไม่ได้ชอบน้องชายฉันแบบนี้ งั้นเธอก็ไปหาผู้ชายคนใหม่ซะสิ อย่ามายุ่งกับน้องชายของฉัน ” ลู่หลิงพูดออกไปด้วยสีหน้ายิ้มร้ายๆ “ไม่นะพี่...ลินดาเป็นเมียผม ห้ามไปหาผู้ชายใหม่ที่ไหนทั้งนั้น” หยางอี้พูดออกไปแบบไม่ยอม“นายไม่ได้ยินที่ผู้หญิงคนนี้พูดหรือไงหยางอี้...เขาไม่ได้ชอบนายสักหน่อย เขาอยู่กับนายเพราะเซ็กส์ นายจะไปอาลัยอาวอนผู้หญิงแบบนี้ทำไมกัน ฉันไม่ได้เลี้ยงนายให้โตมาโง่เรื่องผู้หญิงนะหยางอี้” ลู่หลิงต่อว่าน้องชายไป“ผมยอมโง่ เพราะผมชอบเขา ผมไม่อยากจะเสียเขาไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบผมก็ตาม แต่ผมชอบเขา ผมจะเอา..พี่หรือว่าพ่อก็ห้ามผมไม่ได้” หยางอี้พูดออกไปแบบไม่ยอมลินดาก็มองเขาแบบอึ้งๆ นี่เขาจริงจังกับเธอขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ลินดาคิดในใจก็เริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอพูดออกไป มันคงจะทำร้ายจ
ด้านลู่หลิงที่นั่งรอก็พยายามที่จะใจเย็นจนกระทั่งครบสิบห้านาทีแล้วเธอก็มองนาฬิกาแล้วจะลุกไปเรียกน้องชายอีกครั้ง แต่ประตูห้องนอนก็เปิดออกมาพร้อมกับน้องชายของเธอเดินออกมา โดยมีผู้หญิงคนนั้นตามออกมาด้วย เธอก็มองแบบจดจ้องเลย “ออกมาได้สักทีนะ ปล่อยให้ฉันรอตั้งนาน..” ลู่หลิงบ่นน้องชายแล้วมองแบบดุๆ“ผมปวดท้องนิครับพี่ พี่ก็อย่าบ่นไปเลยน่า...” หยางอี้บอกพี่สาวด้วยสีหน้าทะเล้น “มานั่งคุยกับฉันหน่อย ส่วนเธอหมดหน้าที่แล้วก็ไปซะ อย่ามาเสนอหน้าอยู่ที่นี่” ลู่หลิงบอกไปด้วยสีหน้าเชิดๆ เพราะเธอไม่จำเป็นต้องสนใจผู้หญิงที่นอนกับน้องชายของเธอ“อ่อ...” ลินดาได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองแบบทำตัวไม่ถูก เพราะพี่สาวหยางอี้ไล่เธอซะขนาดนี้“พรึบ...อยู่กับผมนี่แหละ..มานั่งก่อนเถอะ...” หยางอี้ก็จับมือลินดาไว้แล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะจูงมือเธอเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆพี่สาว“ค่ะ..” ลินดาก็มองสบตากับเขาแล้วยิ้มมุมปากออกมาที่เขาไม่ได้ไล่เธอไปแบบที่พี่สาวของเขาต้องการ เธอก็เดินตามเขาไปนั่งที่โซฟาแบบใจชื้นขึ้นมาหน่อยลู่หลิงก็มองการกระทำและคำพูดของน้องชายก็อึ้งไปเลย เพราะก่อนหน้านี้เธอไล่แล้วแต่น้องชายอ้







