Masuk“ อ้าว เจ้าไฟ! นี่มันจะมืดแล้วลูกจะออกไปไหน” ครีมหอมที่กำลังจัดโต๊ะอาหารเย็นอยู่กับแม่บ้าน ร้องเรียกเมื่อเห็นลูกชายเดินผ่านหน้าห้องไป เจ้าไฟจึงหยุดชะงัก
“ ผมมีนัดคุยงานกับพนักงานที่จะไปเมกาด้วยกันอาทิตย์หน้านี้นะครับแม่ ขอโทษด้วยนะ ที่ผมไม่ได้บอกก่อน” เจ้าไฟเดินเข้ามาหาแม่ เขาอ้าแขนออกกอดร่างเล็กของแม่พลันหอมแก้มแม่หวังอ้อนไม่ให้แม่ดุ เล่นเอาเสี่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาคิ้วขมวด “ น้อยๆ หน่อยนะไฟ! นั่นเมียพ่อนะ” เสี่ยโอมเดินมาจับลูกแยกออกจากเมีย “ โห่!พ่อนี่ก็แม่ผมไหมครับ” “ แก่จนจะมีหลานได้แล้ว นี่คุณพ่อยังหวงคุณแม่เป็นเด็กๆ อีกเหรอครับ” ทั้งสามรีบหันไปมองตามเสียง จึงเห็นว่าเจ้าของเสียงคืออนาคินที่นั่งหลบมุมอยู่กันตรงโซฟาครบสามพี่น้อง “ เจ้าคิน!” เสี่ยเอ่ยชื่อลูกเสียงดุ ทำให้อนาคินเงียบไป ลลิซที่นั่งอยู่ตรงกลางพี่ชายฝาแฝด เธอจึงได้เอ่ยแซวขึ้นบ้าง “ พี่คินบอกว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะมีหลานได้แล้ว? ของใครเหรอคะ ?” ลลิซหันไปมองอนาคินด้วยแววตากวนๆ “หรือว่า..พี่คินแอบซุกลูกซุกเมียไว้!” “ บ้าเหรอลลิซ! เห็นพี่เลวขนาดนั้นเลย!” อนาคินรีบสวนปฏิเสธทันควัน ก่อนที่สองพี่น้องจะเริ่มหยอกเล่นกัน “ ผมว่าผมออกไปก่อนดีกว่าครับ” เจ้าไฟก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนเอ่ยปากบอกพ่อกับแม่ และไม่ลืมหันไปพูดกับน้องชายอีกคนที่กำลังนั่งเงียบๆ อยู่บนรถเข็นเพราะขาเจ็บจากอุบัติเหตุ “ ทานข้าวเยอะๆ นะคีริน จะได้กลับมาแข็งแรงเร็วๆ” “ ครับ ขับรถดีๆ นะพี่” คีรินเอ่ยตามหลังไวๆ ของพี่ชาย “ บอส รอด้วยสิครับ!” เมื่อเจ้าไฟเดินออกไป ก็สังเกตเห็นว่าเอลิกรีบวิ่งหอบสังขารตัวเองมาตั้งแต่บ้านพักของการ์ดซึ่งอยู่หลังคฤหาสน์ “ มาทำไม?” เจ้าไฟเปิดประตูรถพลันหันมาเห็นเอลิกวิ่งหน้าตื่นมาจึงเอ่ยถาม “ อ้าว บอสไม่ได้จะให้ผมขับรถให้เหรอครับ” “ ไม่ต้อง! ฉันไปเองได้ แกกลับไปนอนพักเอาแรงเถอะไป!” พูดจบเขาก็ไม่รีรอเอาคำตอบ ขายาวก้าวขึ้นรถและขับออกไปในทันที “ อ้าว” ทิ้งให้เอลิกยืนงงงวย เพราะปกติไม่ว่าจะไม่ไหน เขาจะต้องถูกบอสหิ้วไปด้วยตลอด “ หรือว่า บอสมีคนใหม่?” เอลิกเดาส่งพลันทำหน้าเสียใจแล้วเดินกลับห้องพัก ค่ำคืนของวันนั้นช่วงเวลาตีหนึ่งกว่าๆ บรรยากาศรอบข้างนั้นเงียบเหงา เพราะผู้คนต่างหลับไหล แต่ในมุมหนึ่งของเพนท์เฮ้าส์ที่กว้างขวาง กลับมีร่างเล็กของแก้มขวัญ นั่งขดตัวกอดเข่าพิงผนังกระจกทอดมองดูบรรยากาศของเมืองใหญ่ด้านล่างที่มีแสงไฟระยิบระยับ ต่างจากชนบทที่เธอจากมาซึ่งเวลานี้คงจะมืดสนิท มันไม่ชินเลยสำหรับเธอ น้ำตาเม็ดใสๆ ไหลลงมาตามแก้มของหญิงสาว “ ฮื้อ…แก้มคิดถึงแม่จัง” ใบหน้าสวยที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาหมอบลงซบที่ต้นขาของตัวเองพลันร้องไห้สะอื้น ไม่สนใจรอบข้าง “ เฮ้อ ว่าจะไม่เมาแล้วเชียว สุดท้ายก็จนได้” ร่างกายสูงใหญ่เดินเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์พลางมือก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกไปสามเม็ดเพราะเจ้าตัวรู้สึกร้อนรุ่มจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ “ เฮ้ย!” เขาสะดุ้งในทันทีเมื่อเหลือบมองไปรอบๆ แล้วเจอร่างของใครบางคนนั่งขดตัวร้องไห้อยู่คนเดียวมืดๆ “ อ่า ลืมไปเลยว่าเราให้ยัยเด็กนั่นมาอยู่ที่นี่” เมื่อนึกขึ้นมาได้เขาก็ส่ายหน้าให้ตัวเองเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ “ อ่อนแอจังเลยนะ” แก้มขวัญสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคย ก่อนที่เธอจะรีบเงยหน้าขึ้นมองเขา จึงสบตาเข้ากับใบหน้าที่มองลงมายังเธออย่างเย้ยหยัน “ คุณ?” “ ใช่! ฉันเอง” เจ้าไฟเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ ทำให้ภายในห้องสว่างขึ้น “ คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังสยองขวัญหรือไง ถึงได้มานั่งครวญครางร้องไห้คนเดียวมืดๆ แบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นมาเจอเข้าก็หัวใจวายกันพอดี” ชายหนุ่มกอดอกพลางต่อว่าหญิงสาวไปอย่างไม่พอใจ “ แล้วฉันจะไปรู้เหรอว่ามันจะมีคนอื่นเข้ามาเวลานี้น่ะ” เธอตอบโต้เขากลับพลันลุกยืน แต่ดันผิดจังหวะไปหน่อยขาของเธอจึงพลิกและล้มลงไปหาเจ้าไฟ ชายหนุ่มตกใจจึงกางแขนออกรับทำให้ทั้งสองลงไปนอนทับกันอยู่บนพื้น “ โอ้ย!” ด้วยความตกใจสองมือใหญ่ของชายหนุ่มยกจับที่แขนเล็กเต็มแรง ในขณะที่จมูกของทั้งคู่ชนเข้าหากันอย่างแนบชิด พลันมีเสียงของบางสิ่งบางอย่างกำลังสั่นไหวอย่างผิดปกติ แก้มขวัญได้สติก่อนเธอจึงรีบชันคอให้ผละออกห่างจากหน้าของเขา แต่พอเธอทำท่าจะลุกขึ้นชายหนุ่มดันไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนของเธอ “ ปล่อยสิ! ฉันจะลุก” เจ้าไฟจ้องมองที่หน้าของหญิงสาวใบหูของเขาแดงจนก่ำ เขารีบได้สติและผลักร่างของเธอให้ห่างออกเต็มแรง “ โอ้ย !” “ คิดว่าฉันอยากแตะต้องเธอนักหรือไง” ชายหนุ่มรีบลุกยืน ก่อนที่เจ้าไฟจะสังเกตเห็นว่าแก้มขวัญที่กำลังยืนข้างเขา เธออยู่ในชุดนอนถึงมันดูจะมิดชิดแต่ว่าผ้ามันบางมากและเขาเพิ่งเคยเห็น ตอนเธออาบน้ำทำตัวสะอาดสะอ้านก็ดูน่ารักดีนี่ “ มองอะไร!” หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดอก หน้าของเธอแดงราวกับมะเขือเทศเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ใส่บรา และยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อกี้ที่เธอลงไปนอนทับตัวเขา เธอก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ หวังว่าเขาคงไม่ได้รับรู้ถึงอะไรตรงนั้นหรอกนะ คิดไปเธอก็พลางรับไม่ได้ พยายามจะเดินหลีกหนี แต่ขาที่เจ็บมันทำให้เธอจะล้มอีกรอบ “ อ๊าย!!” “ อ้าวเฮ้ย!” โชคดีที่เจ้าไฟคว้าเอวของเธอเอาไว้ได้ทัน แต่เมื่อเธอทรงตัวได้ก็รีบปัดตัวเขาออก เขาที่คิดว่าเธอรังเกียจจึงรู้สึกโมโห “ อะไร รู้แบบนี้ ปล่อยให้ล้มหัวฟาดไปเลยก็ดี เดินไม่ได้ก็อยากจะฝืนอีก” เขาดุพลางจ้องเขม็งที่หน้าเธอ ทำแก้มขวัญรู้สึกกลัวไม่กล้าทำให้เขาหัวเสียเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากรอยจูบวันนั้นมันยังติดตา “ ว้าย!!” เธอกรีดร้องอย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะถูกเขาอุ้มขึ้นพาดบ่า “คุณจะทำอะไร” เสียงของเธอดูต่อต้านหน่อยๆ แต่ก็ไม่คิดกล้าจะดิ้นรนเนื่องจากกลัวว่าถ้าตัวเธอดิ้นร่างกายเธอมันจะขยับลงไป จนทำให้หน้าอกหน้าใจของเธอที่อยู่เหนือหัวไหล่ของเขาเพียงนิดเดียวไหลลงไปโดนไหล่ของเขาเข้า “ ก็จะพาไปส่งไง หรือเธออยากจะคลานเข่าไปเองกัน” เจ้าไฟพาแก้มขวัญมาส่งให้ถึงเตียง เมื่อเขาวางเธอลง หญิงสาวก็รีบหยิบหมอนขึ้นมากอดเพื่อปิดบังร่างกายของเธอที่อยู่ในชุดนอนตัวบางเอาไว้ “ คุณมาทำไม” เธอเอ่ยถามในขณะที่ดวงตาจ้องเขาไม่ละ “ นี่มันเพนท์เฮ้าส์ของฉัน ฉันจะมาไม่ได้หรือไง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอก็หลุบมองต่ำ “ แล้วทำไมไม่บอกล่วงหน้าล่ะ ฉันจะได้แต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้” ประโยคตอนท้ายเธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าเขาก็พอจะได้ยินจนมันทำให้เขาเผยยิ้มที่มุมปาก “ หือ! คิดว่าฉันจะพิศวาสเด็กอย่างเธอเหรอ กีรติกร!” คำพูดของเขาดันไปจี้จุดของเธอ “ เอะ! ฉันไม่ใช่เด็กนะ ฉันจะยี่สิบแล้วด้วย” แก้มขวัญพุ่งตัวยืนขึ้นบนเตียงทำให้ตัวเธอสูงเทียบกับเขาที่ยืนอยู่ด้านล่าง คิ้วเรียวนั้นขมวดเป็นเส้นตรงเพื่อให้เขารู้ว่าเธอไม่พอใจ แต่เจ้าไฟหาได้มองหน้าเธอ เพราะเวลานี้แสงจันทร์จากนอกหน้าต่างบานกระจกมันส่องผ่านเข้ามา ทำให้ชุดนอนผืนบางของหญิงสาวกำลังทรยศเธอ เจ้าไฟรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเมื่อมองเห็นทรวดทรงองค์เอวภายในเสื้อนอนผืนนั้น แถมเขายังเพิ่งรู้ว่าหน้าอกของเธอไม่ได้มีอะไรปิดบังนอกจากเสื้อนอนผืนบางตัวเดียว เขานิ่งอึ้งไปดั่งต้องมนต์สะกด แก้มขวัญที่เห็นสีหน้าแปลกๆ ของเขาเธอก็ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเริ่มรู้ตัว “ อ๊าย!! ทะลึ่ง!!” มือเล็กรีบยกปิดหน้าอกพลันรีบถอยห่างจากเขาไปหนึ่งก้าว ทำให้คนที่กำลังคิดเลอะเทอะได้สติ “ เหอะ! ยัยบ๊อง!” มือของเขายกขึ้นไปดันหน้าผากของเธอจนหน้าหัน “ นอนได้แล้ว! จะได้โตไวๆ” ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก แล้วเดินออกมานั่งสงบสติอารมณ์ตัวเองที่ห้องนั่งเล่น “ ยัยเด็กบ้า!” เขาบ่นพึมพำพลางยกมือกุมขมับเนื่องจากภาพเงาของร่างกายเธอมันยังติดตาเขาไม่หาย เจ้าไฟส่ายหน้าไปมาพยายามดึงสติ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาต่อสาย [“ ฮัลโหลครับบอส มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้โทรมาเอาป่านนี้”] เอลิกรับสายด้วยเสียงของคนที่เพิ่งจะตื่นนอน เจ้าไฟที่นั่งนิ่งเพราะคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขาจึงได้สติรู้ตัวว่านี่มันก็ดึกมากแล้ว “ โทษที พอดีฉันอยากรู้เรื่องของ กช ที่ให้ไปสืบนะ คืบหน้าถึงไหนแล้ว” เขาถามเสียงเรียบนิ่ง [“ ทำไมบอสถึงได้ถามถึงเธออีกล่ะครับ ผมนึกว่าบอสลืมเธอไปสนิทแล้วซะอีก”] คนฟังเงียบไม่มีอะไรจะแย้ง แถมสีหน้ายังหม่นลง [“ หรือเป็นเพราะกีรติกรเหรอครับ”] ปลายสายพูดมาตรงประเด็นเปะ เล่นเอาคนฟังไม่ชอบใจที่ลูกน้องรู้ทัน “ อย่ามาทำเป็นรู้ดี เรื่องที่ไม่ได้บอกให้ทำ!” [“ อุ้ย ขอโทษครับบอส งั้นเดี๋ยวรอเช้าก่อนแล้วผมจะรีบโทรหานักสืบให้นะครับ เพราะเวลานี้เขาคงหลับกันหมดแล้ว”] “ เอ้อ แกอย่าลืมก็พอ” [“ ครับ บอสก็นอนบ้างนะครับ”] เมื่อเอลิกตัดสายไป เจ้าไฟก็วางโทรศัพท์มือถือลงสายตาของเขามองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอกที่เงียบสงบและมืดสนิท “ เธอหายไปไหนกันแน่ กชกร” เขาบ่นออกมาก่อนจะเอาหัวแนบไปกับพนักโซฟากำลังจะคล้อยหลับ แต่หูดันไปได้ยินเสียงสะอื้นดังมาจากในห้องนอน “ อึก แม่~ แม่จ้า~ แก้มอยากไปอยู่กับแม่ แม่~” “ ละเมอเหรอ?” เจ้าไฟชะเง้อคอไปมองในห้อง ตอนแรกเขาก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่นานไปเธอก็ยังไม่หยุดร้องไห้ เขาจึงจำใจต้องลุกขึ้นไปดู “ ร้องไห้หนักขนาดนี้ไม่หมดแรงหรือไง” เขาบ่นระหว่างเดินเข้าไปในห้อง “ แม่ ให้แก้มไปอยู่กับแม่นะ” “ ละเมอเป็นตุเป็นตะ” ชายหนุ่มเดินมานั่งลงบนเตียงพลางมองคนที่กำลังหลับตาสนิทแต่ปากดันพึมพำน้ำตาก็ไหลจนแก้มเปียก “ ฮื้อ” “ เป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ คงจะเสียใจมากล่ะสิ” เขาเอ่ยเบาๆ พลางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาตรงแก้มให้เธออย่างไม่รู้ตัว แก้มนุ่มจัง เขาชะงักให้กับสัมผัสที่ได้รับ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเธอเงียบไปแล้ว “ ยิ่งดู ก็ยิ่งเหมือน คนเราจะเกิดมาแล้วดูคล้ายกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ?” เขาบ่นพลางแอบมองเธออยู่อย่างเงียบๆวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
“ พี่ไฟปล่อยได้แล้ว จะพาแก้มไปไหนคะ” แก้มขวัญโดนลากเข้ามาในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาดันตัวเธอชิดกับโต๊ะทำงาน เธอจึงต้องรีบหันหน้ามาเผชิญกับเขา ผู้ชายตรงหน้าที่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกยกมือขึ้นจับเอวของเธอและยกเธอให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะ “ พี่ไฟ!” “ เมื่อกี้เธอขายอะไรฉัน ให้ไอ้นีวายฟัง” “ กะ..ก็” หญิงสา
ปลีก!!! เจ้าไฟรีบบึ่งรถเข้ามาตัดหน้าแก้มขวัญซึ่งกำลังเดินเข้ามาในรั้วบ้าน “ อ้าวๆ เดี๋ยวก็ชนน้องเอาหรอก!” อนาคินนั่งเล่นอยู่กับพ่อและพี่ชายฝาแฝดบนระเบียงบ้านเหลือบเห็นเข้าจึงตะโกนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ ทำพ่อกับพี่ต้องรีบชะเง้อคอมองตาม “ ไหนแม่เคยบอกว่าตอนพ่อเป็นหนุ่ม พ่อเจ้าชู้มาก ทำไมพี่ไฟเขา
ทำให้วันนี้ทั้งคู่จึงต้องค้างที่บ้าน เจ้าไฟพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยเพราะเขานอนไม่หลับ “ โอ้ย ..” ชายหนุ่มลุกและเดินออกมาด้านนอก ยืนแอบมองหน้าห้องของน้องสาว เนื่องจากแก้มขวัญไปนอนที่ห้องกับลลิซ แต่พอเห็นว่าหญิงสาวที่เขากำลังนึกถึงเปิดประตูออกมาจากห้อง เขาก็รีบเดินเข้าไปดึงตัวน้องมา “ ว้า—” มือใหญ่
ณ งานเปิดตัว โรงแรมหยกทอง “ สวัสดีครับทุกคน” เจ้าไฟถือแก้วไวน์เดินมาหาลูกค้ารายใหญ่ของพิทักษ์ คนที่ถูกเขาทักทายก็หันมามองพลันมีสีหน้าตกใจ “ อ้าว เจ้าไฟก็มางานนี้ด้วยเหรอ” “ เอ้อนั่นสิ ผมก็คิดว่าคุณไม่ถูกกับเจ้าสัวพิทักษ์ซะอีก ฮาฮ่า” เจ้าไฟทำทียิ้มมุมปากและพยักหน้าให้สิ่งที่พวกมันคุยไปตามน้ำ







