INICIAR SESIÓNในเวลาเดียวกันที่หน้าบ้านของแก้มขวัญ มีรถตู้สีดำคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับชายชุดดำ 4-5 คนเดินเพ่นพ่านไปมา หนึ่งในนั้นมีชายกลางคนซึ่งกำลังชะเง้อคอมองเข้าไปในบ้าน
“ แก้ม แก้มขวัญ” เสียงของเขาเอ่ยเรียกชื่อของลูกสาว เจ้าสัวพิทักษ์ที่เพิ่งได้รับข่าวว่าเมียคนนี้ของเขาเสียชีวิตลงเขาก็เกิดกระวนกระวายใจเป็นห่วงความเป็นอยู่ของแก้มขวัญ จึงได้หาเวลาบึงรถมาหา และหวังว่าลูกสาวที่เขาไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นจะยินยอมไปอยู่กับเขา “ ไม่มีใครอยู่เลยครับเจ้าสัว” ลูกน้องของเขาที่เดินขึ้นไปเคาะประตูบ้านเดินลงมาแจ้งข่าว “ ห๊ะ!! แล้วแบบนี้ลูกสาวฉันจะไปอยู่ที่ไหนได้! เป็นเพราะพวกแกเลย!! พวกแกเอาเรื่องที่เกตน์เสียไปบอกฉันช้า!!”พิทักษ์ต่อว่าลูกน้องอย่างเดือดดาลซึ่งพวกมันก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับผิด “ เจ้าสัวครับ ผมไปถามพวกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้มา เขาบอกผมมาว่าคุณหนูแก้มขวัญย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศครับ” ลูกน้องอีกคนเดินเข้ามารายงาน มันยิ่งทำให้พิทักษ์ตาเหลือกโต “ อะไรนะ!!! สามี! หมายถึงผัวอย่างนั้นเหรอ ลูกสาวฉัน!! ลูกสาวฉันไปมีผัวตั้งแต่เมื่อไหร่! ไหนตอนให้มาตามดูพวกมึงบอกว่าลูกกูไม่มีแม้แต่คนรักไม่ใช่เหรอ!!!” พิทักษ์โกรธยิ่งกว่าเดิม ฝ่ามือของเขายกตบหน้าลูกน้องเรียงตัว โทษฐานที่ทำงานไม่ได้เรื่อง นี่ลูกสาวเขาแต่งงานตอนไหน แล้วไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร!! เขาได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ไม่พอใจ และรู้สึกเสียดาย ที่นอกจากจะไม่ได้อยู่ดูการเติบโตของลูก ดันมารู้อีกทีก็ตอนที่ว่าลูกย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ แล้วแบบนี้! เขาจะมีโอกาสได้เจอเธออีกไหม! “ แล้วนั่นเจ้าสัวจะไปไหนครับ” “ ก็กลับสิ พวกมึงจะอยู่ให้คู่อริกูมาเจอแล้วสืบเรื่องลูกสาวกูหรือไง” พิทักษ์หันมาตวาดลูกน้องก่อนเดินไปขึ้นรถ ซึ่งข่าวลือเรื่องที่แก้มขวัญไปอยู่กับสามีนี้ ก็คือฝีมือของป้านุ่น เนื่องจากมันเป็นอีกสิ่งที่กมลขอไว้ก่อนตาย เพราะกมลนั้นรู้ดีว่ายังไงพิทักษ์ต้องมาตามลูกสาวของเธอแน่ เธอจึงคิดแผนนี้ไว้ เพื่อไม่ให้พิทักษ์ตามหาแก้มขวัญเจอหรือไม่ก็สามารถช่วยถ่วงเวลาให้เรื่องที่ควรจะเกิดได้เกิดขึ้นเสียก่อนที่พิทักษ์จะได้เจอลูก “ รถใครกันวะ” นีวายที่วันนี้ว่างงานเลยออกมาขับรถเล่น แล้วนึกอยากมาเยี่ยมแก้มขวัญกับแม่ แต่พอขับมาใกล้จะถึงตัวบ้าน เขากลับเห็นชายชุดดำมากมายอยู่บริเวณนั้น ชายหนุ่มจึงจอดรถหลบมุมที่ข้างทางก่อน พอเห็นว่ารถหรูคันนั้นขับกลับไปแล้ว เขาจึงเลี้ยวรถออกมาและมุ่งตรงไปที่บ้านของหญิงสาว “ ทำไมเงียบจัง ไม่มีคนอยู่เหรอ?” นีวายชะเง้อคอมองบ้านไม้ทรงสูงที่ปิดสนิทไม่นานสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นใครบางคน “ อ้าว คุณนีวายเหรอ” ป้านุ่นที่จำชายหนุ่มได้ว่าเคยช่วยเหลือเพื่อนสนิท เธอเห็นเขาอยู่ไกลๆ จึงได้เดินเข้ามาหา “ ครับ แล้วนี่แก้มขวัญกับแม่ไปไหนแล้ว” คำถามของชายหนุ่มทำให้ป้านุ่นเลิ่กลั่กไม่รู้จะบอกความจริงเขา หรือเธอควรโกหกไปเลยดี “ กมลเสียแล้ว เพิ่งจะเผาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง” “ หะ!” นีวายตกใจให้กับคำตอบเป็นอย่างมาก วินาทีนั้นใบหน้าสวยๆ ของแก้มขวัญก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาทันที “แล้วแก้มขวัญล่ะครับ ตอนนี้เป็นยังไง อยู่ที่ไหน” เขาไถ่ถามอย่างเป็นห่วงในหัวใจนั้นสั่นไหว คำถามที่ว่าเธอยังอยู่ดีไหม มีใครอยู่ข้างเธอเวลาเศร้าหรือเปล่า ทำไมน้องไม่โทรไปบอกเขาบ้าง! ไม่งั้นเขาคงได้เป็นคนๆ นั้นที่คอยปลอบใจเธอ “ แก้มขวัญ….มีผัวไปอยู่กับผัวที่ต่างประเทศแล้วละ” นีวายที่ก้มหน้าอยู่รีบเงยขึ้นจ้องตาป้านุ่น นาทีนั้นดวงใจของเขาหล่นวูบพลางแตกเป็นเสี่ยงๆ “ จริงเหรอครับ” ป้านุ่นมองที่สีหน้าผิดหวังของคนตรงหน้าเธอก็รู้สึกสงสาร แต่เธอก็ไม่ไว้ใจที่จะบอกความจริงแก่ใคร เธอเองก็มีหน้าที่ ที่จะต้องปกป้องแก้มขวัญแทนเพื่อนรักเช่นกัน “ จริงจ้ะ หลังจากที่กมลเสียชายคนนั้นก็เข้ามาช่วยเหลือ แก้มขวัญมันก็เลยใจอ่อนยอมไปกับเขา” เธอจึงโกหกต่อไป นีวายก้มหน้างุดอีกครั้ง “ ครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ” ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งซึมในรถ พลางบ่นกับตัวเองแผ่วเบา “ นี่ฉันอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยเหรอ ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ผู้ชายคนนั้น คนที่ได้อยู่ข้างเธอ อาจจะเป็นฉันก็ได้ เฮ้อ~” เขาทำได้เพียงตัดพ้อพลางยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก คิดถึงแต่ใบหน้าสวยและรอยยิ้มหวานที่เขาปล่อยให้หลุดมือไป บ้านศิลาแดง “ ไปไหนมาพี่ไฟ หายหัวไปเป็นอาทิตย์ลำบากคินต้องเข้าบริษัทแทนอีก” อนาคินเดินเข้ามาทักพี่ชายของเขาทันทีหลังจากที่เห็นว่าคนพี่เดินเข้ามาในบ้าน เจ้าไฟที่ได้ยินคำทักเขาก็ล้วงมือใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหันไปยิ้มมุมปากให้น้อง “ ก็หัดเข้าไปบ้างเถอะ” อนาคินเตรียมที่จะปริปากเถียงพี่ชายเพิ่มแต่ก็โดนพี่ดักทางก่อน “เดี๋ยวถ้าแกทำผับแล้วเจ๊งขึ้นมาฉันไม่ช่วยนะ!” “ อ้าว แซ่งกันเฉย” อนาคินถึงกับไปต่อไม่ถูก ทำได้แค่ยืนมองพี่ชายเดินขึ้นบันไดไป “ สวัสดีครับบอส กลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย” เอลิกที่เพิ่งเดินเอาเอกสารไปเก็บในห้องทำงานของเจ้านาย พอเขาเดินออกมาแล้วเจอเจ้าของห้องเข้า จึงรีบทักทาย “ ก็กลับมาตอนที่แกเห็นเนี่ยแหละ มองหาอะไร” เจ้าไฟสังเกตเห็นว่าเอลิกทำตัวเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวาอยู่ จึงเอ่ยถามอย่างไม่ชอบใจ “ กีรติกรเธอไม่ยอมมากับบอสเหรอครับ” เอลิกกระซิบกระซาบถามขึ้นเสียงเบา เจ้าไฟถอนหายใจแรง “ มา! แต่อยู่ที่เพนท์เฮ้าส์” เขาตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย แต่คนฟังกลับแอบยิ้ม “ ยิ้มอะไรของแก!” “ ก็ผมนึกว่าบอสจะให้เธอไปอยู่ห้องเช่าหรือโรงแรมซะอีก แต่นี่ให้ไปอยู่เพนท์เฮ้าส์ที่เสี่ยอุตส่าห์ยกให้บอสเลยเหรอครับเนี่ย” เอลิกพูดเสียงอ่อนและบางเบา แต่แววตาของเขากลับจ้องหน้าเจ้าไฟด้วยสงสัย “ แล้วมันทำไม!” เจ้าไฟจึงเริ่มหัวร้อน “ก็ที่เพนท์เฮ้าส์ของฉันมันปลอดภัย และก็มีแต่คนของเราอยู่บริเวณนั้น ถ้าให้ไปอยู่ที่อื่นแล้วไอ้เจ้าสัวนั่นมันรู้ขึ้นมา แม่ของยัยเด็กนั่นได้มาหักคอฉันพอดี” เจ้าไฟชี้แจ้งมือข้างหนึ่งเขายกขึ้นชี้หน้าของตัวเองในขณะเดียวกันที่อีกข้างเท้าเอวไว้ “ เหรอครับ! แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่บอสเริ่มแก้แค้น ผมว่าป้ากมลเขาก็คงจะมาหักคอบอสอยู่ดี” เอลิกพูดมาอย่างยั้งคิด ก่อนเขาจะตกใจเมื่อรู้ตัวว่าทำเจ้านายโกรธ “ ไอ้เอลิก!!!” “ อะ! ขอโทษครับบอส!” เอลิกจึงรีบโค้งตัวงอขอโทษ ก่อนรีบเผ่นหนีทันที เจ้าไฟก็มองตามด้วยคิ้วขมวด “ ก็มันจำเป็น ฉันก็ไม่ได้อยากจะทำแต่ถ้าไอ้พิทักษ์มันยังไม่เลิกยุ่งกับครอบครัวฉัน ฉันก็จำเป็น” เขาบ่นพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจแรงวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
“ พี่ไฟปล่อยได้แล้ว จะพาแก้มไปไหนคะ” แก้มขวัญโดนลากเข้ามาในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาดันตัวเธอชิดกับโต๊ะทำงาน เธอจึงต้องรีบหันหน้ามาเผชิญกับเขา ผู้ชายตรงหน้าที่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกยกมือขึ้นจับเอวของเธอและยกเธอให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะ “ พี่ไฟ!” “ เมื่อกี้เธอขายอะไรฉัน ให้ไอ้นีวายฟัง” “ กะ..ก็” หญิงสา
ปลีก!!! เจ้าไฟรีบบึ่งรถเข้ามาตัดหน้าแก้มขวัญซึ่งกำลังเดินเข้ามาในรั้วบ้าน “ อ้าวๆ เดี๋ยวก็ชนน้องเอาหรอก!” อนาคินนั่งเล่นอยู่กับพ่อและพี่ชายฝาแฝดบนระเบียงบ้านเหลือบเห็นเข้าจึงตะโกนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ ทำพ่อกับพี่ต้องรีบชะเง้อคอมองตาม “ ไหนแม่เคยบอกว่าตอนพ่อเป็นหนุ่ม พ่อเจ้าชู้มาก ทำไมพี่ไฟเขา
ทำให้วันนี้ทั้งคู่จึงต้องค้างที่บ้าน เจ้าไฟพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยเพราะเขานอนไม่หลับ “ โอ้ย ..” ชายหนุ่มลุกและเดินออกมาด้านนอก ยืนแอบมองหน้าห้องของน้องสาว เนื่องจากแก้มขวัญไปนอนที่ห้องกับลลิซ แต่พอเห็นว่าหญิงสาวที่เขากำลังนึกถึงเปิดประตูออกมาจากห้อง เขาก็รีบเดินเข้าไปดึงตัวน้องมา “ ว้า—” มือใหญ่
ณ งานเปิดตัว โรงแรมหยกทอง “ สวัสดีครับทุกคน” เจ้าไฟถือแก้วไวน์เดินมาหาลูกค้ารายใหญ่ของพิทักษ์ คนที่ถูกเขาทักทายก็หันมามองพลันมีสีหน้าตกใจ “ อ้าว เจ้าไฟก็มางานนี้ด้วยเหรอ” “ เอ้อนั่นสิ ผมก็คิดว่าคุณไม่ถูกกับเจ้าสัวพิทักษ์ซะอีก ฮาฮ่า” เจ้าไฟทำทียิ้มมุมปากและพยักหน้าให้สิ่งที่พวกมันคุยไปตามน้ำ







