LOGINลูซิเฟอร์คลับ...ประเทศไทย เวลา 20.00 น.
ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อเดินเข้ามาในคลับก็ทำให้สาวๆพากันมองตาเป็นมันส์เลย แต่รอบตัวเขากลับมีคนติดตามอยู่รอบๆทำให้ไม่มีสาวๆคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลย จนกระทั่งเขาเดินเข้าไปยังโซนวีไอพี เขาก็ทำมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขารออยู่รอบๆ แล้วเขาก็เดินเข้าไปหาพวกเพื่อนๆของเขาที่รออยู่ “มาแล้วเหรอวะหยางอี้...พวกฉันดื่มรอแกจนจะเมาอยู่แล้วเนี่ย” ตรินที่เป็นเจ้าของคลับแห่งนี้ก็ทักทายเพื่อนของเขาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วอ้าแขนต้อนรับเพื่อน ด้านหยางอี้ที่ฟังภาษาไทยเข้าใจก็ยิ้มออกมา เพราะสมัยเรียนที่อังกฤษเขาอยู่หอร่วมกับชยุทและตรินจึงค่อยๆซึมซับภาษาไทยมา ทำให้เขาสามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้นิดหน่อย แต่เขาก็เลือกที่จะพูดภาษาอังกฤษ เพราะมันเข้าใจง่ายกว่า “นี่พึ่งจะสองทุ่มเอง แกจะรีบเมากันไปไหนวะ...ฉันพึ่งจะมาถึงไทย พวกแกก็ให้ฉันมาหาที่นี่เลย ไม่คิดจะให้ฉันพักหน่อยหรือไงวะ” หยางอี้ตอบเพื่อนไปแบบบ่นๆ ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเพื่อนอย่างทักทาย “แกพักตอนอยู่บนเครื่องแล้วไงวะ จะพักอะไรนักหนาวะ มาดื่มกับพวกเพื่อนๆดีกว่า..นานๆพวกเราจะเจอกันนะโว้ย” ตรินก็ตอบเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ถอนกอดออกจากเพื่อน “อย่าว่าแต่แกถูกมันลากมาเลย ฉันก็ถูกมันตามตัวมาตั้งแต่เย็นแล้ว...ไม่รู้มันจะตื่นเต้นอะไรนักหนา...เดือนก่อนก็พึ่งจะเจอกันไปเอง...” ชยุทพูดบ่นไปก็ลุกขึ้นไปหาเพื่อนของเขา “เดือนก่อนมันก็นานแล้วไหมวะ...อีกอย่างเราไปหามันตลอด นานๆหยางอี้มันจะมาหาเรานะโว้ย...ฉันจะตื่นเต้นหน่อยมันจะเป็นอะไรไปวะ ฉันก็อยากจะอวดคลับใหม่ของฉันไหมล่ะ ฉันอุตส่าห์ตั้งใจไปดูงานจากคลับมันที่จีนมาตั้งหลายรอบ ฉันก็อยากให้มันมาเห็นคลับของฉันบ้างไง” ตรินบอกไป “เออ งั้นหยางอี้ แกติชมคลับมันหน่อยสิวะ...” ชยุทพูดแบบยอมๆ เพราะคลับนี้ตรินมันลงทุนลงแรงไปมากเลยทีเดียว “ก็สวย หรู ดูดี สมกับเป็นคลับของแกนั่นแหละ คงจะลงทุนไปเยอะเลยสิท่า...สนใจรับหุ้นส่วนเพิ่มไหมล่ะ...ฉันยินดีนะโว้ย” หยางอี้ชมแล้วถามเพื่อนด้วยรอยยิ้มหยอกๆ “แกรวยจนไม่รู้จะรวยยังไงแล้ว จะมาเป็นหุ้นส่วนฉันอีกทำไมวะ..รอให้คลับฉันใกล้เจ้งแล้วฉันค่อยให้แกมาเป็นหุ้นส่วนละกัน...ฮ่าๆ....” ตรินพูดไปแบบขำๆ “กำลังเริ่มเปิดคลับได้ไม่นานห้ามพูดเรื่องเจ้งสิวะ....เดี๋ยวแกก็ได้เจ้งจริงๆหรอก...” ชยุทว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “เออๆ ก็มันเผลอปากพูดไปหน่อยเดียวเอง ไม่เจ้งหรอก..ลูกค้าเยอะแบบนี้จะเจ้งได้ยังไงวะ...” ตรินบอกไป “อย่าประมาทนะโว้ย ยิ่งลูกค้าเยอะแบบนี้แกก็ต้องยิ่งระวังพวกที่มันขี้อิจฉาเอาไว้ แกมีเส้นสายของตำรวจหรือยัง” หยางอี้ถามไปเพราะทำธุรกิจสถานบันเทิงต้องมีคนในคอยช่วยหากมีปัญหา “เรียบร้อย...เส้นใหญ่เลยล่ะ รับรองว่าถ้าคลับฉันมีปัญหา เขาจัดการให้ฉันได้แน่นอน..แต่ฉันอาจจะต้องจ่ายเยอะหน่อย” ตรินบอกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนหนุ่มไป “อืม...แกก็จ่ายไปเถอะ...ถ้ามันแลกมากับความปลอดภัยของคลับแกน่ะ...ธุรกิจแบบนี้มันมาคู่กับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว....ถ้าแกอยากให้ธุรกิจนี้อยู่นานๆแกก็ต้องยอม...” หยางอี้บอกไป เพราะเขามีธุรกิจแบบนี้อยู่ทั่วเมืองใหญ่ๆในประเทศจีนเลย และทุกที่ก็ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้เขามีเส้นสายตำตรวจอยู่มากมายเช่นกัน “เออ ฉันเข้าใจแล้วน่า....ฉันทำตามที่แกแนะนำทุกอย่างแล้ว แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก..ฉันว่าแกมาเลือกสาวๆมานั่งด้วยดีกว่า....ฉันคัดสาวๆในร้านมาให้แกเลือกโดยเฉพาะเลยนะโว้ย” ตรินบอกไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “ฉันไม่ต้องการ แกไม่ต้องเอามาหรอก...แค่นั่งคุยนั่งดื่มกับพวกแกสองคนก็พอแล้ว...ฉันไม่ชอบให้ใครมานั่งออดอ้อนฉัน มันน่ารำคาญ” หยางอี้บอกไปตามตรง “จะกี่ปีกี่ชาติแกก็ยังเป็นไอ้คนเย็นชาเหมือนเดิมเลย...แกนี่ใช้ชีวิตไม่คุมเลยจริงๆ...เกิดมาทั้งทีมีของดีก็ต้องใช้งานบ้างสิวะ...จะปล่อยให้มันเหี่ยวเฉาตายเลยหรือไงวะ” ตรินพูดไปแบบประชดเพื่อนหนุ่ม เพราะเขาอุตส่าห์คัดเลือกสาวๆมาเพื่อมันเลย แต่มันกลับมาปฏิเสธซะงั้น “ฉันก็ใช้ตอนที่ฉันอยากใช้โว้ย...ใครจะปล่อยให้มันเหี่ยวเฉาวะ...ฉันแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวอแวตอนดื่มเท่านั้น..” หยางอี้พูดไป “งั้นให้เด็กของฉันไปดูแลแกคืนนี้ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดส่งบริการให้ถึงห้องพักของแกเลย...” ตรินพูดเสนอมไปแบบไม่ยอมแพ้ “เฮ้อ...วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ทำเรื่องแบบนั้น แกหยุดพูดเรื่องหาผู้หญิงให้ฉันได้แล้ว...ฉันไม่ได้อยากเอาใครโว้ย...” หยางอี้บอกไปแล้วมองเพื่อนหนุ่มแบบจดจ้อง “ฮ่าๆ...ฉันก็บอกแกแล้วว่าหยางอี้มันไม่สนใจหรอก..ทีนี้แกเชื่อฉันหรือยังล่ะ...” ชยุทว่าเพื่อนไปแล้วส่ายหน้าไปมาทันที “เออ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ฉันก็คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างสิวะ นี่อะไร..ยังตายด้านเหมือนเดิม..เฮ้อ...แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะมีเมียกับเขาวะ” ตรินว่าเพื่อนไปแล้วทำหน้างอนๆใส่ “แกยังไม่มีแล้วจะมาหวังให้คนอย่างฉันมีเมียได้ยังไงวะ...ฉันไม่ได้อยากมีสักหน่อย..และไม่คิดที่จะมีด้วย..” หยางอี้บอกไปแล้วยิ้มมุมปากออกไป เพราะเขาไม่คิดจะมีเมียหรือมีครอบครัวเลยสักนิด “ฮ่าๆ...ชัดเจนขนาดนี้ แกก็อย่าไปจิกจักมันเรื่องนี้เลยว่ะ...ฉันว่าเรามาดื่มกันดีกว่า..พูดเรื่องอื่นบ้างเถอะว่ะ..” ชยุทหัวเราะไปแบบขำๆ ก็ยกเหล้าให้เพื่อนทั้งสองคนที่นั่งข้างๆเขา แล้วก็ยกมาขอชนแก้วทันที “เออ พูดเรื่องอื่นเถอะ ยิ่งพูดเรื่องนี้ฉันก็ยิ่งจะหมั่นไส้หยางอี้มันว่ะ...มา..ชนแก้ว...แก๊ะ!...” ตรินบอกไปก็ชนแก้วกับเพื่อนๆทันที หยางอี้ก็ยิ้มออกมาแบบขำๆแล้วเขาก็ชนแก้วแล้วยกขึ้นดื่มทันที เพราะเขาก็ถือว่าเป็นคนที่ดื่มเก่งคนหนึ่งเลย จากนั้นเขาก็นั่งดื่มแล้วก็พูดคุยกับเพื่อนทั้งสองไปอย่างเพลิดเพลิน และครั้งนี้เขาตั้งใจจะมายินดีกับคลับที่เปิดใหม่ของตริน และเขาก็อยากจะมาพักผ่อนด้วย เลยตัดสินใจอยู่ที่ไทยสามวัน โดยพักที่โรงแรมของชยุทเพื่อนรักของเขาลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ฝ้ายก็มองชยุตแบบช่างใจ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่แย่สำหรับเธอ บางทีเธออาจจะลองศึกษาเรียนรู้เขาแบบที่ทุกคนแนะนำได้ หากมีสัญญาหย่าแบบนั้นเธอก็กล้าที่จะลอง“ถ้าคุณทำสัญญาแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะลองดูค่ะ...” ฝ้ายบอกไปแบบยอมๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจให้เธอเห็น“คุณพูดจริงๆเหรอฝ้าย คุณตกลงจริงๆใช่ไหม” ชยุตก็รีบเข้าไปจับมือฝ้ายแล้วถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ“ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำตัวไม่ดีฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ” ฝ้ายก็พยักหน้าบอกเขาแล้วพูดเตือนเขาไป“ผมจะทำตัวดีแน่นอน ผมไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่ให้โอกาสผม....พรึบ...ขอบคุณนะฝ้าย...ขอบคุณจริงๆ” ชยุตบอกเธอแล้วดึงเข้าไปกอดอย่างรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยเธอก็ยังใจอ่อนให้เขา“ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะที่รับผิดชอบฉันกับลูก หวังว่าเราสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยดีนะคะคุณชยุต” ฝ้ายก็เอามือลูบหลังของเขาแล้วพูดบอกไปอย่างที่ใจหวัง“ผมจะทำให้ดีที่สุด...” ชยุตก็ตอบฝ้ายอย่างดีใจ เขาก็โอบกอดเธอแน่นเลย“เข้าใจกันสักทีนะ เราสองคนก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วที่รัก...” หยางอี้เข้าไปหาลินดาแล้วพูดอย่างดีใจเช่นกัน“ใช่ค่ะ ลงเอยกันได้แบบนี้ฉันก็ดีใจค่ะ” ลินดาก็ยิ้มให้สามีแล้วรู้สึกยินดีกั
“ก็มาตั้งแต่ที่คุณคุยกับพี่ลู่หลิงแล้ว คุณท้องลูกของผม คุณไม่คิดจะบอกผมยังไม่พอ คุณตั้งใจจะปิดบังผมอีก คุณนี่มันใจร้ายมากเลยนะฝ้าย” ชยุตก็ต่อว่าฝ้ายอย่างไม่พอใจที่เธอปิดบังเขา“คุณจะมาว่าฉันใจร้ายได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณไม่ต้องตั้งใจให้เด็กคนนี้เกิดมาสักหน่อย คุณก็ไม่สมควรที่จะรู้” ฝ้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ยอม“ถึงผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็ไม่คิดที่จะทิ้งลูกของตัวเองหรอกนะฝ้าย ผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเด็กคนนี้ แล้วก็คุณ” ชยุตบอกไปแล้วมองฝ้ายแบบจดจ้อง“แต่ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วฉันก็ดูแลลูกของฉันเองได้ค่ะ คุณคิดซะว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้ก็แล้วกันค่ะ” ฝ้ายตอบเขาไปแล้วหลบสายตา เพราะเธอไม่ได้อยากจะเอาลูกมาบีบให้เขารับผิดชอบเธอไปด้วย“ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง ลูกของผมทั้งคนนะ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของผมไปตกระกำลำบากแน่ ยังไงผมก็จะไม่ปล่อยลูกของผมไป” ชยุตพูดแบบมาดมั่น“ถ้าคุณอยากจะมีลูกขนาดนั้น ก็ไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องสิคะ มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณนะคะ จะมาแย่งลูกกับฉันทำไม” ฝ้ายก็พูดประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“ผมไม่ได้อยากจะมีลูกกับใคร และผมก็ไม่ได้ใจง่ายทำผู้หญิง
“ขึ้นมาคุยกับฉันบนรถ...ฉันไม่อยากให้ใครมาได้ยินเราคุยเรื่องนี้กัน...” ลู่หลิงเดินออกมาแล้วรถของเธอก็จอดรออยู่ เธอก็บอกซูหานทันที “ครับคุณหนูใหญ่...งั้นเชิญเลยครับ” ซูหานก็ตอบรับแบบเข้าใจ แล้วเขาก็เชิญเธอขึ้นไปก่อน แล้วเขาก็ตามขึ้นไปนั่งข้างๆเพราะเป็นที่นั่งแบบวีไอพีคนล่ะเบาะกันอยู่แล้ว“นายสองคนลง
“ก็คุณไม่ถามผมนิ...ผมก็บอกคุณแล้วนี่ไง” หยางอี้ไม่ยอมเฉลยก็แกล้งพูดกวนเธอไป เพราะอยากรู้ว่าเธอจะว่ายังไงต่อ“ยังจะมีหน้ามาว่าฉันอีกนะ คุณมีเมียอยู่แล้วแล้วคุณจะพาฉันมาด้วยทำไมห้ะ ฉันไม่เป็นเมียน้อยของคุณหรอกนะ ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว ฉันจะกลับไทย...” ลินดาลุกไปชี้หน้าต่อว่าเขาแบบโมโห“คุณจะกลับยังไงนี่เ
ห้าทุ่ม..โรงพยาบาลที่ทำงานของบีม บีมก็มาทำงานตามปกติเขาก็ไปตรวจคนไข้รอบดึกก่อนจะกลับมาที่ห้องทำงานของเขา เพื่อจะเชครายละเอียดของคนไข้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วหลังเที่ยงคืนเขาจะต้องไปที่ห้องฉุกเฉินแล้วอยู่เวรจนถึงตอนเช้า“ก๊อกๆ ขออนุญาติค่ะอาจารย์...พอดีหนูอยากจะให้อาจารย์ช่วยทำแผลให้หนูหน่อยน่ะ
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท 13.00 น ชยุทก็สั่งให้ผู้อำนวยการผู้จัดการโรงแรมเลื่อนตำแหน่งของลินดาจากหัวหน้าฝ่ายดูแลห้องพัก มาเป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลห้องพักแทน พร้อมกับขึ้นเงินเดือนให้เธอตามเกณฑ์กำหนดของโรงแรม จากนั้นเขาก็เข้าประชุมในรอบบ่าย หลังจากที่เลื่อนนัดจากตอนเช้ามา“อะไรนะคะพี่หนุ่ม...ทำไมอยู







