Masuk“ ขอบใจนะจ้ะ โอกาสหน้ามาใหม่นะ ทำสดใหม่ทุกวันเลย” เมื่อแก้มขวัญขายขนมให้ลูกค้าคนสุดท้ายที่มารอซื้อเสร็จ เธอก็เท้าเอวหันมามองชายแปลกหน้า ตัวใหญ่อย่างกับหมี ที่แอบจิกขนมใส่ไส้ของเธอไปนั่งกินเต็มปากเต็มคำ และยังถือไว้ในมืออีกหลายห่อไม่ยอมวางลง
“ นี่! คุณยังไม่ยอมกลับอีกเหรอ” เจ้าไฟหันมามองที่หญิงสาว ด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย “ เจ้าของแผงยังไม่มาอีกเหรอเนี่ย ลูกค้าเยอะขนาดนี้แต่ปล่อยให้เด็กประถมมาเฝ้าร้านให้ เดี๋ยวก็เจ๊งกันหมดพอดี” เขาเอ่ยพร้อมวางขนมในมือลง ก่อนลุกยืนแล้วปัดมือสองข้างใส่กันไปมากลางอากาศ ดวงตาคู่ดุก็จ้องมองที่หญิงสาวตรงหน้าที่กำลังชะเง้อคอยาวมองเขาตาไม่กระพริบ “ นี่ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ ที่จะมายืนรอ ต่อล้อต่อเถียงเล่นกับเธอน่ะ” เขาว่าพลางขมวดคิ้วใส่ “ ฉันก็บอกให้คุณพูดมาเลยไงค่ะ รีบพูดมาซะสิ!” เจ้าไฟถอนหายใจแรง “ ก็ฉันบอกว่าฉันจะพูดกับเจ้าของแผง ไม่ใช่เด็กน้อยแบบเธอ!” หญิงสาวเบ้ปากอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะถามเขากลับด้วยเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ “ ใคร! ใครเด็กไม่ทราบ ฉันจะ 20 แล้ว ว๊าย!” แก้มขวัญพยายามจะเขย่งเท้าทำตัวให้สูงเพื่อหวังให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธอไม่ใช่เด็ก แต่ทว่าดันก้าวพลาดสะดุดขาตัวเองล้มลงไปใส่อกคนตรงหน้าเต็มแรง จนรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา อะไรกันเนี่ย ท่อนไม้เหรอ แข็งโป้กเชียว! “ อะ เอ้อ! ฉันไม่ใช่เด็กน่ะ !” หญิงสาวรีบคลายออกจากอกแกร่ง พลางหลบหน้าด้วยความเขิน “ อ้าวเหรอ! ก็เห็นตัวแค่นี้ เลยนึกว่าเด็กประถม” คำว่าเด็กประถมเขาปรายตามามองเธอเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยกขึ้นจับใบหูของตัวเองที่รู้สึกถึงความร้อน “ เอะ! แต่ฉันเป็นผู้หญิงที่ตัวโตสุดในหมู่บ้านนี้แล้วนะ” เธอเอ่ยสวนไปด้วยความจริง เธอก็เป็นผู้หญิงที่เรียกได้ว่าตัวสูง สูงกว่าผู้ชายหลายคนในหมู่บ้านด้วยซ้ำ แต่ทำไมเวลายืนใกล้เขา ..คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมองชายตัวใหญ่ตรงหน้าดั่งจะหาเรื่อง เจ้าไฟมองเห็นสีหน้านั้นของเธอเขาก็เกิดความพอใจ เขาอมยิ้มแล้วเดินขยับเข้าไปใกล้ๆ “ ใช่เหรอ แต่ฉันกลับคิดว่าเธอน่ะ เป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะ” เขาพูดไปพลางแย้มยิ้มอย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวก็ขยับปากมุบมิบเหมือนจะสบถคำด่ามาให้ “ เอาล่ะๆ” เขาจึงรีบตัดโอกาสของเธอก่อน” กีรติกรอยู่ไหน บอกมา” เขากัดกรามตัวเองพูดเพื่อเป็นเชิงขู่ แก้มขวัญจึงรีบเบือนหน้าหนี “ คุณจะอยากพบเธอไปทำไม รู้จักเธอเหรอ!” หญิงสาวทำเป็นใจกล้า เท้าเอวและแหงนคอมองชายหนุ่ม “ ก็รู้ไง ถึงได้มาถาม!” เธอเผยยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินที่เขาพูดแถมยังมีความมั่นใจเต็มร้อยเสียด้วยสิ “ บอสครับ ทำอะไรกันอยู่เหรอ?” พอดีที่เอลิกกลับมา เขารีบมาดึงแขนเจ้าไฟไว้ไม่ให้ไปหยุมหัวกันกับสาวตรงหน้า ทำให้ความซวยไปตกอยู่ที่เขา เมื่อเจ้าไฟหันไปคิ้วขมวดใส่ “ ก็ยัยเด็กนี่น่ะสิไม่ยอมไปเรียกกีรติกรมาให้ฉัน” เอลิกได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอ เขารีบขยับตัวเขย่งเท้ากระซิบบอกกับนายให้ตาสว่าง “ ก็คนนี้แหละครับ กีรติกร” หญิงสาวที่ยืนใกล้ได้ยินชัดทุกคำ เธอเลิกคิ้วขึ้นสูง มองไปยังสองหนุ่ม “ เด็กนี่เนี่ยนะ!” “ ไหนคุณว่ารู้จักไง!” เธอพูดกลับอย่างเย้ยหยันทำเอาเจ้าไฟรู้สึกไปถึงความร้าวบนใบหน้า เขาหันไปทำเป็นตะคอกเสียงดังใส่ลูกน้อง “ ทำไมแกไม่รีบมาบอกมันพรุ่งนี้เลยหะ!” “ ขอโทษครับบอส พอดีผมหาห้องน้ำไม่เจอ!” เอลิกก้มหน้างุดอย่างรับผิด “ ตกลงว่าพวกคุณมีธุระอะไรกับฉัน!” เจ้าไฟกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากลำบาก ก่อนเดินขยับมาใกล้หญิงสาว และยิ้มแหยๆ ให้เธอ “ เอ้อ…พอดีฉันอยากให้เธอไปทำงานให้ฉัน—-” “ ไม่ไป!!!” เขายังเอ่ยไม่จบ เธอก็ตอบตัดทันที เล่นเอาเจ้าไฟไปต่อไม่เป็น เธอไม่คิดจะพิจารณาก่อนหรือไง ! “ เดี๋ยวดิ! เธอรู้แล้วเหรอว่าฉันจะให้เธอไปทำอะไร—-” “ บอกว่าไม่ไปก็คือไม่ไปไง ไม่เข้าใจเหรอ กลับไปได้แล้ว!!” แก้มขวัญเริ่มผลักไสสองหนุ่ม ด้วยการปัดป่ายมือไปตามอากาศ เธอไม่ชอบตั้งแต่ไอ้เสื้อแดงนั่นมาเรียกเธอว่าเด็กประถมแล้ว “ แต่ว่า…” “ จะกลับไปดีๆ ไหม!หะ” แก้มขวัญหันไปหยิบไม้หาบขึ้นมาและชี้ไปที่หน้าของทั้งสอง เจ้าไฟคิ้วขมวดให้กับความกล้าของสาวตรงหน้าในทันที เอลิกเห็นท่าไม่ดี ขืนอยู่ต่อ ถ้าเจ้านายเขาเกิดหัวเสียขึ้นมาอีกคนมีหวังตลาดแตกแน่ สายตาของเอลิกเริ่มเลิ่กลั่ก แล้วรีบดึงแขนเจ้าไฟเอาไว้ “ บอสครับ เรากลับไปก่อนดีกว่านะ แล้วค่อยมาใหม่” “ เอลิก!!” เจ้าไฟที่เริ่มหัวร้อนเรียกชื่อลูกน้องเสียงดัง เอลิกทำได้แค่ก้มหน้าแต่ก็ต้องห้ามศึกไว้ให้ได้ก่อน “ ไปเถอะครับบอส!” ท้ายที่สุดเอลิกก็ทำสำเร็จเขาลากเจ้าไฟออกมาจนถึงรถได้ ปึก! เสียงประตูรถถูกปิดดังลั่น ตามอารมณ์ของคนเสื้อแดง “ บอสไปพูดอะไรกับเธอเหรอครับ เธอถึงได้ดูไม่พอใจขนาดนั้น” เอลิกที่นั่งตรงเบาะคนขับ หันมาถามเจ้านายซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง “ ก็ใครจะไปรู้วะ! ดูรูปร่างหน้าตาอย่างกับเด็ก! ฉันก็นึกว่าเด็ก” เจ้าไฟตอบกลับมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดเขาถอนหายใจแรงแล้วแรงอีก” แล้วแบบนี้จะทำยังไง ฉุดขึ้นรถเลยไหม!” เขากอดอกแล้วมองไปที่หญิงสาว ซึ่งเห็นอยู่ไกลๆ “ เฮ้ย! ใจเย็นๆ นะครับบอส” “ เอ้อ!!!” เอลิกสะดุ้งแรง เพราะเจ้าไฟตะโกนตอบเสียงดัง “แกบอกว่าเธออยู่กับแม่สองคนใช่ไหม” “ ใช่ครับ” “ งั้นแกก็ไปสืบมาว่าแม่ของเธอนิสัยใจคอเป็นยังไง เพราะถ้าเจ้าตัวไม่ยอมไปด้วยดีๆ ก็ต้องเข้าทางแม่นี่แหละ เพราะยังไงซะ กีรติกรต้องไปกับฉัน!”วันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
“ พี่ไฟปล่อยได้แล้ว จะพาแก้มไปไหนคะ” แก้มขวัญโดนลากเข้ามาในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาดันตัวเธอชิดกับโต๊ะทำงาน เธอจึงต้องรีบหันหน้ามาเผชิญกับเขา ผู้ชายตรงหน้าที่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกยกมือขึ้นจับเอวของเธอและยกเธอให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะ “ พี่ไฟ!” “ เมื่อกี้เธอขายอะไรฉัน ให้ไอ้นีวายฟัง” “ กะ..ก็” หญิงสา
ปลีก!!! เจ้าไฟรีบบึ่งรถเข้ามาตัดหน้าแก้มขวัญซึ่งกำลังเดินเข้ามาในรั้วบ้าน “ อ้าวๆ เดี๋ยวก็ชนน้องเอาหรอก!” อนาคินนั่งเล่นอยู่กับพ่อและพี่ชายฝาแฝดบนระเบียงบ้านเหลือบเห็นเข้าจึงตะโกนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ ทำพ่อกับพี่ต้องรีบชะเง้อคอมองตาม “ ไหนแม่เคยบอกว่าตอนพ่อเป็นหนุ่ม พ่อเจ้าชู้มาก ทำไมพี่ไฟเขา
ทำให้วันนี้ทั้งคู่จึงต้องค้างที่บ้าน เจ้าไฟพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยเพราะเขานอนไม่หลับ “ โอ้ย ..” ชายหนุ่มลุกและเดินออกมาด้านนอก ยืนแอบมองหน้าห้องของน้องสาว เนื่องจากแก้มขวัญไปนอนที่ห้องกับลลิซ แต่พอเห็นว่าหญิงสาวที่เขากำลังนึกถึงเปิดประตูออกมาจากห้อง เขาก็รีบเดินเข้าไปดึงตัวน้องมา “ ว้า—” มือใหญ่
ณ งานเปิดตัว โรงแรมหยกทอง “ สวัสดีครับทุกคน” เจ้าไฟถือแก้วไวน์เดินมาหาลูกค้ารายใหญ่ของพิทักษ์ คนที่ถูกเขาทักทายก็หันมามองพลันมีสีหน้าตกใจ “ อ้าว เจ้าไฟก็มางานนี้ด้วยเหรอ” “ เอ้อนั่นสิ ผมก็คิดว่าคุณไม่ถูกกับเจ้าสัวพิทักษ์ซะอีก ฮาฮ่า” เจ้าไฟทำทียิ้มมุมปากและพยักหน้าให้สิ่งที่พวกมันคุยไปตามน้ำ







