Home / มาเฟีย / มือปืนกระชากเธอ / บทที่ 1 นาทีจนตรอก

Share

บทที่ 1 นาทีจนตรอก

last update publish date: 2026-07-09 15:13:19

         

                                   บทที่ 1

                                นาทีจนตรอก

อาทิตย์ก่อน

เสียงประตูห้องเช่าขนาดกลางถูกเคาะดังระงม ร่างบางรู้แล้วฝีมือใครจึงได้แต่เงียบ สิ่งที่กำลังทำอยู่หยุดชะงักกลางคัน ความกลัวจะถูกได้ยินทำให้เธอวางตะหลิวลงอย่างเบามือ ไม่พอยังปิดสวิตซ์ของหม้อทอดไฟฟ้าด้วย พลางเช็ดมือที่เปียกชื้นไม่รู้เพราะเหงื่อหรือเครื่องปรุงเลอะเทอะ แต่ไม่กล้าเปิดก๊อกน้ำ

“มีใครอยู่.. พรีม ไอ้พัชร ใครอยู่ในนั้นออกมาสิ”

เป็นเจ้าหนี้ของพี่ชาย ที่ช่วงนี้มักจะวนเวียนบ่อย เนื่องจากพี่ชายเธอไม่จ่าย 

ริมฝีปากกลีบสวยถูกฟันคมกัดจนห้อเลือด จากที่ต้องการเพียงเช็ดคราบกลับขยุ้มชายผ้าจนรู้สึกเจ็บ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกจ้องไปที่ประตู ลมหายใจหอบกระชั้นในตอนนี้บ่งบอกถึงความกลัวนั่นเพราะเธออยู่คนเดียว 

ช่วงค่ำใกล้จะดึกขนาดนี้ก็ยังไม่เว้น หากจะถามว่ามันกล้ามาเคาะได้ยังไง ทั้งที่เป็นห้องเช่าส่วนบุคคล บอกเลยห้องของเธออยู่ชั้นพื้นดินที่ไม่มีอะไรกั้น แม้แต่ผู้รักษาความปลอดภัยที่เจ้าของตึกจ้างไว้ก็มาสำรวจบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่นั่งอยู่ในป้อม ดื่มกาแฟตอนเช้า และเลื่อนโทรศัพท์ชิลล์ๆ จะออกมาสักครั้งก็คงเป็นช่วงที่เจ้าของอยู่ ไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก เว้นแต่จะมีคนโทรไปแจ้ง ซึ่งเธอเองก็เคยลองมาแล้วหลายครั้ง ทว่ามาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น พอเจอนักเลงกว่าเข้าหน่อยก็ไม่กล้าอีก 

อนิจจา

ก็อก! ก็อก! ก็อก!

“รู้นะว่ามีคนอยู่ในนั้น ออกมาคุยกันหน่อย”

เอาไงดี..  

เธอจำได้พี่ชายของเธอสั่งเอาไว้ว่า.. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าเปิดประตูออกไปเด็ดขาด มันไม่กล้าพังประตูเข้ามาหรอก เพราะนั่นเท่ากับทำลายทรัพย์สินของคนอื่น แต่กว่าจะถึงเวลานั้นเธอจะหัวใจวายก่อนไหม แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือหาเงินไปใช้หนี้ หรือไม่ก็อย่าติดหนี้ใคร กลับเลือกที่จะสั่งเธอ ส่วนตัวเองหายหัวไปไหนไม่รู้

“รับสิพัชร..”

ตอนนี้เธอเข้ามาแอบอยู่ในห้องน้ำแล้ว ท่ามกลางเสียงเคาะที่ยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง เกรงใจเพื่อนข้างห้องก็เกรงใจ จะย้ายขึ้นไปชั้นอื่นก็ห้องเต็ม จะออกไปเช่าที่อื่นก็ไม่มีปัญญาอีก ค่ามัดจำแพงแสนแพง ไม่พอไหนจะอยู่ไกลมหาลัย พอจะหางานทำกลับไม่มีงานไหนรับเด็กพาร์ทไทม์เลย 

(ฮัลโหล..)

“พัชร มันมาอีกแล้วพัชร”

(ใคร?)

“เจ้าหนี้พัชรไง พัชรอยู่ไหนเนี่ย พรีมกลัว”

(ก็อย่าออกไป..) 

“แต่ว่าพัชร มันไม่ยอมไปสักที คราวนี้อยู่นานมาก แถมยังเคาะดังขึ้นเรื่อยๆด้วย พรีมเกรงใจเค้า”

(มีเงินสักห้าพันไหมล่ะ)

“ห๊ะ...”

(ก็ถ้ามีเงินห้าพันก็จ่ายให้มันไป จะได้จบๆ)

“บ้าเหรอ พรีมจะเอามาจากไหน”

(งั้นพรีมก็อย่าออกไปสิ แค่พรีมไม่ออก ทุกอย่างก็จะผ่านไป)

“แล้วนี่พัชรอยู่ไหน หายไปหลายวันแล้วนะ”

(ก็มาหาค่าเทอมให้พรีมไง ยังอยากจะเรียนต่ออยู่ไหม...)

“งะ งั้นเหรอ?..”

(ใช่)

“ขอบคุณนะพัชร” 

เธอเอ่ยเสียงเบา สีหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิด

(ไม่ต้องหรอก พัชรเบื่อคำนี้เต็มทนแล้ว ถ้าอยากจะขอบคุณกันจริงๆ พรีมก็แค่อย่าออกไป..เข้าใจไหม)

“ขะ เข้าใจ”

(ดี อยู่เงียบๆ แล้วอย่าลืมล็อคหน้าต่างให้ดี)

“อะ อื้ม”

สุดท้ายก็กลายเป็นเธอที่อ่อนแอ ความเห็นก่อนหน้านี้ถูกกลืนกลับลงไปในที่ที่มันจากมาด้วยความจริงที่ว่าทั้งหมดนี้เธอก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ชายฝาแฝดต้องระหกระเหินเร่ร่อนรับงานเขาไปทั่ว ซึ่งเป็นงานอะไรนั้น เรื่องนี้เธอไม่เคยรู้ เขาไม่เคยบอกกัน แต่ทุกครั้งที่กลับมาพร้อมเงิน จะกลับมาพร้อมบาดแผลและรอยฟกช้ำเสมอ

หรือว่าเธอควรกระตือรือร้นมากกว่านี้ 

ถึงจะเรียนอยู่ก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้นี่...บางทีถ้าลองหาดีๆอีกสักหน่อยอาจจะเจอ แต่ที่ผ่านมาที่เจอ จะเป็นงานที่เธอไม่ถนัดและไม่สะดวก แถมไม่คิดที่จะทำด้วย เป็นงานที่..ถ้าพี่ชายเธอรู้ มีหวังคงได้เอาเธอตายแน่ๆ

ก็อก! ก็อก! ก็อก!

“เฮ้อ..”

แต่กว่าจะถึงวันนั้น เอาตอนนี้ก่อนดีกว่า ช่วยคิดหน่อย..เธอจะเอาตัวรอดกับสถานการณ์นี้ยังไง เป็นแบบนี้บ่อยๆมีหวังคงได้ถูกไล่ออกจากห้องเข้าสักวัน!

.

.

ก่อนวันทำงานหนึ่งวัน 

เป็นกิจวัตรประจำวันที่เธอจะต้องเดินเข้าซอย หลังขึ้นรถเมล์สายประจำมาลงได้แค่ปากทางเข้า จากตรงนี้ไปใช้เวลาราวสิบนาที แน่นอนว่าเธอชินกับมัน หลายวันมานี้ที่พี่ชายฝาแฝดไม่กลับห้อง หญิงสาวก็เลือกกินมื้อเย็นมาจากข้างนอก ส่วนมากซื้อแถวๆมหาลัย อะไรง่ายๆที่กินได้ระหว่างรอรถเมล์ เธอเอาหมด ไม่เลือกมาก ขอแค่หายหิว

กานต์พิชชา วรเวชต์โสภณ หรือ พรีม เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นถนนดังเป็นจังหวะ ตอนนั้นเธอไม่ได้ฟังมัน สิ่งที่ได้ยินคือเสียงที่อยู่ในหัว ยิ่งเข้าใกล้ตึกที่พักก็ยิ่งหวาดหวั่น ทั้งที่ตรงนั้นคือที่อยู่อาศัยของตัวเองแท้ๆ หากเจอพวกมันดักรออยู่ล่ะ เธอจะทำอย่างไร 

หญิงสาวจินตนาการมาตลอดทางที่เดิน จนกระทั่ง..

กึก!

ฝีเท้าของเธอชะงัก จังหวะเดินอยู่เหลือบตาขึ้นไปเห็นรถคันหนึ่ง เป็นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่มีคนคร่อมอยู่บนอาน ส่วนอีกคนยืนชะเง้อชะแง้มองเข้าไปยังห้องของเธอ ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบที่มองไม่เห็นหน้า แต่สรีระดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย 

ใช่แล้ว..นั่นคือเจ้าหนี้ของพี่ มันมาดักรอเธออีกแล้ว

“เวร....”

นาทีนั้น ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง ท้องไส้บิดมวน ลมหายใจติดขัด เมื่อหนึ่งในนั้นมองตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ สมองของเธอดับวูบชั่วขณะ ทั้งที่มันกำลังหรี่ตาเพ่งเล็งไม่ได้เห็นชัดเจนด้วยซ้ำ เนื่องจากว่าเธอกับมันไม่เคยเจอกันจะๆ ทว่านั่นทำให้เธอกลัวแทบบ้า จินตนาการอยู่ว่าหากมันจันได้ เธอจะเอาตัวรอดยังไง 

หญิงสาวใช้จังหวะที่มันหันไปหาเพื่อน เดินถอยหลัง และหลบ เลี่ยงเข้าไปในซอยอื่น เป็นซอยที่ไม่เคยเข้ามาก่อน หากแต่มันปลอดภัยสำหรับเธอในตอนนี้ 

ฟึ่บ!

โชคดีที่มันไม่ทันได้เห็น ไม่อย่างนั้นคงขี่รถตามมาแล้ว สังเกตจากเสียงเครื่องยนต์ที่ยังเงียบงัน เมื่อหลุดพ้นจากสายตาของพวกมัน เธอจึงอาศัยโอกาสนั้นวิ่งทันที ระหว่างที่วิ่งก็ภาวนาไปด้วยว่า ขอให้ไปโผล่อีกซอยที่มีทางออกเป็นถนนใหญ่ เธอจะได้โบกรถไปลงที่บ้านเพื่อนสนิท วันนี้คงกลับห้องไม่ได้แล้ว 

ในขณะเดียวกัน เธอก็ต่อสายหาเพื่อนไปด้วย ทว่าฝั่งนั้นกลับไม่รับ จากนั้นก็โทรหาพี่ชาย แน่นอนว่า..ไม่รับเหมือนกัน พรีมเบ้ปากจะร้องไห้ เหมือนเธอจะจบสิ้นแล้ว ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอมักอยู่ตามลำพังทุกที 

“โอ๊ย.. จะทำไงดีเนี่ย”

สองเท้าพาร่างอันสั่นเทาก้าวลึกเข้ามาในซอย เป็นแยกที่ขนานกับห้องเช่าแบบไม่มีทางเลือก ตกใจกับทัศนียภาพที่ต่างกันราวหน้ามือเป็นหลังมือ แม้ซอยนี้จะอยู่ห่างกับที่พักของเธอแค่เพียงกำแพงกั้น ทว่าตรอกสายนี้กลับมืดมิด แคบขนาบด้วยตึกแถวสูงตั้งเรียงตระหง่าน และลึกชันราวกับไม่มีที่สิ้นสุด 

เธอไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่เคยรู้ว่ามีอะไรแบบนี้ 

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลกเลยที่จะงง

พรีมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ายิ่งเดินก็เหมือนยิ่งไกล ยิ่งเข้าไปก็เหมือนยิ่งลึก เมื่อเทียบกับทางเดิมที่เธอเดินมาหลังลงจากรถเมล์ ทางนั้นใกล้กว่าเยอะ หากแต่ตอนนั้นไม่ปลอดภัยเธอจึงไม่ได้เลือก ขืนเดินกลับ พวกมันเกิดบ้าจี้กลับด้วย ยังไงก็ต้องเจอกัน

ซ่า...

ห๊ะ!

อยู่ดีๆฝนก็ตก 

“ให้มันได้อย่างนี้..”

คราวนี้หญิงสาวร้องไห้จริง ดวงตาของเธอแดงก่ำ ที่ไม่ได้มาจากสายฝน แต่มาจากหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาคลอเบ้า พลางหยุดเดินเพื่อมองหาที่หลบ และเมื่อเห็นว่าตรงนั้นมีทั้งรถยนต์ ทั้งมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หลายสิบคัน แถมมีกันสาด เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินไป

ระหว่างยืนรอให้ฝนหยุด พรีมกอดกระเป๋าแนบอกไว้แน่น ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ ในมือที่กำโทรศัพท์ไว้แน่นพลิกมองหน้าจอไปด้วย เผื่อว่าสองสายที่เธอโทรไปไม่ได้รับจะมีใครคนใดคนหนึ่งโทรกลับมา แต่เปล่าเลยมีแต่เวลาดิจิตอลที่บอกว่ากำลังจะสองทุ่มก่อนจะดับไป 

“เออ...”

หญิงสาวจิ้ปากอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าแบตโทรศัพท์ดันหมด

เมื่อไม่มีอะไรทำ จะเดินต่อก็ไม่ได้ จะโทรหาใครก็ไม่ได้ เธอจึงทิ้งแผ่นหลังพิงกำแพงด้วยความสิ้นหวัง พร้อมสะอื้นไห้ ผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งเสียงเบสหนักๆดังขึ้น สั่นสะเทือนกำแพงถึงได้เรียกสติคืนมา ไล่ความเหนื่อยล้าและกวาดตามองไปทั่ว มาชะงักอีกทีก็ตอนเห็นแสงไฟนีออน ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มี กำลังส่องแสงสีม่วงกะพริบวิบวับอยู่เหนือหัว อีกสิ่งที่ทำให้เธอตระหนักได้ว่าที่ที่เธอหลบฝนอยู่เป็นพื้นที่ของผับก็คือกลิ่นระเหยของแอลกอฮอล์ 

และก่อนหน้านี้ที่ไม่เห็นว่ามีไฟ เพราะมันยังไม่เปิดไง!

อ่าฮะ.. 

ความตื่นตระหนกยังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะทุ่มต่ำของชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งดังขึ้นมา เธอหันไปมองก็เห็นพวกเขากำลังเดินออกมาจากประตูเหล็ก ก่อนจะหยุดยืนจับกลุ่มกันสูบบุหรี่ พรีมยืนตัวแข็งทื่อ จังหวะนั้นเธอกลัวมาก ไม่ใช่เพราะควันบุหรี่ แต่กลัวพวกเขาจะหันมาเห็น ซึ่งแน่นอนว่าโชคไม่เคยเข้าข้างคนอย่างเธอ

“น้อง มายืนทำอะไร”

ถึงพระเจ้าจะไม่แกล้งให้คนกลุ่มนั้นหันมา แต่ก็ส่งคนอื่นมาอยู่ดี ที่เดินมาจากทางไหน และตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้อีกทีมายืนกอดอกอยู่ข้างๆกันแล้ว 

ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำตกและแรงกดดันมหาศาล เธอผู้ที่ไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรก กลัวทั้งฝน กลัวทั้งคน แล้วแบตก็หมด เหลือบไปเห็นป้ายฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นหนึ่งติดอยู่บนกำแพง สูงกว่าหัวเขาพอดี เธอจึง..

“หนู...มาสมัครงานค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 71 ไปอยู่กับพี่ไหม

    “ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 70 ของสะสม

    และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 69 ไม่พอใจ

    นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 68 ถ้าไม่ได้มาทวงหนี้

    ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 67 สั่งลง

    หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ

  • มือปืนกระชากเธอ   บทที่ 66 ดูแลอย่างกับแฟน

    คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status