Masuk
พรีมหน้าชาไปชั่วขณะ เธอยืนตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มที่อุตส่าห์แย้มในวินาทีแรกที่เห็นเขาหุบลง ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ เป่าควันเทาอุ่นกลิ่นไหม้ปะทะใบหน้าจนเปลือกตาปิดแน่น ก่อนจะเบิกตากว้างและค้างในท่านั้น
“.....”
ไม่มีคำถามใดออกจากปากเธอ หญิงสาวงุนงงจนสมองเบลอ และกำลังประมวลผลว่าสิ่งนี้มันคืออะไร เป็นการทักทายของเขาอย่างนั้นหรือ
สุดท้ายก็ได้แต่ตั้งคำถาม ไม่กล้าที่จะพูด รู้ดี..ทุกวันนี้เธอตัวเล็กกว่าที่คิด ไม่ได้หมายถึงรูปร่าง แต่หมายถึงบุคคลหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางผู้คนนับหมื่นนับแสนสมมุติว่าพูดบางอย่างที่ไม่เข้าหูคนฟัง ชีวิตของเธอจะเป็นยังไง นับตั้งแต่ที่พ่อแม่ตาย ยายเป็นคนดูแล ต่อมาก็ตายจากไปอีก เหลือเพียงพี่ชายที่คอยซัพพอร์ต ทว่าเธอก็ไม่ใช่พรีมคนเดิมอีกแล้ว
“โทษที...ฉันไม่เห็นว่าเป็นเธอ”
คิ้วบางขมวด เริ่มตั้งคำถามในใจอีกครั้ง เธอไม่ได้โง่ที่จะเชื่อสิ่งที่เขาพูด
“ค่ะ..ไม่เป็นไร แต่ว่า..ต่อไปอย่าทำแบบนี้กับพรีมอีกนะคะ พรีม..ไม่ชอบ”
เสียงใสโพล่งขึ้นจังหวะตอนเขาหมุนตัวจะเดิน
“หืม?”
พอเอาเข้าจริงหลังพูดจบกลับลอบกลืนน้ำลาย ร่างสูงชะงัก เหลียวหน้ามองข้ามไหล่ หัวคิ้วหนาชนกัน ดวงตาดำขลับยากจะคาดเดา ในขณะเธอกำลังอึ้งในสิ่งที่ตัวเองพูด เขากลับยกยิ้ม
“คือ..พรีม”
“บอกว่าไม่เห็น ไม่ได้ยินหรือ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับการหมุนตัวกลับมาทั้งตัว ยืนประจันหน้าตรงข้ามกันใหม่อีกครั้ง ร่างเล็กที่เดิมทีมีความรู้สึกประหม่าอยู่แล้วพอเห็นท่าทีแบบนั้นของเขาที่ดูเหมือนจะเอาจริงกลับยิ่งทวีคูณความประหม่ามากขึ้นกว่าเดิม พรีมกัดริมฝีปากล่างจนเจ็บ สมองมึนงงคิดอะไรไม่ออก รู้สึกเท้าเดินถอยหลังไปเองตอนที่เขาก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ
จนกระทั่ง..
ปึก!
แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับอะไรสักอย่าง ที่บอกให้รู้มันคือทางตัน จากนั้นจึงจะเงยหน้า ในใจตอนนั้นภาวนา แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ยังคงขอให้เขาไม่เข้ามาใกล้มากไปกว่านี้ ทว่า..
“.......”
เงาสูงนั้นคร่อมเธอซะจนมิด เกือบประชิดหลังโน้มตัวลง
“พูดอีกทีสิ”
“คะ?”
“เมื่อกี้น่ะ ฉันได้ยินมันไม่ชัด”
ซึ่งคราวนี้เธอไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้างุดลงมองพื้น เห็นเท้าของเขาอยู่ห่างกับเธอแค่นิดเดียว แถมหันปลายเข้าหาราวกับกำลังทักทายกันอีก
“ว่าไง?”
“อึก..”
มันไม่ใช่เสียงตะเพิด เป็นแค่โทนเสียงต่ำที่ถามใหม่ แต่อยู่ใกล้หน้าเธอไม่ถึงคืบ และด้วยความกลัวหญิงสาวเผลอกลั้นหายใจ แต่พอหายใจไม่ออกก็ต้องสูดลมหายใจเข้าไปใหม่ ทีนี้มาหมด..ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นบุหรี่ กลิ่นน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อของเขาจางๆ และ..ลมหายใจอุ่นๆ
“เงยหน้า..”
ร่างเล็กทำตามคำสั่ง แม้ในใจอยากจะต่อต้าน ทว่าสัญชาตญาณกลับขี้ขลาด และสิ่งแรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาคือปลายจมูกโด่งของเขา ที่โน้มลงมาใกล้กว่าเดิม กับริมฝีปากหยักที่เริ่มจะคล้ำเพราะผลของการสูบบุหรี่ แต่กลับดูเท่ไปอีกแบบ
มิหนำซ้ำตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจกลิ่นมิ้นท์ที่ถูกพ่นออกมาลดพวงแก้มเธอ
“จะ จะทำอะไรคะ”
ประการถัดมาคือสายตาคมกริบระคนความว่างเปล่า ที่มองลงมายังเธออย่างนิ่งๆ ก่อนจะเผยยิ้มร้าย
“คิดว่าฉันจะทำอะไรเธอ? .. ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า”
“ถ้าไม่..งั้นก็ถอยออกไปสิคะ”
ถึงเธอจะกลัว แต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะยอม ตอนนี้เธอกับเขาห่างกันแค่คืบ ร่างกายกำลังเบียดเสียด แผ่นหลังของเธอติดกับกำแพงจนถอยหนีไม่ได้ ส่วนเขาก็โน้มเข้ามาโดยใช้ท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันจงใจกักขังกัน เธอที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายหนูติดจั่นเช่นนี้ ถ้าไม่ถามคำถามนี้จะให้ตั้งคำถามไหน
เขาต่างหากที่ทำมึน ตอบไม่ตรงคำถามของเธอ
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เดินเข้าประตูหน้า ห้ามใช้ประตูหลัง”
ดวงตาคู่สวยไหววูบ มาพร้อมกับหัวใจที่สั่นคลอน เมื่อมองเข้าไปในตาคู่เย็นชานั้นแล้วพบบางอย่างที่ไม่ดี
“ทำไมคะ?”
เขาโน้มตัวลงมาอีก คราวนี้ปลายจมูกประชิดแก้มเนียน รับรู้ได้ถึงสัมผัสที่บางเบา แม้ไม่ได้แตะกันเต็มๆ แต่เพียงแค่นั้นก็รู้แล้วว่าเขาจงใจจะแทะโลม
ดมกลิ่นอายของเธอเข้าไปเต็มปอด
“เพราะที่ตรงนี้มันเป็นที่ของฉัน”
พูดจบก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้คนฟังยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว
เธอมองแผ่นหลังกว้างที่ขยับห่างไปไกลด้วยความเร็ว ก่อนจะค่อยๆเล็กลงพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่กำเอาไว้โผล่ชูขึ้นมาแค่สามนิ้ว คือหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง โบกขึ้นลงขณะเดินซึ่งไม่รู้ว่าความหมายนั้นหมายความว่ายังไง แต่เธอเห็นแล้วรู้สึกยำเกรงไม่น้อย อาจด้วยท่าทางที่นิ่งสงบแต่ยีกวนนั้นของเขา ที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย
“หวงแม้กระทั่งที่เนี่ยนะ..”
พรีมพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปในทางเดียวกันกับที่เขาเดิน
.
แกร็ก!
ทันทีที่ประตูปิด ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง พรีมก็เลือกที่จะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟามากกว่าพาตัวเองไปอาบน้ำ ทั้งที่มันควรจะทำเช่นนั้น เพราะเธอโดนฝนมา เสี่ยงต่อการไม่สบาย มือบางผสานกันแล้วค่อยๆบีบ ความเครียด ปนความอ้างว้างคลอเคลียหมุนเวียนทั้งในหัวและอกแทบจะอ้วก ยิ่งคิดถึงอนาคตอันใกล้แบบจิตนาการให้ร้ายที่สุด ในท้องของเธอก็เหมือนจะปั่นป่วนตีกันยุ่งไปหมด
“พัชร..นายอยู่ไหนกันแน่”
หญิงสาวพึมพำเสียงสั่น พลันซบหน้าลงกับฝ่ามือ
แต่แล้ว...
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




