LOGIN5
นี่ไม่ใช่ความรู้สึกดีเลยเมื่อมันเข้ามาสัมผัสที่ใบหน้า หากปล่อยเอาไว้มันจะเข้าโจมตีเราทันที
ใช่แล้ว ยุงป่า มันเป็นตัวปัญหาในการเดินทางของ หนิงเอ๋อ แต่ดีที่นางใช้ยาทาเพื่อไม่ให้ยุงเข้ามากัด แล้วยาทาที่ว่านี้เป็นของที่นางเอาออกมาจากมิติแห่งความต้องการ มีทุกอย่างที่ต้องการขนาดรถแม็คโครยังเอาออกมาได้เลย เรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้
(ขึ้นรถม้าครั้งแรกมันก็ไม่ได้แย่หรอกนะ)
รถม้าที่ถูกควบคุมโดยเหยาผู้ซึ่งเป็นเจ้าของรถม้าคันนี้ เขากำลังควบคุมรถม้าเพื่อไปส่งหนิงเอ๋อที่แคว้นหนานซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไกลอยู่พอสมควร
“เจ้านอนไปเถิด อีกหลายวันกว่าจะถึง
แล้วเราก็ต้องแวะพักที่หมู่บ้านด้วย”“ไม่เป็นไร ข้ายังไหว”
“งั้นเหรอ แล้วเจ้าไปทำอะไรที่แคว้นหนาน?”
“ฟื้นฟูแคว้นน่ะ”
เหยาไม่ได้พูดอะไร แต่เขากลับหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกของตัวเอง
ก็รู้อยู่ว่าเหยาจะต้องแสดงอาการแบบนี้ ไม่ใช่แค่เหยา ทุกคนที่ได้ฟังก็คงไม่ต่างกับเหยา หนิงเอ๋อไม่รู้ว่าแคว้นหนานเป็นอย่างไร แต่พอลองได้ช่วยเหลือแคว้นฉินถึงได้รู้ ไม่ว่ามันจะมีสภาพที่แย่กว่าแค่ไหนก็ตาม หากฟื้นฟูมันได้ก็เท่ากับประสบความสำเร็จ
“ขอโทษนะ ขำจนปวดท้อง”
“ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเจ้า อยากจะขำก็ขำไป”
หนิงเอ๋อรู้สึกหงุดหงิดและโกรธเหยาในสิ่งที่นางพูด
“อย่าได้โกรธข้าเลยนะ”
“ข้าไม่ได้โกรธเจ้าสักหน่อย”
“เอาเถิด ที่เจ้าบอกว่าจะฟื้นฟูน่ะ เจ้าจะทำอย่างไร?”
“ข้ามีวิธีของข้าก็แล้วกัน”
“บอกปัดกันสินะ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของเจ้า ส่วนข้าก็มีเรื่องของข้า ต่างคนต่างมีเรื่องไม่เหมือนกันด้วย เอาเป็นว่า ต่างคนต่างไม่ยุ่งเป้าหมายของกันและกัน”
(ไม่ได้ถามสักหน่อย จะมาบอกกันทำไม)
หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ต่างคนต่างเงียบไป
!?
รถม้าที่นั่งอยู่ก็จอดชะงักทันที ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่เส้นทางไปต่อมีสิ่งกีดขวางอย่างพวกท่อนไม้และกิ่งไม้ มันไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่มันเกิดจากฝีมือมนุษย์
“จอดทำไม?”
“หนิงเอ๋อ ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกพวกโจรดักทางเอาไว้หมดแล้ว ดูข้างหน้าสิ ไปต่อไม่ได้แล้วด้วย เห็นไหม?”
หนิงเอ๋อมองข้ามหลังเหยาเพื่อดูเส้นทางข้างหน้า มันมีท่อนไม้และกิ่งไม้ขวางทาง
“เจ้าเอาออกได้ไหม?”
“ได้อยูแล้ว แต่พวกเราต้องระวังพวกโจร อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้าว่าป่าแถวนี้มีพวกโจรอยู่กันเยอะ หนิงเอ๋อ เจ้าน่ะอยู่ที่รถม้าอย่าออกมาข้างในเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว”
เหยาไม่ทันจะได้ลงจากหลังม้า จู่ๆ ก็มีพวกโจรพุ่งออกมาจากป่าข้างทาง
สถานการณ์ไม่สู้ดี แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะทีนี้
.
.
.
รอบตัวหนิงเอ๋อและเหยาเต็มไปด้วยกลุ่มโจรหลายคน พวกมันใช้เวลาปิดเส้นทางการเดินรถ
เพื่อคอยดักรอคนที่เดินทางเส้นทางนี้ แล้วตอนนี้ทั้งสองคนก็ตกเป็นเหยื่อของพวกมัน(แล้วเราจะทำยังไงดี!)
“ปล่อยพวกเราไปเถิด ในรถม้าไม่มีอะไร มีแต่เมียข้ากับข้าสองคน”
หนึ่งในพวกมันชำเลืองดูภายในรถม้า
พบหญิงสาวนั่งตัวสั่นระริกซึ่งก็คือหนิงเอ๋อ นอกจากนั้นก็มีผลไม้ในรถม้าซึ่งเป็นของเหยาที่เก็บมาจากข้างทาง แล้วมันก็ออกไปรายงานพวกของมัน น่าจะเป็นหัวหน้าของมัน“จับตัวพวกมันไป”
หัวหน้าโจรออกคำสั่งลูกน้อง
เหยาและหนิงเอ๋อถูกพวกมันจับตัวแล้วถูกมันบังคับให้นั่งคุกเข่า หัวหน้าโจรเดินเข้ามาดูใกล้ๆ พร้อมกับแสดงท่าทางข่มขู่
“เมียของเจ้าเหรอ?”
“ใช่ เมียของข้าเอง”
“หน้าตาใช้ได้นี่นา”
หัวหน้าโจรมือไปจับที่คางหนิงเอ๋อมองดูเหมือนกับว่านางเป็นสิ่งของสำหรับพวกมัน แต่การกระทำของพวกมันคงต้องหยุดลงเพียงแค่นี้
!?
เหยาที่ถูกพวกมันมัดมือแล้วบังคับให้คุกเข่า กำลังทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะทำ
พวกโจรที่เข้ามาอยู่ใกล้ๆ เหยาและหนิงเอ๋อ ถูกอะไรบางอย่างฟาดฟันจนร่างของพวกมันขาดออกจากกัน แม้แต่หัวหน้าโจรของพวกมันก็ด้วย
ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นไม่ต่างกับก้อนเนื้อที่ตกลงพื้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ เสื้อผ้าที่สวมเสื้อของทั้งสองคนเต็มไปด้วยเลือด กลิ่นคาวของเหลือแทบจะอยากให้หนิงเอ๋ออาเจียนออกมา
เหลือเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ใครกันล่ะที่เป็นคนทำ
เหยา
ใช่แล้ว คนที่ทำแบบนี้มีเพียงเหยาแค่คนเดียวเท่านั้น ถึงหนิงเอ๋อจะมีพลังมิติแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คร่าชีวิตพวกโจรได้หรอก
เหยาที่ยืนขึ้นก่อนใคร ถืออาวุธของมีคมซึ่งน่าจะเป็นดาบทั้งสองมือ เขาไม่ใช่คนธรรมดา
เหยาเป็นใครกันแน่
“รอดตัวไปนะพวกเรา”
เหยาหันหน้าไปหาหนิงเอ๋อ แต่นางเอาแต่ตัวสั่นระริก เหยาเข้าใจแหละว่านางกลัว
“หนิงเอ๋อ หนิงเอ๋อ!”
พอขึ้นเสียงนางก็รู้สึกตัว ความกลัวเมื่อครู่ก็ได้หายไป
“ข้าจัดการพวกนั้นหมดแล้ว พวกเราปลอดภัยแล้วนะ”
“อ่า อื่ม”
สติของหนิงเอ๋อยังมาไม่เต็มร้อย ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนจึงรีบเดินทางกันต่อ อีกไม่นานหลังจากนี้พระอาทิตย์ก็จะตกดิน ทำให้การเดินทางนั้นยากลำบากมากขึ้น
“ถ้าไม่อยากใส่เสื้อผ้าเปื้อนเลือด เจ้าจะถอดก็ได้นะ ข้าไม่ว่าหรอก”
“จะบ้าเหรอ”
“ล้อเล่น จะว่าไปพวกโจรพวกนั้นน่ะมันชั่วเกินเยียวยา พวกมันน่ะฆ่าคนเหมือนผักปลาอย่างไร้ความปราณี สมควรแล้วแหละที่พวกมันตาย”
การสนทนาจบลงเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงหมู่บ้านข้างหน้า แต่หนิงเอ๋อกลับไม่ดีใจที่เข้ามาอยู่ในที่ปลอดภัย แต่นางยังมีความสงสัยในตัวของเหยา
(ชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเป็นใครกันแน่?)
…
24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 
23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย
21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq
20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ
19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร







