LOGIN
“เร็วพรีม ฝนเทลงมาแล้ว”
เสียงตาต้าตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่จู่ๆ ก็กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
พรีมรีบคว้าย่ามคู่ใจ ร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบตามแรงดึงของเพื่อน ผ้าใบคู่เก่งย่ำลงบนพื้นของตลาดที่เดิมทีก็ฉ่ำแฉะอยู่ก่อนแล้ว พอโดนฝนกลายเป็นเจิ่งนองกระเซ็นเปื้อนชายเสื้อข้างหลัง ทั้งที่สิบนาทีก่อนหน้านี้เธอกับเพื่อนยังนั่งหัวเราะร่าอยู่กับหม้อไฟอยู่เลย
พวกเธอเพิ่งจะจัดการกับหม้อไฟร้อนๆ รสจัดจ้านที่ต้มจนควันหอมฉุย ตามด้วยโรตีแป้งนุ่มชุ่มนมเสร็จ บรรยากาศตอนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ นอกจากอาหารจะอร่อยแล้วเธอยังได้อยู่กับเพื่อนสนิท
“ก็เพิ่งจะตกแมะ...แต่ดูแกสิเปียกเป็นลูกหมาเลย”
“ลูกหมาสองตัวสินะ”
คำต่อท้ายของพรีมที่มาพร้อมกับการลากสายตาของตาต้า พอเห็นสภาพของเพื่อนถึงกับหัวเราะลั่น เธอในตอนนี้เปียกปอนและผมยุ่ง ส่วนอีกคนไม่ต่างกัน
“ฮ่าๆๆ”
“คุ้มไหมเนี่ย ออกมาไม่ดูพยากรณ์กัน”
“โห โบราณมาก...พรีมนี่มันสมัยไหนแล้ว ถึงพยากรณ์จะบอกเวลาที่ตก แต่เราเชื่อระบบพายุได้จริงดิ ”
ร่างเล็กเบ้ปาก ไม่ได้ฟังที่เพื่อนพูดเท่าไหร่ เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการปัดป่ายขี้ดินติดเสื้อ และบิดชายเสื้อรีดน้ำออกมา
“คงต้องยืนอยู่นี่สักพัก รอฝนซาก่อน”
“อือ รถจอดอยู่ไกลด้วยแหละ”
พรีมพยักหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไปตามกรอบหน้าหวานที่มีหยาดน้ำเกาะติด สายตาก็กวาดมองไปยังพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งตอนนี้กำลังวุ่นวายสุดๆ แน่นอนว่าปัญหาของพวกเธอดูเล็กไปเลย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนฝนซา ร่างเล็กสองคนก็เริ่มคิดหาทางเดินออกจากจุดนั้นไปยังลานจอดรถที่ค่อนข้างไกล เพื่อกลับบ้าน
“เป็นไงล่ะ หม้อไฟโรตี”
“ก็คุ้มแหละน่า ได้กินจนเกือบหมดกว่ามันจะตก”
“อือ เดี๋ยวแชร์กันนะ ฉันโอนให้”
“ไม่เอา..ฉันเป็นคนชวนแก เดี๋ยวเลี้ยงเอง”
“ครั้งก่อนแกก็เลี้ยงไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวครั้งนี้ฉันเลี้ยงดีกว่า”
“เลี้ยง? ตอนไหน.. หมูทะใช่มะ?”
“ใช่..”
“แกเหอะ...”
“หืม?”
“แกเป็นคนเลี้ยงจ้า อะไร อายุแค่นี้ ทำเป็นลืม”
.
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำจนยอดตึกรอบตัวกลายเป็นภาพเบลอ สัญญาณไฟจราจรตรงสี่แยกแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม รถยนต์คันเล็กของตาต้าจอดสนิทเป็นคันแรกของแถว เสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานดังครืดคราดสลับกับเสียงเพลงสากลเบาๆ ที่เปิดคลอเพื่อทำลายความเงียบ
บรึ๋น...บรึ๋น....
จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามต่ำทว่าทรงพลัง ดังทะลุผ่านความเงียบนั้นเข้ามาในห้องผู้โดยสาร ก่อนเห็นเป็นรถบิ๊กไบค์ดำทมิฬแล่นมาจอดเทียบด้านข้างฝั่งที่พรีมนั่งอยู่ ร่างสูงในชุดเสื้อหนังเปียกชุ่มขยับถอยหลังเล็กน้อย เพื่อที่จะใช้ขาข้างที่ถนัดประคองรถเอาไว้ ขณะเดียวกันละอองน้ำเกาะพราวบนหมวกกันน็อกเต็มใบ
พรีมที่กำลังนั่งสางผมผิงกับลมแอร์ ชะงักไปในทันทีเมื่อหางตาเหลือบไปเห็น ก่อนลากสายตาไปมองเต็มๆ จังหวะนั้นหัวใจของเธอทำงานผิดปกติไปชั่วขณะ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในสมอง พลางได้สติก็ตอนได้ยินเสียงของตาต้า
“โห...แม่ง คนไรวะโคตรเท่ แกดูดิ”
คราวนี้เธอหันไปมองเต็มๆ ได้โอกาสพินิจพิเคราะห์ ถึงไม่เห็นโครงหน้าคมคายและสันกรามแกร่งเพราะหมวกปิดอยู่ แต่แววตาที่เด็ดเดี่ยวขณะจ้องมองไฟแดงอย่างไม่วอกแวกนั้นกลับทำให้เธอจำได้แม่น สายตาที่จดจำได้ตั้งแต่แรกเห็นแบบนั้นคงมีแค่เขาคนเดียว
ส่วนนอร์ธไม่ได้หันมองรอบกาย ความกดดันจากภารกิจใหญ่ที่ได้รับมาทำเขาจมดิ่งอยู่กับความคิด ทว่าไฟที่กำลังจะเปลี่ยนสีเป็นชนวนปลุกให้เขาตื่น มือหนาบีบแฮนด์รถแน่น สายตาคมกริบจ้องมองราวกับนับถอยหลัง เมื่อไฟเปลี่ยนสี ล้อหน้าของรถก็กระตุกขึ้นทะยานไปทันที
บรึ๋นนนน..
“มองอะไรขนาดนั้นพรีม? มองอย่างกับจะกินเข้าไปทั้งตัว” ส่วนอีกฝั่ง เสียงตาต้าที่รับหน้าที่เป็นสารถีเป็นผู้ปลุก “หล่อล่ะสิ บิ๊กไบค์คันเบ้อเริ่มเลย แต่ท่าทางคนขี่ดุชะมัด น่ากลัวมากกว่าน่ามองอีกนะฉันว่า”
“บะ บ้า”
.
.
หลังจากตาต้าส่งเธอลงที่ห้องพักที่เก่า หลังจากออกรถและหายไปกับเส้นถนนที่มืด เธอก็รีบจ้ำอ้าวกลับมายังผับตามเดิมทันที เนื่องจากยังไม่พร้อมจะเล่าให้ฟัง
แสงไฟนีออนระยิบระยับของสถานที่บันเทิงยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้ซอยเปลี่ยวซอยนี้สว่างขึ้น พรีมกำชับสายสะพายย่ามและเร่งฝีเท้า ท่ามกลางความหวาดระแวงและกลิ่นอายอับชื้นจากรอยฝน
แต่แล้ว..
จังหวะเดินมาถึงช่วงโค้งก่อนจะผ่านประตูด้านหลัง สายตาคู่สวยปะทะเข้ากับเงาร่างใหญ่ของใครคนหนึ่ง
“อ๊ะ!”
เธอสะดุ้งโหยง
“......”
ก่อนพบว่าเป็นเจ้าของผับ ยืนพิงกำแพงอยู่ในมุมมืด ที่แสงไฟส่องมาไม่ถึง แสงสีแดงวาบจากปลายมวนบุหรี่สว่างขึ้นวูบหนึ่งตอนเขาดูด เผยให้เห็นโครงหน้าคมคายกับสายตาคู่เดิม ทำพรีมชะงักเท้า ก้อนเนื้อตรงกลางอกเต้นรัวด้วยความประหม่า
“เฮียนอร์ธ..”
เธอกำลังจะอ้าปากทักทายตามมารยาทของพนักงาน ทว่าคนในมุมมืดกลับขยับตัวก้าวออกมาขวาง แล้ว..
ฟู่...
พ่นควันมือสองใส่หน้าของเธอ
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




