로그인10
เพื่อความไม่ประมาท หนิงเอ๋อขออยู่ดูแลชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ต่ออีกสักสองสามวัน
หากไม่มีปัญหาอะไรตามมาก็จะเดินทางไปต่อผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ ถูกวางลงที่หน้าผากของผู้ป่วยอย่างเบามือด้วยฝีมือของชาวบ้านที่เข้ามาช่วย อันที่จริงชาวบ้านที่อยู่ในบ้านไม่ยอมออกไปไหนเกรงว่าตนเองนั้นจะติดเชื้อเข้าให้ก็เลยหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน พอรู้ว่ามียารักษาจึงวางใจและตัดสินใจออกจากบ้านมาช่วยเป็นกำลังให้กับชาวบ้านคนอื่นที่ไม่เกรงกลัวการติดเชื้อ อย่างน้อยพวกเขายังมีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่บ้าง
“ฝากจัดการตรงนี้ด้วยนะคะ”
“ได้เลยแม่หนู ทางนี้พวกข้าจัดการต่อเอง”
หนิงเอ๋อถูกเหยาเรียกออกไปคุยกันข้างนอก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“หนิงเอ๋อ ชาวบ้านพวกนั้นเป็นอย่างไร
กันบ้าง?”“ก็ดีขึ้นนะ”
“ถ้าดีแล้วพวกเราก็ต้องเดินทางกันต่อนะ”
“ยังไปไม่ได้ ข้ายังไม่แน่ใจว่าพวกชาวบ้านจะหายดีหรือเปล่าน่ะสิ ขอข้าอยู่ต่อดูอาการพวกชาวบ้านก่อน”
“งั้นเหรอ เข้าใจแล้ว ถ้าหากเจ้าพร้อมเมื่อไหร่บอกข้าก็แล้วกัน เดี๋ยววันนี้ข้าจะออกไปหาเสบียงกับพวกชาวบ้านในป่าน่ะ ตอนนี้เสบียงของหมู่บ้านมี
ไม่พอ”“ไม่ต้องไปหรอก”
หนิงเอ๋อเรียกมิติออกมาแล้วนำเสบียงขนาดเท่าภูเขาออกมาจากมิติมากองกับพื้น ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ พืชผัก ของสด ทุกอย่างมีอยู่ในกองภูเขาทั้งหมด
“เอาอีกแล้วนะหนิงเอ๋อ พลังของเจ้าน่ะมันจะทำให้พวกชาวบ้านมีปัญหาเอานะ”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้ไม่มีใครเห็น เอาเป็นว่าทำเป็นไม่รู้เรื่องก็แล้วกัน”
พูดจบ หนิงเอ๋อจึงเดินกลับเข้าไปดูแลชาวบ้านต่อ ปล่อยให้เหยายืนนิ่งด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย
“ให้ตายสิ เป็นคนแบบไหนของเขากันนะ
ข้าละไม่เข้าใจ”ในเมื่อมีเสบียงครบครันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหยาจึงได้เรียกให้ชาวบ้านที่ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรช่วยกันแบ่งเสบียงกองเท่าภูเขาให้พอดีกับชาวบ้านทุกคน
ชาวบ้านที่อาสามาช่วยก็ได้ถามเหยาประมาณว่าท่านเอาเสบียงตั้งมากมายขนาดนี้มาจากที่ใดกัน เหยาตอบปัดไปประมาณว่าข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วการสนทนาก็จบลงทั้งอย่างนั้น
เสบียงกองเท่าภูเขาลูกนี้ใช้เวลานานกว่าจะแบ่งให้ชาวบ้านทุกคนอย่างลงตัว ชาวบ้านที่นี่เมื่อได้สิ่งของอันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขานั้นทำให้เหยาได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา มันคงเป็นความสุขของคนพวกนี้นั่นแหละ ทำให้เหยาเข้าใจแล้วว่าทำไมหนิงเอ๋อถึงอยากช่วยชาวบ้าน จะบอกว่าทำเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนเองก่อเอาไว้มันก็ยังไงอยู่
“คงเป็นนิสัยของเจ้าตัวนั่นแหละ”
.
.
.
หลังจากอยู่ดูอาการชาวบ้านที่หมู่บ้านได้สองสามวัน หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางกันต่อ
การเดินทางในครั้งนี้ใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากเสบียงที่มากเกินไปทำให้รถม้าวิ่งช้าลงไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เสียเวลาในการเดินทางครั้งนี้“ก็บอกแล้วว่าอย่ารับเอาเสบียงขึ้นรถมากเกินไป เจ้านี่ไม่เคยฟังข้าพูดเลย”
“ขอโทษนะเหยา แต่ข้าปฏิเสธชาวบ้านไม่ได้”
“เจ้าต้องหัดปฏิเสธพวกเขาบ้าง”
“จะพยายามนะ”
หนิงเอ๋อพูดด้วยรอยยิ้ม ทำให้เหยาต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาขณะที่ยังคงควบคุมรถ
ม้าอยู่ทั้งสองคนรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ความสนิทกันนั้นเหมือนอยู่ด้วยกันมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพูดคุยกันหรือปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน เหยาจะเป็นคนจัดการแทนเสมอ ถึงตอนนี้ทั้งสองจะเป็นแค่ผู้รับบริการกับผู้ให้บริการแต่ไม่ว่ายังไงก็สนิทกันอยู่ดี บางทีโดนมองว่าเป็นสามีภรรยากันก็มี ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เดินทางร่วมกันมานาน
หนิงเอ๋อเป็นผู้ว่าจ้างให้เหยาไปส่งที่แคว้นหนานก็จริง แต่ด้วยความที่พูดคุยกันทำให้เป้าหมายของพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือการช่วยเหลือชาวบ้านและการฟื้นฟูแคว้นที่ล้มสลาย
!?
ขณะที่โต้เถียงกันไปมา เหยาได้เห็นอะไรบางอย่างอยู่บริเวณหนองน้ำ พอได้ใช้ความพยายามมองออกไปตรงหนองน้ำก็พบกับหญิงสาว ไม่รู้ว่าเป็นหญิงสาวหรือเปล่า ไม่แน่ใจ
“เหยา มีอะไรเหรอ?”
“ข้าเห็นคนน่ะ น่าจะเป็นผู้หญิง”
หนิงเอ๋อมองออกไปนอกรถม้านางก็เห็นเช่นกัน
“แล้วผู้หญิงคนนั้นมีอะไรเหรอ?”
“ก็ไม่มีอะไร แต่ว่า บริเวณแถวนี้น่ะมีสัตว์
ดุร้ายอาศัยอยู่เยอะ หากนางหลงเข้ามาหรือเป็นคนที่อยู่แถวนี้ก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี นางไม่ควรมาแถวนี้คนเดียว ดูสิ ไม่มีอาวุธพกติดตัว สวมเสื้อผ้าที่ดูไม่ได้ออกมาล่าสัตว์เลย พลังก็ไม่มี ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้การแน่”เห็นอย่างนี้เหยาเองก็เป็นคนห่วงคนอื่นเช่นเดียวกันกับหนิงเอ๋อ แต่ไม่ค่อยแสดงออกหากมันไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น ในกรณีนี้มันมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้เหยาแสดงออกมาด้วยความเป็นห่วงให้ได้เห็น
(หมอนี่ก็มีจุดที่น่ารักเหมือนกัน ไม่ได้สิ
คิดอะไรของเราอยู่นะ)หนิงเอ๋อถึงกับส่ายหัวไปมาเพื่อลบความคิดบ้าบอของตนเอง
จากที่เห็น ผู้หญิงคนนั้นกำลังตักน้ำในหนองน้ำก่อนจะเดินเข้าไปในป่า
เพื่อไม่ให้คาดสายตา เหยาจึงหยุดรถม้าแล้วผูกเชือกรถม้าเอาไว้ต้นไม้ก่อนจะสะกดรอยตามผู้หญิงคนนั้นไปพร้อมกับหนิงเอ๋อที่เดินตามหลัง
มาด้วย“ที่จริงเจ้าไม่ต้องตามข้ามาก็ได้ อยู่ในรถม้าจะดีเสียกว่า”
“พูดอะไรของเจ้ากันน่ะ ข้าเองก็กลัวเหมือนกันนะ”
“ช่วยไม่ได้ แต่เดินระวังด้วยนะ”
“จ้า เข้าใจแล้วจ้า”
…
24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 
23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย
21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq
20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ
19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร







