Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-07-16 23:55:21

7

          “ต่อไปก็เป็นเรื่องของข้าสินะ”

          หนิงเอ๋อเรียบเรียงคำพูดของตนเองในหัว

          “ข้าน่ะ เดิมทีแล้วไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ จะบอกว่าข้ามาจากอนาคตอันไกลโพ้นก็ได้ โลกเก่าที่ข้าเคยอาศัยอยู่นั้นตัวของข้ามีหน้าที่การงานที่มั่นคง หลังจากข้าตายแล้วก็พบกับท่านเซียน ท่านเซียนนั้นได้ให้ข้าเกิดใหม่อีกครั้งแล้วได้ให้พลังแก่ข้า พลังของข้าถูกเรียกว่า มิติแห่งความต้องการ หากข้าอยากได้อะไรก็สามารถทำให้ความต้องนั้นเป็นจริง อย่างเช่น”

          หนิงเอ๋อแสดงพลังตนเองให้เหยาได้เห็นเป็นขวัญตา สิ่งที่นางเอาออกมานั้นเป็นลูกมะม่วงให้เหยาได้เห็นว่าพลังของข้ามันก็ประมาณนี้

          “ที่ข้าต้องเกิดมาใหม่นั้นเป็นเพราะข้าจะต้องชดใช้หนี้ที่ข้าได้ก่อในโลกเก่าของข้า ข้าจึงต้องเกิดใหม่ สิ่งที่ข้าต้องทำเพื่อชดใช้ก็คือการช่วยเหลือชาวบ้านแต่ละแคว้น”

          “แบบนี้นี่เอง เจ้าถึงได้อยากจะไปที่แคว้นหนาน”

          “สิ่งที่ข้าเล่าให้ฟังเจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อก็ได้”

          “แต่ข้าเชื่อนะ เจ้าน่ะเป็นคนที่โกหกไม่เป็น”

          “ทำไมถึงคิดอย่างนั้น?”

          “ไม่รู้สิ คงเป็นความรู้สึกของข้ามั่ง”

          เหยาพูดด้วยรอยยิ้ม ทำให้หนิงเอ๋อหน้าแดงเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าทำไมหน้าแดง แต่ด้วยความเชื่อของเหยาทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาทันที

          “หนิงเอ๋อ พลังของเจ้าน่ะ ใช้ได้ตลอดเลยใช่หรือไม่?”

          “ใช่ พลังของข้าใช้ได้ตลอด แต่ใช้บ่อยไปมันก็ทำให้เหนื่อยเหมือนกัน”

          “เป็นธรรมดาของผู้มีพลัง ข้ามองว่า พลังของเจ้าไม่ควรให้ใครได้รับรู้นะ เพราะว่าหากเจ้าสามารถใช้ความคิดของเจ้าเพื่อให้ได้สิ่งของที่ต้องการ มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก พลังของเจ้าหากดูมองในแง่ของการช่วยเหลือผู้คนมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางกลับกัน มันอาจจะเป็นพลังที่ทำร้ายผู้คนในระยะยาวก็ได้”

          “ข้าเองก็คิดเหมือนกัน แต่ว่า ชาวบ้านที่แคว้นฉินรู้กันหมดแล้ว”

          “ช่วยไม่ได้ หากเป็นไปได้เจ้าอย่าได้ใช้พลังของเจ้าเป็นอันขาด ถ้าเจ้ามีความจำเป็นในการใช้พลัง เจ้าจะต้องใช้โดยไม่ให้ใครคนอื่นเขารู้นะ”

          “เข้าใจแล้ว”

          “ถ้าเข้าใจแล้วก็ดี”

          “จะว่าไป พลังของเหยาน่ะ เป็นพลังแบบไหนเหรอ?”

          “พลังของข้าเหรอ? เป็นพลังเน้นการต่อสู้น่ะ อย่างที่ข้าพูดเอาไว้ เพราะข้าเคยเป็นทหารองครักษ์ก็เลยมีพลังนี้ติดตัวมาตั้งแต่ตอนนั้น น้อยคนนักที่จะมีพลังแบบพวกเรา ข้าคิดว่า คงจะเป็นพลังของเทพพระเจ้าที่ได้ให้กับคนมีคุณธรรม ตัวข้าและก็ตัวเจ้าด้วยนะหนิงเอ๋อ”

          ถึงท่านเซียนจะไม่ได้อวดว่าตนเองนั้นเป็นเทพพระเจ้า หนิงเอ๋อเชื่อว่าการทำให้ตนเองเกิดใหม่พร้อมกับให้พลังมิตินี้ด้วยแล้วท่านเซียนคงจะเป็นเทพพระเจ้านั่นแหละ

          (ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ)

          .

          .

          .

          เช้าวันรุ่งขึ้น หนิงเอ๋อออกจากบ้านเพื่อออกมาสูดบรรยากาศยามเช้า ไม่ใช่แค่หนิงเอ๋อหรอกนะ ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกมาทำงาน ส่วนเหยานั้นน่ะเหรอ เขายังคงนอนอยู่ที่เตียงพร้อมกับส่งเสียงกรนดังลั่นบ้าน ทำให้หนิงเอ๋อนอนหลับๆ ตื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง

          (จะให้เรานอนหลับลงได้ยังไง เสียงดังซะขนาดนั้น)

          เมื่อไม่มีเหยาอยู่ก็ไม่เป็นไร

          หนิงเอ๋อจึงใช้เวลาช่วงเช้าเดินสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านที่นี่ดูมีชีวิตชีวาต่างจากแคว้นฉินอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส หันหน้าพูดคุยกันและช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

          ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือชาวบ้านหมู่บ้านแห่งนี้ปลูกพืชผักเอาไว้ใช้กินกัน หากมีไม่พอก็จะแบ่งกัน แทบจะไม่ได้ใช้เงินสักแดง

          “ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ไว้กินเหรอ?”

          “ไม่ใช่หรอกนะ”

          เหยาได้ยินหนิงเอ๋อพูดกับตัวเอง เขาจึงตอบให้นางได้ยิน ทำให้หนิงเอ๋อหันหลังกลับไปหาเหยา

          “ที่นี่เลี้ยงหมูเอาไว้กินน่ะ แล้วก็จะมีชาวบ้านแบ่งหน้าที่กันออกไปหาปลาในทะเลสาบด้วย ข้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น”

          “ที่เหยาไปนอนใต้ต้นไม้ก็เพราะหาปลาสินะ”

          “นั่นก็ใช่ แต่ว่าเมื่อวานน่ะข้าตั้งใจจะไปจัดการกับโจร โชคดีที่เจอพวกมัน เมื่อวานหลังจากมาที่หมู่บ้าน ข้าได้ให้ชาวบ้านไปจัดการทำลายซากศพพวกมันแล้ว ต่อไปนี้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็จะไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไป เอาเป็นว่าวันนี้พักผ่อนกันที่หมู่บ้านก่อนออกเดินทางดีกว่า แล้วเจ้าก็อย่าออกไปไหนไกล ข้าขี้เกียจไปตามหาเจ้า”

          พูดจบเหยาก็หาวอ้าปากกว้างพอที่จะกินหมูทั้งตัวเข้าไปได้เลย

          แล้วเหยาก็กลับเข้าบ้านไป

          (ออกจากบ้านมาเพื่อบอกเรื่องนี้กับเราสินะ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้)

          ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็เป็นความหวังดีจากเหยาที่มีต่อหนิงเอ๋อ

          การได้มาที่หมู่บ้านแห่งนี้ทำให้หนิงเอ๋อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นางสนใจเกี่ยวกับการเลี้ยงชีพเกษตรกรของชาวบ้าน พอได้ความรู้ตรงนี้ก็เอามันไปใช้ประโยชน์กับแคว้นอื่นได้ แม้ว่านางจะมีความรู้ด้านนี้พอช่วยเหลือแคว้นฉินอยู่ได้บ้าง แต่มันก็แค่ขั้นตอนพื้นฐานเท่านั้น

          “ทำได้แน่ เราเอาความรู้ที่ได้ไปต่อยอดได้แน่”

          หนิงเอ๋อพูดกับตนเองไปด้วยยิ้มไปด้วยอย่างมีความสุขโดยที่นางไม่รู้เลยว่าพวกชาวบ้านมองอยู่ ไม่ใช่มองไปทั่วไปนะแต่มองแบบ นางคนนี้แปลกประหลาด พูดคนเดียวก็ได้

          สักพักนางก็รู้ตัวว่าถูกจ้องมองด้วยสายตาประมาณว่าทำอะไรของมันกันน่ะ

          (ไม่ได้ๆ เราจะพูดคนเดียวแบบนี้ให้คนอื่นเห็นไม่ได้ เดี๋ยวเขาหาว่าเราเป็นคนบ้า)

          …

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 24 จบ

    24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 23

    23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 22

    22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 21

    21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 20

    20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 19

    19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status