로그인รถหรูวิ่งอยู่บนถนนใหญ่ในช่วงเวลาโพล้เพล้ พลางมีเสียงโทรศัพท์ของคนที่นั่งอยู่ภายในรถดังขึ้น
“ มันโทรมาทำไมวะ คงไม่ได้จะโทรมาขอเงินอีกหรอกนะ” อนาลาหรือเจ้าไฟล้วงมือถือขึ้นมาพลางบ่นกับมันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เนื่องจากบนจอมันปรากฏขึ้นว่าเป็นเบอร์ของน้องชายเขา “ ว่าไง ไอ้คำผาน” แต่กระนั้นเขาก็กดรับ [“ พี่ไฟ พี่รีบมาโรงพยาบาลตอนนี้เลยได้ไหม คีรินโดนรถชนเสียเลือดมาก”] “ ห๊ะ!!” หลังฟังเสียงลนลานของอนาคิน เขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะว่า อนาวิน หรือ คีรินน้องชายคนนี้ของเขา โคตรจะเป็นคนดี แล้วนี่ใครมันกล้ามาทำร้ายคีรินแบบนี้! “ เอลิก! วนรถกลับไปโรงพยาบาลของอาไนเดี๋ยวนี้!” เจ้าไฟสั่งลูกน้องคนสนิทของเขาเสียงแข็งกร้าว และยังไม่ทันขาดคำ สิ่งที่เขากำลังสงสัยว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุก็ได้เฉลยออกมา เมื่อมีสายเรียกเข้ามาในมือถือ โชว์เป็นเบอร์ของ นาย พิทักษ์ พงษ์สกร หยกทอง “ มันโทรมา…!.” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจพลางรีบกดรับ [“ ว่าไงเจ้าไฟ เซอร์ไพรส์ที่กูทำ รับน้อง ให้น้องชายมึงเข้าสู่วงการธุรกิจเดียวกันเนี้ย ถูกใจมั้ยวะ ฮาฮ่าฮา”] เสียงแหบแห้งของคนในปลายสายพูดด้วยความเย้ยหยันแฝงสะใจไม่นิด ทำเอาคนฟังอย่างเจ้าไฟหัวร้อน เขาสบถคำหยาบออกมาเสียงดังลั่นรถ “ ไอ้ชาติชั่ว!!! สารเลว!!! โธ่เอ้ย!!!” แต่ปลายสายดันตัดสายทิ้ง ก่อนที่เขาจะได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น มือใหญ่ที่ถือโทรศัพท์อยู่จึงโยนมันใส่เบาะคนขับสุดแรงตามอารมณ์ เล่นเอาเอลิกแม้จะชินแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรด้วยสักคำ โรงพยาบาลทูว์เอ็นวาย เจ้าไฟรีบมาที่โรงพยาบาลเพื่อที่จะช่วยอนาคินในการให้เลือดคีรินซึ่งกำลังผ่าตัดอยู่ในห้องฉุกเฉิน “ เป็นยังไงบ้างลูก!” เสี่ยโอมและเมียเมื่อรู้ข่าวเรื่องลูกชายคนรอง เขาก็รีบบินกลับมาจากการทำงานที่ต่างจังหวัด สีหน้าของทั้งคู่ดูตื่นตระหนกและลนลานเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะเป็นห่วงลูก “ คุณหมอยังไม่ออกมาเลยครับคุณพ่อ” อนาคินที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวหน้าห้อง ได้เอ่ยบอกกับทั้งคู่ เล่นเอาครีมหอมที่ยืนอยู่ถึงกับยกมือกุมหน้าผาก “ โอ้ย แม่จะเป็นลม” ครีมหอมเหมือนจะหน้ามืดทรุดลงกับพื้น ดีที่สามีและลูกสาวคนเล็กซึ่งเพิ่งเดินตามกันเข้ามาเมื่อกี้ รีบมาช่วยกันประคับประคองเธอไว้ “ คุณแม่คะ ใจเย็นๆ นะคะ พี่คีรินต้องปลอดภัยค่ะ” อนาลิน หรือ ลลิซ ลูบแขนของคนเป็นแม่เบาๆ ในขณะเดียวกันที่พ่อรีบค้นเอายาดมขึ้นมาให้เมีย “ โธ่เอ้ย!!” เจ้าไฟที่นั่งเงียบขรึมอยู่ตั้งนานแล้ว เขาลุกโวยวายขึ้นมาพลางหันไปชกกำแพงเสียงดัง “ คีรินเป็นคนดีไม่เคยทำอะไรให้ใคร แล้วทำไม! ทำไมน้องต้องมารับเคราะห์เพราะเพื่อความสะใจของคนคนเดียวด้วย!” “ ไฟพูดอะไรลูก มันหมายความว่ายังไง” อศิรหรือเสี่ยโอมหันไปถามลูกชายคนโตด้วยสงสัยกับสิ่งที่ลูกพูดออกมา “ ก็ไอ้พิทักษ์ไงพ่อ เมื่อกี้ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ มันโทรมาหัวเราะเยาะผม มันบอกว่ามันเซอร์ไพรส์รับน้องคีริน พูดแล้ว…ฮือ! ผมจะไปเอาเลือดหัวมันออก!” เจ้าไฟตอบอย่างเดือดดาลพลางจะรีบเดินไป แต่อนาคินก็รีบเข้ามาขวางเพื่อช่วยพ่อแม่จับพี่ชายเอาไว้ “ เฮ้ยๆ” “ ไฟอย่านะลูก!” เสี่ยอศิรรีบเข้ามาปรามลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่โกรธแต่เขาแค่ไม่อยากให้ลูกของเขาไม่ว่าจะคนไหนต้องเป็นอะไรไปอีก “ พ่ออย่าห้ามได้ไหม รอบนี้มันจะเอาถึงตายเลยนะพ่อ” เจ้าไฟก็หันมาตะคอกพ่อกลับ ความโกรธของเขาเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ แต่เพราะว่าเราตอบโต้มันไม่ใช่เหรอมันถึงได้ไม่จบไม่สิ้นแบบนี้” อศิรจึงขึ้นเสียงกลับเพื่อหวังดึงสติลูกชายจอมหัวร้อน ก่อนเสียงจะอ่อนลง “ พ่อขอเถอะหากเราไม่ตอบโต้มัน มันก็คงจะเงียบไปเอง” เจ้าไฟเหมือนจะเงียบฟังที่พ่อพูด แต่กระนั้นมันก็ห้ามอารมณ์ร้อนของเขาไม่ได้ “ ไม่!! พ่อคิดว่ามันจะหยุดหรือไง!! ขนาดเมื่อก่อนผมไม่เคยไปทำอะไรให้มัน มันยังมาทำผมก่อนเลย แล้วพ่อคิดเหรอว่าถ้าผมหยุดตอบโต้ แล้วมันจะหยุดจริงๆ นะ” “ แต่ไฟ ถ้ามันคิดจะเอาชีวิตพวกเรา คิดจะเอาชีวิตน้องๆ ของลูกทุกคนขึ้นมาลูกจะทำยังไงหะ!!” ครีมหอมเริ่มโมโหเธอจึงเริ่มต่อว่าลูก เจ้าไฟหันมองน้องชายและน้องสาวที่กำลังยืนจ้องเขาอยู่ “ ผมก็จะทำให้มันไม่มีโอกาสนั้น! ปล่อยผม!!” เจ้าไฟสะบัดตัวออกจากการรัดกุมแล้วเร่งฝีเท้าเดินออกไปจากโรงพยาบาลด้วยความเดือดดาล เอลิกที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นแบบนั้นเขาก็โค้งตัวลานายทั้งสองและรีบวิ่งตามบอสของเขาออกไป “ ทำยังไงดีคะคุณ” ครีมหอมจับแขนสามีของเธอแน่น พลางมองทางที่เจ้าไฟเดินไปอย่างเป็นห่วงแฝงความเสียใจไม่น้อย “ คงเป็นกรรมที่ผมเคยทำไว้กับพี่เอก” ครีมหอมรีบส่ายหัวให้กับสามีที่คิดแบบนั้น “ คุณกำลังกลุ้มใจกลัวว่าเจ้าไฟจะเป็นแบบพี่เอกเหรอคะ” เสี่ยก้มหน้าลงมาสบตากับเมีย สีหน้าของเขามีความกังวลพลางเสียใจแฝงอยู่ “ อืม ไฟอารมณ์ร้อนแล้วก็ไม่ฟังใครเหมือนกับพี่เอกเลย” ครีมหอมส่ายหน้าเบาๆ เพราะเธอรู้ดีว่าลูกชายของเธอเป็นอย่างไร “ แต่ยังไงเจ้าไฟก็ยังมีความคิดรักครอบครัว รักน้องๆ ทุกคน แม้จะไม่ค่อยแสดงออก แต่ฉันเลี้ยงลูกมาฉันรู้และเชื่อว่าไฟเป็นคนดีค่ะ” ครีมหอมรีบเอ่ยปัดคำพูดของสามี เนื่องจากเธอไม่อยากจะคิดว่าลูกชายคนโตของเธอจะมีจุดจบแบบอนันดา ถ้าเป็นแบบนั้นเธอรับไม่ได้ อศิรที่เห็นถึงความกังวลของเธอ เขาก็ยื่นมือมาลูบแขนเล็กของภรรยาเบาๆ “ อย่าคิดมากเลยนะครีม ต่อให้ลูกจะเป็นยังไง แต่ลูกก็เป็นลูกเรา เดี๋ยวผมจะออกไปโทรตามลูกก่อน” เสี่ยที่เหมือนมีอะไรในใจ เขาเดินออกไปและปล่อยให้เมียอยู่ตามลำพังกับลูก ลลิซจึงได้พาแม่ไปนั่งพัก “ แม่คะ พี่ไฟเหมือนกับลุงเอกอย่างนั้นเหรอ” เธอถามกับแม่ ครีมหอมรีบหันมามองพลางส่ายหน้า “ ไม่! พี่ชายของลูกนะยังมีหัวใจ ไม่เหมือนผู้ชายคนนั้น” คนเป็นแม่เสียงแข็ง แม้เวลาจะผ่านมานานก็ใช่ว่าครีมหอมจะจำเรื่องนั้นไม่ได้ กลับกันแม้จะอยากลืมแค่ไหน แต่เธอก็จำมันไม่เคยลืม อนาคินที่ยืนฟังอยู่เริ่มขมวดคิ้ว แล้วเดินขยับมาใกล้แม่กับน้อง “ เฮ้อ ไม่รู้สิครับ ตั้งแต่เกิดมาพวกเราก็ยังไม่เคยเห็นลุงเอกเลยนะครับคุณแม่” ครีมหอมยิ้มบางที่มุมปากตอนที่เงยมองลูกชาย “ ก็ตั้งแต่ลุงเอกเขาออกจากคุก พ่อเราก็ให้เงินเขาไปตั้งตัวก้อนหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่ติดต่อมาอีก ได้ยินแค่ว่าไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศนะ” ครีมหอมพูดด้วยท่าทีสบายใจเพราะอย่างน้อยเอกก็ไม่มาวุ่นวายกับครอบครัวเธออีก โดยเฉพาะกับลูกๆ ของเธอ “ อืม แต่คงจะไม่บังเอิญเป็นประเทศเดียวกันกับตอนที่พี่ไฟไปเรียนต่อหรอกนะ” อนาคินบ่นออกมาอย่างไม่ได้คิดพลางมีเสียงขำน้อยๆ แต่มันกลับทำให้คนเป็นแม่ถึงกับชะงักพูดไม่ออก “ แม่คะ หมอออกมาแล้วค่ะ ” ก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น คุณหมอก็ได้เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเสียก่อน….ครีมหอมจึงเปลี่ยนจุดโฟกัสและหันไปสนใจที่คุณหมอพูดแทนวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
“ พี่ไฟปล่อยได้แล้ว จะพาแก้มไปไหนคะ” แก้มขวัญโดนลากเข้ามาในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาดันตัวเธอชิดกับโต๊ะทำงาน เธอจึงต้องรีบหันหน้ามาเผชิญกับเขา ผู้ชายตรงหน้าที่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกยกมือขึ้นจับเอวของเธอและยกเธอให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะ “ พี่ไฟ!” “ เมื่อกี้เธอขายอะไรฉัน ให้ไอ้นีวายฟัง” “ กะ..ก็” หญิงสา
ปลีก!!! เจ้าไฟรีบบึ่งรถเข้ามาตัดหน้าแก้มขวัญซึ่งกำลังเดินเข้ามาในรั้วบ้าน “ อ้าวๆ เดี๋ยวก็ชนน้องเอาหรอก!” อนาคินนั่งเล่นอยู่กับพ่อและพี่ชายฝาแฝดบนระเบียงบ้านเหลือบเห็นเข้าจึงตะโกนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ ทำพ่อกับพี่ต้องรีบชะเง้อคอมองตาม “ ไหนแม่เคยบอกว่าตอนพ่อเป็นหนุ่ม พ่อเจ้าชู้มาก ทำไมพี่ไฟเขา
ทำให้วันนี้ทั้งคู่จึงต้องค้างที่บ้าน เจ้าไฟพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยเพราะเขานอนไม่หลับ “ โอ้ย ..” ชายหนุ่มลุกและเดินออกมาด้านนอก ยืนแอบมองหน้าห้องของน้องสาว เนื่องจากแก้มขวัญไปนอนที่ห้องกับลลิซ แต่พอเห็นว่าหญิงสาวที่เขากำลังนึกถึงเปิดประตูออกมาจากห้อง เขาก็รีบเดินเข้าไปดึงตัวน้องมา “ ว้า—” มือใหญ่
ณ งานเปิดตัว โรงแรมหยกทอง “ สวัสดีครับทุกคน” เจ้าไฟถือแก้วไวน์เดินมาหาลูกค้ารายใหญ่ของพิทักษ์ คนที่ถูกเขาทักทายก็หันมามองพลันมีสีหน้าตกใจ “ อ้าว เจ้าไฟก็มางานนี้ด้วยเหรอ” “ เอ้อนั่นสิ ผมก็คิดว่าคุณไม่ถูกกับเจ้าสัวพิทักษ์ซะอีก ฮาฮ่า” เจ้าไฟทำทียิ้มมุมปากและพยักหน้าให้สิ่งที่พวกมันคุยไปตามน้ำ







