แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: มังกรเครา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-16 23:54:46

6

          เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการหาที่พักอาศัย แน่นอนว่าเหยาเตรียมเอาไว้ให้แล้ว นั่นก็เพราะว่าเหยาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้

          เดิมทีเหยานั้นไม่ใช่คนในหมู่บ้านแห่งนี้

แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างทำให้เขาต้องอยู่ที่นี่และชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ต้อนรับเขาดีด้วย ยิ่งทำให้หนิงเอ๋อสงสัยในตัวเขามากขึ้น จะบอกว่าชายหนุ่มรูปหล่อที่ชื่อเหยาคนนี้เป็นคนที่น่าติดตามมากที่สุด

          “เจ้าไปหาอาบน้ำล้างตัวเสียก่อน ส่วนข้า

ทีหลัง พอดีว่าข้ามีธุระกับหัวหน้าหมู่บ้าน”

          “เข้าใจแล้ว”

          ภายในบ้านเก่าที่อีกไม่นานก็จะพังหลังนี้อยู่บริเวณติดกับแม่น้ำซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านไปยังแคว้นฉิน

          (ชาวบ้านที่นั่นจะเป็นยังไงกันบ้างนะ)

          หลังจากอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

หนิงเอ๋อก็เข้ามาอยู่ในบ้าน

          ภายในบ้านมีโต๊ะอาหารแล้วก็ยังมีผลไม้วางอยู่ในตะกร้า แล้วหนิงเอ๋อตอนนี้ก็หิวแล้วเหมือนกัน จึงนำผลไม้มาปอกแล้ววางใส่จานให้ดูน่ากินก่อนจะหยิบเข้าปากประทังความหิวของตัวเอง

          อันที่จริงหนิงเอ๋อสามารถใช้มิติแห่งความต้องการเพื่อเอาอาหารออกมาได้ตามความต้องการของตนเอง แต่เพราะนางไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงพลังที่นางมี นางจึงปกปิดเอาไว้แล้วทำให้ตนเองนั้นเป็นคนธรรมที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

          ดูเหมือนว่าเหยาจะกลับมาแล้ว เหยามาพร้อมกับเสบียงอาหารในชาม เขาน่าจะเอามาจากชาวบ้านนั่นแหละ

          “อ้าว เจ้าอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ เร็วแท้”

          “ใช่ ข้าอาบเสร็จแล้วน่ะ”

          เหยานำชามอาหารที่เอามาจากชาวบ้านวางไว้บนโต๊ะ

          “มา กินข้าวกันก่อน”

          ในเมื่อเจ้าของบ้านชวนกินข้าว มีเหรอที่จะปฏิเสธ

          ถ้วยสองใบบนโต๊ะนี้เป็นหมูตุ๋นน้ำแดงราดข้าว น้ำซุปเต็มจนเกือบล้นชามที่ดูเหมือนข้าวต้มนี้ถือเป็นอาหารมื้อแรกของหนิงเอ๋อในการมาอยู่บนโลกแห่งนี้

          แต่ก่อนจะกินข้าว หนิงเอ๋อสังเกตที่ร่างกายของเหยา ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนชุดไปแล้ว

          “เหยา นี่เจ้าอาบน้ำแล้วเหรอ?”

          “ใช่ ข้าอาบน้ำแล้ว ใกล้ๆ กับที่เจ้าอาบน้ำนั่นแหละ”

          “หมายความว่ายังไง? เจ้าไม่ได้แอบมองข้าหรอกนะ?”

          “ไม่ได้แอบมอง แต่ก็เห็นอยู่บ้าง เอาเถิดน่า ข้าไม่ใช่คนแบบที่เจ้าคิดหรอก เห็นอย่างนี้ตัวข้าน่ะเคยเป็น”

          แล้วเหยาก็ได้ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้หนิงเอ๋อ

          (ตกลงแล้วเป็นอะไร ทำไมไม่พูดต่อ อยากรู้)

          หนิงเอ๋อลืมเรื่องที่ถูกเหยามองตอนอาบน้ำไปทั้งอย่างนั้น นางสงสัยมากว่าแต่ก่อนเหยาเคยเป็นอะไร หากเป็นอดีตที่เลวร้ายมันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่

          .

          .

          .

          หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสองจึงนอนพักผ่อนในห้องเดียวกัน แต่นอนคนละเตียงกันนะ

          “สีหน้าของเจ้าดูไม่ดีเลย หรือเป็นเพราะเรื่องโจรพวกนั้น”

          “นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่พวกนั้นน่ะสมควรต้องตายเหรอ?”

          “ใช่ เจ้าพวกนั้นสมควรตาย อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้า พวกมันน่ะฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี

ตายไปน่ะดีแล้ว”

          ถึงจะพูดให้หนิงเอ๋อเข้าใจ แต่ความรู้สึกกลัวมันก็ยังคงอยู่

          หนิงเอ๋อยังแปลกใจตนเองที่ได้ผ่านประสบการณ์เรื่องเลวร้ายนั้นมาได้ หากเลือกได้นางไม่อยากเจอประสบการณ์แบบนี้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรมันก็ออกจะน่ากลัวไปสำหรับผู้หญิง

          เพื่อไม่ให้ตนเองต้องกลัว หนิงเอ๋อจึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกัน

          “เหยา ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยจะได้ไหม?”

          “ได้สิ เจ้าอยากถามอะไรข้า?”

          “เมื่อตอนกินข้าวน่ะ จะบอกว่าเจ้าเป็นอะไร?”

          “เรื่องนั้นเองหรอกเหรอ”

          “มันคาใจข้า เพราะเจ้าเล่นพูดไม่จบ ข้าก็อดสงสัยไม่ได้”

          “ได้สิ ข้าจะบอก แต่ว่า พอข้าบอกเจ้า เจ้าก็ต้องบอกข้าเหมือนกัน เรื่องที่เจ้าซ่อนพลังของเจ้าเอาไว้น่ะ”

          มิติแห่งความต้องการอาจจะเป็นพลังที่เหยาพูดถึงก็ได้

          ตอนเจอกันครั้งแรกจนมาถึงตอนนี้ หนิงเอ๋อไม่เคยใช้มิติเลยสักครั้งเดียว

          (รู้ด้วยเหรอว่าเรามีพลัง)

          ก็ได้เมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงพลังแล้วจะปกปิดไปมันก็ไม่มีประโยชน์

          “เข้าใจแล้ว ข้าจะบอกเหยาก็แล้วกัน แต่เจ้าต้องบอกข้าก่อนนะ”

          “ตกลง”

          เหยาเปลี่ยนท่านอนจากนอนตะแคงเป็นนอนหงายก่อนจะเริ่มเล่าให้หนิงเอ๋อฟัง

          “เดิมทีแล้ว ข้าน่ะเคยเป็นทหารองครักษ์มาก่อน แต่เพราะเกิดเรื่องนั้นขึ้น ข้าจึงลาออกจากการเป็นทหารองครักษ์ เหตุผลนั้นก็เพราะว่าเหล่าขุนนางไม่สนใจใยดีพวกชาวบ้านแต่ละแคว้นน่ะสิ แล้วก็เกิดปัญหาเรื่องเสบียง แค่นั้นยังไม่พอ สภาพอากาศก็เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้แบบที่เคยทำ เจ้าน่ะไปแคว้นฉินมาแล้วก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี การเกษตรคือสิ่งสำคัญสำหรับชาวบ้าน เมื่อขาดมันไปแล้วก็ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ พวกชาวบ้านถึงได้อดอยากและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ถึงจะมีเสบียงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ต้องส่งให้เมืองหลวงที่อยู่นอกเขตของแคว้นทั้งหมดเพื่อให้ตนเองได้รอดชีวิต พอไม่มีเสบียงส่งไปให้เมืองหลวง แคว้นก็หมดประโยชย์ พวกเขาถูกทอดทิ้ง”

          นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาลาออกจากทหารองครักษ์มาเป็นคนธรรมดา สีหน้าของเหยามีแต่ความโกรธแค้นไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางให้อภัยการกระทำของพวกขุนนางได้

          (เหยาคงมีประสบการณ์ผ่านอะไรมาเยอะ เขาคงจะแค้นคนพวกนั้นมากสินะ)

          พอได้พูดถึงเรื่องราวของตนเอง เหยาจึงถามเรื่องของหนิงเอ๋อบ้าง แล้วตอนนี้สีหน้าของเหยาก็เริ่มดีขึ้น คงเป็นเพราะได้ระบายความรู้สึกของตนเองให้หนิงเอ๋อฟังนั่นแหละ

          “แล้วเรื่องของเจ้าล่ะ ข้าขอฟังหน่อย”    

          …

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 24 จบ

    24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 23

    23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 22

    22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 21

    21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 20

    20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 19

    19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status