เข้าสู่ระบบ“ ขับเร็วๆ หน่อยสิเอลิก ฉันอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นจะแย่อยู่แล้ว” เจ้าไฟที่นั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่ในรถ บ่นออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่านั่งรถมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงที่หมายสักที
“ ครับๆ เอะ! นั่นไม่ใช่รถคุณนีวายเหรอครับบอส” เจ้าไฟหันไปมองตามที่เอลิกทัก ก็เห็นว่าเป็นนีวายจริงๆ แต่ฝ่ายนั้นดูเหมือนจะมีความสุขอะไรสักอย่าง จนไม่ได้สังเกตรถของเขาที่วิ่งสวนมา “ สงสัยคงเครียดเรื่องงาน แล้วออกมาหาที่พักผ่อนมั้ง ” เขาเดาสุ่มไปอย่างนั้น ก่อนจะเงยมองทางด้านหน้าต่อ เอลิกจึงชวนเขาคุย “ อืม สงสัยคงเครียดเรื่องแก้แบบรีสอร์ทที่บอสสั่งแน่เลย แต่ผมว่าคุณนีวายเนี่ยทำได้ดีมากนะครับ รีสอร์ทของบอสคงจะออกมาดีแน่ๆ” “ เอ้อ! แกไม่ต้องมาชวนฉันคุย รีบขับรถไปให้มันถึงเถอะ” “ ครับ” เอลิกรีบเม้มปากแน่นหดคอเข้าทันที เนื่องจากรู้ว่าตอนนี้เจ้านายของเขาคงหัวร้อนที่ความเร็วรถไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย ไม่นานรถหรูก็แล่นเข้ามาจอดในลานกว้างหน้าตลาด “ แกพาฉันมาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มโผล่ถามเสียงดังทันทีเมื่อรถจอดสนิท “ อ๋อ พอดีผมลืมบอกนะครับ ข้อมูลที่ผมได้มาคุณกีรติกรเธอมีแผงขายขนมที่ตลาดนี้ ผมคิดว่าวันนี้เธอก็น่าจะมานะครับ” เอลิกพูดอย่างกระตือรือร้นแต่พอหันไปมองหน้านายก็ต้องหุบยิ้ม เพราะเจ้าไฟคิ้วขมวดไม่พอใจให้อยู่ “ ขอโทษนะครับบอส ที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า” “ เอ้อๆ” เจ้าไฟเอ้อออด้วยความหัวเสีย แต่ก็เพราะรู้จักลูกน้องคนนี้มานาน เขาก็พอจะเข้าใจความเงอะงะของเอลิกบ้าง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นอย่างน้อยเอลิกก็ซื่อสัตย์ ไม่งั้นคงจะอยู่ด้วยกันมาไม่ได้นานขนาดนี้หรอก เจ้าไฟถอนหายใจแรงพลันก้าวขาลงจากรถ ร่างสูงในชุดสูทสีดำเนี้ยบ กลายเป็นจุดสนใจจากสายตาของผู้คนในตลาด แม่ค้าหลายคนมองมาพลันหยุดชะงัก ราวกับเวลาได้หยุดเดินชั่วขณะ ตอนที่เห็นเขาถอดเสื้อสูทออกและโยนมันเข้าไปในรถเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดสีโปรดของผู้สวมใส่และเข้ากับเขาเป็นอย่างมาก “นั่นใครน่ะ ดารามาถ่ายหนังเหรอ?” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากแม่ค้าพ่อค้ารอบข้าง “หล่อขนาดนี้ น่าจะเป็นพระเอกแน่ๆ!” “ ใช่เหรอ ถ้าเป็นพระเอกแล้วหนังช่องไหนล่ะ ฉันก็ต้องเคยเห็นสิ แต่นี่เขามาหาใครหรือเปล่า” บางคนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป บ้างก็ยืนมองด้วยแววตาเคลิ้มเหมือนถูกสะกด ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แม้จะหัวเสียให้กับคำซุบซิบนินทาเหล่านั้น แต่เขาก็ต้องข่มมันเอาไว้ก่อน “ แกเป็นอะไร” เขาทักเอลิกที่มายืนทำตัวบิดไปบิดมาข้างๆ เขา “ ผมปวดท้องนะครับ แต่ไม่เป็น—” “ โอ้ย!! แกรีบไปเข้าห้องน้ำเลยไป! เดี๋ยวฉันจะเข้าไปก่อนเอง” เจ้าไฟตวาดลูกน้องเสียงดัง เสร็จเขาก็เดินมุ่งตรงเข้าไปในตลาด “ งั้นบอสรอผมแป๊บเดียวนะครับ” เอลิกตะโกนไล่หลังเขาพลันรีบวิ่งไปตามหาสุขา “ หล่อ” “ เขามาหาใครกันนะ หรือว่าเขามาตามหาฉัน” “ อย่างกับมาเฟียเลย” เจ้าไฟขมวดคิ้วมุ่น ให้กับเสียงซุบซิบเหล่านั้น เขาไม่ชอบเลย ว่าแต่ว่าแผงขนมอะไรนั่นอยู่ตรงไหน ในระหว่างที่คิดรองเท้าขัดมันของเขาก็ถูกยกขึ้นจากแรงของเขาเอง “ อี้…” เจ้าไฟแทบอยากจะโวยวายออกมา นี่มันตลาดจริงดิ มีแต่หลุมกับบ่อเนี่ยนะ รองเท้าเขาเลอะหมดแล้ว คอยดูเถอะถ้าเจอยัยนั่นจะรีบเอาคืนให้สาสม โทษฐานที่ทำให้เขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ถึงเขาจะคิดแบบนั้น ก็ใช่ว่ามันจะเจอง่ายๆ (?) “ ขอบคุณมากนะจ้ะ ไว้วันหลังมาสั่งอีกนะ” เสียงใสนุ่มนวลชวนสะกดทำให้คิ้วหนาของเจ้าไฟเริ่มคลายออกจากกัน เขารีบหันไปมองตามเสียงนั้น “ แผงขายขนม? นี่หรือเปล่า” เขาค่อยๆ เดินเข้าไปพลางชะเง้อคอมองอยู่พักใหญ่ แต่สายของเขาคงสูงเกินไปทำให้มองผ่านหญิงสาวที่นั่งเฝ้าเต้าหม้อนึ่งหลังตู้ขนมใบเล็กไป จนทำให้หญิงสาวที่เหลือบมาเห็นเขาได้สักพักแล้วเริ่มผิดสังเกต แก้มขวัญนั่งจ้องชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ชายแต่งตัวเนี้ยบใส่กางเกงสุภาพตัดกับเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดติดกระดุมครบทุกเม็ด สวมใส่รองเท้าขัดมันที่มีคราบโคลนจากตลาดเปื้อนอยู่นิดหน่อย ดูแล้วช่างขัดหูขัดตาเธอแปลกๆ “ เฮ้ยลุง จะซื้ออะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ซื้อก็ขยับออกให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ มันบังร้านหนู เดี๋ยวลูกค้าจะไม่เห็น ยิ่งร้านเล็กๆ อยู่ ” ชายหนุ่มคิ้วชนกันอีกครา เขาพยายามมองหาต้นเสียง ก่อนจะเห็นว่ามีหญิงสาวนั่งแคะขนมถ้วยอยู่หลังตู้ขนมใบเล็กนั่น “ เอ้อ…ขอถามอะไรหน่อยสิน้อง” หญิงสาวได้ยินเธอจึงยื่นคอยาวไปสบตากับเขา วินาทีนั้นที่ได้เห็นหน้าเจ้าไฟยืนมองมาที่เธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สาวน้อยหน้าใสที่ใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยสีดำของเถ้าถ่านตรงมุมแก้ม ทำให้เขาหลุดยิ้มแต่กระนั้นก็รีบเก๊กขรึมเมื่อเธอยืนขึ้น “ น้องรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ กีรติกร ไหม ?” หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็เดินออกมาจากมุมตู้เพื่อหวังจะมองดูชายหนุ่มให้ชัดขึ้น “ รู้ เธอเป็นเจ้าของแผงนี้แหละ คุณมีอะไรกับเธอเหรอ” ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวอีกครั้ง สาวน้อยที่ดูบอบบางตัวเล็กสูงแค่เพียงบ่าไหล่ของเขา แต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่า กับเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวสวมทับไว้ด้วยเสื้อลายสก๊อต ถักเปียสองข้างอย่างกับเด็กประถม จนเขาแอบหลุดขำ “....” หญิงสาวจึงมองเขาด้วยความไม่พอใจ เมื่อเขามองมาเธอก็จ้องเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว “ ไปตามเธอมาให้หน่อย ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ” เจ้าไฟเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งพลางกอดอกสั่งบอกกับคนตรงหน้า “ ไม่ตาม มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันต้องขายของ” หญิงสาวตอบกลับเขาอย่างแข็งกร้าว สร้างความไม่พอใจให้เจ้าไฟเป็นอย่างมาก “ นี่น้อง ไปเรียกเจ้าของแผงมา!!” เขาเริ่มเสียงแข็งใส่เธอ เพื่อจะบอกว่าเขาไม่พอใจในคำตอบที่หญิงสาวเอ่ย แต่ยิ่งเธอตอบกลับมาอย่างดื้อรั้น หัวของเขาก็ยิ่งเดือดปูดๆ “ ฉันไม่เรียก คุณมีอะไรก็พูดมาเลยสิ” “ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเด็ก” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวต้องก้มหน้ามองตัวเอง เธอเงยหน้ากลับขึ้นมาด้วยความไม่พอใจและกำลังจะต่อว่าเขา “ แก้มขวัญ ซื้อขนมหน่อยจ้ะ” แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรก็มีลูกค้าเข้ามาเรียกซื้อของเสียก่อน เธอจึงละสายตาไปจากชายหนุ่ม เจ้าไฟจึงกอดอกยืนรอ แต่ดูเหมือนว่าลูกค้าจะมาใหม่เรื่อยๆ มายืนเบียดเสียดเขาจนรู้สึกรำคาญ ชายหนุ่มจึงต้องเปลี่ยนมานั่งตรงเก้าอี้ด้านในแผงแทน มือใหญ่ยกแขนขึ้นพลางใบหน้าก็ก้มมองนาฬิกาหรูตรงข้อมือ “ ไอ้เอลิกมันตกส้วมตายแล้วหรือไง !” เขาทำได้แค่บ่นหลายสัปดาห์ต่อมาที่เกาะ เจ้าไฟนั่งเท้าแก้มอยู่ในครัวของโรงอาหาร มองดูแก้มขวัญทำขนมเพื่อแจกคนงาน โดยมีเอลิกกับโสนเป็นลูกมือคอยสังเกตดูทั้งคู่อยู่ไม่ไกล “ ช่วงนี้หัวหน้าเขาไม่ค่อยสบายเหรอ” โสนกระซิบถามกับเอลิกที่ยืนข้างกัน “ ทำไมถึงถามแบบนี้” “ ก็ช่วงนี้ฉันเห็นเขายิ้มตลอด ไม่รู้ว่ายิ้มอะไร ทีแต่ก่อนเคยมีเรื่องดีๆ ที่ควรดีใจมากมายก็ยังไม่เห็นเขายิ้มเลย” เอลิกฟังแบบนั้นเขาก็แอบขำเบาๆ “ สงสัยคงมีความรักนะ” โสนนิ่งไปพลางจ้องไปที่แก้มขวัญ ด้วยอิจฉาเล็กน้อย “ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้หญิงที่มาทำให้หัวหน้าไฟหลงรักได้ด้วย” โสนบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนก้มหน้าปั้นแป้งขนมต่อ ซึ่งทุกอย่างเอลิกก็ได้มองอยู่ “ พี่ไฟไม่คิดจะมาช่วยกันหน่อยเหรอ” แก้มขวัญเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องจึงรู้สึกแปลกๆ เธอเลยหันไปถาม ชายหนุ่มก็ตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด “ ไม่ว่าง” “ ธุระของพี่คือนั่งยิ้มงั้นเหรอคะ?” “ ใช่” แก้มขวัญทำได้เพียงส่ายหน้า เวลานั้นนีวายก็เดินเข้ามา “ อะหืม~ ขอโทษนะที่มารบกวน แต่ว่าหัวหน้าไฟกรุณาไปทำงานด้วยนะ” นีวายเดินมาหยุดต่อหน้าเจ้าไฟพลางจ้องเขา เนื่องจากช่วงนี้ดูเหมือนจะมีบางคนคลั่งรักมากจนไม่เป็น
เวลาผ่านไปไม่นานชายแก่ก็ได้ทานขนมที่เขาอยากสมใจ แชมป์น้ำตาซึมทันทีเมื่อตักเข้าปากไปคำแรก “ อืมรสชาติต่างไปคนล่ะแบบกับที่ลูกสาวลุงเคยทำให้ทานเลย แต่ก็อร่อยมาก” น้ำตาของเขาหยดลงมาแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม “ คุณลุงคงจะรักลูกสาวมากสินะคะ” “ อืม รักมาก จนลุงลืมตัว…พยายามฝืนคิดว่าลูกสาวยังอยู่ ทั้งๆ ที่เธอจากไปนานแล้ว…” แชมป์สะอื้นพลางยกมือปาดน้ำตา “แต่ก็ต้องขอบใจหนูมากๆ นะ” แก้มขวัญตาโตชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ หนูเหรอคะ?” “ ใช่ ถ้าไม่มีหนูเข้ามาเมื่อวาน ลุงคงไม่ได้ฝันเห็นลูกสาวเหมือนเมื่อคืน รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนโรแซนเขามาบอกลุงว่าอะไร”แชมป์จ้องแก้มขวัญก่อนละสายตาจ้องไปยังชายหาด “ โรแซนบอกลุง ขอร้องลุงว่าไม่ให้ยึดติด ตัวเธอถึงจะอยากกลับมาหา ก็คงมาหาไม่ได้แล้ว โรแซนอยากให้ลุงได้ทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงบั้นปลายของชีวิต เธอไม่อยากให้ลุงมานั่งอมทุกข์รออยู่อย่างนี้” แชมป์ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มขวัญจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ แชมป์ยื่นมือหยิบเอกสารบนโต๊ะใส่ในมือเธอเปลี่ยนกลับผ้าเช็ดหน้าที่หญิงสาวส่งให้ “ ลุงยกให้” “ อะไรกันคะ” “ ที่ดินผืนนั้นไง” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยกมือปฏ
กึก!! “ โอ้ยย” แชมป์ขับรถวีลแชร์ไปชนเข้ากับก้อนหิน ทำให้รถคว่ำเขาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บ “ คุณลุง! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มขวัญที่เดินมาเก็บว่าวของเธอเห็นเข้า จึงได้รีบเข้ามาช่วยพยุงลุงแชมป์ “ ขอบใจๆ” แชมป์รีบแสดงความขอบคุณหญิงสาวแต่พอเขาได้มองหน้าเธอชัดขึ้น กลับตะลึงตาโตติดดีใจจนเกือบจะพูดไม่ออก “ โรแซน ลูกพ่อ…” “ กีรติกร หายไปดื้อที่ไหนอีกแล้ว” เจ้าไฟที่เดินไปคุยโทรศัพท์กับสำเนาไม่นาน กลับมายังจุดเล่นว่าวก็ดันตามหาคนตัวเล็กที่เขาทิ้งให้เล่นคนเดียวไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มใจเสียเขาวิ่งไปมาทั่วชายหาดอย่างร้อนรน มือก็รีบล้วงเอามือถือขึ้นมาโทรตาม “ กีรติกร!!” ณ เวลานั้นที่บ้านริมทะเลของชายชรา “ คุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่มั้ย” แก้มขวัญมาส่งชายแก่ที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นว่าอยู่คนเดียว เธอจึงขออาสาอยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก เช่นตอนนี้เธอก็ไปเอาน้ำมาให้เขา พลางนั่งลงข้างวีลแชร์ แชมป์ก็มองมาที่เธอด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะร้องไห้ ทำแก้มขวัญสงสัยและสงสาร “ โรแซน ลูกไปไหนมา รู้ไหมว่าพ่อรอลูกมาตลอด เฝ้ามองหาลูกอยู่ตรงชายหาดที่ลูกเคยวิ่งเล่นทุกวัน รู้ไหมว่าพ่อต้องทนเ
“ อืม…” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา ในยามเช้า เธอดูตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขานอนกอดเธอเอาไว้อยู่ จนต้องรีบเงยหน้าเชยชมเขา ใบหน้าที่กำลังหลับ ดูอิดโรยเล็กน้อยอาจเพราะเขาคงจะนอนดึก ก็เมื่อคืนเขาเล่นเธอจนสลบและไม่รู้ว่าเขาหยุดทำกี่โมง แก้มขวัญอมยิ้มให้กับใบหน้าอันแสนมีเสน่ห์ตรงหน้าของเธอ เขากำลังหลับสนิทหรือเปล่านะ ดูขนตานั่นสิ ช่างเรียงเส้นสวย ไหนจะจมูกโด่งๆ ริมฝีปากนั่น มองแล้วมันดูเข้ากันไปเสียหมด “ หล่อ…” ไม่คิดเฉยเธอยื่นมือจะไปสัมผัสที่ใบหน้าเขา “ ว๊าย!!” ก่อนร้องออกมาเพราะตกใจเนื่องจากคนที่เธอคิดว่าเขาหลับ ดันตื่นขึ้นมาจับมือข้างนั้นของเธอไว้ก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย “ คิดจะทำอะไร” ใบหน้าของเขาก้มลงมามอง คนใต้ล่างจึงรู้สึกหน้าร้อน เธอก้มหน้าและมุดหัวเข้าตรงอกแกร่ง พลางแอบยิ้มอ่อน “ แก้มแค่มีความสุข ที่ตื่นมาแล้วยังเห็นพี่นอนอยู่ข้างๆ” คนฟังเผยยิ้ม ก่อนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ บนหัวคนตัวเล็กจนต้องเผลอก้มลงไปสูดดม “ ทีแต่ก่อน เธอยังแอบหนีฉันไปหาผู้ชายคนอื่นอยู่เลย” “ ตอนไหนคะ!!” แก้มขวัญรีบหันไปถามพลันพลิกตัวคว่ำให้ศอกยันเตียง เพื่อให้เธอจ้องหน้าเขาที่นอนตะแคงอยู่ให้ชัดขึ้น “ ก็ตอนที่เธอ
ณ โรงแรม “ พี่ไฟเลือกชุดอะไรให้เราเนี่ย โอ้ย” แก้มขวัญนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับมองสภาพตัวเอง เธอโดนคนพี่บังคับให้ใส่ชุดนอนที่เขาเลือกให้ พลางคิดไปว่าคืนนี้เธอคงไม่รอดแน่ “ อือฮื้อ” ร่างบางดีดดิ้นไปมาอยู่ไม่สุข เมื่อในหัวคิดมโนภาพไปล่วงหน้า เวลานั้นอีกคนก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เจ้าไฟเดินออกมาพลางปรายตามองคนบนเตียงที่อยู่ในท่าทางแปลกๆ เธอนอนเอนกายบนเตียงเนื้อผ้านุ่ม ลำคอแหงนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นไหปลาร้าที่เรียวสวยรับกับสายสร้อยเส้นบางที่ประดับอยู่บนผิวเนียนละเอียด แสงจากหลอดไฟ กระทบเนื้อผ้าซาตินสีดำที่แนบไปตามเรือนร่างของหญิงสาว เนื้อผ้าลื่นไหลราวกับสายน้ำ บางเบาแต่เย้ายวน ชุดเดรสตัวนี้เป็นซาตินดำสนิท ประดับลูกไม้ตรงขอบอก เพิ่มเสน่ห์ชวนมอง เส้นสายของชุดออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ผ่าข้างเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวสวย และรูปร่างอันเป็นหญิงของเจ้าตัวเล็ก ด้ายรูดปรับขนาดตรงสะโพกยิ่งทำให้ดูอ่อนหวานปนน่าเสน่หา เส้นริบบิ้นที่ปล่อยชายระอยู่ข้างตัว คล้ายกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนเข้าไปแตะต้อง มือเรียวของเธอวางแนบลำตัว นิ้วขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังคลึงปลายผ้า ลมหายใจเร็วแรงสะท้อนถึงคว
“ ตกลงว่าคุณยอมยกให้ผมได้ไหมล่ะ” เยโด่ได้ทีก็เอาใหญ่ เห็นว่าชายหนุ่มยอมมาขอร้องด้วยตัวเองจึงหวังอยากได้ผู้หญิงที่มากับเขา “ อืม..” เจ้าไฟที่เป็นฝ่ายถูกขอเขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเยโด่เริ่มดีใจ เขาจึงได้พูดบางอย่างออกมา “ คิดว่าผมมาขอร้องคุณถึงที่ แล้วคุณจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!!!” เยโด่ถึงกับตกใจให้กับท่าทางและน้ำเสียงดูโกรธเคืองของชายหนุ่ม เขาคิดว่าเด็กสาวนั่นเป็นเพียงของเล่นของเจ้าไฟไม่มีความหมายอะไรเสียอีก เขาคิดผิดงั้นเหรอ เยโด่คิดในเวลาเดียวกันก็จ้องหน้าของอีกคนที่มองมายังเขาด้วยคิ้วขมวด และเม้มปากแน่น “ ผมจะไม่เช่าท่าเรือของคุณแล้ว!!” เจ้าไฟตะโกนออกมาด้วยท่าทีเด็ดขาด ก่อนรีบสาวขาเดินออกไป “ กีรติกร! กลับ!” มือใหญ่ดึงแขนเล็กที่กำลังจับขนมใส่ปากพลันรีบดึงลากเธอออกไป “ ไอ้โบ่ม!! ไหนมึงบอกว่ามันอยากได้ท่าเรือกู กูจะต่อลองยังไงก็ได้ไง” เยโด่ที่มองทั้งสามเดินหายไปรีบหันไปต่อว่าลูกน้องซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังของเขาทันที “ สิ่งที่นายขออาจจะมากเกินไป ดูจากหน้านายอนาลานั่นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นดูจะสำคัญกว่า คงไม่ใช่แค่เล่นๆ นะครับ” เยโด่กำมือแน่นพลางทุบลงโต๊ะเสียงดัง “







