Mag-log inณ หมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท
นีวายนั่งอยู่บนแคร่ตรงใต้ทุนของบ้านไม้ทรงสูง เขานั่งมองบรรยากาศรอบๆ ซึ่งตอนนี้เริ่มมืดแล้ว ไม่นานแก้มขวัญก็ได้เดินถือขันน้ำเย็นๆ มาให้แก่เขา ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวพลางแอบยิ้มเขินก่อนจะรับขันน้ำจากเธอมา ในน้ำนั้นดูใสสะอาดมากแถมยังโรยดอกมะลิลงไปเพื่อเพิ่มความหอมสดชื่นอีกด้วย “ ขอบคุณมากนะคะ ที่คุณช่วยแม่ของฉันไว้” “ อืม ไม่เป็นอะไรหรอก ก็คนเหมือนกันนี่” นีวายยกน้ำจิบเสร็จก็หันมาตอบกลับเธอด้วยเสียงแว่วหวาน แล้วยื่นขันน้ำคืนให้น้อง “ แม่บอกว่าคุณเป็นคนในเมืองไกล จริงเหรอคะ” แก้มขวัญเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเป็นกันเองจนทำให้นีวายแทบจะยิ้มไม่หุบ “ ครับ” “ แล้วคุณหาที่พักได้หรือยังล่ะคะ มันมืดแล้วนี่” ชายหนุ่มยิ้มแห้งส่งให้เธอเบาๆ พลันหันมองซ้ายขวาก็เจอแต่ทุ่งหญ้ากับทุ่งนาเขียวขจี ทำให้แก้มขวัญพอจะรู้คำตอบได้ เธอหัวเราะใส่เขาเบาๆ “ ฮ่าฮา ฉันคิดไว้แล้วเชียว แต่ไม่เป็นไรนะคะ คืนนี้คุณนอนค้างที่บ้านฉันก็ได้ ถ้าไม่รังเกียจพรุ่งนี้ค่อยกลับ เพราะมันมืดแล้วถนนหนทางแถวนี้ไม่มีไฟส่องนำทางเหมือนในเมือง พวกเรากลัวว่าคุณจะเป็นอันตรายเอานะ” เธอกล่าวบอกเขาด้วยท่าทีเป็นมิตรและแสดงออกถึงความจริงใจ นีวายเห็นแบบนั้นเขาก็ยิ้มกว้าง “ งั้น พี่รบกวนด้วยนะ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มรู้และเข้าใจถึงอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เขานั้นสนใจแก้มขวัญ แทบอยากจะรีบสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ และนี่คือโอกาสแล้ว ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงนีวายก็มานั่งร่วมทานข้าวกับสองแม่ลูก ด้วยความอบอุ่นใจเพราะว่าทั้งสองนั้นต้อนรับเขาดีมาก ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ และยิ่งเขาเห็นความร่าเริงสดใสของแก้มขวัญ หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรง “ พี่นีวาย ทานข้าวอิ่มดีหรือเปล่าคะ” หญิงสาวที่เห็นว่าเขาเอาแต่นั่งยิ้มเหม่อลอย เธอจึงทักท้วงเขาขึ้น “ อืม อิ่มสิ” นีวายรีบตื่นจากภวังค์ และยื่นถ้วยข้าวเปล่าให้หญิงสาวเอาไปเก็บไว้ “ อืม เห็นพี่เป็นผู้ชายแก้มนึกว่าพี่จะไม่อิ่มซะอีก ว่าจะไปทอดไข่ดาวมาเพิ่มให้ซะหน่อย” เธอหันหน้ามาพูดกับเขาด้วยใบหน้าที่สดใส นีวายก็เอาแต่มองเธอตาค้าง “ ไม่เป็นไรครับ พี่อิ่มแล้วจริงๆ” เขารีบเอ่ยยืนยัน กมลที่เห็นแบบนั้นเธอก็ยิ้มอ่อนๆ มองที่ชายหนุ่ม “ ไม่ต้องเกรงใจนะ ถือว่าเป็นคนกันเองเถอะ พอดีที่บ้านเรามีกันแค่สองแม่ลูกเลยชินทำกับข้าวเล็กๆ น้อยๆ พอให้กินข้าวลงนะ แต่ถ้าพ่อหนุ่มไม่อิ่มก็บอกน้องทำเพิ่มให้ได้” นีวายยิ้มอ่อนส่งให้กมล “ ผมว่าแค่นี้ก็เยอะมากแล้วล่ะครับ” เขาเอ่ยพลางก้มมองจานชามตรงหน้าที่มีกับข้าวไม่ต่ำกว่า 4-5 อย่าง ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่เป็นมื้อใหญ่ของสองแม่ลูก เพราะเมื่อกี้เห็นว่าแก้มขวัญออกไปซื้อกับข้าวมาเพิ่มด้วย สองแม่ลูกได้ยินแบบนั้นก็มองหน้ากัน “ งั้นแม่ขอขึ้นไปกินยาแล้วก็พักผ่อนก่อนนะ แก้มล้างจานเสร็จก็ไปดูที่อยู่ที่นอนให้พี่เขาด้วยล่ะ แม่เอามุ้งกับหมอนออกจากตู้มาให้แล้ว” กมลสั่งบอกลูกสาวเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนจะเดินขึ้นบ้าน “ จ้ะแม่” แก้มขวัญที่กำลังเก็บจานอยู่ขานรับ พอกมลเดินหายขึ้นบ้านไป นีวายจึงลุกหวังจะไปช่วยหญิงสาวล้างจาน “ เฮ้ย ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแก้มทำเอง” แก้มขวัญเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะช่วยเธอก้มเก็บจานจึงรีบปรามเขา “ ไม่ ให้พี่ช่วยเถอะ ไม่งั้นพี่คงเกรงใจไม่รู้จะทำตัวยังไงแน่เลย” เมื่อได้ยินเขาตอบมาแบบนั้น หญิงสาวจึงจำยอม ทั้งสองเก็บจานชามบนแคร่ ที่นั่งทานข้าวกันเมื่อครู่ ไปช่วยกันล้าง ท่าทีของพวกเขาดูสนิทสนมกันรวดเร็วทันใจดั่งลางสังหรณ์ของกมลจะเป็นจริง “ อือ พี่นีวาย พี่มาทำอะไรไกลขนาดนี้เหรอ” หญิงสาวถามขึ้นพลางจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาใสซื่อ “ พอดีพี่คิดแบบไม่ค่อยออก ก็เลยมาขับรถเล่นหาแรงบันดาลใจนะ” “ หือ?” เธอมีสีหน้าสนใจ และสงสัยขึ้นมาอย่างชัดเจน “ พี่ทำงานอะไร เป็นนักออกแบบหรือคะ” นีวายหันมายิ้มหวานให้สาวน้อย “ ใช่แล้ว พี่เป็นสถาปนิกน่ะ พอดีช่วงนี้ต้องแก้แบบรีสอร์ทให้เพื่อน ก็เลยเครียดนิดหน่อย” แก้มขวัญได้ยินแบบนั้นเธอก็ตาใสขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้นชอบใจ “ ว้าว สุดยอดไปเลย แบบนี้พี่ก็ต้องวาดรูปเก่งใช่ไหม” คนฟังก็พยักหน้า “ แก้มก็ชอบวาดรูปเหมือนกัน ตอนเรียนก็เคยฝันอยากจะเป็นนักออกแบบอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ” หญิงสาวมีท่าทีตื่นเต้นในช่วงแรก ก่อนจะยิ้มแห้งๆ แล้วพูดต่อ “แต่ได้ยินมาว่าเขาเรียนกันหนักมาก แก้มกลัวว่าตัวเองจะเรียนไม่ไหวกลัวว่าจะเปลืองตังค์แม่เปล่าๆ ก็เลยไม่เรียนดีกว่า” เธอหัวเราะขึ้นเบาๆ ท่าทีของเธอดูน่ารักและก็ตลกมาก ทำนีวายอดขำตามไม่ได้ “ ฮาฮ่า ก็เรียนหนักจริงๆ นั่นแหละ กว่าจะจบได้ก็เกือบตาย ไหนจะต้องไปต่อโทอีกนะ ดีนะเนี่ยที่จิตพี่แข็ง ไม่งั้นคงเป็นบ้าไปแล้ว ฮา” เขาพูดด้วยท่าทีติดตลก เพราะชอบเห็นรอยยิ้มใสซื่อของหญิงสาว “ ฮาฮ่า แต่ว่าพี่โคตรเท่เลยนะ ที่ทำมันสำเร็จน่ะ” “ อืม ขอบใจครับ แล้วน้องล่ะ เรียนอยู่ม.อะไรแล้ว” หญิงสาวกลั้นขำเมื่อได้ฟังคำถาม “ นี่พี่คิดว่าแก้มกี่ปีเหรอ” เธอจึงแกล้งถามเขา ชายหนุ่มก็มองไปที่หน้าใสๆ ของคนตรงหน้า ด้วยท่าทีครุ่นคิด ตอนนี้หน้าตาของเธอไม่ได้มอมแมม เหมือนตอนที่เจอ มันจึงยิ่งน่ารักละมุนดูน่าทะนุถนอมขึ้นไปอีก “ 16-17 มั้ง” เขาเดาส่ง “ ฮาฮ่า นี่หน้าแก้มดูเป็นเด็กขนาดนั้นเลยเหรอคะ” แก้มขวัญยิ้มกว้างพลางสีหน้าของเธอก็แดงหน่อยๆ นีวายหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้เห็น ยิ่งเธอเฉลยคำตอบให้ฟังใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรง “ แก้มจะ 20 แล้วค่ะ แถมยังเป็นเจ้าของร้านขายขนมด้วยนะ” “ จริงเหรอ?” “ ค่ะ แต่ก็เป็นแค่แผงเล็กๆ ตามตลาดเล็กๆ ในหมู่บ้านเอง เพราะต้องหาเช้ากินค่ำ บางวันก็ผลัดไปทำย่างอื่นรับจ้างดำนา เกี่ยวข้าว ปีนต้นมะพร้าวบ้าง หรือไม่ก็ไปหากบหาเขียดบ้าง อะไรประมาณนี้แหละ” หญิงสาวพูดพลางยกนิ้วขึ้นจิ้มแก้มป่องของตัวเองเหมือนกับว่ามันจะทำให้เธอคิดออก ชายหนุ่มเห็นก็ยิ่งยิ้มไม่หุบ “ แต่ดูทรงแล้ว นี่อาจจะเป็นชีวิตที่มีความสุขสุดๆ เลยเนอะ” แก้มขวัญจ้องตาเขาทันที “ ก็คงจะเป็นแบบนั้นค่ะ อยู่ไหนขอแค่เราได้อยู่กับคนที่เรารักมันก็ต้องมีความสุขใช่มั้ยล่ะพี่” เมื่อฟังมาถึงตรงนี้รอยยิ้มของนีวายก็หุบลง เนื่องจากคำพูดที่หมอบอกกับเขา ว่ากมลนั้นเป็นโรคร้าย ทำให้เขาอดที่จะสงสารสาวน้อยตรงหน้าไม่ได้ “ ฮาฮ่า ทำไมถึงทำหน้าจืดแบบนั้นล่ะคะ นี่ก็มืดมากแล้วรีบขึ้นบ้านเถอะ” หลังจากวางจานใบสุดท้ายไว้บนตะแกรง แก้มขวัญก็ทำหน้าตาตื่นใส่เขาดั่งกลัวอะไรบางอย่าง เธอขยับตัวเข้าไปใกล้เขา พลางกระซิบเบาๆ ข้างหู “เดี๋ยวจะเจออะไรแปลกๆ เข้านะ” เธอพูดเสียงแผ่ว พร้อมทำตาเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าเขาเริ่มกลัว หญิงสาวก็รีบจ้ำอ้าววิ่งขึ้นบ้านไปในทันที “ เฮ้ย แก้มขวัญมาพูดแบบนี้พี่ก็กลัวนะ” นีวายมีท่าทีลนลานเล็กน้อย ก่อนจะรีบล้างมือแล้วเดินตามหญิงสาวขึ้นบ้านไป.หลายสัปดาห์ต่อมาที่เกาะ เจ้าไฟนั่งเท้าแก้มอยู่ในครัวของโรงอาหาร มองดูแก้มขวัญทำขนมเพื่อแจกคนงาน โดยมีเอลิกกับโสนเป็นลูกมือคอยสังเกตดูทั้งคู่อยู่ไม่ไกล “ ช่วงนี้หัวหน้าเขาไม่ค่อยสบายเหรอ” โสนกระซิบถามกับเอลิกที่ยืนข้างกัน “ ทำไมถึงถามแบบนี้” “ ก็ช่วงนี้ฉันเห็นเขายิ้มตลอด ไม่รู้ว่ายิ้มอะไร ทีแต่ก่อนเคยมีเรื่องดีๆ ที่ควรดีใจมากมายก็ยังไม่เห็นเขายิ้มเลย” เอลิกฟังแบบนั้นเขาก็แอบขำเบาๆ “ สงสัยคงมีความรักนะ” โสนนิ่งไปพลางจ้องไปที่แก้มขวัญ ด้วยอิจฉาเล็กน้อย “ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้หญิงที่มาทำให้หัวหน้าไฟหลงรักได้ด้วย” โสนบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนก้มหน้าปั้นแป้งขนมต่อ ซึ่งทุกอย่างเอลิกก็ได้มองอยู่ “ พี่ไฟไม่คิดจะมาช่วยกันหน่อยเหรอ” แก้มขวัญเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องจึงรู้สึกแปลกๆ เธอเลยหันไปถาม ชายหนุ่มก็ตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด “ ไม่ว่าง” “ ธุระของพี่คือนั่งยิ้มงั้นเหรอคะ?” “ ใช่” แก้มขวัญทำได้เพียงส่ายหน้า เวลานั้นนีวายก็เดินเข้ามา “ อะหืม~ ขอโทษนะที่มารบกวน แต่ว่าหัวหน้าไฟกรุณาไปทำงานด้วยนะ” นีวายเดินมาหยุดต่อหน้าเจ้าไฟพลางจ้องเขา เนื่องจากช่วงนี้ดูเหมือนจะมีบางคนคลั่งรักมากจนไม่เป็น
เวลาผ่านไปไม่นานชายแก่ก็ได้ทานขนมที่เขาอยากสมใจ แชมป์น้ำตาซึมทันทีเมื่อตักเข้าปากไปคำแรก “ อืมรสชาติต่างไปคนล่ะแบบกับที่ลูกสาวลุงเคยทำให้ทานเลย แต่ก็อร่อยมาก” น้ำตาของเขาหยดลงมาแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม “ คุณลุงคงจะรักลูกสาวมากสินะคะ” “ อืม รักมาก จนลุงลืมตัว…พยายามฝืนคิดว่าลูกสาวยังอยู่ ทั้งๆ ที่เธอจากไปนานแล้ว…” แชมป์สะอื้นพลางยกมือปาดน้ำตา “แต่ก็ต้องขอบใจหนูมากๆ นะ” แก้มขวัญตาโตชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ หนูเหรอคะ?” “ ใช่ ถ้าไม่มีหนูเข้ามาเมื่อวาน ลุงคงไม่ได้ฝันเห็นลูกสาวเหมือนเมื่อคืน รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนโรแซนเขามาบอกลุงว่าอะไร”แชมป์จ้องแก้มขวัญก่อนละสายตาจ้องไปยังชายหาด “ โรแซนบอกลุง ขอร้องลุงว่าไม่ให้ยึดติด ตัวเธอถึงจะอยากกลับมาหา ก็คงมาหาไม่ได้แล้ว โรแซนอยากให้ลุงได้ทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงบั้นปลายของชีวิต เธอไม่อยากให้ลุงมานั่งอมทุกข์รออยู่อย่างนี้” แชมป์ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มขวัญจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ แชมป์ยื่นมือหยิบเอกสารบนโต๊ะใส่ในมือเธอเปลี่ยนกลับผ้าเช็ดหน้าที่หญิงสาวส่งให้ “ ลุงยกให้” “ อะไรกันคะ” “ ที่ดินผืนนั้นไง” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยกมือปฏ
กึก!! “ โอ้ยย” แชมป์ขับรถวีลแชร์ไปชนเข้ากับก้อนหิน ทำให้รถคว่ำเขาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บ “ คุณลุง! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มขวัญที่เดินมาเก็บว่าวของเธอเห็นเข้า จึงได้รีบเข้ามาช่วยพยุงลุงแชมป์ “ ขอบใจๆ” แชมป์รีบแสดงความขอบคุณหญิงสาวแต่พอเขาได้มองหน้าเธอชัดขึ้น กลับตะลึงตาโตติดดีใจจนเกือบจะพูดไม่ออก “ โรแซน ลูกพ่อ…” “ กีรติกร หายไปดื้อที่ไหนอีกแล้ว” เจ้าไฟที่เดินไปคุยโทรศัพท์กับสำเนาไม่นาน กลับมายังจุดเล่นว่าวก็ดันตามหาคนตัวเล็กที่เขาทิ้งให้เล่นคนเดียวไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มใจเสียเขาวิ่งไปมาทั่วชายหาดอย่างร้อนรน มือก็รีบล้วงเอามือถือขึ้นมาโทรตาม “ กีรติกร!!” ณ เวลานั้นที่บ้านริมทะเลของชายชรา “ คุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่มั้ย” แก้มขวัญมาส่งชายแก่ที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นว่าอยู่คนเดียว เธอจึงขออาสาอยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก เช่นตอนนี้เธอก็ไปเอาน้ำมาให้เขา พลางนั่งลงข้างวีลแชร์ แชมป์ก็มองมาที่เธอด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะร้องไห้ ทำแก้มขวัญสงสัยและสงสาร “ โรแซน ลูกไปไหนมา รู้ไหมว่าพ่อรอลูกมาตลอด เฝ้ามองหาลูกอยู่ตรงชายหาดที่ลูกเคยวิ่งเล่นทุกวัน รู้ไหมว่าพ่อต้องทนเ
“ อืม…” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา ในยามเช้า เธอดูตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขานอนกอดเธอเอาไว้อยู่ จนต้องรีบเงยหน้าเชยชมเขา ใบหน้าที่กำลังหลับ ดูอิดโรยเล็กน้อยอาจเพราะเขาคงจะนอนดึก ก็เมื่อคืนเขาเล่นเธอจนสลบและไม่รู้ว่าเขาหยุดทำกี่โมง แก้มขวัญอมยิ้มให้กับใบหน้าอันแสนมีเสน่ห์ตรงหน้าของเธอ เขากำลังหลับสนิทหรือเปล่านะ ดูขนตานั่นสิ ช่างเรียงเส้นสวย ไหนจะจมูกโด่งๆ ริมฝีปากนั่น มองแล้วมันดูเข้ากันไปเสียหมด “ หล่อ…” ไม่คิดเฉยเธอยื่นมือจะไปสัมผัสที่ใบหน้าเขา “ ว๊าย!!” ก่อนร้องออกมาเพราะตกใจเนื่องจากคนที่เธอคิดว่าเขาหลับ ดันตื่นขึ้นมาจับมือข้างนั้นของเธอไว้ก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย “ คิดจะทำอะไร” ใบหน้าของเขาก้มลงมามอง คนใต้ล่างจึงรู้สึกหน้าร้อน เธอก้มหน้าและมุดหัวเข้าตรงอกแกร่ง พลางแอบยิ้มอ่อน “ แก้มแค่มีความสุข ที่ตื่นมาแล้วยังเห็นพี่นอนอยู่ข้างๆ” คนฟังเผยยิ้ม ก่อนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ บนหัวคนตัวเล็กจนต้องเผลอก้มลงไปสูดดม “ ทีแต่ก่อน เธอยังแอบหนีฉันไปหาผู้ชายคนอื่นอยู่เลย” “ ตอนไหนคะ!!” แก้มขวัญรีบหันไปถามพลันพลิกตัวคว่ำให้ศอกยันเตียง เพื่อให้เธอจ้องหน้าเขาที่นอนตะแคงอยู่ให้ชัดขึ้น “ ก็ตอนที่เธอ
ณ โรงแรม “ พี่ไฟเลือกชุดอะไรให้เราเนี่ย โอ้ย” แก้มขวัญนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับมองสภาพตัวเอง เธอโดนคนพี่บังคับให้ใส่ชุดนอนที่เขาเลือกให้ พลางคิดไปว่าคืนนี้เธอคงไม่รอดแน่ “ อือฮื้อ” ร่างบางดีดดิ้นไปมาอยู่ไม่สุข เมื่อในหัวคิดมโนภาพไปล่วงหน้า เวลานั้นอีกคนก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เจ้าไฟเดินออกมาพลางปรายตามองคนบนเตียงที่อยู่ในท่าทางแปลกๆ เธอนอนเอนกายบนเตียงเนื้อผ้านุ่ม ลำคอแหงนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นไหปลาร้าที่เรียวสวยรับกับสายสร้อยเส้นบางที่ประดับอยู่บนผิวเนียนละเอียด แสงจากหลอดไฟ กระทบเนื้อผ้าซาตินสีดำที่แนบไปตามเรือนร่างของหญิงสาว เนื้อผ้าลื่นไหลราวกับสายน้ำ บางเบาแต่เย้ายวน ชุดเดรสตัวนี้เป็นซาตินดำสนิท ประดับลูกไม้ตรงขอบอก เพิ่มเสน่ห์ชวนมอง เส้นสายของชุดออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ผ่าข้างเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวสวย และรูปร่างอันเป็นหญิงของเจ้าตัวเล็ก ด้ายรูดปรับขนาดตรงสะโพกยิ่งทำให้ดูอ่อนหวานปนน่าเสน่หา เส้นริบบิ้นที่ปล่อยชายระอยู่ข้างตัว คล้ายกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนเข้าไปแตะต้อง มือเรียวของเธอวางแนบลำตัว นิ้วขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังคลึงปลายผ้า ลมหายใจเร็วแรงสะท้อนถึงคว
“ ตกลงว่าคุณยอมยกให้ผมได้ไหมล่ะ” เยโด่ได้ทีก็เอาใหญ่ เห็นว่าชายหนุ่มยอมมาขอร้องด้วยตัวเองจึงหวังอยากได้ผู้หญิงที่มากับเขา “ อืม..” เจ้าไฟที่เป็นฝ่ายถูกขอเขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเยโด่เริ่มดีใจ เขาจึงได้พูดบางอย่างออกมา “ คิดว่าผมมาขอร้องคุณถึงที่ แล้วคุณจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!!!” เยโด่ถึงกับตกใจให้กับท่าทางและน้ำเสียงดูโกรธเคืองของชายหนุ่ม เขาคิดว่าเด็กสาวนั่นเป็นเพียงของเล่นของเจ้าไฟไม่มีความหมายอะไรเสียอีก เขาคิดผิดงั้นเหรอ เยโด่คิดในเวลาเดียวกันก็จ้องหน้าของอีกคนที่มองมายังเขาด้วยคิ้วขมวด และเม้มปากแน่น “ ผมจะไม่เช่าท่าเรือของคุณแล้ว!!” เจ้าไฟตะโกนออกมาด้วยท่าทีเด็ดขาด ก่อนรีบสาวขาเดินออกไป “ กีรติกร! กลับ!” มือใหญ่ดึงแขนเล็กที่กำลังจับขนมใส่ปากพลันรีบดึงลากเธอออกไป “ ไอ้โบ่ม!! ไหนมึงบอกว่ามันอยากได้ท่าเรือกู กูจะต่อลองยังไงก็ได้ไง” เยโด่ที่มองทั้งสามเดินหายไปรีบหันไปต่อว่าลูกน้องซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังของเขาทันที “ สิ่งที่นายขออาจจะมากเกินไป ดูจากหน้านายอนาลานั่นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นดูจะสำคัญกว่า คงไม่ใช่แค่เล่นๆ นะครับ” เยโด่กำมือแน่นพลางทุบลงโต๊ะเสียงดัง “







