เข้าสู่ระบบ6
เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการหาที่พักอาศัย แน่นอนว่าเหยาเตรียมเอาไว้ให้แล้ว นั่นก็เพราะว่าเหยาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้
เดิมทีเหยานั้นไม่ใช่คนในหมู่บ้านแห่งนี้
แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างทำให้เขาต้องอยู่ที่นี่และชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ต้อนรับเขาดีด้วย ยิ่งทำให้หนิงเอ๋อสงสัยในตัวเขามากขึ้น จะบอกว่าชายหนุ่มรูปหล่อที่ชื่อเหยาคนนี้เป็นคนที่น่าติดตามมากที่สุด“เจ้าไปหาอาบน้ำล้างตัวเสียก่อน ส่วนข้า
ทีหลัง พอดีว่าข้ามีธุระกับหัวหน้าหมู่บ้าน”“เข้าใจแล้ว”
ภายในบ้านเก่าที่อีกไม่นานก็จะพังหลังนี้อยู่บริเวณติดกับแม่น้ำซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านไปยังแคว้นฉิน
(ชาวบ้านที่นั่นจะเป็นยังไงกันบ้างนะ)
หลังจากอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
หนิงเอ๋อก็เข้ามาอยู่ในบ้านภายในบ้านมีโต๊ะอาหารแล้วก็ยังมีผลไม้วางอยู่ในตะกร้า แล้วหนิงเอ๋อตอนนี้ก็หิวแล้วเหมือนกัน จึงนำผลไม้มาปอกแล้ววางใส่จานให้ดูน่ากินก่อนจะหยิบเข้าปากประทังความหิวของตัวเอง
อันที่จริงหนิงเอ๋อสามารถใช้มิติแห่งความต้องการเพื่อเอาอาหารออกมาได้ตามความต้องการของตนเอง แต่เพราะนางไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงพลังที่นางมี นางจึงปกปิดเอาไว้แล้วทำให้ตนเองนั้นเป็นคนธรรมที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ดูเหมือนว่าเหยาจะกลับมาแล้ว เหยามาพร้อมกับเสบียงอาหารในชาม เขาน่าจะเอามาจากชาวบ้านนั่นแหละ
“อ้าว เจ้าอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ เร็วแท้”
“ใช่ ข้าอาบเสร็จแล้วน่ะ”
เหยานำชามอาหารที่เอามาจากชาวบ้านวางไว้บนโต๊ะ
“มา กินข้าวกันก่อน”
ในเมื่อเจ้าของบ้านชวนกินข้าว มีเหรอที่จะปฏิเสธ
ถ้วยสองใบบนโต๊ะนี้เป็นหมูตุ๋นน้ำแดงราดข้าว น้ำซุปเต็มจนเกือบล้นชามที่ดูเหมือนข้าวต้มนี้ถือเป็นอาหารมื้อแรกของหนิงเอ๋อในการมาอยู่บนโลกแห่งนี้
แต่ก่อนจะกินข้าว หนิงเอ๋อสังเกตที่ร่างกายของเหยา ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนชุดไปแล้ว
“เหยา นี่เจ้าอาบน้ำแล้วเหรอ?”
“ใช่ ข้าอาบน้ำแล้ว ใกล้ๆ กับที่เจ้าอาบน้ำนั่นแหละ”
“หมายความว่ายังไง? เจ้าไม่ได้แอบมองข้าหรอกนะ?”
“ไม่ได้แอบมอง แต่ก็เห็นอยู่บ้าง เอาเถิดน่า ข้าไม่ใช่คนแบบที่เจ้าคิดหรอก เห็นอย่างนี้ตัวข้าน่ะเคยเป็น”
แล้วเหยาก็ได้ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้หนิงเอ๋อ
(ตกลงแล้วเป็นอะไร ทำไมไม่พูดต่อ อยากรู้)
หนิงเอ๋อลืมเรื่องที่ถูกเหยามองตอนอาบน้ำไปทั้งอย่างนั้น นางสงสัยมากว่าแต่ก่อนเหยาเคยเป็นอะไร หากเป็นอดีตที่เลวร้ายมันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่
.
.
.
หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสองจึงนอนพักผ่อนในห้องเดียวกัน แต่นอนคนละเตียงกันนะ
“สีหน้าของเจ้าดูไม่ดีเลย หรือเป็นเพราะเรื่องโจรพวกนั้น”
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่พวกนั้นน่ะสมควรต้องตายเหรอ?”
“ใช่ เจ้าพวกนั้นสมควรตาย อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้า พวกมันน่ะฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี
ตายไปน่ะดีแล้ว”ถึงจะพูดให้หนิงเอ๋อเข้าใจ แต่ความรู้สึกกลัวมันก็ยังคงอยู่
หนิงเอ๋อยังแปลกใจตนเองที่ได้ผ่านประสบการณ์เรื่องเลวร้ายนั้นมาได้ หากเลือกได้นางไม่อยากเจอประสบการณ์แบบนี้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรมันก็ออกจะน่ากลัวไปสำหรับผู้หญิง
เพื่อไม่ให้ตนเองต้องกลัว หนิงเอ๋อจึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกัน
“เหยา ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยจะได้ไหม?”
“ได้สิ เจ้าอยากถามอะไรข้า?”
“เมื่อตอนกินข้าวน่ะ จะบอกว่าเจ้าเป็นอะไร?”
“เรื่องนั้นเองหรอกเหรอ”
“มันคาใจข้า เพราะเจ้าเล่นพูดไม่จบ ข้าก็อดสงสัยไม่ได้”
“ได้สิ ข้าจะบอก แต่ว่า พอข้าบอกเจ้า เจ้าก็ต้องบอกข้าเหมือนกัน เรื่องที่เจ้าซ่อนพลังของเจ้าเอาไว้น่ะ”
มิติแห่งความต้องการอาจจะเป็นพลังที่เหยาพูดถึงก็ได้
ตอนเจอกันครั้งแรกจนมาถึงตอนนี้ หนิงเอ๋อไม่เคยใช้มิติเลยสักครั้งเดียว
(รู้ด้วยเหรอว่าเรามีพลัง)
ก็ได้เมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงพลังแล้วจะปกปิดไปมันก็ไม่มีประโยชน์
“เข้าใจแล้ว ข้าจะบอกเหยาก็แล้วกัน แต่เจ้าต้องบอกข้าก่อนนะ”
“ตกลง”
เหยาเปลี่ยนท่านอนจากนอนตะแคงเป็นนอนหงายก่อนจะเริ่มเล่าให้หนิงเอ๋อฟัง
“เดิมทีแล้ว ข้าน่ะเคยเป็นทหารองครักษ์มาก่อน แต่เพราะเกิดเรื่องนั้นขึ้น ข้าจึงลาออกจากการเป็นทหารองครักษ์ เหตุผลนั้นก็เพราะว่าเหล่าขุนนางไม่สนใจใยดีพวกชาวบ้านแต่ละแคว้นน่ะสิ แล้วก็เกิดปัญหาเรื่องเสบียง แค่นั้นยังไม่พอ สภาพอากาศก็เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้แบบที่เคยทำ เจ้าน่ะไปแคว้นฉินมาแล้วก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี การเกษตรคือสิ่งสำคัญสำหรับชาวบ้าน เมื่อขาดมันไปแล้วก็ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ พวกชาวบ้านถึงได้อดอยากและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ถึงจะมีเสบียงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ต้องส่งให้เมืองหลวงที่อยู่นอกเขตของแคว้นทั้งหมดเพื่อให้ตนเองได้รอดชีวิต พอไม่มีเสบียงส่งไปให้เมืองหลวง แคว้นก็หมดประโยชย์ พวกเขาถูกทอดทิ้ง”
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาลาออกจากทหารองครักษ์มาเป็นคนธรรมดา สีหน้าของเหยามีแต่ความโกรธแค้นไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางให้อภัยการกระทำของพวกขุนนางได้
(เหยาคงมีประสบการณ์ผ่านอะไรมาเยอะ เขาคงจะแค้นคนพวกนั้นมากสินะ)
พอได้พูดถึงเรื่องราวของตนเอง เหยาจึงถามเรื่องของหนิงเอ๋อบ้าง แล้วตอนนี้สีหน้าของเหยาก็เริ่มดีขึ้น คงเป็นเพราะได้ระบายความรู้สึกของตนเองให้หนิงเอ๋อฟังนั่นแหละ
“แล้วเรื่องของเจ้าล่ะ ข้าขอฟังหน่อย”
…
24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 
23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย
21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq
20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ
19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร







